น้ำมิ้ม

นิยายรักโรแมนติกของเจ้าหญิงและเจ้าชาย ที่มิใช่แนวทะเลทราย หากเป็นรักในดินแดนเอเชียทักษิณาคเนย์ ดินแดนแห่งสายน้ำ และเทือกเขาหิมาลัย ... ใครสายในฝัน ดั่งดวงหฤทัย เลือดขัตติยา แวะมาอ่านกันได้นะจ๊ะ

ตอนที่ 1 : เจ้าหญิงแห่งทิมปาล -2

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 : เจ้าหญิงแห่งทิมปาล -2

คำค้น : เจ้าหญิง, เจ้าชาย,บัลลังก์, ทิมปาล

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 57

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ค. 2561 00:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 : เจ้าหญิงแห่งทิมปาล -2
แบบอักษร

รวิลักษมีราชกุมารีเสด็จถึงห้องทรงงานของกษัตริย์ทีศุระอย่างรวดเร็ว ภายในห้องโถงสีครีมกว้างลาดด้วยพรมเปอร์เซียแท้ปูไปจรดบันไดอันเป็นทางขึ้นของชั้นลอยส่วนของพื้นที่ที่กษัตริย์ทีศุระใช้ทรงงาน เจ้าหญิงทรงถวายบังคมพระราชบิดาอย่างงดงามก่อนจะเสด็จผ่านนายพลกาโช เสนาบดีกลาโหมที่รีบลุกขึ้นถวายคำนับผู้มาใหม่ก่อนจะก้าวถอยหลังไปยังชุดเก้าอี้แถวด้านริมผนัง รอให้เจ้าหญิงพระธิดาเสด็จประทับพระเก้าอี้ข้างองค์ราชา แล้วตัวเองค่อยถวายคำนับแล้วถอยออกไปนั่งตัวที่ห่างออกไป

เนตรคมสีเฮเซลกวาดตามองผู้มาร่วมประชุมครั้งนี้แล้วรอยแย้มสรวลก็ค่อยๆจางลงเมื่อเห็นว่า นอกจากเจ้าชายอนุรุทธะตามที่ราชครูบอกเมื่อครู่แล้ว ยังมีพระนางอนิลรตาและนายพลสิงหล เสนาบดีเกษตราธิการเข้าร่วมด้วย

“เอาล่ะในเมื่อมากันครบแล้ว เราจะขอเริ่มเลยแล้วกัน” องค์ราชาทีศุระตรัสพลางให้สัญญาณราชองครักษ์แจกแผนที่และเอกสารทางธรณีวิทยาให้กับทุกคน ก่อนที่นายพลสิงหลจะเป็นผู้ถวายรายงานให้กษัตริย์ทีศุระและทุกคนในที่ประชุมได้รับทราบไปพร้อมๆกัน

“จากรายงานของทีมธรณีวิทยา เราค้นพบสายแร่แห่งใหม่ที่เมืองทวิชะ และคาดว่าจะเป็นเพชร เกล้ากระหม่อมเห็นว่าเราควรจะเวนคืนที่ดินและเปิดสัมปทานเหมืองเพชรที่นั่นพระเจ้าค่ะ”

“แต่เมืองทวิชะ เป็นเมืองชายแดนติดกับแคว้นสินธุรัฐนะพระเจ้าค่ะ แล้วยังมีพื้นที่บางส่วนคาบเกี่ยวกับพื้นที่ของชนกลุ่มน้อยสุรัตตะ...” เสนาบดีกลาโหม นายพลกาโชเอ่ยแย้งขึ้นทันควัน พลางเหลือบไปทางพระนางอนิลรตา อดีตลูกสาวหัวหน้าเผ่าสุรัตตะที่บัดนี้กลายเป็นนางพญาราชินีแห่งบัลลังก์กินรีไปแล้ว นายพลกาโชจึงได้แต่เอ่ยเลี่ยงไป

“กระหม่อมเกรงว่าหากจะทำเหมืองเพชรที่นั่นจริงๆ ก็ต้องทำประชาพิจารณ์และได้รับความยินยอมจากชาวเมืองทวิชะ ชนกลุ่มน้อยและแคว้นสินธุรัฐ เพราะถ้าหากเกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจนยากจะควบคุมได้ทางแคว้นสินธุรัฐคงไม่ยินยอม จะเกิดเป็นปัญหาชายแดนลุกลามได้พระเจ้าค่ะ”

“ในส่วนของพื้นที่คาบเกี่ยวกับชนกลุ่มน้อยสุรัตตะ เราจัดการได้ขอให้ท่านกาโชวางใจ และในส่วนของแคว้นสินธุรัฐ หม่อมฉันเห็นว่าควรให้เจ้าชายอนุรุทธะเป็นตัวแทนไปเจรจาเพื่อหาข้อตกลงร่วมกันระหว่างแคว้นดีหรือไม่เพคะ”

พระนางอนิลรตาหันไปทูลกับองค์ราชาทีศุระที่ทรงก้มพักตร์นิ่งราวกับกำลังชั่งพระทัย ก่อนจะหันมาตรัสกับโอรสธิดาที่นั่งเคียงกัน

“อนุรุทธะ”

“พระเจ้าค่ะท่านพ่อ”

“เจ้าไม่ได้พบกับท่านตาอัสมา มานานแล้วกระมัง อยากไปพบหรือไม่”

“ท่านพี่!...”                                             

