say windy

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บันทึกที่ 4 เขียนเอาไว้ว่า...ซัคคิวบัสมีหน้าที่เฝ้าบ้าน ส่วนแวมไพร์ไปจ่ายตลาด

ชื่อตอน : บันทึกที่ 4 เขียนเอาไว้ว่า...ซัคคิวบัสมีหน้าที่เฝ้าบ้าน ส่วนแวมไพร์ไปจ่ายตลาด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มี.ค. 2558 16:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บันทึกที่ 4 เขียนเอาไว้ว่า...ซัคคิวบัสมีหน้าที่เฝ้าบ้าน ส่วนแวมไพร์ไปจ่ายตลาด
แบบอักษร

บันทึกที่ 4

เขียนเอาไว้ว่า...ซัคคิวบัสมีหน้าที่เฝ้าบ้าน ส่วนแวมไพร์ไปจ่ายตลาด

 

เขาพบกับกริชเมื่อสามปีก่อน

 

อีกฝ่ายเป็นเด็กหนุ่มอายุแค่สิบห้า เป็นแค่เด็กไม่ประสีประสาพอจะรู้จักคำว่า แวมไพร์

 

จุดเด่นคือดวงตาสีเทาหม่นอันแปลกประหลาด ผิดกับผมสีดำหยักศกตัดสั้นดูไร้เดียงสาเหมือนเด็กทั่วไป ผิวเนียนเหมือนผู้หญิงจนมองผิดไปในแวบแรก มองเผินๆออกจะเป็นลูกคุณหนูด้วยซ้ำ

 

ความคิดที่ว่า หากฆ่าไอ้เด็กนี่ได้ ตัวเขาก็คงมีกำลังมากพอจะไปฆ่าเจ้าพวกนั้นทั้งหมด

 

แต่วินาทีต่อมาเขากลับเปลี่ยนใจที่จะทำแบบนั้น

 

...ดวงตาสีเทาคู่นั้นมันช่างว่างเปล่า หากไม่ได้เย็นชา แถมออกจะอ่อนโยนเกินไปด้วยซ้ำ โดยไม่รู้ตัว ก็ถูกอีกฝ่ายถามว่า เจ็บมากหรือเปล่า?

 

คำถามมันตลกเกินไปไม่ก็แปลกหลุดโลกจนเขาเผลอพยักหน้าตอบเบาๆ

 

ทั้งให้การช่วยเหลือโดยการพาตัวเขาซึ่งบาดเจ็บจากการต่อสู้กลับบ้านซึ่งไม่มีใครเลยสักคนแม้แต่สัตว์เลี้ยงหรือแมลงสักตัว รักษาแผลโดยไม่ถามเขาสักคำว่าเป็นใครมาจากไหน แม้แต่ชื่ออะไรก็ไม่เคยถาม แถมยังริอาจตั้งชื่อให้แบบไม่ได้ถามความสมัครใจของเขาสักคำ

 

แต่เพราะแบบนั้น...

 

เอ้า ว่ามา ฉันรอฟังอยู่” เสียงแหบห้าวดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ของเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่ง ดวงตาสีเทาคมปราดเหมือนใบมีดพราวระยับเหมือนเจอเรื่องถูกใจตลอดเวลา

 

ทำไมสามปีต่อมา คนๆนี้ถึงเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะเนี่ย?

 

คิมได้แต่ถามกับตัวเองขณะมองคนเป็นเจ้านายที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา ตรงข้ามกับแขกคนแรกของบ้านในรอบหลายปี

 

ซัคคิวบัสละสายตาจากความอลังการงานสร้างของห้องรับแขกมามองเจ้าของบ้านที่ดูจะอายุน้อยเกินไป

 

ให้ฉันพักแค่สักคืน คงไม่ต้องเล่าให้ฟังหรอก พรุ่งนี้เช้าจะออกไปเอง เมโลรีบพูดบ่ายเบี่ยง แต่มีหรือที่กริชจะปล่อยให้ สิ่งที่น่าสนใจ’ หลุดไปง่ายๆ เจ้าตัวเดินไปนั่งบนโซฟาสุดหรูของบ้าน ยกมือกอดอกพร้อมเชิดหน้าประหนึ่งว่าตัวเองคุมอำนาจเบ็ดเสร็จไว้เรียบร้อย

 

ในฐานะเจ้าบ้าน นายต้องเล่ามา ...เดี๋ยวนี้

 

นั่นไง...

