Bubble-Bew

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 24 ความรู้สึกของลิงหัวแดง(1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 24 ความรู้สึกของลิงหัวแดง(1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 893

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ค. 2561 19:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 24 ความรู้สึกของลิงหัวแดง(1)
แบบอักษร

ตอนที่****24

**ความรู้สึกของลิงหัวแดง(**1)


“เอาเป็นว่า…ทำตามนี้ แล้วฉันจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ตอนนี้คงไม่มีเวลามากพอจะมาฟังแน่ๆ”

เจ้าลิงหัวแดงจ้องหน้าผมนิ่ง หลังจากที่จูบหมอนี่ไปเมื่อคืนแถมยังเผลอพูดความรู้แบบนั้นออกไปอีก ผมก็ตีมึนบอกไปว่าเป็นการละเมอ จากนั้นก็กลับเข้าห้องนอนไปเลย น่าแปลกที่หมอนี่ไม่ได้มาทู่ซี้ถามอะไร ทั้งที่ปกติมีช่องว่างให้จู่โจมถึงขนาดนั้น มันต้องเค้นเอาคำตอบจนได้แล้วแท้ๆ

“ตกลงครับ ชูจิว่ายังไง ผมก็ว่ายังงั้น”

“ว่าง่ายนะ”

“แล้วไม่ดีเหรอออ”

ว่าพลางโน้มตัวมากอดแขนออดอ้อนผม ถ้าหาก…เจ้าลิงหัวแดงรู้ว่าที่ผมบอกชอบและจูบลงไปนั้นเป็นเพราะเข้าใจผิด และอยู่ในช่วงสติหลุดหวนคิดถึงเรื่องในอดีต

เด็กคนนี้…

จะเสียใจหรือเปล่านะ

แม้จะเป็นความจริงว่าผมทำลงไปเพราะคิดว่าเขาคือฮารุมะ แต่ผม…ไม่เคยคิดจะเอาไต้ฝุ่นมาเป็นตัวแทนของใคร ถ้าผมชอบ…ผมก็ชอบเพราะเขาคือไต้ฝุ่น

“เลิกเล่นได้แล้ว รีบไปเถอะ”

“คร้าบๆ”

รับคำเสียงยานคาง ผมจับมือคนตัวเล็กกว่าไว้แน่น รอจนมีจังหวะที่ปลอดคนก็รีบพาเขาวิ่งขึ้นชั้นสองด้วยวิชาตัวเบาที่ไม่ได้ร่ำเรียนมาอย่างใด เป็นเพราะผมไม่อยากวุ่นวายถ้าถูกจับได้ว่าลอบเข้ามาเลยยอมที่จะทำท่าประหลาดๆอย่างการเดินด้วยปลายเท้าเอา

ทางสะดวกและเปิดโล่งกว่าที่คิดเพราะคนที่พวกมันจะต้องคอยคุ้มกันอย่างท่านอธิการฯไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วยก็เลยไปเน้นรักษาความปลอดภัยด้านนอกแทน ท้ายที่สุดพวกผมสองคนก็มาถึงชั้นบนจนได้ ข้างล่างว่าเงียบแล้วเจอข้างบนเงียบกว่าเป็นร้อยเท่า ชักแปลกๆแล้วสิ มันจะเงียบเกินไปหรือเปล่า

“ห้องนั้นใช่หรือเปล่าชูจิ”

ไต้ฝุ่นชี้ไปทางห้องซ้ายมือ ผมพยักหน้ารับก่อนจะมองไปที่ห้องฝั่งตรงข้ามซึ่งมีโซ่คล้องและล็อกแม่กุญแจอย่างแน่นหนา ห้องที่คุณหญิงม่านฟ้าไหม แม่ของแม่มดและอสุรกายถูกขังเอาไว้อยู่ตรงนั้น

“อย่าลืมทำตามแผนนะ เข้าไปเอาของสำคัญของอสุรกายออกมาอย่างเงียบเชียบที่สุด อย่าทำอะไรให้เป็นเรื่องเป็นราว”

“คิดว่ามันจะเงียบได้เหรอชูจิ เดี๋ยวตอนออกไปพวกเราไม่ได้ออกไปแค่สองคนนะ แต่เป็นสาม ไม่มีวันเงียบได้หรอก”

