ฮิเมะซัง

ขอขอบคุณทุกการสนับสนุน ทั้ง เข้ามาอ่าน ไลค์ แชร์ คอมเมนท์ ให้ดาว ให้เหรียญ ให้กุญแจ ทุกๆ อย่างที่มอบให้ มันมีคุณค่ามากมายจริงๆ ค่ะ

EP.6 คนที่เปลี่ยนไป [2/2]

ชื่อตอน : EP.6 คนที่เปลี่ยนไป [2/2]

คำค้น : That's mom,คนเป็นแม่,เคะท้องได้,นิยายY,ฮิเมะซัง

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.4k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ม.ค. 2562 00:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
EP.6 คนที่เปลี่ยนไป [2/2]
แบบอักษร

6

คนที่เปลี่ยนไป

[2/2]

สามวันต่อมา

งานหมั้นจัดขึ้นที่บ้านของผมแบบอบอุ่น โดยมีญาติฝ่ายชายและฝ่ายชาย (?) มาร่วมงานกันไม่มากเท่าไหร่ พ่อแม่ฝั่งดินค่อนข้างออกตัวแรงว่าไม่ปลื้มที่ลูกชายดันทำเรื่องให้งามหน้าก่อนวัย แต่เพราะพวกท่านเห็นแก่ความถูกต้องก็เลยยอมจัดงานหมั้นให้

สำหรับฝั่งผมที่มีแต่คนใกล้ตัวก็ดูจะตกใจไม่น้อยที่รู้ว่าผมยังสามารถท้องได้ เขาถามผมกันยกใหญ่ว่ามดลูกยังใช้การได้อยู่หรือไง ไหนว่าประจำเดือนหายไปแล้ว

ผมคร้านจะตอบก็เลยโยนไปให้แม่ตัวดีเป็นคนจัดการ ทีแรกก็กะจะให้ญาติๆ ไปรุมถามจนแม่หัวหมุน ทว่าท่านกลับเอาทุกอย่างได้อยู่หมัดแถมยังทำงานได้อย่างรวดเร็วกระชับสมกับเป็นผู้จัดการบริษัทใหญ่จริงๆ

“เหนื่อยไหม”

ดินยื่นแก้วน้ำมาให้หลังจากทุกอย่างภายในบ้านกลับมาสงบเงียบราวกับงานหมั้นก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้น

“ขอบใจ”

ผมที่กำลังนั่งอยู่ตรงปลายเตียงในห้องนอนรับแก้วน้ำจากอีกฝ่ายมาดื่มแล้วก็ถอนหายใจ

“นายทำแบบนี้มันยิ่งไม่ดีรู้ตัวบ้างไหม”

ดินลงมานั่งข้างๆ แล้วถามกลับว่าไม่ดียังไง

“ก็มันจะกลายเป็นการรัดตัวนายให้อยู่กับเราตลอดไป”

“ที่ข้าวพูดแบบนี้เพราะห่วงผม หรือกลัวว่าไอ้กล้าจะไม่มีสิทธิ์เข้ามาวุ่นวายในชีวิตเหรอครับ”

“ดินอย่าหาเรื่องตอนนี้ได้ไหม!” ผมเอ็ดใส่อีกฝ่าย “วันนี้เราเหนื่อยมากแล้วนะ”

“ผมถามเพราะอยากรู้ ไม่ได้อยากจะหาเรื่องสักหน่อย”

“แล้วนายจะอยากรู้ไปทำไม”

“ก็ผมเห็นข้าวดูไม่พอใจงานหมั้นครั้งนี้ เลยสงสัยว่าข้าวอาจจะอยากให้คนที่ทำพิธีหมั้นเป็นไอ้กล้ามากกว่าผมก็ได้”

ผมจ้องหน้าเขาแล้วก็ถอนหายใจ “ถ้าใช่แล้วจะทำยังไง”

“ผมก็จะเดินหน้าต่อไป ใช้ชีวิตอยู่กับข้าวเหมือนคู่หมั้นเขาทำกัน” ว่าจบดินก็ดันตัวผมให้นอนราบลงบนเตียง แล้วเขาก็ขึ้นมาคร่อมร่างผมไว้