 

ถึงจะไม่เห็นด้วยแต่... ตามมารยาทคงต้องตอบ...คนพวกนั้นเป็นใคร ทำไมถึงตามปีศาจอย่างเธอ ทั้งที่จะใช้พลังหนีไปก็ได้? คิมตัดสินใจเอ่ยกำชับอีกฝ่าย อย่างเคยชินกับคำสั่งที่ว่า ลูกน้องต้องเออออตามเจ้านายเสมอ ปกติต้องถามชื่อก่อนไม่ใช่รึไง ซัคคิวบัสหนุ่ม (?) เดินไปนั่งบ้างเมื่อเจอสายตาบังคับทางอ้อม

 

...ต้องบอกด้วยเหรอ? กริชหันไปมองคิมด้วยความสงสัย

 

ปีศาจมีชื่อไว้เรียกตามคำสัจจะ ดังนั้นถ้าซัคคิวบัสแบบพวกคุณถือเรื่องแบบนี้อยู่ก็ไม่จำเป็นต้องเอ่ยนามนั้น

 

“…งั้นเรียกฉันว่าเมโล หรือเมลก็ได้

 

ยุ่งยากจริงๆ ...งั้นเรียกชั้นว่ากริช ส่วนนี้วาคิม หรือจะเรียกคิมก็ได้ ...งั้นบอกมาซะทีเถอะว่าคนพวกนั้นเป็นใครกันแน่ ถึงได้ดูตามจองล้างจองผลาญนายเหมือนหมากัดไม่ปล่อยอย่างนั้น” คำแนะนำตัวสั้นๆง่ายๆทำให้เมโลถอนหายใจ...คงไม่มีทางเลือกจริงๆ

 

ก็ตัดสินใจว่าจะมาหลบที่นี่สักวันแล้วนี่นะ

 

พวกฮันเตอร์น่ะ เมโลพูดเสียงเบาแกมหงุดหงิด ฉันแค่ใช้ร่างปีศาจรีบเดินทางไปซื้อร้านขนมปังชื่อดังของเมืองแค่นั้นเอง เลยถูกตามล่าจนได้...

 

 “ร้านนั้นชื่ออะไรนะ ว่างๆจะไปซื้อมากินบ้าง กริชถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น

 

ก็ขนาดปีศาจยังชอบ แสดงว่ามันต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ

 

นั่นสินะครับ ผมจะได้ไปเอาสูตรมาทำเป็นของว่าง...ร้านนั้นชื่ออะไร?

 

เอ่อ...ร้านเบเกอรืรี่บลอสซัมแถวๆพื้นที่เขต1”

 

กริชเลิ่กคิ้วนิดๆ ทำท่านึกอะไรขึ้นมาได้ อ๋อ ใช่ร้านใกล้ๆสำนักงานตรวจตรานั่นใช่มะ เคยเข้าไปกินอยู่ ขนมปังไส้แอปเปิ้ลนั่นอร่อยมากเลย

 

ใช่ๆ ร้านนั่นแหละ...นี่พวกนายจะถามอะไรฉันกันแน่เนี่ย!?” คนเผลอคล้อยตามรีบตวาดขึ้นมาทันที เพราะรู้สึกว่ามันชักหลงประเด็นไปไกลแล้ว

 

กริชยังคงทำสีหน้าไม่ทุกข์ร้อนอะไร อืม ก็รู้สาเหตุที่ทำให้โดนตามล่าแล้วไง เธอไปซื้อขนมปัง แต่ดันเซ่อจนเจอพวกฮันเตอร์ตามล่าจนหนีกระเซอะกระเซิงแล้วคงจะปีกหักจนร่วงลงมาตรงหน้าฉัน แล้วเราก็มาเจอกัน จากนั้นก็เจอพวกนั้นซึ่งคงจะเป็นฮันเตอร์มาหาเรื่อง จากนั้นเธอที่เพิ่งฟื้นเลยจัดการซะเรียบ

 

คำอธิบายเป็นฉากๆ ผิดแค่ตอนสุดท้ายเท่านั้น

 

ฉันไม่ได้....” ซัคคิวบัสในร่างผู้ชายถึงกับเงียบเมื่อถูกสายตาพิฆาตของแวมไพร์ข้างตัวเด็กหนุ่มจ้องมองราวกับข่มขู่ว่าหากพูดต่อจะไม่มีโอกาสได้เห็นวันพรุ่งนี้อีกเลย

 

แถมคนข้างๆก็ยังไม่รู้สึกถึงสายตานั้นเลยสักนิด หรือรู้แต่ไม่พูดกันแน่

 

