Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่31 “รู้สึกดีมากขึ้น”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่31 “รู้สึกดีมากขึ้น”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.7k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ค. 2561 17:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่31 “รู้สึกดีมากขึ้น”
แบบอักษร

ธนาธิปและมนสิชาตื่นแต่เช้าไปทำงานกันตามปกติ วันนี้เขามีนัดทำกายภาพบำบัดและพบกับคุณหมอ

“ขาของคนไข้น่าจะกลับมาใช้งานได้ปกติแล้วนะครับ” คุณหมอที่เป็นผู้ดูแลบอก

“เหรอครับคุณหมอ” ธนาธิปถามกลับไป

“ใช่ครับ ไหนลองเดินระยะสั้นๆ ให้หมอดูหน่อยนะครับ” คุณหมอบอก

ธนาธิปลองเดินก้าวสั้นๆ ในระยะทางสั้นๆ ตามที่คุณหมอบอกโดยไม่ใช้ไม้ค้ำพยุงตัว เขาสามารถเดินได้แล้ว

“เก่งมากครับคนไข้ ทีนี้ก็อย่าพึ่งหักโหมที่จะเดินนะครับ ค่อยๆ ฝึก ค่อยๆ เดินวันละนิดนะครับ เอ่อ!!แต่คนไข้ก็ต้องมากายภาพบำบัดเหมือนเดิมก่อนนะครับ” คุณหมอรีบแนะนำ

“ครับ” ธนาธิปดีใจที่ตัวเองกำลังจะเดินได้

เมื่อกลับถึงบ้านในตอนเย็น ธนาธิปลองเดินโดยไม่ใช้ไม้ค้ำพยุงตัวเพื่อเข้าไปหาบิดาและมารดาที่ห้องนั่งเล่น คุณอารดาที่เห็นบุตรชายสามารถเดินได้ด้วยตัวเอง ท่านก็ดีใจเป็นอย่างมากเพราะท่านรอคอยวันนี้มานานแล้ว

“นี่ลูกหายดีแล้วเหรอจ๊ะ” คุณอารดาถามบุตรชาย

“ครับคุณแม่ หมอบอกว่าขาของผมหายแล้วครับ แต่ตอนนี้ต้องเดินแค่ระยะสั้นๆ ไปก่อนครับ” ธนาธิปบอกกับมารดา

“อืม ดีแล้วลูกแค่นี้แม่ก็ดีใจแล้ว” คุณอารดาตอบบุตรชาย

“ลูกก็ทำกายภาพตามที่หมอสั่งนะ จะได้หายเร็วๆ” คุณธนาคมบอกบุตรชายเช่นกัน

“ครับคุณพ่อ” ธนาธิปตอบ

“ป้าต้องขอบใจหนูมะปรางด้วยนะลูกที่ช่วยป้าดูแลพี่เขา” คุณอารดากล่าวขอบใจมนสิชาเช่นกัน

“เอ่อ หนูไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ คุณจอมทัพเองที่มีความตั้งใจและมีความพยายามด้วยตัวเองจนกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมค่ะ” มนสิชาตอบคุณอารดา

“อืม งั้นพาพี่เขากลับบ้านนะลูก จะได้ไปพักผ่อน” คุณอารดาบอกกับมนสิชา แล้วท่านก็หันไปกอดและหอมบุตรชายอันเป็นที่รัก

“ค่ะคุณป้า” มนสิชาตอบรับคำก่อนแล้วจึงค่อยๆ ประครองธนาธิปออกไป

ธนาธิปเองก็แอบแกล้งมนสิชา เขาทิ้งน้ำหนักไปหามนสิชาเพื่อให้เธอช่วยพยุงเขา เมื่อเข้ามาในบ้านเธอค่อยๆ ประครองให้ธนาธิปนั่งลงบนโซฟาแต่ธนาธิปก็ไม่ยอมปล่อยมือจากตัวมนสิชา เขาดึงเธอให้นั่งลงบนโซฟาด้วยกัน ทั้งๆ ที่มือก็ยังกอดเธอไว้เช่นเดิม

“เอ่อ...อออ คุณจอมทัพปล่อยปรางก่อนนะคะ” มนสิชาพูดตะกุกตะกักเพราะความใกล้ชิดแบบนี้