“ดิน นายคิดจะทำอะไร!” ผมเห็นทีท่าจะถูกคุกคามเลยสลัดตัวให้หลุดจากอีกฝ่าย แต่ก็ทำไม่สำเร็จเพราะสู้แรงของเขาไม่ไหว

“ผมแค่เหนื่อยอยากนอนพักกับคู่หมั้น มันผิดด้วยเหรอครับ”

ดินยิ้มหวานก่อนจะโน้มใบหน้าลงมา ทุกท่วงท่าของเขาดูเชื่องช้า ทว่าแฝงไว้ด้วยไฟอันร้อนแรงที่ผมก็ไม่รู้ว่ามันมาจากไหน

“ดินนายเมามารึไง” ผมดมกลิ่นตัวเพื่อพิสูจน์ว่าเขาเมาจริงหรือไม่ ซึ่งมันก็เป็นไปตามที่ผมสงสัย “นายไปดื่มมาตอนไหน!” เท่าที่จำได้ ดินไม่ได้แตะเครื่องดื่มมึนเมาจนกระทั่งพิธีการเลิกเลยไม่ใช่หรือไง

“ข้าวขึ้นบ้านทิ้งผมให้โดนญาติๆ เลี้ยงส่ง จำไม่ได้เหรอครับ” เขาไขกระจ่างให้ผมฟังด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้ม

“ดินนายเมามากแล้ว มานอนดีๆ เถอะ”

ผมดันร่างอีกฝ่ายให้ลงไปนอนแผ่หลาอยู่ข้างๆ แล้วตั้งท่าจะไปเอาผ้าชุบน้ำหมาดๆ มาเช็ดตัวให้ แต่ก็ถูกดินรั้งตัวไว้ เขาจับข้อมือผมไม่ยอมปล่อยไปไหน ผมมองสีหน้าของอีกฝ่ายที่กำลังแสดงความเศร้าโศกเสียใจ

“อยู่กับผมก่อนได้ไหม”

ดินดึงตัวผมให้กลับเข้าไป ผมทรงตัวไม่ทันเลยล้มลงไปนอนทับตัวเขาแบบไม่ได้ตั้งใจ

ดินกอดร่างของผมที่กำลังนอนทับบนตัวเขาเอาไว้

ผมได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของอีกฝ่าย

ดินกำลังหวั่นไหว

“นายเมาเกินไปแล้วนะ”

ผมพูดขึ้นเพื่อให้เขารู้ตัวว่าตอนนี้เขากำลังหวั่นไหวเพราะฤทธิ์จากแอลกอฮอล์ แต่ดินก็ส่ายหน้าปฏิเสธบอกว่าถึงไม่เมาเขาก็หวั่นไหวกับผมมาโดยตลอด

“หมายความว่าไง”

ผมถามอีกฝ่ายเมื่อเริ่มรู้ความรู้สึกข้างในของผู้ชายตรงหน้า

“ผม...” ดินจ้องตาผม นัยน์ตาของเขาเปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกมากมาย “ผมรู้สึกกับข้าว...”

“อย่าพูดตอนนี้เลย” ผมใช้นิ้วแตะริมฝีปากเขาไว้ “เรายังไม่พร้อมจะเปิดใจให้ใคร”

“แต่ผมต้องพูดตอนนี้” ดินแกะนิ้วผมออกก่อนจะพูดความในใจ “ตั้งแต่ได้อยู่ห้องเรียนเดียวกันตอนม.ต้น ผมก็รู้เลยว่าข้าวพิเศษกว่าใคร ที่ผมคอยอยู่ข้างข้าว คอยดูแลข้าวก็เพื่อจะทำให้ข้าวรับรู้ถึงความรู้สึกที่ผมมีให้ แต่เพราะข้าวเห็นผมเป็นเพื่อนสนิทมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ผมถึงไม่กล้าพูดความรู้สึกออกไป แต่วันนี้มันต่างจากวันไหนๆ ผมสามารถบอกความรู้สึกกับข้าวได้ ผมชอบข้าว ชอบมานานแล้ว และอยากจะดูแลข้าวแบบนี้ต่อไป ข้าวให้ผมได้เป็นคนของข้าวได้ไหม”

ดินพลิกตัวกลับให้ผมลงไปนอนอยู่ใต้ร่างเขา สายตาของเราประสานกันในจังหวะที่เขาเริ่มโน้มหน้าลงมาใกล้ๆ เขาจุมพิตผมอย่างอ่อนโยนโดยที่ผมไม่ได้ขัดขืนอะไร

