Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่34 “เปลี่ยนไปเป็นรัก”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่34 “เปลี่ยนไปเป็นรัก”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.8k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ค. 2561 23:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่34 “เปลี่ยนไปเป็นรัก”
แบบอักษร

หลังกลับจากทริปฮันนี่มูนที่ปางอุ๋ง ทั้งสองคนดูจะรู้ใจตัวเองมากขึ้นแต่ยังไม่มีใครกล้าเผยความในใจให้กันและกันรู้ ทั้งสองคนยังคงทำตัวตามปกติอย่างที่เคยเป็น เคยใช้ชีวิตประจำวันแบบไหนก็ยังคงเป็นแบบนั้นอยู่

วันนี้เป็นวันแรกของการกลับไปทำงานไม่ได้มีอะไรยุ่งยากเพราะธนาธิปทำงานต่อจากบิดาที่ท่านเข้ามาช่วยดูแลให้ ธุรกิจของเขากำลังเจริญก้าวหน้าไปอย่างมั่นคง เขาสามารถขยายตลาดไปทางฝั่งยุโรปได้สำเร็จ ตอนนี้ลูกค้าของเขามีเพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ส่วนมนสิชาเองก็ยังคงช่วยงานในเรื่องของเอกสารตามเดิม ทำให้ธนาธิปทำงานได้ง่ายมากขึ้น

เย็นวันนี้ ณ เรือนริมน้ำของธนาธิปและมนสิชา เมื่อกลับมาถึงบ้านธนาธิปเข้ามานั่งพักผ่อนโดยกำลังนั่งดูโทรทัศน์ที่ห้องนั่งเล่น ส่วนมนสิชากำลังเตรียมของว่างอยู่ในครัว

“ของว่างค่ะ ทานรองท้องก่อนนะคะคุณจอมทัพ” มนสิชาบอกธนาธิปเมื่อเธอยกของว่างมาให้เขาที่ห้องนั่งเล่น

“ขอบใจนะ” ธนาธิปกล่าวขอบใจมนสิชา

“อ้าว!! แล้วเธอจะไปไหนอีกหละ มานั่งเป็นเพื่อนฉันก่อนสิ” ธนาธิปท้วงเมื่อมนสิชากำลังจะลุกไป

“ปรางจะไปทำอาหารเย็นค่ะ” มนสิชารีบตอบ

“เดี๋ยวค่อยไปทำก็ได้ ฉันยังไม่ค่อยหิวเท่าไรหนะ” ธนาธิปรีบบอก

“ค่ะ” มนสิชายอมอยู่ด้วย

“ฉันดูบอลกำลังสนุกเลย เธอป้อนขนมฉันหน่อยสิ” ธนาธิปอ้อนมนสิชา

“คุณจอมทัพทานเองน่าจะถนัดกว่านะคะ” มนสิชาตอบ

“โธ่!! วันนี้ฉันทำงานมาทั้งวันแล้วนะ เหนื่อยก็เหนื่อย เมื่อยก็เมื่อยจะแย่ เธอไม่สงสารฉันเลยเหรอ” ธนาธิปพูดให้ตัวเองดูน่าสงสารมากขึ้น

“เอ่อ!!!” มนสิชาได้แต่อึ้งกับคำตอบของธนาธิป แล้วเธอควรทำเช่นไรดี

“ถ้าไม่เต็มใจจะดูแลก็ไปเถอะ ฉันดูแลตัวเองได้” ธนาธิปแสร้งทำเสียงเศร้า

“เปล่านะคะ ปราง ปรางยินดีที่จะดูแลคุณจอมทัพค่ะ” มนสิชารีบพูด

“ปากบอกว่าเปล่า แต่พฤติกรรมมันไม่ใช่ ฉันรู้ว่าเธอไม่เคยรักฉันหรอก ที่เธอทำดีกับฉันเพราะคุณแม่สินะ” ธนาธิปพูดด้วยความน้อยใจ

ครั้งนี้ไม่มีเสียงตอบรับจากมนสิชากลับมา เพราะเธอไม่รู้ว่าควรจะบอกว่ารักเขาดีหรือไม่ เธอกลัวจะเป็นการรักเขาแค่ข้างเดียวเท่านั้น

