say windy

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บันทึกที่ 5 ความใจดีไม่มีจริงหรอก ก็แค่รู้สึกขัดตาใช่ไหมล่ะ?

ชื่อตอน : บันทึกที่ 5 ความใจดีไม่มีจริงหรอก ก็แค่รู้สึกขัดตาใช่ไหมล่ะ?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มี.ค. 2558 16:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บันทึกที่ 5 ความใจดีไม่มีจริงหรอก ก็แค่รู้สึกขัดตาใช่ไหมล่ะ?
แบบอักษร

บันทึกที่ 5

ความใจดีไม่มีจริงหรอก ก็แค่รู้สึกขัดตาใช่ไหมล่ะ?

 

            เรื่องราวในโลกมืดเกิดขึ้นมาไม่นาน พวกปีศาจสามารถเข้าออกโลกใบนี้ได้อย่างอิสระ พวกมันได้เข้ามามอบพลังและความคิดอันแสนจะดีให้กับมนุษย์ผู้มีกิเลสหนาอยู่ในตัว มีนักล่าหลายคนอันเป็นของศาสนจักรเข้ามามีบทบาท ทว่าไม่อาจมากเท่ากับพวกปีศาจที่หลั่งไหลเข้ามาทุกที่จนชาวโลกรับรู้ได้ เรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นมากมาย

 

กระทั่งโลกในตอนนี้คือ ยุคมืด

 

ชื่อเรียกอันเกิดจากการปฏิวัติหลังสงครามโลก คนกลุ่มหนึ่งผู้ตั้งปฏิธานว่าต้องการสันติสุขได้ขึ้นมาปกครองเมืองใหญ่ในแต่ละภาคส่วนแทนการตั้งการปกครองแบบประเทศต่างๆเหมือนเมื่อก่อน ทั้งสร้างกฏเกณฑ์ให้ใช้ภาษาเดียวกันทั่วโลก ทั้งวัฒนธรรม สังคม ความเป็นอยู่ถูกจัดสรรอย่างง่ายๆและเท่าเทียม เพราะผลพวงจากสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างถูกทำลายจากขีปนาวุธจนพื้นที่ที่สามารถอาศัยได้ลดน้อยลงไป ส่งผลให้ประชาชนที่อดอยากต่างพากันยอมรับข้อเสนอที่เรียกว่า เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น’ อย่างเลี่ยงไม่ได้

 

ช่วงแรกนับว่าทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี ทั่วโลกถูกฟื้นฟู ผลข้างเคียงจากสงครามได้ถูกเยียวยา

 

หากมันไม่ได้จบอย่างแฮปปี้เอนด์เสมอไป

 

ผู้นำต่างๆได้พากันกอบโกยทรัพยากรที่มีอยู่น้อยนิดมาไว้กับตัวเอง ฐานะทางสังคมระหว่างคนรวยผู้มั่งคั่งกับคนจนผู้ไม่มีอันจะกินเริ่มเว้นระยะห่างออกมาเรื่อยๆ หลายคนกลายเป็นคนไร้บ้าน หลายคนไร้ทั้งน้ำและอาหาร ขณะที่อีกหลายคนต่างพากันจัดงานเลี้ยงข้ามวันข้ามคืนเพื่อเฉลิมฉลองกับความสงบสุขในชีวิตตนเอง

 

จนในที่สุด พวกไม่มีหัวนอนปลายเท้า’ จึงเริ่มลุกขึ้นจับอาวุธ ฆ่า ปล้น วิ่งราว และอื่นๆตามที่คิดได้เพื่อความอยู่รอดและแก้แค้น อาชญากรรมพุ่งทะยานสูงเป็นประวัติศาสตร์ ส่งผลไปถึงการเกษตรหรือปศุสัตว์ก็พลอยไม่มีใครกล้าทำเพื่อส่งขายไปยังแหล่งอื่นๆ

 

 ทุกอย่างล้วนเชื่อมต่อเป็นห่วงโซ่อาหารมาตั้งแต่แรก

 

