Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่32 “ฮันนี่มูน1”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่32 “ฮันนี่มูน1”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.7k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ค. 2561 11:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่32 “ฮันนี่มูน1”
แบบอักษร

ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบ ท่ามกลางทะเลหมอกที่สวยงามสมกับคำร่ำลือที่ว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์ของเมืองไทยจริงๆ ทั้งสองคนตั้งใจตื่นแต่เช้าเพื่อให้ทันดูทะเลหมอก

“คุณจอมทัพตื่นได้แล้วค่ะ เดี๋ยวไม่ทันดูทะเลหมอกนะคะ” มนสิชาปลุกธนาธิปให้ตื่น

“อืมมมม” ธนาธิปตอบรับทั้งๆที่ยังไม่ลืมตา

“ตื่นได้แล้วค่ะ” มนสิชายังคงปลุกซ้ำ

“......” ไม่มีเสียงตอบรับจากธนาธิป เขาดึงมือของมนสิชาทำให้เธอล้มลงบนอกของเขาพอดี

“อุ๊ย!!” มนสิชาอุทาน

(((ฟอด)))

“หอมจัง เธออาบน้ำแล้วเหรอ” ธนาธิปแกล้งถาม

“ค่ะ ลุกนะคะ เราจะได้ไปดูทะเลหมอกกัน” มนสิชาเขินอายกับการกระทำของธนาธิป

“อืมมมมมม” ((ฟอด)) ธนาธิปรับคำก่อนที่จะหอมแก้มนวลอีกข้าง

มนสิชาได้แต่นั่งหน้าแดงอยู่บนที่นอนเมื่อธนาธิปกำลังเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการธุระส่วนตัวของตนเอง เธอรู้ตัวเองแล้วว่าเริ่มมีใจให้กับธนาธิป แถมตอนนี้เธอเหมือนตกหลุมรักเขาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เธอเองก็ไม่แน่ใจในตัวธนาธิปว่าเขาคิดเช่นไรกับเธอ

“เดี๋ยวปรางออกไปเตรียมอาหารเช้าให้นะคะ” มนสิชารีบบอกเมื่อเห็นธนาธิปเดินออกมาจากห้องน้ำ

“อย่าพึ่งไปสิ ช่วยฉันแต่งตัวก่อน อากาศเย็นแบบนี้ฉันแต่งตัวเองกลัวจะช้า เดี๋ยวฉันไม่สบายเธอต้องมาดูแลฉันอีกนะ” ธนาธิปใส่ลูกอ้อน พร้อมกับพูดหว่านล้อมเพื่อหาเหตุและผลให้มนสิชายอมช่วยเหลือเขาในการแต่งตัว

“เอ่อ ค่ะ” มนสิชาเถียงไม่ออกกับเหตุผลที่เขายกมาอ้าง

“มาเช็ดตัวให้ฉันก่อน” ธนาธิปเริ่มสั่ง

มนสิชาจึงต้องถือผ้าขนหนูมาซับน้ำที่เกาะอยู่บนเนื้อตัวของธนาธิป เธอเห็นกล้ามเป็นมัดๆ อย่างชัดเจน หน้าท้องเป็นลอนสวยอย่างคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ มนสิชาเองก็แอบใจเต้นราวกลองศึกเพราะปกติเธอไม่ค่อยได้ใกล้ชิดเขาขนาดนี้ ส่วนธนาธิปที่เห็นอาการเขินอายของมนสิชาเขาก็ยิ่งสนุก เขาแกล้งยื่นหน้าเพื่อกระซิบข้างใบหูสวย

“เขินเหรอ” ธนาธิปถามมนสิชา

“ปะ เปล่าค่ะ” มนสิชาตะกุกตะกักตอบ

“ทำไมมือสั่นๆ หละ” ธนาธิปยังคงถามต่อ

“เอ่ออออ” มนสิชาไม่รู้จะตอบเขาอย่างไรดี

ทันใดนั้นเองธนาธิปแกล้งกระตุกผ้าขนหนูที่พันรอบเอวออก มนสิชาที่ก้มหน้าอยู่ตื่นตะลึงในความใหญ่โตมโหฬารของเขา เธอรีบหลับตาแล้วหันหลังให้เขาทันที