กษัตริย์ทีศุระไม่นำพากับน้ำเสียงน้อยพระทัยของราชินีอนิลรตา ก่อนจะหันไปทางเจ้าชายหนุ่มน้อยพระชนม์ 15 ชันษา พักตร์เรียวยาวที่แม้จะฉวีเข้มกว่าตามเชื้อสายทางพระมารดาหากเค้าหน้าแทบมิแผกกัน กำลังจ้องพระพักตร์อย่างรอคอยพระราชกระแสรับสั่ง

“เหตุการณ์ทางเมืองทวิชะชายแดนมีจุดยุทธศาสตร์สำคัญหลายแห่ง เจ้าเป็นเจ้าชายสมควรไปศึกษาด้วยตัวเองให้ถ้วนถี่ว่า ทำไมเราถึงต้องระมัดระวังผลกระทบต่อแคว้นอื่นหรือชนเผ่าอื่น ทั้งๆที่เราก็จะทำเหมืองบนแผ่นดินของเรา เจ้าเองก็เป็นหลานท่านอัสมา ท่านน่าจะช่วยเราเรื่องพื้นที่ทับซ้อนของชนกลุ่มน้อยได้”

“รับด้วยเกล้าพระเจ้าค่ะ”

“ส่วนเรื่องการเจรจาหาข้อตกลงร่วมกันระหว่างแคว้นทิมปาลและสินธุรัฐ ให้รวิลักษมีกับราชครูอาชว์ไปแทน”

“แต่เรื่องสำคัญระหว่างแคว้นเช่นนี้ ให้แค่ราชกุมารีเสด็จ ทางสินธุรัฐจะมิหาว่าเราไม่ให้เกียรติหรือเพคะ” พระนางอนิลรตาทรงแย้งขึ้นเสียงขรึม พักตร์งดงามที่ฉาบด้วยเครื่องสำอางยี่ห้อดังกลับไม่สามารถกลบเกลื่อนรอยไม่พอพระทัยเอาไว้ได้ งานที่สำคัญระหว่างแคว้นเช่นนี้ควรที่จะเป็นผลงานของอนุรุทธะราชกุมารมากกว่ามิใช่หรือ  หรือจะเป็นจริงดั่งข่าวที่ลือไปทั่วมาฮาลว่า กษัตริย์ทีศุระจะเถลิงพระยศราชกุมารีเป็นรัชทายาทลำดับที่ 1 มิใช่เจ้าชายอนุรุทธะลูกของเธอ

“แล้วเจ้าคิดว่าการที่เราส่งราชกุมารวัยแค่ 15 ชันษาไปเจรจากับเจ้าหลวงแห่งสินธุรัฐนั้นควรหรืออนิลรตา เราเองก็ติดราชภารกิจต้องไปต่างประเทศ หรือเจ้าคิดว่าจะมีผู้อื่นที่เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศและชายแดนมากกว่ารวิลักษมี และมีคนที่เชี่ยวชาญด้านศาสตร์แห่งการทำเหมืองอัญมณีมากกว่าราชครูอาชว์ เจ้าก็บอกมา”  

สุรเสียงที่เข้มขรึมนั้นลงน้ำหนักเน้นย้ำทุกคำจนทำให้พระนางอนิลรตาไม่กล้าสบเนตรคมเข้มที่เจิดจ้าราวกับไฟ เจ้าหญิงพระธิดาจึงเอื้อมหัตถ์เรียวไปแตะข้อพระกรของพระราชบิดาไว้ ก่อนจะกราบทูลเบาๆ

“หญิงกับท่านราชครูจะรีบไปจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยเองเพคะ ขอให้ทรงวางพระทัย”

“ขอบใจหญิง  ส่วนท่านกาโชก็รีบไปเตรียมขบวนทหารอารักขาและให้คนไปเตรียมพร้อมที่ชายแดนให้เรียบร้อย พ่อหวังว่าพอกลับมาจะได้ฟังข่าวดีจากหญิงแล้วก็เจ้าด้วยนะอนุรุทธะ”

“รับด้วยเกล้าเพคะ/พระเจ้าค่ะ”

 กษัตริย์ทีศุระเอื้อมพระหัตถ์มาแตะพระเศียรราชกุมารและราชกุมารีแทนคำอวยพร ก่อนจะประทับยืนขึ้นและเสด็จยังฝ่ายหน้าเพื่อเตรียมพร้อมเสด็จต่างประเทศ  เจ้าหญิงรวิลักษมีเงยพระพักตร์ขึ้นพลางกลั้นใจหันมาถวายคำนับพระราชมารดาเลี้ยงก่อนจะรีบเสด็จออกไปทันทีที่ส่งเสด็จพระราชบิดาเรียบร้อยเช่นกัน ทรงรู้ดีว่าพระนางอนิลรตาไม่พอพระทัยเป็นอย่างยิ่ง และในยามนี้ควรจะหลีกเลี่ยงไม่อยู่ให้พระนางเห็นพระพักตร์ให้ระคายพระทัยคงจะเป็นการดีที่สุด อย่างน้อยพระราชบิดาจะได้ไม่ทรงกริ้วมากไปกว่านี้  ในขณะที่คนที่เหลือได้แต่ถวายคำนับลงพร้อมเพรียง ซ่อนความในใจแต่ละคนเอาไว้ในยามที่ก้มหน้ารับพระบรมราชโองการ  ทุกคนล้วนมีหน้าที่ที่ต้องกระทำแม้จะต่างวาระ ต่างโอกาส ต่างสถานที่ แต่ทุกหน้าที่ล้วนจุดมุ่งหมายเดียวกัน...เพื่อทิมปาล

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น