น้ำมิ้ม

นิยายรักโรแมนติกของเจ้าหญิงและเจ้าชาย ที่มิใช่แนวทะเลทราย หากเป็นรักในดินแดนเอเชียทักษิณาคเนย์ ดินแดนแห่งสายน้ำ และเทือกเขาหิมาลัย ... ใครสายในฝัน ดั่งดวงหฤทัย เลือดขัตติยา แวะมาอ่านกันได้นะจ๊ะ

ชื่อตอน : ราชภารกิจ - 2

คำค้น : เจ้าหญิง, เจ้าชาย,บัลลังก์, ทิมปาล , สินธุรัฐ , รวิลักษมี , เจ้าหลวง , ราชกุมารี

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 52

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ค. 2561 23:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ราชภารกิจ - 2
แบบอักษร

​อาชาสีดำสนิทสองตัวย่างเหยาะคู่กันเลียบริมเชิงเขาราวกับกำลังเพลิดเพลินกับทุ่งดอกหญ้าลู่พลิ้วสีเขียวสลับขาวที่ทอดยาวราวกับพรมที่ลาดไปทั่วที่ราบระหว่างหุบเขาภูสตบรรพต ครั้นเมื่อทอดสายตาไปยังเนินแห่งภูผาสูงสลับซับซ้อนอันเป็นปราการที่กั้นระหว่างพรมแดนสินธุรัฐและทิมปาลนั้นก็ปรากฏสีชมพูสลับแดงแตะแต้มเป็นพุ่มๆไปทั่วทั้งภูผาร้อยยอดแห่งสินธุรัฐราวกับเป็นนิมิตแห่งวสันตกาล ...ลาลีกูรันส์แห่งสินธุรัฐได้เบ่งบานขึ้นแล้ว

ทิวขุนเขาที่เต็มไปด้วยดอกกุหลาบพันปีลาลีกูรันส์สีอ่อนแก่สลับกับสีขาวเขียวแห่งทะเลดอกหญ้าทำให้ขนงเข้มที่มักขมวดมุ่นจนติดเป็นนิสัยค่อยคลี่คลายจนทำให้พักตร์เข้มเผยรอยแย้มพระสรวลอย่างสดชื่น นานหนักหนาแล้วที่เจ้าหลวงภวินทราชมิได้เสด็จที่ชายแดนเลยจนเกือบจะทรงลืมเลือนไปแล้วว่าทรงเสด็จไปเยี่ยมเยียนราษฎรสินธุรัฐครั้งล่าสุดนั้นเมื่อใด เพราะแม้จะทรงครองราชย์ได้ห้าปีเต็มแล้วหากสถานการณ์สุ่มเสี่ยงต่างๆก็ยังคงไม่สงบเสียทีเดียวโดยเฉพาะกลุ่มผู้นำเผ่าต่างๆที่ยังคงไม่ละทิ้งความคิดที่จะแบ่งแยกการปกครองในดินแดนของตนเองให้เด็ดขาดจนต้องทรงยินยอมให้พระอนุชาและยังทรงเป็นองคมนตรีคู่พระทัยอย่างเจ้าชายตฤบดีปักหลักคุมเชิงอยู่ที่ชายแดนตลอดหลายปี

“บรรยากาศชายแดนดีอย่างนี้นี่เล่าเจ้าถึงไม่ยอมอยู่ที่เมืองหลวงนานๆ เราคิดว่าเจ้าน่าจะสลับไปอยู่วังหลวงบ้างนะตฤบดี ในขณะที่เจ้าข้ามไปข้ามมาระหว่างสินธุรัฐกับทิมปาลอย่างสบายใจ แต่กลับทิ้งให้เราต้องนั่งทนเจอหน้าอุษยันต์ แล้วยังต้องรบกับเสนาบดีทั้งหนุ่มทั้งแก่อยู่คนเดียว”

“กระหม่อมได้เทียวข้ามไปข้ามมาเสียที่ไหน ก็อยู่แต่ที่ป้อมปีกปักษาที่ชายแดน จะมีก็แต่พระองค์นั่นแหละที่พอเสด็จมาถึงก็พากระหม่อมข้ามไปทิมปาล... แล้วสุดท้ายก็กลับมามือเปล่า”

