Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่33 “ฮันนี่มูน2”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่33 “ฮันนี่มูน2”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.8k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ค. 2561 18:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่33 “ฮันนี่มูน2”
แบบอักษร

ตลอดหลายวันที่ผ่านมามนสิชาและธนาธิปช่างเป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่ใครหลายๆ คนต่างต้องอิจฉา ทุกๆ เช้าธนาธิปและมนสิชาจะตื่นขึ้นมาดูทะเลหมอกด้วยกัน

ระหว่างวันธนาธิปพามนสิชาไปทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การล่องแพเพื่อชื่นชมทัศนียภาพโดยรอบของปางอุ๋ง พาไปชมสวนปางอุ๋งของโครงการพระราชดำริที่มีการจัดแสดงพืชพรรณต่างๆ ที่ผสมกลมกลืนกับสภาพภูมิประเทศบนที่สูง นอกจากนี้ยังมีโซนสวนไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาว เป็นต้น มนสิชาเองก็ไม่ลืมที่จะเก็บความทรงจำผ่านการบันทึกภาพด้วย

“เธอถ่ายรูปอะไรบ้าง ไหนขอฉันดูหน่อยสิ” ธนาธิปเห็นมนสิชาชอบถ่ายรูปเขาจึงขอดูภาพในกล้องของเธอ

“ปรางชอบถ่ายวิวค่ะ วิวที่นี่สวยๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ” มนสิชาตอบ

ธนาธิปไม่รอช้า เขาเดินมาซ้อนด้านหลังเพื่อดูรูปที่อยู่ในกล้องจากมือของมนสิชาทันที เขาเลื่อนดูภาพเกือบทุกภาพ ภาพทั้งหมดเป็นภาพวิวทิวทัศน์อย่างที่มนสิชาบอก

“ไม่เห็นมีรูปฉันบ้างเลย” คนที่พูดกำลังงอน

“เอ่อออออ” มนสิชาไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรดี

“อืม ฉันเข้าใจ เพราะฉันก็คงไม่เคยอยู่ในสายตาเธออยู่แล้วนี่เนอะ” ธนาธิปงอนมากขึ้น

“ไม่ใช่นะคะ” มนสิชาพยายามจะแก้ตัว

“ไม่ใช่ยังไง ก็เห็นๆ กันอยู่” ธนาธิปยังคงไม่ยอม

“มาค่ะ เดี๋ยวปรางถ่ายรูปคุณจอมทัพให้นะคะ” มนสิชาพยายามพูดเอาใจธนาธิป

“ไม่ต้อง ฉันไม่อยากถ่ายแล้ว” ธนาธิปเดินงอนหายเข้าไปในบ้าน มนสิชาจึงต้องรีบตามเขาเข้าไป

มนสิชาเองก็อ่อนอกอ่อนใจกับธนาธิปเสียเหลือเกิน เพราะบางครั้งเขาก็ดูรักเธอมากเกินไป บางครั้งก็งอนจนเธอเองก็ไม่รู้จะต้องทำอย่างไรเขาจึงจะหายโกรธเธอเสียที วันนี้กว่ามนสิชาจะง้อธนาธิปได้สำเร็จเธอต้องยอมตามใจเขาไปหลายต่อหลายรอบเลย บางทีมนสิชาเองก็แอบคิดว่าธนาธิปน่าจะแกล้งหาเรื่องงอนเธอเสียมากกว่า

บรรยากาศยามค่ำคืนของที่นี่ก็เงียบสงบและสวยงามมาก ธนาธิปและมนสิชาต่างพากันมานอนดูดวงดาวที่ลอยเด่นอยู่เต็มไปทั่วทั้งท้องฟ้าด้วยกัน

“ดาวที่นี่สวยจังเลยค่ะ” มนสิชาพูดชมเมื่อดวงดาวนับร้อยพันปรากฎออกมาให้เห็น

“ใช่ ดาวที่นี่สวย แถมมีให้เห็นเต็มทั่วทั้งท้องฟ้าเลย” ธนาธิปพูด

ทั้งสองคนยังคงนอนดูดาวด้วยกันต่อไปจนอากาศเริ่มหนาวมากขึ้นจึงต้องกลับเข้าไปในบ้านเพราะกลัวว่าจะไม่สบาย