“เธอไปทำอาหารเถอะ” ธนาธิปเอ่ยปากไล่มนสิชาไป

มนสิชาทำตามคำสั่งของธนาธิป เธอหายเข้าไปทำอาหารในครัวด้วยจิตใจที่ว้าวุ่นยิ่งนัก ส่วนธนาธิปเองก็นั่งหน้าบอกบุญไม่รับเช่นกันเพราะเขาคิดเอาเองว่ามนสิชาคงไม่ได้รักเขาเหมือนที่เขาเริ่มรักเธอเข้าให้แล้ว

ถึงเวลารับประทานอาหารเย็น มนสิชาจัดอาหารรอธนาธิปไว้ที่โต๊ะอาหาร วันนี้เป็นวันแรกที่ธนาธิปยอมรับประทานอาหารคนเดียว เขาไม่รั้งให้เธอรับประทานอาหารเป็นเพื่อนเขาเหมือนที่เคยทำ มันทำให้มนสิชาเองก็รู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย

ดังนั้นเมื่อไม่ต้องทานอาหารเป็นเพื่อนธนาธิป มนสิชาจึงมีเวลาว่างเธอก็เลยโทรศัพท์คุยกับเพื่อนสนิทอย่างชลดา ทั้งสองสาวต่างเล่าเรื่องราวต่างๆ ของตนเองให้กันและกันฟัง เพราะตั้งแต่มนสิชาแต่งงานเธอก็แทบไม่มีเวลานัดเจอกับชลดาเลยจึงทำให้การคุยโทรศัพท์ผ่านโปรแกรมไลน์กินเวลายาวนานเป็นชั่วโมงจนทำให้มนสิชาลืมใครอีกคนที่ต้องดูแล

“หายไปไหนมาเป็นชั่วโมงๆ” ธนาธิปถามเสียงดุ เพราะแทนที่เธอจะอยู่ดูแลเขาเธอกลับหายไป

“ปรางไปคุยโทรศัพท์กับเพิร์ลมาค่ะ” มนสิชาตอบตามความจริง

“คุณจอมทัพจะรับผลไม้เลยมั๊ยคะ เดี๋ยวปรางจะไปยกมาให้ค่ะ” มนสิชาถามความต้องการของธนาธิป

“ไม่หละ วันนี้ฉันไม่อยากกินผลไม้” ธนาธิปตอบ

“แต่ว่าคุณจอมทัพทานข้าวไปนิดเดียวเองนะคะ หรือว่าวันนี้ปรางทำกับข้าวไม่ถูกปากคุณจอมทัพคะ งั้นเดี๋ยวปรางไปทำมาให้ใหม่นะคะ” มนสิชาเห็นข้าวที่ยังเหลือมากกว่าครึ่งจานเธอจึงถามออกไปด้วยความเป็นห่วง

“เปล่า กับข้าวที่เธอทำรสชาติดี แต่ฉันกินไม่ค่อยลงเพราะเมียไม่สนใจ” ธนาธิปได้ทีจึงรีบพูด

“.......” มนสิชาไม่รู้จะตอบอย่างไรเมื่อเจอธนาธิปพูดใส่แบบนี้

“เธอจะไปทำอะไรก็ไปเถอะ ไม่ต้องมาสนใจฉันหรอก” ธนาธิปพูดจบก็รีบเดินออกไปทันที

มนสิชาได้แต่ยืนงงเพราะไม่รู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาน้อยใจเธอแบบนี้ ดังนั้นเธอจึงรีบเก็บโต๊ะอาหารเพื่อตามไปดูแลเขาทันที

“คุณจอมทัพจะอาบน้ำเลยมั๊ยค่ะ เดี๋ยวปรางจะได้เตรียมชุดไว้ให้” มนสิชาถามอย่างห่วงใย

“อืม” ธนาธิปตอบแค่นั้นแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป

มนสิชาที่ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรเขาถึงจะหายงอนเธอสักที เธอจึงตัดสินใจเดินตามเขาเข้าไปในห้องน้ำ

