AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 61 ทารัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 61 ทารัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 299

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ค. 2561 17:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 61 ทารัน
แบบอักษร

ตอนที่ 61 ทารัน

**สายตาของชายฉกรรจ์ทั้ง 7 คนมองมาที่รูปโฉมของนานะน้อยด้วยความใคร่ ท่าทีของพวกมันเปลี่ยนไป จากการนั่งมองเฉยๆ กลายเป็นส่งจิตสังหารข่มขู่ไผ่ รอยยิ้มแสยะจนเห็นฟันที่มีคราบสีเหลือง และสิ่งสกปรกติดอยู่เต็มไปหมด หนึ่งในนั้นค่อยๆ ลุกขึ้นมาพร้อมกับวางท่าทางข่มขู่อย่างเห็นได้ชัด พลันชายอีก 6 คนก็ลุกตาม

**การกระทำของพวกมันทำให้เจ้าของร้านสั่นกลัวและรีบถอยหลบมุมนั่งงุ้มเข่าอยู่อย่างนั้น นั่นเพราะเจ้าของร้านรู้ถึงอิทธิพลของพวกมันดี พวกนี้เป็นคนของกิลด์โกกิ กิลด์ระดับกลางที่มีอันธพาลอยู่เยอะที่สุด และอิทธิพลของพวกมันนั้นน่ากลัว ทั้งยังมีมหากิลด์อันดับ 3 กิลด์มังกรทมิฬ กิลด์ที่เด่นในเรื่องของความชั่วร้ายที่ไม่สามารถเอาเรื่องได้ นั่นเพราะหัวหน้า และรองหัวหน้ากิลด์มังกรทมิฬ คือทายาทของราชวงศ์ซึ่งเป็มหากิลด์ของเมืองนี้หนุนหลังอยู่

**เมื่อเป็นดังนี้แล้ว หนุ่มน้อยกับเด็กสาวที่โชคร้ายมาเจอกับพวกมันไม่มีโอกาสรอดไปได้เลย แม้กระทั่งการเข้าไปห้าม เจ้าของร้านก็ไม่มีความกล้าพอ เพราะการเข้าไปยุ่งก็คือการเอาชีวิตไปทิ้ง

******ชาย 7 คนเดินมายังโต๊ะของไผ่ที่ตอนนี้เขากับนานะกำลังรีบกินข้าวโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง

**ชายร่างยักษ์หน้าตาดุร้ายสวมชุดหนังสัตว์สีน้ำตาลรัดรูปด้านหลังสะพายดาบยักษ์มองดูเด็กน้อยสองคนที่กำลังกินข้าวโดยไม่สนใจสิ่งใด แม้กระทั่งหัวหน้ากลุ่มผู้มีอำนาจอย่างมันความไม่พอบังเกิดอย่างแจ่มชัดมันตบโต๊ะด้วยมืออันใหญ่ของมันดังปัง!! เพื่อเรียกความสนใจจากเด็กทั้งสอง

******ไผ่หยุดกินแล้วค่อยๆ แหงนหน้ามองไปยังตัวต้นเหตุที่ทำเสียงดังรบกวนการกินข้าว ก็เจอกับชายร่างยักษ์ที่มองด้วยสายตาอันเปี่ยมไปด้วยความต้องการสังหาร พลันคิ้วไผ่ก็กระตุกทันที

**-เจ้าพวกนี้มาทำอะไร- นี่คือความคิดที่บังเกิดขึ้นอันดับแรก แต่เมื่อมองดูเส้นแสงที่เนตรเห็นก็เจอกับความว้าวุ่นสับสน แสงสีแดงและดำหมุนวนในร่างอย่างบ้าคลั่ง พลันไผ่ก็นึกถึงหนังสือเกี่ยวกับพื้นฐานของเนตรนี้ซึ่งราอิลบังคับให้อ่านนับ 100 เล่ม