หืม ว่าไง? กริชเลิ่กคิ้วนิดๆเป็นเชิงให้พูดต่อ

 

อะ...เปล่าๆๆ งั้นอย่างที่บอก ชั้นขอพักที่นี่สักวันนึงนะ

 

ถึงจะเกรงใจนิดๆก็เถอะ ใครจะคิดล่ะว่าเด็กหนุ่มมนุษย์คนนี้จะเป็นเจ้าของบ้านหลังใหญ่ที่ลือกันให้แซ่ดว่าเป็นคฤหาสน์สุดหรูสุดอันตรายที่ไม่มีใครกล้าใกล้

 

ปีศาจอย่างเขายังต้องเชื่อกับคำเล่าลือ เพราะแค่เข้ามาก็เกือบโดนปืนยิงทะลุ หากไม่ติดว่าเจ้าของบ้านเข้ามายืนยันตัวตนเสียก่อน ระบบของบ้านจึงให้ตัวเขาเข้ามาง่ายๆ ไม่อย่างงั้นได้หมดลมตั้งแต่หน้าประตู

 

ถึงจะตายยาก แต่ปีศาจก็มีอายุขัยเหมือนกันนะ

 

มาแล้วนี่ นอนไปเถอะ แต่ฉันขออีกสองสามคำถาม กริชพยักหน้าแบบไม่คิดอะไรแล้วถามต่อ ฮันเตอร์คือพวกนั้นใช่ไหม แต่ฉันจำได้ว่าเป็นแค่พวกนักเลงคุมถิ่นเฉยๆเองนี่

 

ฉันไม่รู้ ฉันไม่เคยมาที่เมืองนี้มาก่อนเลยนะ

 

แล้วชุดนั่นไปเอามาจากไหน?

 

เพื่อให้กลมกลืนกับคนในเมือง ปกติสีผมสีตาก็เปลี่ยนให้เหมือนคนปกติได้เหมือนกัน

 

กริชพยักหน้าเนิบๆ หันไปถามคนที่ยืนเงียบๆอยู่ด้านหลัง คิม นายรู้อะไรกับพวกฮันเตอร์ไหม

 

ไม่ทราบครับ นอกจากข่าวลือน่าสนใจว่าจะมีการเก็บกวาดพวกปีศาจเพื่อยกระดับความปลอดภัยของเมือง คิดว่าคงมีการว่าจ้างพวกนักเลงให้คอยส่งข่าวโดยน่าจะแลกเป็นเงินจำนวนหนึ่ง

 

แน่ใจนะว่าไม่รู้จริงๆ...

 

เมโลมองหน้าคิมเงียบๆ ซึ่งอีกฝ่ายก็จ้องกลับไม่แพ้กัน

 

น่าสนใจ...คิม ว่างๆเราไปเดินเล่นแถวฐานข้อมูลกันดีไหม กริชที่ไม่รู้ถึงสายตาพวกนั้นหันไปบอกคิมด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม นั่นทำให้แวมไพร์หนุ่มละสายตาออกมาเล็กน้อย

 

ด้วยความยินดีครับ” คิมพยักหน้านิดๆขณะหยิบสมุดโน้ตในกระเป๋าเสื้อโค้ชมาจดอะไรยุกยิก

เข้าใจง่ายเกินไปหรือเปล่า?

 

 

เมโลทำหน้าเหวอๆ มองทั้งคู่สลับกันไปมาด้วยความสับสน

 

 

 

แล้วนายจะเอาไงต่อ เด็กหนุ่มผมดำถามต่อพลางเปลี่ยนมานั่งไขว้ห้างตามนิสัยคนรักสบาย

 

ก็คงอยู่เมืองนี้ไม่ได้เมโลตอบ สีหน้าดูไม่แยแสเท่าไหร่ แต่คิดว่าพวกนั้นคงสืบหาตัวฉันไม่เจอง่ายๆหรอก แถมยังไม่เคยมีใครเห็นตัวฉันในฐานะมนุษย์ด้วย...ยกเว้นคนรู้จักแค่บางคน พูดแล้วสีหน้าของซัคคิวบัสก็สลดลง

 

“…แน่ใจใช่ไหม

 

นายจะรู้ไปทำไม ทำยังกับจะช่วยอะไรชั้นได้อย่างนั้นล่ะ!”

 

กริชทำหน้าเบื่อหน่ายใส่ทันที โฮ้ย อย่าถามมากน่า...นี่นาย” เสียงเรียกทำให้เมโลเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง

 

อะไร?