“เธอเข้ามาทำไม” ธนาธิปแปลกใจที่มนสิชากล้าตามเขาเข้ามาในห้องน้ำ

“เอ่อ ปรางจะมาช่วยถูหลังให้คุณจอมทัพค่ะ” มนสิชาทำใจกล้าตอบออกไป

“.......” ธนาธิปไม่ได้ตอบอะไรออกไป

ธนาธิปปลดผ้าขนหนูออกโดยไม่สนใจว่ามนสิชาจะเห็นอะไรต่อมิอะไรของเขาหรือไม่ จากนั้นจึงแช่ตัวลงไปในอ่างอาบน้ำ มนสิชาหน้าแดงกล่ำกับสิ่งที่เห็น ใช่ว่าเธอจะไม่อายแต่เธอต้องทำใจกล้า เธอค่อยๆ เดินไปยืนอยู่ด้านหลังของธนาธิป

“ลงมาสิ อยู่แบบนั้นจะถูหลังให้ฉันได้ยังไง” ธนาธิปบอก

“ปรางถูได้ค่ะ” มนสิชารีบตอบ

“ถอดเสื้อผ้าออก แล้วลงมาในอ่างเดี๋ยวนี้” ธนาธิปแกล้งทำเสียงแข็งใส่

มนสิชาไม่อยากจะขัดใจธนาธิปอีก เธอข่มความอายของตัวเอง เธอคิดว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเห็นเธอเปลือยแบบนี้ เพราะยิ่งกว่านี้เธอกับเขาก็ผ่านมาแล้ว ดังนั้นเธอจึงค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมดแล้วรีบแช่ตัวลงในอ่างอาบน้ำเช่นกัน

มนสิชาใช้ใยบวบถูไปทั่วๆ บริเวณหลังของธนาธิปอย่างเบามือ เธอนวดไหล่และหลังเพื่อให้เขารู้สึกผ่อนคลายด้วย สำหรับคนที่มีคนดูแลกำลังเคลิ้มเลย ธนาธิปรู้สึกสบายตัวเมื่อได้รับการปรนิบัติแบบนี้จากมนสิชา

“อืม สบายจัง” ธนาธิปเอ่ยออกมาอย่างที่รู้สึก

“คุณจอมทัพอาบน้ำต่อนะคะ ปรางถูหลังให้เรียบร้อยแล้วค่ะ” มนสิชารีบบอกเพื่อที่เธอจะได้ออกจากห้องน้ำไป

“อย่าพึ่งไป อาบน้ำให้ด้วยสิ” ธนาธิปบอกแค่นั้น

“แต่ว่า.....” มนสิชาอยากจะปฏิเสธจริงๆ

“ไม่อยากอาบให้ก็ไม่เป็นไรนะ เชิญ!!” ธนาธิปพูดตัดบทแค่นั้นแล้วจึงอาบน้ำให้ตัวเองต่อ

“มาค่ะ ปรางอาบให้” มนสิชาไม่อยากให้ธนาธิปโกรธเธออีก เธอจึงยอมทำตามที่เขาบอก

เมื่อทั้งสองคนอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย ธนาธิปก็อารมณ์ดีมากขึ้น เพราะตลอดเวลาที่อาบน้ำธนาธิปคอยก่อกวนมนสิชาอยู่เป็นระยะๆ แต่มนสิชาก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรเพราะถึงทำไปก็ห้ามความต้องการของธนาธิปไม่ได้อยู่ดี

ตอนนี้ธนาธิปแต่งตัวเสร็จแล้ว ส่วนมนสิชากำลังนั่งทาครีมอยู่ที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ธนาธิปเดินยิ้มกรุ้มกริ่มเข้าไปหามนสิชาที่นั่งอยู่ เขาจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ ก่อนโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบที่ข้างหู

“ขอบใจนะที่อาบน้ำให้พี่” ((ฟอด)) ธนาธิปพูดขอบใจพร้อมกับกดจูบเบาๆ ที่ข้างแก้มสาว แถมเขาแทนตัวเองว่าพี่กับเธอด้วย

“ไม่เป็นไรค่ะคุณจอมทัพ” มนสิชาตอบรับคำแบบงงๆ

“ทำไมไม่เรียกพี่ว่าพี่ พี่อายุเยอะกว่าเราตั้งหกปี แล้วที่สำคัญพี่เป็นสามีของมะปรางนะ ไม่ได้เป็นเจ้านายจะเรียกพี่ว่าคุณทำไม” ธนาธิปอธิบายในสิ่งที่เขาต้องการ