กระทั่งปัจจุบันผู้มีฐานะเริ่มอยู่ตัวจนสำนึกได้ว่าหากไม่มีชนชั้นแรงงานพวกตนก็จะไม่มีข้าวปลาตกถึงท้องแม้ว่าจะมีเงินมากมายแค่ไหน แถมยังเสี่ยงต่ออาชญากรรมมากมายหากตนออกไปข้างนอก ปัจจุบันจึงเริ่มให้ความสนใจกับสวัสดิ์การของชนชั้นแรงงาน สร้างบ้านพักคนยากไร้ ให้อาหารและยา

 

ผลสุดท้าย สถานพยาบาล การศึกษา และผู้รักษาความปลอดภัยถูกจัดตั้งขึ้นในพื้นที่แออัด ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนระดับล่างดีขึ้นมาก เศรษฐกิจภายในพื้นที่เริ่มกลับมาหมุนเวียนตามปกติโดยมีกลุ่มผู้นำเป็นคนจัดการเหมือนเดิม

 

แต่เพราะระยะเวลามันนานเกินไป แนวคิดที่ว่า คนดีไม่มีอันกิน คนเลวต่างหากถึงจะอยู่รอด’ จึงไม่หมดไปง่ายๆ มีทั้งวัยรุ่นคึกคะนองดักจี้เอาเงินคนอื่นทั้งที่ตัวเองมีเงินอยู่เต็มกระเป๋า ทั้งการลากผู้หญิงไปทำร้ายร่างกาย การลักพาตัวเด็กไปผ่าตัดเอาอวัยวะ ไม่เว้นแม้แต่การขายตัวหรือทำธุรกิจซึ่งเคยผิดกฏหมายเมื่อหลายสิบปีก่อนแต่ตอนนี้กลายเป็นสิ่งถูกกฏหมายไป ถึงจะมีการตั้งหน่วยปราบปราม แต่ใช่ว่ามันจะได้ผล สุดท้ายหน้าที่ของพวกเขาก็แค่ เก็บกวาดให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้ส่งกลิ่นเน่าเหม็นไปรบกวนคนอื่น

 

โลกใบนี้...ความถูกต้องไม่เคยมีตั้งแต่แรก

 

อากาศอบอ้าวทำให้เหงื่อไหลป็นทาง กลิ่นอับชื้นลอยแตะเข้าจมูกทำให้ต้องขมวดคิ้ว รู้สึกคันจมูกยิกๆ ...เพราะแบบนี้ถึงไม่ชอบอากาศร้อนหลังฝนตกยังไงล่ะ

 

เด็กหนุ่มผมหยักศกซอยสั้นไฮไลค์ด้วยสีแดงส่วนปลายดูไม่เป็นระเบียบ ทั้งเจาะหู สวมสร้อยคอเป็นจี้กางเขนสีเงิน แหวน ใบหน้าหล่อเหลาดูกวนๆทั้งที่ไม่ได้ทำอะไร กับท่าทางการเดินแบบมั่นหน่อยๆตามประสาวัยรุ่น ตบท้ายด้วยแบกกระเป๋าขนาดใหญ่กว่าถุงไม้กอร์ฟไว้บนหลัง บทสรุปของคนบริเวณนี้คือควรอยู่ห่างจากเขาให้มากที่สุด ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ดี เพราะแค่นี้ก็อึดอัดหายใจไม่ออกจะแย่

 

กริชเสยผมที่ปรกหน้าตัวเองให้เข้าที่ขณะเดินอาดๆไปยังถนน รองเท้าหนังเหยียบผ่านน้ำเจิ่งนองไปอย่างไม่ใส่ใจ มือข้างหนึ่งกระชับกระเป๋าสะพายใบใหญ่สวนผ่านผู้คนมากมายที่มีแต่คนในเสื้อผ้ากลางเก่ากลางใหม่เดินกันขวักไขว่ โดยส่วนของถนนลาดยางแทบกลายเป็นพื้นที่โล่งๆ นานครั้งถึงจะมีรถยนต์ใหม่เอี่ยมผ่านมา ส่วนใหญ่จะมีแต่รถประจำทางซึ่งมีแอดอัดจนหาที่ซุกเข้าไปไม่ได้ แต่เป้าหมายของเขาก็อยู่ไม่ห่างมากจนต้องพึ่งพาวัตถุพวกนี้เสียด้วย