 

นอกจากความฝันแล้ว พวกซัคคิวบัสแบบนายกินข้าวแบบคนปกติได้ไหม? จู่ๆประเด็นเรื่องถูกเปลี่ยนกลางอากาศจนเมโลอึ้งไปครู่

 

ห๊ะ...ก็ได้อยู่นะ” ก็ขนาดขนมปังยังกินได้เลย

 

กริชพยักหน้ารับเบาๆพลางยันตัวลุกขึ้น บิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนเอ่ย จะโดนฮันเตอร์ตามล่ามา บาดเจ็บหรืออะไรก็เถอะ ที่สำคัญกว่าคือการกินให้อิ่มก่อน ว่าพลางมองไปยังเมโลที่ดูงงๆไม่หายแล้วพูดต่อคิม นายไปจัดอาหาร เดี๋ยวฉันจะไปดูให้ว่าวิธีการรักษากระดูกตรงขานั่นมันเป็นยังไง

 

ครับ คิมก้มศีรษะลงนิดๆเมื่อเด็กหนุ่มสาวเท้ายาวๆเพื่อขึ้นไปชั้นสอง

 

...เด็กนั่นเป็นมนุษย์จริงๆเหรอ?

 

ห้ามเรียกเขาว่าเด็กนั่น... สายตาคมปราดมองทำให้เมโลผงะรีบก้มหัวผงกๆ

 

เฮ้ยๆๆ ชั้นขอโทษ ว่าพลางพูดอ้อมแอ้มด้วยกลัวว่าจะหัวหลุดออกจากบ่าจริงๆ ฉันนายถึง...เจ้านายของนายเป็นคนปกติใช่ไหม

 

ก็อย่างที่เห็น” คิมตอบง่ายๆ ก่อนจะตีหน้าเครียดขึ้นอีกมาอีกครั้งกับคำถามต่อมา

 

 นายคือซิเรน...ใช่ไหม?

 

อา...ไม่ได้ยินชื่อนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ

 

แวมไพร์หนุ่มมองซัคคิวบัสตรงหน้านิ่งๆแทนคำตอบ

 

ไม่อยากเชื่อเลยว่านายจะรอดจากการโดนหมุดเงินปักอกมาได้จริงๆ โลกมืดมีแต่คนสรรเสริญตัวนายจะแย่ แต่ทำไมถึงเป็นข้ารับใช้ของมนุษย์ปกติได้ล่ะ ทั้งๆที่นายเป็นแวมไพร์ติดอันดับต้นๆของโลกมืดแท้ๆเลยนะ” เมโลพูดเสียงตื่นเต้นขึ้นมาเมื่อคิดได้ว่าตัวเองกำลังคุยอยู่กับแวมไพร์ระดับตำนานคนหนึ่งในโลกของพวกตน

 

โลกมืด...คือคำเรียกของสังคมปีศาจ ในพื้นที่ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นอีกมิติซึ่งไม่ตัดขาดจากโลกใบนี้ทั้งหมด ที่นั่นมีการใช้ชีวิตไม่ต่างกับมนุษย์ทั่วไปแต่ก็ไม่เหมือนกันเลยสักทีเดียว และหลายครั้งยังมีมนุษย์จากมิตินี้เข้าไปอยู่ในนั้นหากไม่ใช่แค่ใช้ชีวิตอย่างเสรีไร้กฏเกณฑ์ ทั้งหลอกลวงทั้งเข่นฆ่าไม่ต่างอะไรกับปีศาจที่พวกเขาหวาดกลัวเลยแม้แต่นิดเดียว ผิดแค่ว่าที่นั่นมันเป็นความสนุกหรือเกมส์ฆ่าเวลา ส่วนที่นี่อาจจะผิดกฏหมาย ถูกจำคุกหรือหรือถึงขั้นประหารชีวิต

 

เป็นสถานที่ที่เขาไม่ควรกลับไปหากยังอยากใช้ชีวิตอย่างสงบสุข

 

เพียงแค่โลกใบนี้มีพวกปีศาจประเภทหนึ่งมอบพลังให้มนุษย์มาเข่นฆ่ากันเอง แค่จำนวนหนึ่งแต่ทำให้โลกทั้งใบถึงคราวล่มสลาย จนเป็นแบบในปัจจุบัน ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงเลยว่าในโลกมืดแห่งนั้นมันจะเป็นยังไง

 

คิมหลุดออกจากห้วงความคิดไปเมื่อเจอสายตาคาดคั้นจากปีศาจตรงหน้า เขาเป็นผู้มีพระคุณ...มันก็แค่นั้น

 

แล้วเขาตั้งเป้าหมายไว้แล้วว่าจะไม่ไปไหนอีก

 

ผู้มีพระคุณที่แปลกมาก แถมบอกจะรักษาฉันด้วยล่ะ มีที่ไหนล่ะเนี่ย ซัคคิวบัสยิ้มแหย

 

มีอย่างที่ไหนบอกจะมาช่วยปีศาจ แถมให้ที่พักอีก ตอนแรกทำท่าจะลืมถามชื่อของคนที่จะช่วยเหลือด้วยซ้ำไป สุดท้ายจบด้วยชวนกินข้าว?