สิ่งต่างๆ ที่ทั้งสองคนได้ทำร่วมกันมันช่างเป็นความสุขอย่างแท้จริง ทำให้ตอนนี้ธนาธิปเริ่มรู้ใจตัวเองแล้วว่าเขารักมนสิชามากแค่ไหน เมื่อยังมีโอกาสอยู่ด้วยกันแบบนี้ เขาเองก็ขอตักตวงความสุขเก็บเอาไว้ให้ได้มากที่สุดก็แล้วกัน


วันนี้เป็นเช้าวันที่แปดของการได้มาพักผ่อนที่ปางอุ๋ง ธนาธิปและมนสิชาต้องเตรียมตัวเดินทางกลับบ้านแล้ว ธนาธิปรู้สึกว่ามันคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป จริงๆ การได้อยู่กับคนที่เรารักไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็มีความสุขทั้งนั้น

“เธอชอบที่นี่มั๊ย” ธนาธิปถาม

“ชอบค่ะ ที่นี่สวย บรรยากาศดี เงียบสงบ” มนสิชาตอบ

“อืม ไว้คราวหน้าเรามากันใหม่นะ ถึงตอนนั้นลูกๆ ของเราคงมีโอกาสได้มาด้วยแน่ๆ” ธนาธิปบอก

มนสิชายิ้มกับคำพูดของธนาธิป เธอเองก็ไม่รู้ว่าป่านนี้ลูกน้อยจะมาเกิดหรือยัง ถ้าเธอไม่ได้คิดไปเองตอนนี้ธนาธิปน่าจะมีใจให้กับเธอบ้างแล้ว


ตลอดเส้นทางในการกลับบ้านธนาธิปพามนสิชาแวะเที่ยวไปตลอดทาง สถานที่แรกเขาพาเธอมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน ณ พระธาตุดอยกองมู เดิมชื่อ วัดปลายดอน ตั้งอยู่ที่ดอยกองมู อำเภอเมือง ถือเป็นวัดและพระธาตุประจำจังหวัด และเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองแม่ฮ่องสอน

พระธาตุดอยกองมู เป็นปูชนียสถาน ประกอบด้วย พระธาตุเจดีย์ ศิลปะไทใหญ่-พม่า จำนวน 2 องค์ จากวัดพระธาตุ ดอยกองมูนี้ สามารถมองเห็นภูมิประเทศและสภาพตัวเมืองแม่ฮ่องสอนได้อย่างชัดเจน

สถานที่ที่สองคือ สะพานอธิษฐานสำเร็จ หรือ สะพานซูตองเป้ เป็นสะพานไม้ไผ่ กว้าง 2 เมตร ยาวประมาณ 600 เมตร สร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธาของพระภิกษุ สามเณร และชาวบ้าน โดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ วัสดุที่ใช้หาได้ในท้องถิ่น เสาจากไม้เก่าของชาวบ้านปูพื้นด้วยไม้ไผ่ ทอดยาวจากสวนธรรมภูสมะถึงหมู่บ้านกุงไม้สัก ผ่านลำน้ำแม่สะงา ผ่านทุ่งนาของชาวบ้าน เพื่อให้พระภิกษุสามเณรออกรับบิณฑบาต ถือเป็นสะพานไม้แห่งศรัทธา คำว่า “ซูตองเป้” (Su-Tong-Pe) นั้นเป็นภาษาไทยใหญ่ แปลว่า อธิษฐานสำเร็จ สะพานแห่งนี้จึงเป็นเหมือนตัวแทนแห่งคำอธิษฐานสำเร็จ มีพระสงฆ์บิณฑบาตบนสะพานทุกเช้าเวลา 6.30 -7.30 น.

