น้ำมิ้ม

นิยายรักโรแมนติกของเจ้าหญิงและเจ้าชาย ที่มิใช่แนวทะเลทราย หากเป็นรักในดินแดนเอเชียทักษิณาคเนย์ ดินแดนแห่งสายน้ำ และเทือกเขาหิมาลัย ... ใครสายในฝัน ดั่งดวงหฤทัย เลือดขัตติยา แวะมาอ่านกันได้นะจ๊ะ

ตอนที่ 2 : สุดขอบชายแดน-1

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 : สุดขอบชายแดน-1

คำค้น : เจ้าหญิง, เจ้าชาย,บัลลังก์, ทิมปาล

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 65

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ค. 2561 00:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 : สุดขอบชายแดน-1
แบบอักษร

แดดยามเช้าของคิมหันตกาลในทิมปาลแม้จะยังไม่เริงแรง แต่ก็สว่างไสวจนสะท้อนกับตัวตึกที่สร้างด้วยหินอ่อนที่แต่ละช่วงจะมีเสาหินประดับกระจกสีที่เชื่อมกันจนกลายช่องประตูสูงนับสิบบานเรียงรายล้อมรอบราวกับกำแพงปราการสูง เหนือขึ้นไปอีกหนึ่งชั้นจึงเป็นช่องหน้าต่างทรงโค้งที่ก่อด้วยหินทรายสีชมพูแล้วกรุกระจกหลากสีที่คนภายนอกไม่สามารถมองผ่านเข้าไปข้างในได้ว่าบนชั้นอาคารนั้นคือห้องอะไรบ้างหากคนภายในสามารถมองทะลุได้อย่างชัดเจน และด้วยเหตุนี้คนภายในที่เห็นว่าขบวนทหารในชุดสีเขียวเข้มคาดด้วยสายสะพายสีแดงเฉดเดียวกับผ้าโพกศีรษะอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะกองทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์หนึ่งกองพันตั้งขบวนรอรับเสด็จอยู่พร้อมเพรียงด้านหน้ามาฮาลแล้ว เจ้าหญิงรวิลักษมีราชกุมารีจึงรีบเสด็จ โดยมีราชครูอาชว์ยืนคอยอยู่ที่รถยนต์พระที่นั่ง

“ภวิตตรา ผ้าคลุมพระเกศาล่ะ”

ราชครูหนุ่มเอ่ยท้วงนางพระกำนัลส่วนพระองค์หลังจากที่ราชกุมารีนั้นฉลององค์ด้วยชุดปัญจาบีเช่นเคย ฉลองพระองค์แบบกามีซ( Kameez) สีน้ำเงินเข้มยาวจรดพระชานุปักฉลุลวดลายนกยูงแพนหาง และพระสนับเพลาทรงซัลวาร์ (Salwar)ที่เนื้อผ้าพลิ้วพรายเป็นสีชมพูเข้มที่น่าจะเข้าเซ็ตกับผ้าคลุมพระเกศาที่อาชว์คาดเอาว่าน่าจะทรงลืมไว้ แต่เจ้าหญิงรวิลักษมีกลับทรงตรัสกับผู้เป็นครูสั้นๆ

“หญิงให้ภวิตตราเอาไปเปลี่ยนเป็นผ้าคลุมแบบธรรมดามาให้หญิงค่ะ”

แบบธรรมดาอย่างที่ทรงว่าไว้คือ แบบที่ไม่ได้ปักฉลุลวดลายใดๆและแน่นอนว่าไร้ซึ่งการประดับประดาด้วยเพชรพลอยตามแบบของราชวงศ์ และราชครูอาชว์ก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าฉลองพระองค์คราวนี้แม้จะมีลวดลายปักฉลุสวยงามหากไม่มีการประดับอัญมณีใดๆทั้งสิ้น

“หญิงสั่งให้เตรียมแบบนี้เองค่ะ เรากำลังจะไปแคว้นสินธุรัฐ ที่นั่นผู้คนมีวิถีชีวิตเรียบง่าย แม้แต่เจ้าหลวงเองก็ทรงเป็นเช่นนั้น เราเองเป็นฝ่ายไปเยี่ยมเยือนถึงถิ่น เข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตามใช่ไหมคะครู”