 

หากอีกฝ่ายเป็นฮันเตอร์นักล่าปีศาจแล้วต้องการจะล่อเขามาที่บ้านเพื่อจับไปรีดความลับยังจะน่าเชื่อถือกว่า

 

เหมือนกับว่า... เป็นคนแปลกประเภทไม่น่าจะอายุยืนหากอยู่ในโลกแบบนี้

 

..เพราะแปลกไงล่ะ... คิมให้คำตอบที่คนฟังคงไม่มีวันเข้าใจได้ในตอนนี้

 

ใช่...ก็เพราะแปลกมากยังไงล่ะ....

 

ทั้งที่โลกใบนี้ก็แทบจะไม่ต่างอะไรกับโลกมืดแห่งนั้นอยู่แล้ว

 

อ่า...ถ้ารักษาเสร็จแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะรีบไป ไม่ให้พวกนายต้องลำบากเพราะฉัน ...โอเคนะ เมโลหัวเราะแหะๆหลังตัดสินใจได้ว่าไม่ควรจะทำให้วุ่นวายไปมากกว่านี้

 

เดี๋ยว...

 

 

******

 

 

แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในคฤหาสน์เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันหลังจากมีมรสุมขนาดใหญ่พัดเข้ามาก่อเกิดเมฆหนาบบดบังไปหลายวัน มันทำให้คนขี้เกียจจะลุกต้องตื่นขึ้นมา แล้วพบว่านี่เพิ่งจะเจ็ดโมงเช้าเท่านั้นเอง ซึ่งหมายความว่าตัวเขาเพิ่งได้ได้หลับตานอนเป็นเวลาไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

 

หลังจากจัดการกับตัวเองเสร็จ เด็กหนุ่มก็เดินหาวหงอดออกมาจากห้องนอนเพื่อลงไปชั้นล่าง มือหนาขยี้หัวตัวเองจนเส้นผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ในหัวคิดถึงข่าวในทีวีที่ได้ฟังมา

 

ข่าวที่แพร่สะพัดและโด่งดังในตอนเช้าคือข่าวว่าเกิดการสังหารหมู่อย่างโหดเหี้ยมภายในเขตที่อยู่โซน 3 ซึ่งหลายต่อหลายคนต่างพากันวิพากย์วิจารณ์ต่างๆนาๆ แต่สุดท้ายก็ไม่พ้นข้อสรุปที่ว่าเป็นแค่การทะเลาะวิวาทกันระหว่างคนสองกลุ่มใหญ่ๆ เพราะพวกที่ตายไปต่างเป็นนักเลงหัวโจกเลื่องชื่อในแถบนั้นพอดี แถมมันเป็นข่าวแบบมาเร็วไปเร็ว ไม่มีการเจาะลึกอะไรเพิ่มเติมเท่ากับข่าวการร่วมมือกันของสองนักการเมืองใหญ่ในการรวบรวมเงินไว้ทำโครงการอะไรสักอย่าง

 

ไม่ตรงกับที่เมโลบอกเลยแม้แต่นิดเดียว

 

คงจะผ่านการกลั่นกรองมาแล้วเรียบร้อย ไม่ก็การจัดฉากอะไรสักอย่าง เพราะมีอาวุธครบมือแบบนั้น จะเรียกว่าทะเลาะวิวาทธรรมดาได้ที่ไหน หัวโจกก็หัวโจกเถอะคงไม่พกไรเฟิลมาไล่ยิงคู่อริง่ายๆ แถมยังมีตัวเก็บเสียงอย่างดี อีกอย่างคนแถวนั้นยังไม่มีใครโผล่หัวออกมาดูเลยแม้แต่คนเดียว จะเรียกว่าเป็นความเงียบกริบท่ามกลางพื้นที่แออัดดีไหม

 

เวลาแค่หกโมงเย็นกว่าๆ ใครมันจะบ้าปิดไฟนอนกันหมดแบบนั้น

 