 

 

เมืองนี้เคยเป็นเมืองหลวงมาก่อนจึงไม่แปลกหากจะมีพื้นที่กว้างใหญ่เกินปกติจนเดินทางลำบาก  รวมถึงไม่เคยตกเป็นเป้าหมายในช่วงสงครามจึงยังคงสภาพดีทุกอย่าง เพียงแต่เพิ่งเกิดการก่อจราจลเมื่อหลายปีก่อนทำให้เมืองนี้ไม่ต่างอะไรกับที่อื่นๆ ตอนนี้ถึงจะได้รับการฟื้นฟูทำความสะอาดไปบ้างแต่ความเสียหายยังมากเกินกว่าจะซ่อมแซมได้ในเวลาแค่ปีสองปี

 

เขาหยุดอยู่หน้าอาคารพาณิชย์เก่าๆสามชั้นหลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ๆไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน ป้ายสีซีดๆตัวอักษรขาดพอจับใจความได้แค่ สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า’  ป้ายที่ติดบนประตูด้านหน้าเขียนเอาไว้ว่า ปิดทำการ’ ส่วนอาคารระนาบทั้งสองข้างเป็นร้านขายเสื้อผ้ากับร้านขายของจิปาถะ

 

โครม!!

 

เด็กหนุ่มออกแรงเตะประตูจนเปิดในคราวเดียวจนเกิดเสียงดังสนั่นราวกับจะหลุดออกมาทั้งบ้าน แล้วเดินเข้าไปก่อนลงมือปิดแถมล็อคให้โดยไม่สนสายตาของคนอื่นๆที่มองมายังตนเหมือนกำลังมองตัวประหลาด

 

ด้านนอกดูแย่กว่าแล้วภายในกลับดูสะอาดเหลือเชื่อ หรือจริงๆคือโล่งเหลือเชื่อเพราะแทบไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไรเลยนอกจากโซฟาชุดเก่าๆกับของเล่นของเด็กวางระเกะระกางอยู่ทั่วห้อง หลอดไฟด้านบนเป็นแบบใหม่เหมือนเพิ่งเปลี่ยนได้ไม่นาน แต่ตอนนี้สิ่งที่ให้สว่างคือแสงจากกระจกฝ้าด้านหน้าอาคารเท่านั้น ฝุ่นและหยากไย่แทบไม่มีให้เห็นราวกับว่าผู้อาศัยหมั่นทำความสะอาดที่นี่บ่อยๆ

 

ไง...ไม่ได้เจอกันนาน เป็นยังไงบ้าง? เขาส่งเสียงทักเมื่อเห็นเงาตะคุ่มๆอยู่แถวบันไดกับในห้องน้ำ ชัดเจนเลยว่าทันทีที่เขาถีบประตูเข้ามา เจ้าพวกนั้น’ คงวิ่งไปหลบกันแล้ว

 

ศีรษะเล็กโผล่ออกมาจากที่ซ่อนช้าๆหลังจากได้ยินเสียงคุ้นเคย เมื่อดวงตาสองคู่สบกัน เสียงเล็กๆของผู้หญิงก็ดังขึ้นมาก่อน

 

คุณกริช เสียงเจื้อยแจ้วดังก่อนตัว ตามด้วยแรงโถมที่ขาจากด้านข้างจนเขาผงะ ตามด้วยมวลเล็กๆอีกหลายคนพุ่งเข้ามากอดราวกับไม่ได้พบเจอกันมาเป็นปี

 

กริช คิดถึงอ่ะ ตามมาด้วยเสียงเรียกชื่อของตนหลายครั้งจนเอ็ดตะโรผิดกับเมื่อก่อนหน้าลิบลับ

 