“ก็จริง”

อีกอย่างผมไม่รู้ว่าเธอคนนั้นจะมีสติสัมปชัญญะดีครบถ้วนหรือเปล่า ถ้าเธอโวยวายตอนพวกผมกำลังช่วยเธอมีหวังความแตกเกิดสงครามนองเลือดกันแน่ เห็นทีคงต้องทำให้เธอสลบไปก่อนเพื่อความง่ายในการช่วยเธอออกไป

“ฉันมิวิธี เอาเป็นว่านายรีบไปจัดการตามแผนซะ”

“ตกลงครับ”

ไต้ฝุ่นรับคำก่อนจะเดินตรงไปทางห้องเป้าหมายของตัวเอง ส่วนผมก็เดินแยกไปที่ห้องตรงข้ามของเขา มือข้างหนึ่งสอดเข้าไปในห่วงโซ่ที่คล้องก่อนประตูเอาไว้ก่อนจะ…

“เอ้อชูจิ ผมลืมถามว่าชูจิจะใช้อะไรสะเดาะแม่…”

กึก!

“กุญแจ…หลุดแล้ว”

อีกฝ่ายมองอย่างอึ้งๆพลางมองผมที่สามารถทำให้โซ่ขาดสะบั้นลงด้วยการกระชากเพียงครั้งเดียวของผม ของห่วยแตกพรรค์นี้คิดว่าจะขวางทางผมได้หรือไง

“ไปได้แล้ว”

“ครับๆ”

เจ้าลิงหัวแดงแยกกลับไปทางห้องของตัวเอง ผมรอจนเด็กนั่นเดินเข้าห้องไปแล้วถึงเริ่มเปิดประตูห้องนี้เพื่อเข้าไป

“…”

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้อง สิ่งแรกที่สะดุดใจคือกลิ่นแป้งเด็ก มันลอยฟุ้งอยู่ในอากาศตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้อง บนพื้นเต็มไปด้วยผงสีขาวที่ถูกเทเอาไว้ ผมย่อตัวลงแตะผงนั้นขึ้นมาดม

แป้งงั้นเหรอ? ทำไมถึงต้องเทแป้งลงบนพื้นเยอะขนาดนี้ด้วยล่ะ

“แองเจิ้ลของแม่ เมื่อไหร่ลูกจะกลับมาเสียที ลูกไม่ได้กลิ่นแป้งพวกนี้เหรอ แป้งที่ลูกชอบไงล่ะ”

เสียงหวานแต่ฟังดูแหบแห้งและอิดโรยเอ่ยขึ้น คุณม่านฟ้าไหมนั่งอยู่บนรถเข็นโดยที่ในมือของเธออุ้มตุ๊กตาเด็กผู้หญิงเอาไว้ ที่ตัวของตุ๊กาตาเต็มไปด้วยแป้งเหมือนพื้นห้องนี้

เธอกำลังคิดถึงแม่มดอยู่สินะ คิดถึงลูกสาวที่หายไปถึงสามปีเต็ม

ผมมองเธอด้วยความรู้สึกที่อ่ธิบายไม่ได้ว่าจะสงสารดีหรือเปล่า ถึงแม้ว่าแม่มดจะคอยเฝ้ามองแม่ของตัวเองอยู่ตลอดเวลาในที่ที่ไม่มีใครมองเห็น แต่การที่เธอเอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับ ‘พระเจ้า’ พวกนั้นแล้ว นั่นหมายความว่าเธอได้ทำการตัดขาดจากบุคคลอันเป็นที่รักของเธอทุกคน

ทุกคนอย่างไม่มีข้อแม้

เพราะงั้นต่อให้เธอเฝ้ารอลูกสาวไปจนตาย สิ่งที่เกิดขึ้นจริงจะมีเพียงแค่เธอจะตายลงไปอย่างโดดเดี่ยวไร้เงาของคนที่เฝ้ารอ ไม่ว่ายังไงพวกพระเจ้าก็ไม่มีวันปล่อยเธอกลับมาแน่นอน นอกเสียจากว่า…เธอจะเหลือแต่ร่างที่ไร้วิญญาณเท่านั้น

