(วีนัส ละอองดาว) / ญาตา / ซูฝ่า
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ขอจูบขอหอมสักฟอด

ชื่อตอน : ขอจูบขอหอมสักฟอด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ค. 2561 10:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ขอจูบขอหอมสักฟอด
แบบอักษร

มนตราถึงกับสูดอากาศหายใจเข้าลึกพลางแหล่ตาจิกอกแน่นๆ ไม่หยุด เม้มปากล่างแรงๆ หัวใจที่เงียบสงบก็เต้นแรงจนหวั่นใจว่าจะหลุดออกจากอก ร่างบางเลิกสนใจร่างกายชายหนุ่มตรงหน้าเพราะเกรงว่าเลือดกำเดาไหลเสียก่อน

“นั่นลูกเป็น...อะไรเหรอ”

คุณคุณใบบัวถามน้ำเสียงล้อเลียน ลูกสาวนางเป็นอะไรทำไมจะไม่รู้ ในเมื่อเลี้ยงมากับมือ

‘เห็นผู้ชายแล้วเลือดร้อนๆ มันปะทุขึ้นล่ะสิ’ คิดแล้วก็หัวเราะล้อเลียนบุตรสาว

ผิดกับอีกคนที่นั่งมองการสนทนาระหว่างแม่ลูกนิ่งงัน สายตาคมมองเรียวปากอมชมพูนิ่งยามเธอขยับพูดปฏิเสธ เหมือนกำลังเชิญชวนเขาให้ลิ้มลองรสชาติหวานหอมของมัน ยิ่งเธอพยศก็ท้าทายให้เขาอยากกำราบให้อยู่หมัด

“แม่ไม่ต้องมาถามเลย” หันกลับมาส่งค้อนให้คุณแม่ที่รู้ทันแต่ทำเป็นแกล้งถามให้อาย กับแฟนหนุ่มเธอไม่เคยเห็นเป็นเช่นนี้เลย แต่กับเขา... ทำไมต้องใจเต้นแรง ทำไมตองอาย และสนใจเขามากมายเพียงนี้นะ

ตาคมสวยมองชายหนุ่มตรงหน้าเคลิบเคลิ้ม จินตนาการไปถึงยามที่ถูกเขาโอบกอดเอาไว้ในอ้อมแขนแข็งแรงนั้น

อ่า...เขาช่างมีเสน่ห์

“อะแฮ่ม จ้องจนตาถลนแล้วนะลูก” คุณคุณใบบัวขัดอารมณ์ลูกรักที่กำลังทอดสายตาหยาดเยิ้มราวกับจะกลืนกินเลขาฯหนุ่มหล่อลงท้อง

“แม่อย่าล้อสิคะ” มนตราแก้มแดง เลือดในกายสูบฉีดกว่าทุกครั้ง

“เอาล่ะ แม่ถือว่าลูกตกลงให้คุณไอศูรย์เข้าทำงานที่นี่แล้วนะ เพราะถ้าลูกยังปฏิเสธอยู่อีกแม่จะกลายเป็นคนที่ผิดคำพูด รับปากเขาว่าจะช่วยให้ได้งานแต่กลับถูกลูกสาวปฏิเสธแบบนี้ ลูกคงไม่อยากให้แม่เสียหน้าใช่ไหม” นางเอ่ยตัดบท ทั้งยังพูดให้มนตราเห็นใจ เมื่อรู้ว่าบุตรสาวไม่มีทางให้เกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้นแน่นอน

คุณคุณใบบัวเห็นลูกสาวเงียบไปก็พูดโมเมเอาเองอีกรอบ

“เอาล่ะแม่กลับบ้านก่อนนะ ฝากสอนงานให้คุณไอศูรย์ด้วยนะลูก” 

“เดี๋ยวสิคะ มนไม่ได้บอกเลยว่ารับเขาเข้าทำงาน มนไม่ต้องการใครมาช่วยดูแลทั้งนั้น” มนตราหันกลับมาแย้งคอเป็นเอ็น

“ก็ลูกเงียบ นั่นแม่ถือว่าตอบตกลงแล้ว” คุณคุณใบบัวทำมึนไม่สนใจแล้วลุกขึ้นยืนพร้อมกระชับกระเป๋าถือในมือแน่น

“ไม่นะคะ แม่กลับมาก่อน” เธอยืนกรานด้วยการปฏิเสธท่าเดียวก่อนจะร้องเรียกเสียงดัง แต่ท่านก็ก้าวออกไปจากห้องทำงานเสียแล้ว