“เป็นเช่นนั้นพะยะค่ะ”

ราชครูอาชว์ยิ้มรับถ้อยคำเหล่านั้นพลางถวายคำนับเมื่อเจ้าหญิงรวิลักษมีเสด็จประทับรถยนต์พระที่นั่งเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะปล่อยให้ภาติและภวิตตรา ราชองครักษ์และนางพระกำนัลเข้าประจำที่ในรถทรง ในขณะที่ตนเองนั้นเดินไปยังรถยนต์ท้ายขบวนเสด็จ

เส้นทางไปยังเมืองทวิชะนั้นแม้จะเป็นเมืองชายแดนหากยังพอมีถนนตัดผ่าน แต่สิ่งที่ราชครูอาชว์และนายพลกาโชเป็นห่วงก็คือที่ประทับของเจ้าหญิงรวิลักษมี เนื่องจากป้อมปราการที่เมืองทวิชะนั้นคงต้องเตรียมไว้เป็นที่ประทับของเจ้าชายอนุรุทธะซึ่งท่านอัสมาหัวหน้าชนกลุ่มน้อยสุรัตตะน่าจะเข้ามาพักเพื่อมาอยู่กับหลานชายผู้สูงศักดิ์อยู่แล้ว และการที่ต้องให้เจ้าหญิงรวิลักษมีเสด็จไปประทับแรมด้วยที่ป้อมนั่นเป็นสิ่งที่นายพลกาโชไม่ไว้ใจ หรือหากจะบอกให้ถูกคือ นายพลกาโชไม่เคยไว้ใจผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชนกลุ่มน้อยสุรัตตะเลยแม้แต่นิดเดียว

“ภาติ ให้ขบวนไปที่บ้านพักของท่านภิษณะที่ชายแดนสักครู่ได้ไหม ช่วงนี้ท่านภิษณะต้องตามเสด็จท่านพ่อไปต่างประเทศคงไม่มีเวลามาเจอครอบครัว เราอยากจะไปเยี่ยมเยียนแทนและอยากพูดคุยกับคุณหญิงภรรยาของท่านสักเล็กน้อย”

“แต่บ้านท่านภิษณะอยู่ห่างจากป้อมปราการเมืองทวิชะมากนะพระเจ้าค่ะ”

“แต่ก็ใกล้จุดผ่านแดนสินธุรัฐมากกว่ามิใช่หรือ ไปบ้านท่านภิษณะเถิด ส่วนทหารให้แยกไปที่ป้อมตามเดิม”

“แต่เกล้ากระหม่อมว่า...”

“นี่เป็นคำสั่ง”

“พระเจ้าค่ะ”

ภาติรับพระเสาวนีย์แต่โดยดีก่อนจะหันไปบอกให้ขบวนรถหยุดลงเพื่อไปรายงานพระประสงค์ของเจ้าหญิงให้ราชครูอาชว์ทราบ ก่อนที่จะกลับมาถวายรายงาน

“ท่านราชครูแจ้งว่าจะตามเสด็จราชกุมารีไปที่บ้านท่านภิษณะพระเจ้าค่ะ ส่วนกองทหารก็ให้แยกไปที่ป้อมปราการเมืองทวิชะตามพระประสงค์พระเจ้าค่ะ”

พักตร์เรียวภายใต้ผ้าคลุมสีชมพูสดพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ภาติจึงก้าวขึ้นมานั่งประจำที่ของตน ก่อนจะออกคำสั่งให้ขบวนรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนตัวออกไป โดยที่ไม่ทันได้สังเกตสีหน้าของภวิตตรานางพระกำนัลที่นั่งข้างผู้ที่นั่งคลุมผ้าดูปัตตะสีชมพูสดนั้นที่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้สวมฉลององค์สีน้ำเงินลายนกยูงแพนหางแล้ว แต่หากเป็นเสื้อสีฟ้าเข้มแทน!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น