“จริงสิ แม่นึกขึ้นได้แล้วว่าวันนี้ลูกบอกว่าจะออกไปซื้อขนมปังร้านโปรดของแม่มาให้ แต่เพราะมันขายดีมากเลยต้องไปต่อคิวรอนาน เพราะงั้นจะกลับช้าหน่อย นั่นสินะ แม่นี่แย่จริงๆเลย ทำไมเพิ่งมานึกออกเอาตอนนี้ล่ะเนี่ย ขอโทษด้วยนะลูก”

เธอพร่ำบอกกับตุ๊กตาด้วยประโยคเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมมองภาพนั้นก่อนที่อดีตในใจของตัวเองจะย้อนกลับเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ

ความทรงจำที่พยายามปิดตายถูกรื้อฟื้น…

‘จำไว้ บนโลกนี้…ไม่มีใครที่สมควรได้รับความไว้วางใจ’

‘โอก้าซัง โอก้าซังทำไมพูดแบบนี้’

‘เพราะว่าแม่แต่ฉัน…ก็คิดว่าแกเป็นปิศาจ และมาเพื่อฆ่าแกเหมือนกันไงล่ะ!’

‘อะ….โอก้าซังจะทำอะไรครับ โอก้าซัง!!!’

ปัง*!!!*

เพล้ง!

เฮือก!!!

เหมือนถูกดึงออกมาจากความฝันอย่างไม่ทันตั้งตัว ผมเด้งตัวขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อทั้งที่แอร์ในห้องเย็นเจี๊ยบ หัวใจเต้นระทึกจนมือไม้สั่นไปหมด ที่ใต้ราวนมด้านซ้ายเจ็บจี๊ดขึ้นมาเพราะรอยแผลเป็นที่ยังไม่จางหาย ทำไม…ทำไมเรื่องบ้าๆพวกนั้นถึงไม่ถูกลบออกไปเหมือนตัวตนของผมสักที!

ไอ้รอยแผลเป็นจากลูกกระสุนลูกนั้นน่ะ…

มันคือฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนผมมาตลอดชีวิต

“แก…แกเป็นใคร”

มัวแต่คิดถึงเรื่องของตัวเองจนลืมไปว่าเสียงที่ดังขึ้นเมื่อครู่ปลุกให้ผมออกมาจากภวังค์ได้ หญิงวัยกลางคนที่กำลังตกอยู่ในความตกใจมองหน้าผมอย่างหวาดระแวง ในมือของเธอกำเศษแจกันที่แตกอยู่บนพื้นเอาไว้ เสียงเพล้งเมื่อกี้มากจากเจ้านี่นี่เอง

แต่ว่า…

ผมเบนสายตาลงไปที่ขาของเธอ นึกว่าจะเดินไม่ได้เพราะเห็นนั่งอยู่บนรถเข็นตลอดเสียอีก เข้าใจผิดไปเองสินะเนี่ย ผู้หญิงคนนี้ยังเดินเหินได้เหมือนคนปกติทั่วไป และเธอก็กำลังยืนเอาเศษแจกันชี้หน้าผมอยู่

“กลัวผมเหรอ นั่นสิ ไม่แปลกที่คุณจะกลัวคนแปลกหน้า”

“ฉันถามว่าแกเป็นใคร หรือว่าคิดจะมาขโมยลูกของฉัน!”

“ลูกของคุณไม่ได้น่ารักสำหรับผมขนาดนั้น ผมคงไม่เสียเวลามาขโมยพวกเขาหรอกครับ”

“ถ้างั้นแกเป็นใคร มาทำอะไรที่นี่! หรือว่า…ไอ้ปิศาจตัวนั้นส่งแกมา มันจะส่งแกมาปิดปากฉันใช่ไหม!”

พลั่ก!

หมับ…

กางแขนรับร่างบางที่สลบไปด้วยฝ่ามือผมได้พอดี ค่อยๆว่างเธอลงบนรถเข็นอีกครั้งอย่างเบามือ คิดว่าของแค่นี้จะทำอะไรผมได้หรือไง

“คุณพูดถูก ผมมันเป็นพวกพ้องของปิศาจ เพียงแต่ว่า…”

“…”

“ไม่ใช่ปิศาจที่คุณเข้าใจ”

เป็นแค่ปิศาจหัวแดงจอมหาเรื่องใส่ตัวที่วันๆดีแต่ทำตัวเป็นฮีโร่ช่วยเหลือคนอื่นด้วยท่าทีก้าวร้าวอันธพาล เอาเข้าจริงไม่เคยพ้นที่จะสร้างความเดือดร้อนมาให้

ปิศาจตนนั้นนั่นแหละ

“คำพูดสมกับเป็นชูจิดีนะครับ”

“เรียบร้อยแล้วเหรอ ได้ของมา…”

“…”

“นะ…นั่นนายทำอะไร?”

เอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย เจ้าลิงหัวแดงยืนยักไหล่ไม่แยแสทั้งที่บนบ่ามันกำลังแบกตู้เซฟอันใหญ่เอาไว้!

“มันต้องใช้รหัสหรืออไม่ก็แรงมหาศาลในการเปิด ถ้าขืนรอเปิดให้ออกที่นี่คงโดนจับได้ก่อนแน่ๆ ผมเลยตดสินใจเอามันไปทั้งตู้เลย”

“งั้นเหรอ”

ไม่น่าดูถูกความคิดของเจ้านี่เลยจริงๆ แต่ก็จริงอย่างที่เขาว่า พวกเราไม่มีเวลามากพอที่จะเปิดให้ออกจากที่นี่ แบกมันไปทั้งตู้คงเป็นความคิดที่ดีที่สุด

“ดูแลให้ดีจนกว่าจะได้เจอกับสองคนนั่นแล้วกัน”

“ครับผม”

ไต้ฝุ่นรับคำ ผมต้องรีบกลับไปรอราชินีน้ำแข็งกับเจ้าแว่นติ๋มที่ห้องก่อนเพื่อให้เทียร์ทำการแฮกเอารหัสปลดตู้เซฟมาให้ได้ จะได้จบสิ้นภารกิจบ้าบอพวกนี้สักที!

หมับ!

แบกคุณม่านฟ้าไหมขึ้นบ่า ตั้งท่าจะเดินออกไปสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับตุ๊กตาเด็กผู้หญิงที่เธอกอดเอาไว้ก่อนหน้านี้เข้า

ไม่…ไม่…ไม่…

อย่าคิดทำอะไรบ้าๆเด็ดขาดเลยนะ

“มัวทำอะไรล่ะครับชูจิ รีบไปเร็วเข้า!”

โธ่เว้ย!

สุดท้ายผมก็ก้มลงไปหยิบตุ๊กตาตัวนั้นติดมือไปด้วย ยังไงเธอก็ไม่มีวันได้เจอกับแม่มดอีกแน่นอน ตุ๊กตาตัวนี้อาจเป็นที่พึ่งเดียวของเธอเกี่ยวกับลูกสาว ผมไม่อยากพรากมันไปจากเธอ

“โตป่านนี้ยังจะเล่นตุ๊กตาอีกเหรอครับ”

“ใช่ของฉันที่ไหนเล่า”

เอาขาตุ๊กตาตีหัวเจ้าเด็กช่างคิดแล้วเดินนำหน้าไปก่อน อีกแค่นิดเดียวเท่านั้นทุกอย่างก็จะจบลง ภารกิจปลดแอกเด็กไร้ประโยชน์รวมถึงเด็กอภิสิทธิ์ทุกคนก็จะสำเร็จ ความสงบสุขจะได้กลับคืนสู่ชีวิตผมอีกครั้งหนึ่ง

“นี่ชูจิ คิดเหมือนผมไหมครับว่ามันโคตรเงียบเลย เงียบเกินไปด้วย”

“ใช่ เงียบเหมือนกับว่ามีคนตั้งใจเปิดทางให้อย่างนั้นแหละ”

“หา? ไม่หรอกน่า จะเป็นอย่างงั้นได้ยังไงล่ะ”

ไต้ฝุ่นตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจเหมือนกัน พวกผมกำลังจะเดินออกจากบ้านหลังนี้ไปแบบไม่หลบซ่อน ทว่าก็ไม่เจอคนของพวกมันเลยแม้แต่เงา

เงียบ…

เงียบเกินไปแล้ว

“จริงสิ ผมโทรตามคนของผมให้มาช่วยเรื่องนี้ด้วยนะ”

“ช่วย?”