เกี่ยวข้องกับโลกมืดมากน้อยแค่ไหนเขาก็ไม่แน่ใจ เสียเวลาถามแวมไพร์ประจำบ้านก็ใช่ว่าเจ้าตัวจะยอมบอกหมดซะด้วย เจ้าซัคคิวบัสนั่นคงจะกลับบ้านตัวเองไปแล้วด้วย แผลแค่นั้นหากได้รับการรักษาที่ถูกต้องวันเดียวก็หายดีอยู่แล้ว

 

ตอนนี้เขาควรระวังตัว เพราะไม่แน่ว่าอาจจะมีคนเห็นพวกเขาอยู่ในที่เกิดเหตุตอนนั้นก็ได้

 

ปึง!

 

เสียงเปิดประตูห้องครัวรุนแรงกว่าหลายวันที่ผ่านมา แถมด้วยความหงุดหงิดทำให้คำทักทายยามเช้าแฝงอารมณ์ห้วนไปบ้าง โฮ้ย... มีอะไรกินบ้าง

 

ในห้องมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับห้องอื่น มันเต็มไปด้วยอุปกรณ์ต่างๆสำหรับทำอาหาร ตอนนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมชวนท้องร้อง หน้าต่างถูกเปิดระบายอากาศทำให้ห้องดูสว่างจ้าจนแสบตา

 

คุณตื่นสายอีกแล้วนะ ชายหนุ่มร่างสูงหันมาทักทาย สีหน้าดูแปลกๆกว่าวันอื่นๆ แต่เขาไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนอกจากเดินไปยังโต๊ะกินข้าวซึ่งจริงๆแล้วเป็นแค่โต๊ะไว้วางอุปกรณ์ทำอาหารภายในห้องครัวเท่านั้น ส่วนอาหารเย็นพวกเขาจะย้ายไปกินตรงห้องโถง

 

 

ปกติคิมจะลงไปนอนอยู่ห้องใต้หลังคา แต่เพราะเมื่อวานมีแขกเข้ามาทำให้เจ้าตัวต้องหลบมานอนขลุกอยู่ในห้องของเขาแทนเสียอย่างนั้น ส่วนแขกที่ว่าก็ให้นอนอยู่ทางปีกขวาของบ้านแทน แต่การที่ตื่นมาแล้วพบว่าพวกแวมไพร์ตื่นก่อนเสมอมันก็เป็นอะไรที่น่าหงุดหงิดทุกวันอยู่ดี

 

เสียงวิทยุกระจายข่าวดังขึ้นเป็นระยะๆแทนการสนทนาภายในห้อง โดยคงจะพ้นช่วงข่าวยามเช้าไปแล้วตอนนี้จึงเหลือแต่ข่าวบันเทิงจำพวกนินทาหรือข่าวฉาวทั่วไปเท่านั้น

 

วันหยุดทั้งที ขอพักสักหน่อยสิ เขาตอบเสียงเนือยเมื่อหาที่ปักหลักได้ ศีรษะซุกกับโต๊ะโดยมีสองแขนหนุนเอาไว้อย่างหมดสภาพ ท่าทางห่อเหี่ยวอันเป็นภาพชินตาสำหรับคนมองไปซะแล้ว

นั่นสินะครับ คิมว่าพลางถอดผ้ากันเปื้อนออกหลังจากจัดการกับครัวเสร็จ

 

นายตื่นสายแบบนี้ตลอดเลยเหรอ เสียงคุ้นหูทำให้เขาลืมตาขึ้นมอง ก็พบเด็กหนุ่มผมสีขาวนั่งหน้าแฉล้มอยู่ฝั่งตรงข้าม ปีกข้างซ้ายที่หักเมื่อคืนตอนนี้ถูกทาบด้วยไม้ดามแต่ดูจะไม่เป็นปัญหากับเจ้าตัวเท่าไหร่นัก ส่วนมือข้างซ้ายที่เหลือถือช้อนส้อมกำลังจิ้มลูกชิ้นเข้าปากเคี้ยวหยับๆอย่างเอร็ดอร่อย ทั้งที่เมื่อคืนไม่เห็นว่าเจ้านี่จะหิวตรงไหน แต่มันทำให้ตัวเขาตาสว่างขึ้นมาได้บ้าง

 

...นี่นายไม่ไปไหนอีกเหรอ? ตอนแรกเขาไม่หวังให้เมโลอยู่จนหายจริงๆ เพราะเข้าใจว่าเจ้าตัวอยากจะรีบไปมากกว่านี้ ไม่คิดว่าจะยอมอยู่ง่ายๆตามคำชวน