ไอ้เด็กบ้านี่ อย่ามากอดฉันนะ!” เขาโวยวายพลางกระโดดเหย็งออกมาด้วยความรังเกียจ ส่งสายตาดุๆใส่เด็กน้อยที่พากันทำหน้าแปลกใจกับท่าทีของเขา แต่ไม่ได้มีสายตาสลดหรือเสียใจเลยสักนิด

 

กริชทำท่าปัดเนื้อผ้าของตนให้ดูดีกว่าเดิม กวาดสายตามองเด็กทั้งชายและหญิงจำนวนห้าคนในชุดติดจะมอมแมมนิดหน่อย บางคนมีผ้าพันแผลหรือผ้าก๊อซแปะตามร่างกายหรือใบหน้าดูน่ากลัว แต่ถือว่าดีขึ้นกว่าตอนที่เขาเจอเด็กพวกนี้ครั้งแรก

 

มีของจะให้เท่านั้น ไม่มีเวลาว่างมาเล่นด้วยหรอก กริชว่าพลางวางกระเป๋าใหญ่ที่ลงทุนแบกมาตั้งไกลออกมาเปิด แล้วล้วงหยิบถุงขนาดใหญ่ซึ่งกินเนื้อที่ไปมากกว่าครึ่งขึ้นมา

 

เสื้อผ้าล่ะ! เสื้อผ้าใหม่ล่ะ เสียงเด็กๆพูดอย่างตื่นเต้นกับถุงที่บรรจุเสื้อผ้าและกางเกงซึ่งมากเกินพอสำหรับพวกตน หลายๆคนพากันกรูเข้ามาหยิบไปลองใส่อย่างดีใจจนกริชหรี่ตาลงนิดด้วยความรำคาญ

 

ก็แค่ของไม่ใช้แล้วล่ะน่า เออ แล้วยาพวกนี้ด้วย เทลเลอร์ให้เอามาให้ เขาแกะห่อพลาสติกซึ่งได้มาจากเทลเลอร์เมื่อวานส่งให้ มันเป็นพวกยาบำรุงร่างกายซึ่งมีราคาสูงในท้องตลาดรวมถึงพวกยาสามัญประจำบ้านจำพวกยาทาแผลหรือยาฆ่าเชื้อ

 

ส่วนยาอีกตัวเขาให้กับคิมไปแล้ว ดังนั้นที่เหลือก็ต้องเป็นของเด็กพวกนี้

แล้วขานั่นเป็นไงบ้างอาเธอร์?” กริชหันไปถามเด็กหนุ่มซึ่งอายุน่าจะประมาณสิบห้าปีได้และเป็นคนที่อายุมากที่สุดในกลุ่ม ที่ขาข้างซ้ายมีผ้าพันแผลไว้หนาจนต้องเขยิบไปนั่งบนโซฟาเก่าๆแทนการให้รุ่นน้องมาช่วยพยุงตลอดเวลา ถึงสีหน้าจะแฝงแววก้าวร้าวอย่างเด็กผ่านโลกเกินปกติ แต่ดวงตายังดูสดใสสมวัย

 

ดีขึ้นแล้วล่ะ อาเธอร์ตอบสั้นๆ กริชเอื้อมมือไปขยี้หัวฟูๆนั่นด้วยความหมั่นไส้

 

ดี ถ้าไม่หายฉันจะเอามีดมาตัดขานาย ดังนั้นรีบหายซะ

 

แช่งกันงี้มันจะหายไหมเนี่ย เสียงประนามดังขึ้นอย่างทีเล่นทีจริง แต่เขาไม่สนใจ

 

เอาจริงๆย้อนไปเมื่อก่อนหน้า แผลที่เด็กผู้ชายเจอมันก็มาจากตัวเขาล้วนๆ เพราะเจ้าอาเธอร์ริอ่านมาดักทำร้ายร่างกายเขาเพื่อชิงทรัพย์ เลยโดนเขาจัดการจนหมอบกระแต ดังนั้นเรื่องนี้เขาควรมีส่วนรับผิดชอบด้วย เพราะอาเธอร์เป็นพี่ใหญ่คอยดูแลอาหารการกินให้กับคนอื่นๆที่เหลือโดยมีมิลล่า เด็กสาวผิวสีแทนอีกคนคอยดูแลน้องๆอีกทอดหนึ่ง