“พาคุณป้าคนนี้ไปหลบในที่ปลอดภัย”

เจ้าลิงหัวแดงตอบพร้อมกับมองไปที่คุณม่านฟ้าไหมด้วยดวงตาอ่อนโยน

“เธอสมควรได้รับการปกป้องคุ้มครองอย่างดีที่สุด”

“อืม”

“…”

“ก็ดี”

ผมตอบกลับไปแค่นั้น การที่หมอนี่ยอมเอาคนของทาบ้านเข้ามาพัวพันด้วยทั้งที่ไม่เคยคิดจะให้คนของตัวเองต้องเข้ามาช่วยเหลือมาก่อนมีเพียงเหตุผลด้วย

ถ้าไม่ใช่เพราะคุณม่านฟ้าไหมแท้จริงแล้วสำคัญกับไต้ฝุ่นมาก

ก็ต้องเป็นอสุรกาย…

เพราะเธอเป็นแม่ของอสุรกายคนสำคัญ ไต้ฝุ่นถึงได้ยอมแหกกฎของตัวเองดึงคนที่บ้านเข้ามาข้องเกี่ยวด้วย

“อ๊ะ! พวกแกเป็น…อั้ก!”

ยกเท้าเตะรปภ.เฝ้าประตูบ้านที่วิ่งถือกระบองเข้ามาหาพวกผมไปหนึ่งทีกลางท้องจนอีกฝ่ายสลบแน่นิ่งไปเลย พวกการ์ดหายไปกันหมด เหลือแต่รปภ.ทั่วไปเอาไว้เฝ้ายามงั้นเหรอ

ผมเหลือบมองไปรอบบ้านอีกครั้ง ความผิดปกติที่มากเกินไปนำไปสู่ลางสังหรณ์บางอย่างที่ตัวผมเองยังไม่เข้าใจ ถ้าหาก…

ทุกอย่างจบลงโดยที่ไม่มีใครเป็นอะไรก็คงจะดี

“ทางนี้ชูจิ ไอ้พวกนี้แม่งโคตรโง่เลย ทำงานกันยังไงวะปล่อยให้คนเข้าออกง่ายเหมือนเดินแฟชั่นโชว์แบบนี้ ฮ่าๆๆ”

ไต้ฝุ่นหัวเราะขำ เขาเดินนำผมไปทางซ้ายมือห่างจากตัวคฤหาสน์ไปเกือบสองร้อยเมตร มีรถลีมูซีนสีดำคันหรูจอดอยู่ก่อนที่คนของเจ้าลิงหัวแดงจะเปิดประตูลงมาจากรถอย่างเรียงราย

“สวัสดีครับคุณหนู!”

“นี่ไงคนที่บอก ฝากด้วยนะ พาไปเซฟเฮาส์ของคุณลุงเลย แล้วก็เซฟนี่ด้วย ไว้ฉันจะโทรบอกให้เอามาเอง”

“ครับผม!”

รับคำก่อนจะเข้ามารับตัวคุณม่านไฟต่อไปจากผม เพิ่งรู้สึกว่าอำนาจที่เจ้าลิงหัวแดงมีมีประโยชน์ก็คราวนี้แหละ

“เดี๋ยวครับ ยังไงช่วยตามหมอให้เธอด้วยนะครับ ร่างกายเธออ่อนแรงและขาดสารอาหารมาก ที่สำคัญ…ห้าให้ในห้องมีแจกันเด็ดขาด”

ผมออกปากเตือน คนของไต้ฝุ่นรับคำก่อนจะพากันขึ้นรถออกไปเหลือไว้แค่ผมกับไต้ฝุ่นสองคน ความเงียบน่าอึดอัดเข้ากลืนกินอีกแล้ว

“ขึ้นรถเถอะ”

ร่างเล็กพยักหน้ารับรู้แค่นั้นก็เดินตามผมไปขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ที่จอดแอบไว้ข้างต้นไม้ในสวนสาธารณะแถวนี้ คิดไปเองหรือเปล่านะ ผมว่าวันนี้ไต้ฝุ่นแปลกๆไป เหมือนมีอะไรอยู่ในใจตลอดเวลาแต่ก็แสร้งทำตัวปกติ

“นี่ ชูจิ”

“หืม?”