**จากบทที่ 1 เส้นสายแสงที่หมุนวนของสิ่งต่างๆ นั่นบ่งบอกอารมณ์และความต้องการของสิ่งนั้นๆ ที่มีวิญญาณสถิต

**แสงสีดำคือความต้องการลบให้สูญสิ้น ยิ่งหมุนวนเร็วเท่าไร ความต้องการก็มากเท่านั้น

**แสงสีแดง คือความร้อนทางด้านอารมณ์ ยิ่งเข้มและหมุนวนเร็วก็ยิ่งมีมาก

**แม้ไผ่จะจำได้คร่าวๆ จากบทอธิบายต่างๆ ในหนังสือ แม้เพียงเล็กน้อย ก็รู้ได้ว่าชายคนนั้นต้องการฆ่าเขา <อันที่จริงไม่ต้องพึ่งหนังสือก็รู้โดยสัญชาตญาณอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ากรณ์ของเนตรนั้นมันบ่งบอกภายใน ซึ่งจะจำเป็นต้องใช้จริงๆ ก็ต่อเมื่อเจอกับพวกเบ้งๆ ที่มีระดับดาว มากกว่า 20 ดาวนั่นแหละ>

******……………………..

**ไผ่มองหน้าชายร่างยักษ์ด้วยสีหน้าเย็นชาและเรียบนิ่ง ไม่ได้พูดอะไร ชายร่างยักษ์เมื่อเห็นสายตาแบบนั้นจู่ๆ เหงื่อก็ไหลออกมาทั่วร่าง ความรู้สึกเมื่อเจอสายตานี้คือหนาวสะท้านไปทั้งตัวโดยไม่รู้ว่าอาการแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ร่างกายรึจะสู้กับโทษะในใจได้ เขามองไผ่กลับไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรง

**“ไอ้หนู แกกล้าจ้องหน้าข้าหรือ แกไม่รู้จักทารันผู้นี้หรืออย่างไร!!” น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยไอฆ่าฟันกล่าวของมาจากปากที่มีคราบเหลืองติดของทารัน ชายอีกคนก้าวเท้ามายืนข้างๆ ทารันส่งจิตสังหารสมทบอีกแรงหวังให้เด็กหนุ่มตรงหน้ากลัวหัวหด

**“...” ไผ่ไม่ได้เอ่ยใดๆ ออกมา เขานั่งนิ่งๆ แล้วหันหน้ากลับมาจัดการอาหารในจานต่อ ท่าทีเฉยเมยเช่นนี้นับเป็นการยั่วยุโทษะของทารันอย่างมหาศาล มันไม่สนใจใครเหวี่ยงหมัดเข้าใส่หน้าของไผ่ทันที

**ฉึก!!

**********เสียงที่เกิดขึ้นไม่ใช่เสียงของหมัดที่โดนเป้าหมาย แต่มันเป็นเสียงคล้ายกับอะไรบางอย่างโดนแทง ทารันชักมือออกอัตโนมัติแล้วกัดริมฝีปากฝืนความเจ็บปวดไม่ให้ร้องลั่นออกมา

**มือข้างขวาที่ถูกใช้งานเมื่อก่อนหน้าบัดนี้มีช้อนไม้ปักอยู่ โดยมีหัวช้อนโผล่ออกมาให้เห็น ส่วนปลายช้อนนั้นถูกฝังลึกเข้าไปในกระดูกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สีหน้าของทารันแดงก่ำไปด้วยความโกรธ มันรับไม่ได้ที่โดนเด็กหนุ่มหยามหน้ามันแบบนี้ มือซ้ายจับหัวช้อนแล้วดึงออกด้วยความโกรธกริ้วพร้อมกับเลือดที่ไหลทะลักออกมาจากมือ ทั้งยังกัดฟันจนลั่นกร๊อบพยายามข่มความเจ็บปวดไว้ มือข้างที่เจ็บอยู่ฝืนคว้าดาบยักษ์ที่เหน็บด้านหลัง