 

แน่นอนว่าเรื่องนี้เขาไม่กล้าบอกคิม ถ้าแวมไพร์ผู้รักสงบรู้เรื่องคงบ่นเขาหูชาข้อหา ทำร้ายร่างกายเด็กจนขาหักโดยการจับฟาดกำแพงไปทีนึง’ ตามด้วยการด่าแบบ ไร้ซึ่งมนุษยธรรมและความเป็นมนุษย์ขั้นรุนแรง

 

จะว่าไป...เมโลบอกว่าชอบกินขนมปังอะไรนะจะได้ซื้อไปไถ่โทษ..เพราะเขาคิดว่าคิมอาจจะเล่นเจ้านั้นจนอ่วมเลยก็ได้....

 

เอามีดมาด้วย ถ้าไม่หายฉันจะตัดขานั่นทิ้งจริงๆ ปวดมากไม่ใช่เหรอ เขาตบกระเป๋ากางเกงของตัวเอง เอาจริงๆมันก็แค่มีดพับไว้ป้องกันตัวเท่านั้นล่ะ แต่ดูเหมือนเด็กพวกนี้จะรับมุกเขาดีไปหน่อย

 

แง๊ กริชน่ากลัวง่า~!!” เด็กผู้หญิงตัวเล็กร้องขึ้นพลางวิ่งไปหลบหลังโซฟาที่อาเธอร์นั่งอยู่ เช่นเดียวกับคนอื่น

 

ปีศาจ!!”

 

โว้ย หนวกหู เดี๋ยวปั๊ดจับกินเรียงตัวซะนี่!!” กริชแยกเขี้ยวออกด้วยความหงุดหงิดเมื่อเห็นว่าเด็กพวกนี้มันชักลามปามใหญ่แล้ว เขาออกจะเป็นคนดีพอๆกับหน้าตา

 

กริชเหมือนปีศาจที่เข้ามาถามพวกเราเมื่อคืนเลยอ่า

 

ไม่สิ สยองกว่าอีก ซาตานชัดๆ

 

ฆ่ายัดกระเป๋าดีไหม?

 

แต่...

 

ปีศาจที่เข้ามาเมื่อคืน เกิดอะไรขึ้น? เขาถามขึ้นด้วยความสงสัย

 

เมื่อคืนจู่ๆก็มีคนถีบประตูเข้ามาจากนั้นพวกเขาก็เข้ามากันหลายคน” มิลล่า เด็กสาวอายุน้อยกว่าอาเธอร์นิดหน่อยพูดขึ้นด้วยสีหน้าเป็นกังวล จากนั้นเด็กคนอื่นที่ตอนแรกยังทำท่ากลัวเขาอยู่รีบออกมาจากที่ซ่อนพร้อมพูดเสียงรัวเร็วใส่ราวกับกำลังฟ้องพ่อแม่บังเกิดเกล้า

 

น่ากลัวมากตัวสูงมากๆเลยด้วย

 

ใส่ชุดดำทั้งตัวด้วยล่ะ

 

ใช่ๆ พวกเขาถืออะไรน่ากลัวๆบุกเข้ามาด้านในแล้วถามว่า เห็นคนใส่ผ้าพันแผลทั้งตัวบ้างไหม’ น่ากลัวมากๆเลย

 

ลมหายใจเขาขาดห้วงไปครู่ ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

 

แล้วนายตอบไปว่าไง เขาถามต่อ

 

ก็ตอบไปว่าไม่เห็น แล้วพวกนั้นก็เข้ามาสำรวจที่อยู่ของพวกเรา ค้นข้าวของกระจุยกระจายก่อนเดินออกไป” อาเธอร์พูดขึ้น สีหน้าดูโล่งอกว่ายังดีที่ไม่มีอะไรร้ายๆเกิดขึ้นไปมากกว่านี้

 