“ตกใจอะไรเหรอ” ธนาธิปแกล้งลากเสียงถาม

“เอ่อออออ” มนสิชาก็ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรดี

“หันหน้ามาสิ เช็ดขาให้ด้วย ขาฉันยังเปียกอยู่เลย ฉันก้มเช็ดเองไม่ถนัดหนะ” ธนาธิปสนุกที่ได้แกล้งให้เธอเขินอาย

“เอ่อ คุณจอมทัพใส่ผ้าขนหนูก่อนนะคะ เดี๋ยวปรางช่วยเช็ดให้ค่ะ” มนสิชาพูดตอบกลับไปทั้งๆที่ยังหันหลังให้เขาแบบนี้

“อืม” ธนาธิปแกล้งรับคำ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ยังยืนเปลือยอยู่แบบนั้น

“ว้ายยยยย!!” มนสิชารีบเอามือปิดตาแล้วหันหน้าหนี

“อายอะไรฮึ!! เธอไม่ใช่แค่เคยเห็นสักหน่อย ปกติเธอใช้มันด้วยซ้ำ” ธนาธิปแกล้งเย้าเธอต่อ

“ก็....ก็....!!” มนสิชาพูดติดอ่าง

“ก็อะไร หันมาเร็ว ฉันหนาวจะตายอยู่แล้ว” ธนาธิปรีบบอก

มนสิชาหันกลับมาทั้งๆ ที่ยังคงหลับตาสนิท ธนาธิปจึงรวบเธอเอาไว้ในอ้อมแขนของเขาทันที มนสิชาเมื่อรู้ว่าตัวเองถูกกอดเธอจึงรีบลืมตาขึ้นทันที

“เอ่อ ปล่อยปรางนะคะคุณจอมทัพ” มนสิชาพูดขอร้อง

“ไม่” ธนาธิปตอบ

“เอ่อ ปล่อยปรางเถอะค่ะ เดี๋ยวออกไปไม่ทันดูทะเลหมอกนะคะ” มนสิชาพยายามหาแรงจูงใจ

“วันนี้ฉันไม่อยากดูทะเลหมอกแล้ว อยากดูอย่างอื่นมากกว่า” ธนาธิปเริ่มมีเป้าหมายอื่น จากตอนแรกที่แค่อยากแกล้งเธอเท่านั้น

“เอ่อ!!” มนสิชาพยายามจะพูดแต่ก็ถูกธนาธิปดันให้ล้มลงไปบนเตียงนอนใหญ่

“อุ๊ย!!” มนสิชาอุทานได้แค่นั้น

ธนาธิปที่ตอนนี้เริ่มมีอารมณ์รักเข้ามาครอบงำ เขาบรรจงจูบไปที่ริมฝีปากบางของมนสิชาทันที เมื่อริมฝีปากของมนสิชาเป็นอิสระเธอจึงรีบพูดขึ้น

“หยุดก่อนนะคะคุณจอมทัพ ไหนว่าเราจะไปดูทะเลหมอกกันไงค่ะ” มนสิชารีบโต้แย้งทันทีเมื่อยังมีโอกาส

“เราอยู่ที่นี่ตั้งหลายวัน เดี๋ยววันอื่นค่อยไปดูก็ได้ แต่ตอนนี้ทำหลานไปฝากคุณแม่ก่อนนะ คุณแม่จะได้ดีใจไง” ธนาธิปรีบยกข้ออ้างมาพูดกับเธอ