“เหนื่อยมั๊ย” ธนาธิปถามมนสิชาเมื่อกลับขึ้นมาบนรถ

“ไม่เหนื่อยค่ะ” มนสิชารีบตอบ

“เธอชอบหละสิ” ธนาธิปถามต่อ

“ค่ะ มันเป็นครั้งแรกในการมาเที่ยวของปราง” มนสิชาตอบตามความเป็นจริง

“ไว้มีโอกาสฉันจะพาเธอไปเที่ยวที่อื่นอีกนะ” ธนาธิปบอกอย่างใจดี

“จริงๆ นะคะคุณจอมทัพ แต่ว่า.....าาา” มนสิชารีบตอบ

“อืม ว่าแต่ทำไมฮึ” ธนาธิปถาม

“ปรางอยากให้แม่ ยาย และน้องๆ มาเที่ยวด้วยค่ะ เพราะที่บ้านปรางจน พวกเราเลยไม่เคยได้ไปเที่ยวที่ไหนกันเลยค่ะ เมื่อมีโอกาสปรางก็ไม่อยากมีความสุขอยู่คนเดียว ปรางอยากให้ทุกคนมีความสุขเหมือนปรางด้วยค่ะ” มนสิชารีบอธิบาย

“อืม ได้สิ ไว้เราค่อยพาคุณแม่ คุณยาย และน้องๆ ของเธอมาเที่ยวด้วยกันนะ” ธนาธิปให้คำสัญญา

“ขอบคุณนะคะคุณจอมทัพ” มนสิชารีบกล่าวขอบคุณทันทีด้วยความดีใจ


ธนาธิปและมนสิชากลับถึงบ้านในตอนค่ำๆ ของวันมนสิชาซื้อขนมและของฝากมาฝากทุกคนในบ้านจารุพิชญาด้วย

“คุณป้าขนมและของฝากค่ะ” มนสิชาบอกคุณอารดา

“โธ่ แม่คุณ ไปเที่ยวก็ยังไม่ลืมป้า ขอบใจหนูมะปรางนะลูก” คุณอารดากล่าวคำขอบใจ

“ค่ะ” มนสิชาตอบรับ

“ไปเที่ยวสนุกมั๊ยจ๊ะ” คุณอารดาถามมนสิชา

“สนุกค่ะคุณป้า” มนสิชารีบตอบ

“แล้วเราหละจอมทัพ เป็นยังไงบ้างได้ไปเที่ยวพักผ่อน” คุณธนาคมถามบุตรชาย

“สนุกครับคุณพ่อ” ธนาธิปตอบบิดา

“อืม ดีละ งั้นไปพักผ่อนกันได้แล้ว” คุณธนาคมบอก

“ครับ/ค่ะ” ทั้งสองคนตอบคุณธนาคมพร้อมกัน

เมื่อทั้งสองคนออกไปจากบ้านใหญ่เพื่อกลับไปพักผ่อนที่เรือนริมน้ำแล้ว คุณอารดายังคงพูดคุยต่อกับคุณธนาคม

“คุณพี่ค่ะ คุณพี่ว่าเราน่าจะมีโอกาสได้อุ้มหลานมั๊ยค่ะ” คุณอารดาถามสามี

“ผมไม่รู้ ทำไมคุณไม่ถามจอมทัพหละ” คุณธนาคมตอบภรรยา

“แหมคุณพี่ น้องก็กลัวหนูมะปรางจะอายหนะสิคะ” คุณอารดาตอบสามี

“เราอย่าไปยุ่งเรื่องของลูกๆ เลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า ผมว่าเราไปทำน้องให้เจ้าจอมทัพบ้างดีกว่า” คุณธนาคมเย้าภรรยา

“คุณพี่อะ!!” คุณอารดาเขินกับคำพูดของสามี

ตั้งแต่ท่านทั้งสองแต่งงานกันมา ท่านทั้งสองไม่เคยทะเลาะกันเลย คุณธนาคมเคยปฏิบัติต่อคุณอารดาแบบไหนท่านก็ยังปฏิบัติเช่นเดิมมาร่วมสามสิบกว่าปีแล้ว และท่านก็หวังเหลือเกินว่าบุตรชายเพียงคนเดียวของท่านจะมีความสุขเหมือนกับท่านเช่นกัน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น