 

เมโลอยู่ในชุดผู้ชายตามปกติเรียบร้อยแล้ว โดยในอดีตเคยเป็นชุดของเขานั่นล่ะ แต่ก็อย่างว่า ใครจะทนเห็นผู้ชายใส่ชุดนักเรียนหญิงได้ทั้งวันล่ะจริงไหม ถึงเจ้าตัวจะเถียงเหย็งๆบอกว่าเป็นผู้หญิง แต่อยู่ในร่างผู้ชายจะรักษาพลังงานในร่างได้ดีกว่าก็เถอะ

 

คิมอธิบายให้เขาฟังแค่ว่า ซัคคิวบัสวัยเท่าเมโลคงยังไม่พ้นวัยเจริญเติบโตเต็มที่จึงยังแปลงร่างได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง เมื่อถึงเวลาเหมาะสมก็จะเลือกเป็นเพศใดเพศหนึ่งได้เอง แต่คงอยู่เหนือการควบคุมหรืออาจมีเหตุปัจจัยหลายๆอย่าง ดังนั้นต่อไปต่อให้เจ้าตัวอยากเป็นผู้หญิง แต่ถ้าร่างกายแปลงเป็นผู้ชายถาวรก็คงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้

 

ถ้าคุณไม่ว่าอะไร ผมอยากให้เมโลมาอยู่กับเรา อย่างน้อยก็ช่วงนี้ เป็นคิมที่ตอบแทนขณะวางจานข้าวไว้ตรงหน้าเขา

 

เออ เอาสิ กริชว่าง่ายๆ เมื่อคิดว่าข้อมูลคงไม่ต้องหาจากไหนไกลแล้วก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาอีกเยอะ แต่ทำไมล่ะ?

 

ดูข่าวเมื่อเช้าแล้วใช่ไหมครับ? คิมถามไปอีกเรื่อง

 

หืม มันตั้งแต่เมื่อตอนตีสามไม่ใช่เหรอ เด็กหนุ่มว่าพลางอ้าปากหาวอีกรอบ

 

ปฏิกิริยาที่แวมไพร์หรี่ตามองอย่างไม่พอใจด้วยรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น  ...ผมสั่งว่าห้ามนอนดึกไม่ใช่เหรอครับ

 

กริชชะงัก รีบโวยวายกลบเกลื่อนทั้งที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะ โว้ย! อย่ายุ่งน่า แล้วข่าวนั่นมันยังไงวะ

 

ผมแค่อยากให้แน่ใจว่าข่าวมันจะเงียบกว่านี้เท่านั้น หากปล่อยไปแล้วถูกพวกฮันเตอร์จับขึ้นมา ถ้าโดนสาวมาถึงคนที่ช่วยรักษา พวกเราอาจจะแย่กันหมด ทางที่ดีเราไม่ควรปล่อยให้เจ้านี่ออกไปข้างนอก ไม่ก็รอให้ปีกข้างนั้นหายเสียก่อน

 

อืม นายนี่หัวดีจังนะ เด็กหนุ่มโงหัวขึ้นมามองอีกฝ่ายที่กำลังปั้นหน้าหงุดหงิดใส่

 

เพราะคุณทำอะไรไม่คิดเองต่างหากล่ะ

 

หนวกหูว่ะ บ่นเป็นตาแก่ไปได้น่าคิม… เฮ้ย...วันนี้มีพวกเนื้อสัตว์ลดราคาด้วยนะ เขาทักขึ้นเมื่อวิทยุในห้องกำลังพูดถึงโฆษณาว่าช่วงนี้มีเนื้อสัตว์ลดราคาอยู่

 

ผมกำลังจะออกไป” คิมพูดเหมือนรู้อยู่แล้วทำให้เขาสำรวจตัวอีกฝ่ายอีกรอบ ก็พบว่าเจ้าตัวอยู่ในชุดรัดกุมกว่าตอนอยู่บ้าน บ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังจะออกไปข้างนอกจริงๆตามปากว่า

 

ไม่ใช่ว่าเมืองนี้ไม่มีแสงแดดจนแวมไพร์ออกมาเพ่นพ่านตอนกลางวันได้ แต่เห็นเจ้าตัวบอกว่าตัวเอง พิเศษ’ จึงโดนแสงแดดเป็นเวลานานๆได้ แต่ไม่ควรโดนผิวหนังโดยตรงนานเกินไปดังนั้นจึงมีการป้องกันบ้าง โดยคิมมีทั้งแว่นดำ เสื้อโค้ชใส่ฮู้ด ถุงมือ กางเกงขายาว ถุงเท้า รองเท้าหนัง ง่ายๆว่าแทบไม่มีอะไรโผล่ออกมาให้เห็นเลยดีกว่า