**แต่ทว่ามือซ้ายของไผ่กลับรวดเร็วยิ่งกว่า ไผ่คว้าคอเสื้อของทารันแล้วดึงเข้ามาหาตัวเอง จากนั้นมือขวาก็คว้าช้อนที่อยู่ในมือของนานะ หันปลายช้อนที่มีลักษณะแหลมๆ เข้าหาลำคอของทารันทันทีโดยไม่มีคำบอกกล่าวใดๆ

**ฉึก!!! เสียงช้อนไม้ที่ทะลุเข้าไปในลำคอของทารันด้วยแรงอันมหาศาลของไผ่ ที่เเม้จะใช้แก้วไม้ไร้คมพละกำลังก็มาพอที่จะส่งมันให้ทะลุเข้าไปในร่างของมนุษย์ได้อย่างง่ายดาย ยิ่งด้วยช้อนที่ปลายด้ามอกแหลมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งแทงเข้าไปในเนื้อหนังของทารันได้ง่ายเข้่ไปอีก และมิดด้ามเสียด้วย

**เมื่อทารันโดนแทงโดยไม่ตั้งหลักสีหน้ามันฉายแววตกใจออกมา มันถีบโต๊ะให้เป็นแรงผลักมันออกจากมือของไผ่ (ซึ่งไผ่มันก็จงใจปล่อย) อย่างกระวนกระวาย แล้วใช้มือกุมหัวช้อนอย่างแน่นหนา

**อึก!! ทารันพยายามกลืนลิ่มเลือดของตัวเองเข้าไปแล้วรีบล้วงเอาขวดแก้วบางอย่าง ปากอันแข็งแกร่งกัดไปที่หัวขวดแก้วนั้นเพื่อเปิดแบบเร่งด่วนจนหัวขวดแตกและทิ่มแทงริมฝีปากของทารันจนเจ้าตัวได้รับความเจ็บปวดไม่น้อย น้ำยาถูกกรอกเข้าไปในปากพร้อมกับจังหวะแห่งการดึงเอาช้อนออกมาและกลืนน้ำยาลงไปด้วยความยากลำบาก

**ทารันดิ้นด้วยความเจ็บปวดที่พื้นจนโต๊ะที่ตั้งอยู่ต่างลมครืนลงมาเพราะแรงดิ้นนั้น ชายอีก 6 คนเมื่อเห็นท่าทางของหัวหน้าตนก็พุ่เข้ามาล้อมไผ่พร้อมกับส่งจิตสังหารอันรุนแรงออกมา เจ้าของร้านเมื่อเจอกับจิตสังหารนี้ถึงกับร้องลั่นแล้ววิ่งออกไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ทารันที่ตอนนี้หยุดดิ้นแล้ว มันรีบลุกขึ้น ดาบยักษ์ถูกหยิบออกมาตั้งท่าเตรียมพร้อมอย่างรวดเร็ว บาดแผลที่คอ และตามส่วนต่างๆ ของมันในตอนนี้นับว่าดีขึ้นแล้ว เลือดหยุดไหล แผลก็ปิด แต่ยังไม่สนิท

**“แกกล้ามากนะไอ้เศษสวะ หนำซ้ำยังทำให้ข้าต้องเสียน้ำยาฟื้นฟูบาดแผลขวดนั้นที่ใช้เงินจำนวนมากเพื่อซื้อมาอีก อย่าคิดว่าแกจะมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่เลย” ทารันจ้องหน้าไผ่ด้วยตาอันแดงก่ำ ดาบที่อยู่ในมือง้างขึ้นแล้วฟันมายังร่างของไผ่เพื่อให้ขาดเป็นสองท่อน แรงเหวี่ยงที่ก่อให้เกิดกระแสลมได้นั้นนับว่าไม่ธรรมดา

**“ตายซะ!!!” ทารันตะคอกด้วยเสียงเหี้ยมแล้วถ่ายพลังเวทเข้าดาบ

**ไผ่มองไปยังตัวการด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

**“ใช่ ตายซะ” คำพูดที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งทิ่มแทงถูกเอ่ยออกมาจากปากไผ่ เขารับดาบด้วยมือข้างเดียวพลันพลังเวทที่อัดมากับดาบทั้งหมดสลายไปในพริบตา ดาบยักษ์ถูกกระตุกเบาๆ ก็หยุดออกมาจากมือของทารันที่ตอนนี้ตาเบิกกว้าง