“เอ่อ ปรางไม่กล้าเรียกค่ะ” มนสิชาตอบตามที่รู้สึก

“แล้วทำไมถึงไม่กล้า” ธนาธิปถามต่อไปอีก

“ก็ก่อนที่เราจะแต่งงานกันคุณจอมทัพคงจะไม่ชอบปรางอยู่มาก เพราะเวลาเจอหน้าปรางทีไรคุณจอมทัพก็คอยแต่จะหาเรื่องว่าปรางทุกที แล้วยิ่งตอนที่ปรางเรียนมหาวิทยาลัยคุณจอมทัพเองก็คงไม่อยากเข้าใกล้ปรางใช่มั๊ยค่ะ เพราะคุณป้าให้คุณจอมทัพไปรับไปส่งปรางคุณจอมทัพก็ไม่ยอมทำสักครั้งเดียว” มนสิชาเหมือนได้พูดความอัดอั้นที่อยู่ในใจ

“ตอนนั้นพี่อาจจะรู้สึกไม่ดีกับมะปราง แต่ตอนนี้ความรู้สึกพี่ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว แล้วมะปรางหละรู้สึกยังไงกับพี่” ธนาธิปแก้ไขความเข้าใจใหม่ให้มนสิชา

“เอ่อ...ปราง...ปราง” มนสิชาไม่กล้าบอกความในใจของตัวเอง

ธนาธิปจับให้มนสิชาหันหน้ามาหาตัวเอง เพราะเขาไม่อยากแค่มองตาของเธอผ่านกระจก เขาอยากที่จะสบตาเมื่อต้องบอกความในใจที่เขามีให้เธอได้รู้

“พี่รักมะปรางนะ อย่างที่พี่บอกตอนแรกๆ พี่อาจมีอคติกับมะปรางในหลายๆ เรื่อง ยิ่งพี่โดนคุณแม่บังคับให้แต่งงานกับมะปรางพี่ก็รู้สึกเกลียดมะปรางไปเลยด้วยซ้ำ แต่พอพี่ได้มาใช้ชีวิตคู่แบบสามีภรรยา มันทำให้พี่เห็นตัวตนที่แท้จริงของมะปรางมากขึ้น พี่แพ้ในความอดทน พี่แพ้ในความจริงใจ พี่แพ้ในความดีที่มีอยู่ในตัวมะปรางทั้งหมด พี่เองยังเคยสงสัยตัวเองเลยว่าพี่รักมะปรางจริงมั๊ย แต่ทุกครั้งที่มีใครเข้ามาใกล้มะปรางพี่ก็มักจะหึงโดยไม่รู้ตัว แล้วแบบนี้จะเรียกว่ารักได้หรือเปล่า พี่ต้องขอโทษในทุกๆ เรื่องที่เคยทำไม่ดีกับมะปราง ต่อจากนี้ไปพี่ขอสัญญาว่าจะรักและดูแลมะปรางให้ดีที่สุดเท่าที่ชีวิตของผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้นะ” ธนาธิปยอมเปิดเผยความในใจให้มนสิชารับรู้

“ขอบคุณนะคะที่รักปราง ปรางก็รักคุณจอมทัพค่ะ ปรางไม่รู้ว่าเริ่มรักคุณจอมทัพตั้งแต่ตอนไหน ปรางรู้ว่าจริงๆ แล้วปรางไม่มีสิทธิ์ที่จะรักคุณจอมทัพด้วยซ้ำ แต่ปรางก็เลือกที่จะทำตามเสียงหัวใจของตัวเองค่ะ” มนสิชาพูดไปก็น้ำตาไหลไป

“โอ๋ๆ อย่าร้องไห้นะครับคนดี” ธนาธิปพูดปลอบ

“แล้วตอนนี้ก็เลิกเรียกพี่ว่าคุณได้แล้วนะ ไหนลองเรียกพี่ว่าพี่ซิ” ธนาธิปบอกให้มนสิชาเปลี่ยนสรรพนามในการเรียกเขา

“ค่ะ พี่จอมทัพ” มนสิชายิ้มทั้งน้ำตาก่อนเอ่ยชื่อคนรัก

“ดีมาก แบบนี้ต้องให้รางวัล” ธนาธิปพูดชม

ธนาธิปพามนสิชามาที่เตียงนอน เขาและเธอต่างร่วมกันบรรเลงบทเพลงแห่งรักไปตลอดค่ำคืนที่แสนยาวนานด้วยกันอย่างมีความสุข

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น