ผมยอมให้เขาจูบ ไม่ใช่เพราะผมหวั่นไหว

แต่ผมให้เขาจูบ เพราะเขาจะได้รู้ว่าผมไม่เคยรู้สึกกับเขาเกินเลยไปไกล

ดินถอนจูบออกด้วยความเสียใจ เขาลุกไปนั่งปลายเตียงแล้วเอามือปิดหน้าไม่ให้ผมเห็นน้ำใสๆ ที่กำลังเอ่ออยู่ในเบ้าตา

“โอเคไหม”

ผมลุกไปลูบหลังให้อีกฝ่าย

ดินส่ายหน้าไม่ยอมพูดอะไร ผมรู้ว่าเขาอยากจะร้องไห้ แต่ก็ต้องกลั้นไว้ ดินเป็นแบบนี้เสมอ เวลาอ่อนแอทีไรก็ชอบปกปิดเอาไว้

“เราขอโทษที่ตอนนี้เรารักนายไม่ได้” ผมปลอบอีกฝ่าย “เรายังตัดใจจากกล้าไม่ลง”

“ผะ ผมเข้าใจ” ดินพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทำให้ผมยิ่งรู้สึกผิดที่ไม่สามารถคิดกับเขาเกินเพื่อนได้

“นายดีกับเราจะตาย สักวันหนึ่งเราอาจจะเปิดใจให้นาย...”

“อย่าให้ความหวังผมเพราะสงสารจะได้ไหม!”

“ขอโทษ...”

ผมไม่รู้จะปลอบเขายังไง เลยยอมหลบฉากปล่อยให้เขาได้ระบายความเจ็บปวดในใจ ผมลงบันไดมาชั้นล่างที่ตอนนี้แทบไม่เหลือใคร แม่ผมหลับสนิทอย่างคนหมดแรงอยู่ตรงโซฟาตัวใหญ่ ผมเอาผ้าห่มบางๆ ไปห่มให้ท่านแล้วเดินออกไปนอกบ้านเพื่อคิดทบทวนเรื่องของดินว่าหลังจากนี้ผมควรจะวางตัวกับเขายังไง

ผมรู้แล้วว่าดินรู้สึกกับผมแบบไหน หากจะทำตัวเป็นเพื่อนต่อก็คงทำไม่ได้ อีกอย่างผมดันถลำลึกมาอยู่กับเขาในสถานะคู่หมั้นหมาย คงจะหนีเขาไปไหนไม่ได้

ผมถอนหายใจ

ผมควรจะทำยังไงต่อไป

ยอมเล่นบทคู่หมั้นแล้วอยู่กับดินไปเรื่อยๆ จนกว่าจะรักกันไปเลยดีไหม

ผมส่ายหน้าเมื่อรู้ว่าตัวเองทำไม่ได้

มันประชดชีวิตและบ้าบอเกินไป

“ถ้าเป็นลูก ลูกอยากได้พ่อคนไหน พ่อกล้าที่มีอนาคตไกล แต่ไม่สามารถอยู่ดูแลแม่ในตอนนี้ได้ หรือจะเป็นพ่อดินที่ไม่ว่าจะดีจะร้ายก็อยู่ข้างแม่ไม่ไปไหน”

เจ้าตัวเล็กเงียบไม่มีปฏิกิริยาใดๆ

“แม่เลือกคนเดียวไม่ได้ ช่วยแม่เลือกหน่อยได้ไหม”

“...” ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ

“ลูกไม่อยากได้คนไหนเลยเหรอ?”

“...”

ผมลูบท้องที่ยังไม่ขยายแล้วยิ้มเฝื่อนๆ ออกมา

เรานี่ท่าจะบ้า

ลูกยังไม่รู้สึกรู้สา ยังจะมีหน้าไปถามอีก

“เฮ้ออออ~”

ผมถอนหายใจออกมายาวเหยียด แล้วตกลงกับตัวเองว่า พ่อเด็กในวันข้างหน้า จะเป็นใครก็ให้โชคชะตาเป็นตัวตัดสินแล้วกัน

​++++++++++++++++++++++++​++

ไหนใครทีมดินยกมือขึ้น (>0<)/



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น