เมื่อธนาธิปพูดจบเขาไม่ปล่อยให้เธอได้ตั้งคำถามต่อไปอีกเขาจัดการจูบปิดปากของเธอทันที มนสิชาได้แต่นอนอ่อนระทวยอยู่ใต้ร่างของธนาธิปเท่านั้น เขาค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้นๆ จนเหลือแค่เนื้อตัวเปล่าเปลือย ภูเขาหิมะแฝดสองลูกที่ธนาธิปโปรดปรานเผยออกมาให้เห็น ธนาธิปรีบก้มลงไปใช้ปากดูดที่ยอดของภูเขาหิมะจนมันตั้งยอดขึ้นท้าทายกับลิ้นร้อนๆ ของเขา ธนาธิปนวดเฟ้นไม่เบามือแต่มันก็ไม่ได้ทำให้มนสิชารู้สึกเจ็บ เธอได้แต่นอนบิดไปบิดมาโดยส่งเสียงร้องระบายความใคร่เป็นระยะๆ ธนาธิปเริ่มก้มลงไปหาเป้าหมายใหม่ต่อไป เขาใช้ลิ้นร้อนๆ ลากผ่านร่องกลางของดอกไม้งามช้าๆ มนสิชาที่เป็นเจ้าของรู้สึกเสียวซ่านทันที เธอนอนบิดเกร็งเพื่อรอรับอารมณ์สวาทที่กำลังจะเกิดขึ้น ธนาธิปใช้ลิ้นควานหาเกสรดอกไม้อย่างชำนาญ เขาแตะย้ำซ้ำๆ ลงไปที่เดิมจนมนสิชายอมคายน้ำหวานออกมาให้เขาได้ดื่มกิน ตอนนี้ธนาธิปลุกขึ้นไปยืนอยู่ที่ข้างเตียงโดยดึงมนสิชาที่กำลังตกอยู่ในบ่วงพิศวาสให้ลุกตามขึ้นมาด้วย

“ช่วยฉันหน่อยสิ” นี่เป็นครั้งแรกที่ธนาธิปพูดขอร้องกับมนสิชา

“........” มนสิชาได้แต่ก้มหน้าหนีโดยไม่ได้ตอบอะไร

ธนาธิปรู้ว่าเธอไม่เคยทำแบบนี้ เขาจึงเอื้อมมือมาจับมือของมนสิชาให้มาจับที่เจ้าภมรตัวโตของเขา มนสิชาขืนมือหนีเมื่อได้สัมผัสกับเจ้าภมรยักษ์

“ลองดู มันไม่น่ากลัวอย่างที่เธอคิดหรอก” ธนาธิปพยายามพูดจูงใจ

จากนั้นเขาจึงจับมือของมนสิชาให้จับเจ้าภมรยักษ์บินขึ้นลงๆ มนสิชาเองก็กล้าๆ กลัวๆ แต่เมื่อเธอเริ่มชินที่จะทำเองได้เขาจึงปล่อยมือ มนสิชาไม่ได้ชำนาญกับเรื่องแบบนี้เลย เธอได้แต่ทำตามที่ธนาธิปแนะนำเท่านั้น ธนาธิปเอาภมรยักษ์มาจ่อที่บริเวณริมฝีปากของมนสิชาอย่างตั้งใจ เธอได้แต่ตาโตมองหน้าของธนาธิปตาค้าง เขาจับภมรยักษ์เข้าปากของมนสิชาทันที

“ลองทำเหมือนที่ฉันทำให้เธอนะ” ธนาธิปพูดจูงใจอีกครั้ง

มนสิชาลองใช้ลิ้นเลียลงไปบนส่วนหัวของเจ้าภมรยักษ์ เธอลองทำตามที่ธนาธิปบอกอย่างกล้าๆ กลัวๆ แต่มันก็ทำให้ธนาธิปรู้สึกดีไม่น้อยเลยทีเดียว มนสิชาเริ่มเลียไปตามลำตัวของเจ้าภมรยักษ์ เธอเห็นธนาธิปเริ่มบิดเกร็งอย่างที่เธอเคยเป็นเมื่อเจอแบบนี้แสดงว่าเธอมาถูกทางแล้ว เมื่อความใคร่เริ่มครอบงำธนาธิปเป็นคนส่งเจ้าภมรยักษ์เข้าปากของมนสิชาทันที มนสิชาได้แต่ขยับปากเข้าออกตามที่ธนาธิปจับให้เธอทำ เจ้าภมรยักษ์ยิ่งขยายขนาดจนเต็มคับปากของมนสิชาไปหมด ธนาธิปหงายหน้าร้องโหยหวนราวกับเจ็บปวด เมื่อเขาบิดเกร็งจึงปล่อยเหล็กในไว้ในปากของเธอจนล้นทะลักโดยที่เขาเองก็ไม่ยอมเอาเจ้าภมรยักษ์ออกจากปากของเธอ มนสิชาจึงต้องกินน้ำรักของเขาจนหมด