**ชายอีกหกคนที่พุ่งเข้ามาเสริมเตรียมพร้อมจะสานต่อต่างก็นิ่งค้างแล้วมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยสายตาโง่งม

**ดาบยักษ์หมุนกลับเปลี่ยนจากด้ามดาบเป็นปลายดาบอย่างรวดเร็ว นิ้วมือของไผ่หมุนควงดาบยักษ์นั้นในท่านั่งแล้วเหวี่ยงออกไปก่อให้เกิดรูปดาบ 6 เล่มออกมาแล้วพุ่งไปยังตำแหน่งของชายทั้ง 6

**ฉั๊วะ!!

******เพียงเสียงเดียว และเสียงวิ้งๆ ตามมาตอนท้าย กับภาพร่างไร้หัวที่มองในมุมกลับด้านฉายออกมา จากนั้นภาพก็เย่าเหมือนกับกระแทกอะไรบางอย่าง แล้วหมุนจนเห็นภาพทิวทัศน์ในมุมกล้องที่กลิ้งลงกับพื้น ไปสิ้นสุดตรงที่ขอบโต๊ะที่กระจัดกระจาย แล้วภาพทุกอย่างก็มอดดับไป

**“ไปกันเถอะนานะ เราต้องช่วยกันคิดหาวิธีช่วยเทพสาวแสนสวยดีกว่า” ไผ่พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแฝงแววขี้เล่นกับนานะน้อย เธอพยักหน้าแล้วยิ้ม

**“ใช่แล้วพี่ชาย ต้องช่วยนานะช่วยพี่เทพสวย” นานะแย้มยิ้มอย่างไร้เดียงสาแล้วหมุนตัวกอดไผ่

**“อื้อ ไปดูเขตแดนเทพเขตในกันเถอะ เผื่อจะได้เบาะแสอะไรบ้าง” ไผ่พูดพร้อมกับลูบหัวนานะเบาๆ เธอก็ตอบรับด้วยน้ำเสียงขันแข็ง

**แต่แล้วนานะก็บอกให้ไผ่หยุด พร้อมกับตอบว่า ภูติน้อยบอกว่าในร่างของพวกนี้มีสิ่งของที่น่ากลัวอยู่ ไผ่มองไปยังร่างด้วยสีหน้าฉงนแล้วเพ่งดูเส้นสายครู่หนึ่ง แสงสีต่างๆ ไม่ได้จางหายไปสู่ธรรมชาติแต่กลับถูกดูดเข้าไปยังจุดจุดหนึ่ง เมื่อแสงสีเหล่านั้นไม่เหลืออยู่แล้วไผ่ก็เห็นจุดสีดำพุ่งออกจากร่างด้วยความเร็ว

**แต่ความเร็วแค่นี้ยังถือว่าช้าสำหรับไผ่ มือขวารีบคว้าจุดสีดำนั่นทันที และอีก 6 ลูกก็ถูกคว้าในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน ไผ่มองดูสิ่งที่อยู่ในมือ มันคือเม็ดสีดำเล็กๆ เท่าปลายปากกาเม็ดหนึ่ง แต่เมื่อส่งสัมผัสเข้าไปข้างในพลันความรู้สึกนี้ก็ทำให้จิตวิญญาณของไผ่สั่นสะท้านขึ้นมาทันที

******“มะ ไม่จริง นี่มัน...มีเศษเสี้ยวของพลังปีศาจอยู่ ไม่ใช่สิ สิ่งนี้มนุษย์ไม่สามารถสร้างเองได้ นอกเสียจากจะ....ถูกฝังไว้กับร่างกาย!!” เมื่อสิ้นคำพูดแรงกดดันมหาศาลของไผ่ถูกปล่อยออกมาชั่ววูบหนึ่ง นานะน้อยถึงกับสั่นสะท้านกับแรงกดดันนี้ เธอรับรู้ถึงความโกรธที่ปะทุออกมาเมื่อครู่ แต่ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าอะไรกันที่ทำให้ไผ่แสดงท่าทางแบบนี้ออกมาได้