เนี่ย ถืออะไรน่ากลัวๆ ใครบางคนหยิบสมุดจดจากกระเป๋าของเขาขึ้นมาอย่างถือวิสาสะแต่ก็ไม่ได้ขัดอะไร

 

...” เขาเงียบเมื่อเห็นความคุ้นเคยอยู่ในรูปภาพซึ่งเด็กน้อยพยายามใช้สีเทียนวาดมาให้ดู ถึงมันจะบิดเบี้ยวหรือขาดๆเกินๆไปบ้าง แต่รูปร่างแบบนี้มีแค่อย่างเดียว

 

เฮ้ย... เล่นถือปืนมางี้เลยเหรอ กริชอุทานในใจ

 

เชื่อว่าอาเธอร์กับมิลล่าซึ่งอายุก็ไม่ใช่น้อยๆแล้วคงไม่มีทางที่จะไม่รู้จักปืน แต่เด็กพวกนี้ก็ฉลาดพอจะไม่บอกให้น้องๆตกใจจนเกินไป

 

พวกนั้นหยิบอะไรไปรึเปล่า?

 

ผิดปกติ ถึงพวกปราบปรามจะไม่เข้ามายุ่งกับคนจรจัดหรือเด็กเล็กๆ แต่ไม่คิดว่าช่วงนี้จะถึงขั้นบุกรุกที่พักเก่าๆ บางทีอาจจะเป็นสัญญาณเตือนให้เด็กพวกนี้ย้ายไปออกจากจุดนี้ ไม่ว่าจะด้วยอะไรก็ตาม

 

ที่นี่คือสถานรับเลี้ยงเด็กซึ่งปิดกิจการไปเมื่อเดือนก่อนจากพิษเศรษฐกิจ ส่งผลให้เด็กพวกนี้กลายเป็นไร้ที่อยู่อาศัยไปในทันทีและไม่มีใครคิดจะเข้ามาดูแล

 

สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่อื่นเต็มเกินกว่าจะเอาเด็กเข้าไป แล้วใช่ว่าอยู่แบบนี้แล้วจะมีใครที่ไหนไปรับเลี้ยง ยิ่งอาเธอร์ซึ่งอายุสิบห้าปีถือเป็นเรื่องยาก และคนอื่นๆคงไม่ยอมหากจะต้องแยกจากกัน หรือสุดท้ายเด็กพวกนี้อาจจะโดยให้ไปอยู่กับพวกชนชั้นแรงงานขั้นต่ำก็ได้

 

ไม่รู้ แต่พวกเราว่าจะย้ายที่นอนกันแล้ว แต่อยากรอกริชมาก่อนนี่นา อลิซ เด็กหญิงตัวเล็กที่สุดในกลุ่มเข้ามากอดแขนเขาพลางเงยหน้าพูดอย่างไร้เดียงสา และเมื่อเขาหันไปมองคนอื่นๆทุกคนก็ทำสายตาประมาณเดียวกันทั้งนั้น

 

รอเขาเหรอ? แล้วถ้าคนพวกนั้นมาอีกแล้วทำอะไรมากกว่าแค่ค้นของในบ้านล่ะจะทำยังไง?

 

เขาถอนหายใจกับการตัดสินใจที่แย่มากๆของเด็กพวกนี้ พลางนั่งคุกเข่าให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกัน อ่า โทษทีนะ ตอนนี้ก็ช้าไปหน่อยหากจะย้ายที่นอนกัน ฉันคิดว่าพวกเธอคงต้องอยู่นี่อีกสักวัน ยังไงถ้าเจอคนพวกนี้อีกก็วิ่งมาบอกฉันที่บ้านล่ะกัน แต่อยากไปขัดขาพวกนั้นเด็ดขาด เท่าใจไหม

 

ขัดขาคืออะไร? แต่ละคนพากันทำสีหน้าไร้เดียงสาใส่

 

กริชทำท่าคิดนิดนึง อย่าทำให้เจ้าพวกนั้นสะดุดล้ม แต่ถ้าจะขัดขาต้องเอาให้สลบแล้วยึดปืนที่พวกนั้นถือมาแล้ววิ่งหนีไปให้ไกลที่สุด โอเคไหม

 

เอ...ขัดขาคือแบบนี้ใช่ไหม เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่น่าจะใกล้เคียงกันล่ะว่ะ!