ตอนนี้ไม่บอกก็รู้ว่าธนาธิปพร้อมมากแค่ไหนกับการทำหลานไปฝากมารดาเพราะเจ้าภมรยักษ์ยังคงพร้อมสู้ศึกอยู่ ธนาธิปไม่รอช้าเขาจับภมรยักษ์มุดหายไปในกลีบของดอกไม้งามทันที เจ้าภมรยักษ์เองก็มีความสุขที่ได้บินเข้าบินออกในกลีบดอกไม้งามนี้จนปล่อยเหล็กในไว้จนหมดทุกหยาดหยด ธนาธิปพามนสิชาไปท่องดินแดนสวรรค์หลายต่อหลายครั้งอย่างไม่รู้จักเบื่อ เขากอดเธอไว้ในอ้อมกอดก่อนที่จะนอนหลับใหลไปด้วยกัน

เท่ากับว่าเช้านี้คนทั้งคู่อดออกไปดูทะเลหมอกอย่างที่ตั้งใจไว้ เพราะทั้งสองตื่นขึ้นมาอีกทีก็เป็นช่วงเที่ยงของวันแล้ว

“อื้อ จะรีบตื่นไปไหน” ธนาธิปส่งเสียงประท้วงเมื่อรู้สึกถึงแรงขยับตัวของมนสิชา

“เอ่อ ปรางจะออกไปทำอาหารไว้ให้คุณจอมทัพค่ะ” มนสิชารีบตอบ

“ฉันยังไม่หิวเลย นอนต่ออีกนิดนะ” ธนาธิปบอก

“งั้นคุณจอมทัพนอนต่อนะคะ เดี๋ยวปรางลุกไปก่อน” มนสิชายังคงจะทำตามความต้องการของตัวเอง

“ไม่เอา ฉันอยากนอนกอดเธอไว้แบบนี้ นอนเถอะนะ” ธนาธิปกอดมนสิชาไว้แน่น เขาไม่ยอมให้เธอลุกออกไปไหน

“งั้นไปทานข้าวก่อนแล้วค่อยมานอนต่อนะคะคุณจอมทัพ” มนสิชารีบบอก

“งั้นก็ได้” ธนาธิปยอมปล่อยมนสิชาออกจากอ้อมกอด


มนสิชารีบทำอาหารให้ธนาธิปทาน วันนี้เธอเลือกทำข้าวไข่เจียวหมูสับที่กรอบนอกนุ่มในเป็นอาหารง่ายๆ แต่น่ารับประทานมากในสายตาธนาธิป

“หอมจัง” ธนาธิปยืนกอดคนที่กำลังยืนทอดไข่เจียวอยู่หน้าเตา

“คุณจอมทัพไปนั่งรอก่อนนะคะ เดี๋ยวเสร็จแล้วปรางจะยกไปให้ค่ะ” มนสิชารีบบอก เพราะเขาทำแบบนี้เธอเองก็เขินจนทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน

“เมื่อเช้ามีความสุขมั๊ย” อยู่ดีๆ ธนาธิปก็ถามมนสิชาถึงเรื่องเมื่อเช้าขึ้นมา

“..........” มนสิชาอายที่จะตอบ

“เธอไม่มีความสุขเหรอ” ธนาธิปเริ่มงอน จากที่เขากอดเธออยู่ เขาเองก็ปล่อยมือทันที

“เอ่อ....ออออ ปรางมีีความสุขมากค่ะ” มนสิชาได้แต่ยิ้มเขินอยู่หน้าเตา

“จริงเหรอ” ธนาธิปถามย้ำ เขารีบกอดเธออีกครั้ง

“ค....คคคค่ะ” มนสิชาตอบออกไปเบาๆ ธนาธิปจึงกดจูบที่แก้มนวลเพื่อให้รางวัล

“เอ่อ คุณจอมทัพไปนั่งรอนะคะ เสร็จแล้วปรางจะยกไปให้ค่ะ” มนสิชาบอกกับธนาธิป เขาทำตามที่เธอบอกอย่างว่าง่าย

มนสิชาและธนาธิปนั่งรับประทานอาหารด้วยกันท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น