**แต่จู่ๆ ก็มีเสียงพึมพำออกมาจากปากของไผ่อย่างแผ่วเบา

**“ไอพลังแบบนี้ ...จำมันได้...ไอ้รัชทายาทนั่น....” ไผ่พูดออกมาโดยแววตาของเขาตอนนี้นั้นไร้สีสัน มันเป็นแววตาว่างเปล่าและดำมืดทำให้ผู้จ้องรู้สึกเหมือนกับถูกดูดไปสู่สถานที่ซึ่งน่ากลัวและหนาวเหน็บหาใดเปรียบ แต่แววตาแบบนี้แสดงออกมาแค่แวบเดียว ไผ่ก็กลับมายิ้มแย้มเหมือนดังเดิม แล้วอุ้มนานะเดินออกจากร้านไป

**พอออกมาได้ประมาณ 10 เมตร

**“พี่ชายคะ อย่ลืมทำลายหลักฐานสิ นี่พึ่งอบรมนานะกับแพตตี้มาหมาดๆ เองไม่ใช่เหรอ บู่วว” นานะส่งเสียงจิจ๊ะพร้อมกับดึงแก้มไผ่เล่นเหมือนเป็นการลงโทษ

**ไผ่ชะงักแล้วหัวเราะแหะๆ

**“ขอโทษก้าบ” เขาพูดโดยแสร้งทำสีหน้าสำนึกผิด แต่ก็โดนนานะดึงแก้มเล่นอีกครั้ง กระนั้นมือขวาก็สะบัดเบาๆ ทีหนึ่งไฟก็ลุกท่วมร้านค้านั้นทันที เผามันจนไม่เหลือซาก เหรียญทอง 2 เหรียญหยิบออกมาจากแหวนมิติ พร้อมกับห่อลงบนผ้าแล้วเขียนอักษรของที่นี่ไว้ว่า *ค่าเสียหายและค่าอาหาร*

**ไผ่สูดลมหายใจทีหนึ่งเพื่อค้นหาอะไรบางอย่าง เมื่อพบเป้าหมายแล้วก็สะบัดมือทีหนึ่งห่อผ้านั้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

******.......................

**ชายเจ้าของร้านที่วิ่งมาด้วยสีหน้าตื่นกลัว เมื่อได้สติก็กลับกลายเป็นความเร้าใจอย่างสุดซึ้ง นั้นเพราะร้านนั้นเขาทุ่มเทสร้างมันมากับมือ แต่แล้วก็อาจจะถูกทำลายจนเละด้วยฝีมือของทารัน เหมือนกับร้านอื่นๆ ก่อนหน้า คิดแล้วก็ยิ่งเสียใจ ตนก็ยกมือมาปาดน้ำตาที่ไหลออกมา

**ระหว่างปาดน้ำตาอยู่นั้นก็รู้สึกราวกับว่าที่มือของตนมีอะไรบางอย่างอยู่ เมื่อแบออกมาก็เจอกับห่อผ้าห่อหนึ่งที่มีข้อความเขียนไว้ด้วยว่า *ค่าเสียหายและค่าอาหาร* เขามองมันด้วยสีหน้าง งง งวยว่ามาอยู่ในมือตนได้อย่างไร

**แต่แล้วความสงสัยก็ชนะ มือค่อยๆ คลี่ห่อผ้าออก และเมื่อเห็นข้างในก็ร้องไห้โฮออกมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้นั้นแตกต่างจากครั้งก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง เพราะสิ่งที่อยู่ในห่อผ้านี้ มันสามารถทำให้เขาสร้างร้านใหม่ที่ดีกว่าเดิมได้ดั่งใจ

..............................................................................********************************************************************************************************************************

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น