 

ส่วนถามว่าการแต่งกายแบบนี้เดินไปมาในเมืองเป็นเรื่องแปลกไหม...คงจะไม่ เพราะคิมก็ดูจะสนิทกับแม่ค้าพ่อค้าแถวนั้นพอตัวจากการมีของแถมติดไม้ติดมือมาตลอด

 

เออๆๆๆ โชคดี

 

อีกฝ่ายพยักหน้านิดๆก่อนเดินออกไปโดยทิ้งให้เด็กหนุ่มสองคนนั่งเงียบๆกันสองคน

 

เมโลนั่งกินข้าวในจานอย่างขะมักเขม้น ผิดกับกริชที่กำลังใช้ช้อนเขี่ยจานข้าวอย่างครุ่นคิด

เฮ้ย เมโล

 

ห๊ะ มีอะไร? เมโลสะดุ้งเมื่อจู่ๆก็ถูกเรียกชื่อกะทันหัน

 

ทำไมเกร็งแบบนั้น หรือฉันเรียกห้วนไป กริชขมวดคิ้ว

 

ไม่ๆๆๆ ไม่เลย ไม่เลยสักนิด เรียกแบบนั้นแหละ จะเรียกเมลเฉยๆก็ได้

 

ช้อนในมือถูกเปลี่ยนให้เคาะจานเป็นจังหวะจนดูน่ากลัว เออ งั้นเหรอ...งั้น... เมโล เฝ้าบ้านให้หน่อย

 

อ...เอ๋!!!” ซัคคิวบัสอึ้งไปครู่ราวกับคิดว่าตนกำลังฟังผิดไป

 

นายเป็นผู้อาศัย ต้องรับฟังเจ้าบ้านอย่างฉันสิ อย่าบอกนะว่าโลกมืดไม่ได้สอนให้นายยึดถือเรื่องมารยาททางสังคม ทีชื่อพวกนายยังถือมากจนมาใช้ชื่อปลอมกับฉันเลย ว่าพลางวางช้อนในมือลง เปลี่ยนเป็นใช้มือทั้งสองท้าวคาง จ้องมองอีกฝ่ายจนเมลนึกเสียใจตงิดๆที่มานั่งตรงนี้

 

ที่ถือกันคือพวกแวมไพร์เขาต่างหาก

 

ไม่เกี่ยวโว้ย ฟังที่ฉันพูดแล้วทำตาม จบไหม หรือนายมีปัญหา... ดวงตาสีเทาลู่ลงเหมือนสัตว์ป่า ประมาณว่าหากขัดข้องจะจับซัคคิวบัสแบบเขาต้มกินเป็นน้ำชาคู่กับของว่าง

 

...จบครับ โอเค นายออกไปได้เลย ฉันจะเฝ้าบ้านแบบไม่มียุงสักตัวเข้ามาได้เลยเอ้า เมโลทำท่าตะเบ๊ะแบบพร้อมทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

 

เออ ดีมาก แล้วเคลียร์กับคิมให้ทีนะ

 

... เคลียร์? เดี๋ยว? เคลียร์อะไร!”

 

คำท้วงไม่อาจส่งไปถึงเมื่อคนสั่งได้หายตัวไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าลมพัดราวกับรอเวลานี้มานานแล้ว ทิ้งไว้แต่จานข้าวว่างเปล่าไว้ให้ดูต่างหน้า

 

ซัคคิวบัสหนุ่มถึงกับกุมขมับตัวเองเหมือนตั้งรับสถานการณ์ไม่ทัน ทั้งที่เตรียมใจตั้งแต่แวมไพร์พูดเมื่อคืนนี้แล้วแท้ๆ ตอนเช้าต้องมาเจอปีศาจดูดเลือดผู้เป็นตำนานกำลังจะไปจ่ายตลาด กับเด็กหนุ่มปกติที่สั่งให้ปีศาจที่เพิ่งเจอกันเมื่อวานแบบเขามาเฝ้าบ้านให้ ส่วนตัวเองหายไปไหนไม่รู้

 

คนพวกนี้แปลกเกินไปแล้ว!!

 

 

 







.............โปรดติดตามตอนต่อไป........

ความคิดเห็น