อีกฝ่ายไม่ยอมก้าวขึ้นรถตามมา ผมที่ขึ้นนั่งอยู่บนเบาะรถก่อนแล้วนั่งค้างอยู่ในท่าที่กำลังจะสวมหมวกกันน็อค มือเล็กๆของไต้ฝุ่นดึงชายเสื้อผมเอาไว้แล้วกระตุกมันเบาๆ

“พวกเรา…ไปโรงแรมกันไหมครับ”

“!!!”

“ผมอยาก…มีเซ็กส์กับชูจิ”

นัยน์ตาเบิกกว้างมองคนที่เอ่ยถามด้วยความตกใจ ทว่าสายตาของเขาไม่ได้มีทีท่าว่าจะล้อเล่นเลย มันจริงจังกว่าทุกครั้ง!

“นาย…”

“ได้ไหมล่ะ”

“…”

“ได้ไหมชูจิ”

“ไม่”

“…”

“เลิกพูดไร้สาระแล้วขึ้นมาได้แล้ว พวกเรามีเรื่องต้องทำอีกมาก”

ผมทำเป็นไม่สนใจจัดการใส่หมวกต่อแล้วสตาร์ทรถรอ กะแล้วเชียวว่าต้องมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับเด็กคนนี้ เรื่องอะไรกันนะ ทำไมจู่ๆถึงมีความคิดบ้าๆพวกนี้เข้ามาในหัวอีก

“ไร้สาระเหรอ มันเป็นเพราผมไร้สาระหรือผมไม่ใช่คนที่ชื่อฮารุมะกันแน่!”

“…”

“คนที่ชูจิบอกว่าชอบและจูบไปวันนั้น คือฮารุมะ”

“…”

“ไม่ใช่ผมใช่ไหม”

น้ำเสียงที่เอื้อยเอ่ยออกมาด้วยความเจ็บปวดสั่นเครือ ผมหันกลับไปมองหน้าคนพูดด้วยหัวใจที่เจ็บปวดไม่แพ้กัน และยิ่งเห็นว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในตอนนี้…

…ผมก็ยิ่งอยากจะชกหน้าตัวเอง

หัวใจของผมแทบจะระเบิดออกมา

ตุ้บ…

“ฮึก…”

เจ้าของร่างเล็กที่ผมต้องการจะปกป้องทิ้งตัวลงกับพื้นเหมือนคนหมดแรง ฟุบหน้าลงกับเข่าตัวเองพลางร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างหมดมาดของการเป็นปิศาจที่ชอบอาละวาด

ผม…

ทำร้ายเด็กคนนี้เข้าซะแล้ว



บับเบิ้ลบิวชวนคุย**:**

มาอัปตอนที่ 24 ต่อแล้วจ้า หมายความว่ายังไงกันแน่ ทำไมไต้ฝุ่นถึงรู้เรื่องของฮารุมะได้ แล้วการที่ทุกอย่างราบเรียบง่ายเกินไปแบบนี้ความจริงแล้วมีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า เรื่องราวจะจบลงยังไงต้องมาตามลุ้นกันเพราอีกไม่กี่ตอนก็จะจบภาคแรกแล้ว! ที่สำคัญ….ตอนหน้ามีฉาก NC นะจ๊ะ เพราฉะนั้นสำหรับในเว็บเด็กดีจะไม่มีลงฉากนั้นเน้อ ต้องตัดออกไม่งั้นโดนแบน วิธีการตามอ่านก็เคยบอกแล้วว่ากดไลค์เพจเอาไว้แล้วบิวจะแจ้งในเพจนะคะ

เรื่องนี้จะเปิดพรีฯกับสนพ.เฟยฮุ่ยอยู่ มี โปรโมชั่นเด็ดสุดคือมีมินิโนเวล **“****The Phantom”** แจกฟรี 300 เล่ม (จำนวนจำกัด) ให้กับคนที่สั่งซื้อและโอนเงินเข้ามาก่อนด้วยน้า  ช้าหมดต้องสั่งซื้อเอานะคะ  เล่มแถมเป็นเรื่องราวบางมุมของแฟนธ่อมที่ทุกคนไม่เคยรู้ค่ะ!

เพจสนพ.  https://www.facebook.com/feihuibooks/

ความคิดเห็น