เจ้าหลวงภวินทราชทรงนิ่งเสียกับคำบ่นของอนุชา เพราะถึงแม้จะบังเอิญไปเจอเจ้าหญิงรวิลักษมีเข้าจนต้องพับแผนที่เหลือและกลับมาเตรียมต้อนรับการเสด็จเยือนของราชกุมารีแห่งทิมปาลอย่างเป็นทางการ แต่การเสด็จเมืองทวิชะแบบลับๆก็ไม่ได้เสียเปล่า เพราะสิ่งที่ทรงต้องการทราบก็ได้รู้แน่ชัดแล้วข้อหนึ่ง ... ชนกลุ่มน้อยสุรัตตะกำลังคิดการณ์ใหญ่!

“แล้วจะทรงให้กระหม่อมเชิญเสด็จเจ้าหญิงรวิลักษมีไปเมืองหลวงเลยหรือไม่พระเจ้าค่ะ”

“วันนี้น่าจะค่ำเสียก่อน เจ้าก็ไปรับเสด็จแล้วก็ให้เตรียมคนไปถวายการดูแลให้ทรงพักผ่อนที่ตำหนักเชิงภูสตบรรพตสักคืน แล้วค่อยเชิญเสด็จที่เมืองหลวงวันรุ่งขึ้น”

“เดี๋ยวนะพระเจ้าค่ะ ...เมื่อกี้ทรงรับสั่งว่าให้กระหม่อมเป็นรับเสด็จอย่างนั้นหรือ หมายความว่าพระองค์จะเสด็จกลับเมืองหลวงวันนี้เลยหรือพระเจ้าค่ะ”

“ก็ไม่เชิง แต่แค่ยังไม่อยากเจอตอนนี้ กลัวจะทรงซักไซ้เรื่องที่เจอกันที่เมืองทวิชะ ...เพราะฉะนั้น เจ้านั่นแหละที่ต้องรับเสด็จเจ้าหญิงรวิลักษมี เราไปก่อนล่ะ”

“เดี๋ยวก่อนพระเจ้าค่ะ ...”

คำทักท้วงนั้นดูเหมือนจะเร็วไม่ทันพระหัตถ์หนาขององค์เจ้าหลวงภวินทราชที่ตวัดสายบังคับม้าแทบจะทันทีที่รับสั่งจบพร้อมกับอาชาทรงโผนทะยานไปลิ่วเหลือเพียงแต่เสียงควบม้าที่ก้องสะท้อนไปทั่วหุบเขาสตบรรพตเท่านั้นจนเจ้าชายตฤบดีได้แต่ฮึดฮัด เพราะทรงรู้ดีแล้วว่าถูกทิ้งให้เผชิญหน้ากับฝ่ายโจทก์เพียงลำพัง ... แล้วจะทรงหาข้อแก้ตัวอย่างไรได้ทันในเวลานี้

 “โธ่.. ฝ่าบาทนะฝ่าบาท  เล่นทิ้งกระหม่อมกันอย่างนี้ แล้วอย่าทรงมาตำหนิกระหม่อมทีหลังก็แล้วกัน”

เจ้าชายตฤบดีตรัสบ่นพระพักตร์ยู่ยี่อยู่พระองค์เดียว ก่อนจะค่อยกระตุ้นม้าทรงให้วิ่งกลับไปยังป้อมปีกปักษาเพื่อรับเสด็จและรับหน้าเจ้าหญิงแห่งแคว้นทิมปาลก่อนที่จะได้เข้าเฝ้าเจ้าหลวงอย่างเป็นทางการที่เมืองหลวง หากในใจนั้นหมายมาด เรื่องอะไรพระองค์จะทรงยอมรับเสด็จเจ้าหญิงรวิลักษมีพระองค์เดียว ...เดี๋ยวตฤบดีคนนี้นี่แหละจะหาโอกาสให้เจ้าหญิงได้เข้าเฝ้าเจ้าหลวงตั้งแต่ที่ชายแดนเอง!


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น