ภายในห้องเงียบสงบและเย็นจนอยากจะหาผ้าห่มมาห่อหุ้มร่างกาย ร่างบางไม่ได้ขยับไปทางไหนเพียงแต่ยืนนิ่งเฉย และไม่กล้ามองอีกคนในห้องเพราะเกรงว่าจะเกิดอะไรบางอย่างที่เกินการควบคุมของหัวใจ

แน่ละ...เธอไม่กล้ามองหน้าเขาเพราะกลัวจะหักห้ามใจไม่ไหวกระโจนเข้าหาแล้ว...ลูบคลำ

ทว่าคนตัวโตไม่เห็นใจกันบ้างเลย เขาลุกขึ้นเดินอย่างมั่นคงมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้ามนตรา กลิ่นกายชายหอมเย้ายวนใจลอยมาแตะจมูก กระตุ้นความอยากสูดดม หากไม่มีโต๊ะทำงานใหญ่กลั้นไว้ เธอ…ไม่อยากจะคิดเลย

“เพราะอะไร” เสียงทุ้มกังวานถามขึ้นด้วยแววตาเอาจริง แม้จะติดสั้นห้วนไม่พอใจนิดหน่อยแต่คนฟังกลับไม่คิดเช่นนั้น

เธอฟังแล้วมันช่างไพเราะ จนเริ่มเคลิ้ม...

“มนตรา!” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่คำถามและยังแรงกว่าเดิม

“คะ… นี่คุณ ใครให้เรียกชื่อฉันเฉยๆ แบบนั้น”

มนตราดึงสติกลับคืน เงยหน้ามาต่อว่าน้ำเสียงไม่พอใจแต่ก็ต้องสะดุดกับนัยน์ตาสีเทาอมฟ้านิ่งราวกับต้องมนตร์ โลกรอบกายหยุดเคลื่อนไหว มีเพียงสองใบหน้าที่เคลื่อนเข้าหากัน เปลือกตาปิดและเผยอปากรอคอยการจุมพิตในห้วงความคิดของมนตรา

“ทำอะไรของคุณ” ไอศูรย์ขำกับท่าทางของเธอจากที่เมื่อครู่ยังแข็งขันไม่ยอมรับตน แต่ตอนนี้กลับเผยอปากรอท่า “หรืออยากให้ผมจูบ แต่บอกไว้ก่อนเลยนะ ค่าจูบผมแพงมาก”

“อี๋ คุณเป็นคนประเภทไหนกัน” เธอลืมตาขึ้นมองทันที แก้มป่องแดงระเรื่อด้วยความเขินอายแล้วเชิดหน้าใส่กลบเกลื่อน สองแขนกอดอกเอาไว้มั่น

“ประเภทที่ถูกผู้หญิงจอแบนอย่างคุณอ่อยผมก็ไม่รู้สึก” ทว่าสายตาคมกริบมองต่ำลงไปสำรวจว่ามันจะจริงหรือไม่ที่เธออกจอแบน

ด้านคนถูกสบประมาณด้วยคำพูดและสายตายกมือขึ้นป้องหน้าอกที่ซุกซ่อนภายใต้เสื้อทำงานสีชมพูอ่อนรัดรูปตัวเก่ง หน้าสวยใสแดงร้อนไปหมด เขาช่างกล้าไม่เกรงกลัวเธอเลยหรืออย่างไรกัน

“นายถูกไล่ออก เชิญออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้”

“ไม่มีเหตุผล” เสียงเรียบตอบกลับ สายตาเลื่อนขึ้นจ้องมองอีกฝ่ายอย่างแน่วแน่

“นี่นาย ต่อให้นายจะเป็นเด็กของแม่ฉัน แต่ถ้าไม่มีเคารพกันแบบนี้ฉันก็มีสิทธิ์ไล่นายออกไปเหมือนกัน เชิญ!” มนตราผายมือไปทางหน้าประตู ขับไล่เขาเป็นครั้งที่สอง แต่คนหน้าตายและด้านยังยืนนิ่งกวนอารมณ์

“นิสัยเด็กมาก”

“ฉันไม่ใช่เด็ก”

มนตราโกรธจัดตอบกลับอีกฝ่ายเสียงขุ่น กล้าดีอย่างไรมาว่าเช่นนี้ เพราะเธอประสบความสำเร็จตั้งแต่น้อยด้วยความสามารถของตนเองทำให้ออกอาการเชิดหยิ่ง ไม่อาจนิ่งเฉยต่อการพูดจาดูถูกเช่นนี้ได้


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น