 

โอเคครับ!!” การประสานเสียงดังเกนความจำเป็นพอๆกับประโยคที่ราวกับนัดกันมา

 

กริชใจดีจังงงง

 

ได้ข่าวว่าเมื่อกี้ยังด่าเป็นปีศาจอยู่เลยนะ

 

เด็กหนุ่มนึกหมั่นไส้ขึ้นมาในใจ ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ คราวหน้าจะเอาขนมปังจากร้านเบเกอรี่บลอสซัมมาให้ เคยกินไหม?

 

ตอนกริชให้เงินงวดที่แล้วก็เอาไปซื้อชิ้นนึง อร่อยมากกกก เด็กผิวคล้ำคนหนึ่งพูดขึ้นพร้อมวาดมือประกอบว่ามันอร่อยแค่ไหน

 

ถ้านับเงินค่าทำงานพิเศษที่เหลืออยู่รวมกับเงินที่พ่อแม่ของเขาส่งมาก็....

 

งั้นขากลับจะเอามาฝากคนละชิ้น อยากได้แบบไหนกันบ้างล่ะ ว่าแต่ทำไมเขาพูดจบเด็กพวกนี้ต้องทำท่าน้ำตาซึมกันขนาดนั้นด้วยล่ะนั่น

 

“…รักพี่กริชมากเลยครับ!/ค่ะ!”

 

บอกว่าอย่ามากอดไงเฮ้ย!!” เขาผลักร่างเล็กๆที่เกาะหนึบอยู่ออกด้วยความไม่ชิน แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนเป็นแค่จับไหล่เล็กๆนั่นดึงออก เป็นเรื่องยากเพราะคนที่เหลือต่างพากันเข้ามารุมกอดเขาเพิ่มอีกนี่สิ แต่ละคนก็ตัวไม่ใช่น้อยๆจนเขาแทบหงายท้องไปทั้งแบบนั้นแล้ว

 

ให้ตาย...เดี๋ยวพ่อจับใส่กระสอบเอาไปขายซะนี่!

 

ขอบคุณมากนะคะที่คอยช่วยเหลือมาตลอด” มิลล่าก้มหัวให้เขา ขณะพยายามดึงน้องๆทั้งสามของตัวเองออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

 

เขาเงียบไปครู่ก่อนมุ่นหัวคิ้วลง ไร้สาระน่า รีบคิดดีกว่าว่าจะเอาของพวกนี้ไปเก็บยังไงดี ในกระเป๋ามีอีกตั้งครึ่งนึง

 

อ่า...คงต้องทิ้งของเก่าแล้วล่ะค่ะ เพราะมันก็ใส่แทบไม่ได้แล้วด้วย พี่ก็เอามาเยอะเกินไป ถ้ามันเสียขึ้นมาก็เสียดายเงินแย่

กริชยกมือลูบหัวเด็กหญิงเบาๆแทนคำตอบ

 

เมื่อหลายสิบปีก่อนปู่ทวดของเขาเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้กอบโกยผลประโยชน์จากความยากจนของผู้อื่น สร้างลัทธิทางศาสนาเพื่อรีดไถเงิน หลอกเอาความเชื่อเป็นเครื่องมือท่ามกลางไฟหลังสงคราม ถึงได้ร่ำรวยจนสร้างบ้านหลังใหญ่โตบนพื้นที่สำหรับคนมีฐานะเท่านั้น ได้รับการยกระดับเป็นหนึ่งในผู้นำคืนสันติสุขแก่ประชาชน ลูกหลานได้รับการศึกษาที่ดีอยู่ในเขตปลอดภัยจากปลอดพิษและสิ่งปฏิกูล มีเงินใช้แบบที่ไม่มีวันหมดไปทั้งชาติ จนหมดยุคไปแล้วถึงได้เลิกเอาดีทางนี้แล้วไปเอาดีทางด้านการแพทย์แทน โดยทิ้งความเชื่อและแรงศรัทธาจอมปลอมไว้กับผู้รับช่วงต่อซึ่งคนๆนั้นเป็นผู้โน้มน้าวใจคนได้อยู่หมัด หลอกเอาเงินจากคนบ้าโชคชะตาหรือเชื่อว่าจะได้รับผลตอบแทนกลับมาต่อไปเรื่อยๆ กระทั่งเกิดเหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อน เรื่องทั้งหมดจึงจบลงอย่างเงียบงัน

 

ดังนั้น เขาไม่ได้เป็นคนที่น่ายกย่องในสายตาใครนักหรอก

 

ก็แค่ลูกหลานของคนบาปคนนึงเท่านั้นเอง

 

กริชนี่ไม่ใช่ซาตานหรอก เป็นนางฟ้าต่างหาก

 

แล้วสุดท้ายเด็กน้อยก็โดนเขาเขกกบาลเข้าให้จริงๆ....

 


****

 


            กระจกติดเพดานและผนังสะท้อนแสงไปมาภายในห้องก่อเกิดเป็นสีรุ้งสดใสราวกับอยู่ในโลกมายาของใครสักคน  กระนั่นรอบด้านกลับมืดสนิทราวกับไร้ที่สิ้นสุด ไม่อาจรู้ได้ว่ากำลังยืนตรงอยู่หรือไม่ หรือตัวและขากำลังเอนไปทางไหนหากเทียบกับพื้นโลก ด้วยเหตุว่าที่นี่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแรงโน้มถ่วง

 

ไม่เจอเลยใช่ไหม? เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นอย่างเป็นคำถาม ร่างนั้นยืนหันหลังมองกระจกบานใหญ่เบื้องหน้าซึ่งภายในอบอวลด้วยสีสันมากมายราวกับลูกกวาด หากทุกคนรู้ดีว่ามันเป็นแค่เปลือกนอก

 

มันคือโลกในปัจจุบันนั่นเอง

 

ราวกับประชดว่าหากสิ่งมีชีวิตบนโลกเสื่อมทรามมากแค่ไหน กระจกบานนี้จะสะท้อนสีสันที่จัดจ้านและงดงามเท่านั้น

 

ใช่ ที่นี่คือบางส่วนของ โลกมืด

 

ครับ อีกเสียงตอบรับอย่างนอบน้อม ร่างนั้นยืนห่างออกมาในตำแหน่งต่ำกว่า จะให้ตามตัวต่อ หรือจะให้เรามองหาเป้าหมายต่อไปครับ

 

ช่วยไม่ได้ งั้นคงต้องเปลี่ยนเป้าหมาย ตามหาดูว่ามีปีศาจที่ไหนแฝงกายอยู่ในเมือง แล้วกำจัดให้สิ้นซากโดยเร็วที่สุด

 

เมื่อได้รับคำสั่ง ผู้อยู่ต่ำกว่าจึงก้มตัวรับคำ ทว่าเมื่อจะเดินผละออกไปทำหน้าที่ต่อ เสียงเดิมก็ดังขัดขึ้นมาอีกครั้ง

 

แต่เดี๋ยว...สำหรับเป้าหมายเก่า ช่วยตามสืบเรื่องนี้ให้ทีว่าใครเป็นคนช่วยมันออกไป แถมทำร้ายคนของเราจนเสียชีวิตเกือบหมดด้วย

 

ทราบแล้วครับท่าน

 

อ๋อ...แล้วที่สำคัญ” ผู้เป็นหัวหน้าเกริ่นเบาๆ

 

ครับ ลูกน้องผู้ซื่อสัตย์ค้อมกายลง เอ่ยปฎิธานของตนด้วยวาจาหนักแน่น

 

ผู้เวียนว่ายอยู่กับความอมตะ ปีศาจแห่งรัตติกาลนั่น...เราต้องจับมันมาแบบเป็นๆ...

 



..............โปรดติดตามตอนต่อไป...............

ความคิดเห็น