“ไม่ปล่อย ก็ฉันอยากกอดนี่” ธนาธิปพูดอ้อน แถมกอดมนสิชาไว้ซะแน่นเลย

“เอ่อ เอ่อ ปล่อยปรางนะคะ เดี๋ยวปรางจะได้ไปยกของว่างมาให้คุณจอมทัพทานนะคะ” มนสิชาเริ่มพูดอึกอัก

“ไม่ปล่อย ฉันจะกอดเธอไว้แบบนี้ ฉันเป็นสามีเธอนะ จำได้มั๊ย” ธนาธิปไม่ยอมปล่อย

“ปล่อยปรางเถอะค่ะ นะคะ” มนสิชาก็พยายามเอาตัวเองออกจากอ้อมกอดของธนาธิปให้ได้เช่นกัน

“ดี ไม่ยอมอยู่นิ่งๆ ใช่มั๊ย งั้นจะจูบให้หายใจไม่ออกไปเลย” ธนาธิปไม่ได้แค่พูดขู่เท่านั้น เขายังจูบมนสิชาจริงๆ จนเธอแทบหายใจไม่ออก

“เอ่อ คุณ...ณณจอมทัพ” มนสิชาเรียกธนาธิปเพื่อให้เขาหยุดปล้นจูบจากเธอเสียที

((ฟอดดดด))

“น่ารักจริงๆ เลย” ธนาธิปหอมไปที่แก้มนวลพร้อมทั้งเอ่ยชมก่อนที่จะยอมปล่อยตัวมนสิชาไป

มนสิชารู้สึกว่าวันนี้ธนาธิปมีอะไรแปลกๆ หลายอย่าง เขาทำตัวน่ารักผิดปกติ น่ารักจนมนสิชาเองก็คาดไม่ถึงว่าเขาจะเป็นแบบนี้ได้


สิ้นสัปดาห์นี้มีวันหยุดติดต่อกันถึงสี่วัน คุณอารดาอยากให้บุตรชายและลูกสะใภ้ได้ไปฮันนี่มูน เพราะตั้งแต่แต่งงานกันมาธนาธิปยังไม่เคยพามนสิชาไปฮันนี่มูนที่ไหนเลย อาจเพราะอาการป่วยของบุตรชายที่ทำให้ไม่สะดวกจะไปที่ไหน รวมถึงในตอนนั้นธนาธิปเองก็คงยังไม่รู้สึกดีกับมนสิชาแบบนี้ด้วย ดังนั้นท่านจึงอนุญาตให้ทั้งสองคนหยุดงานต่อเนื่องยาวไปจนสิ้นสุดของอีกสัปดาห์ไปเลย เท่ากับว่าทั้งสองคนมีวันหยุดถึงเก้าวันเต็มๆ ธนาธิปจึงเลือกพามนสิชาไปเที่ยวที่ปางอุ๋ง

ปางอุ๋งมีชื่อเต็มว่าโครงการพระราชดำริปางตอง2 ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านรวมไทย ตำบลหมอกจำแป่อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริอยู่ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ 44 กิโลเมตร

ปางอุ๋ง มีลักษณะเป็น อ่างเก็บน้ำ ขนาดใหญ่ซึ่งอยู่บนยอดเขาสูง คำว่า “ปาง” ซึ่งหมายถึงที่พักของคนทำงานในป่า “อุ๋ง” เป็นภาษาเหนือหมายถึงที่ลุ่มต่ำคล้ายกระทะใบใหญ่มีน้ำขัง รวมกันเป็น ปางอุ๋ง

ปางอุ๋ง มีสภาพภูมิประเทศเป็นทิวเขาสูงสลับซับซ้อน ภูมิทัศน์ที่เป็นไฮไลท์จนถูกขนานนามว่าสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทยก็คือ อ่างเก็บน้ำหรือทะเลสาบตรงกลางที่ล้อมรอบไปด้วยป่าสนสองใบ สนสามใบและดอกไม้เมืองหนาว ช่วงเช้าๆ จะเห็นหมอกหนาลอยอยู่เรี่ยผืนน้ำ มีหงส์ขาวและหงส์ดำเป็นฉากหลัง อากาศเย็นสบาย และบรรยากาศโรแมนติกมาก

“จอมทัพไม่ต้องห่วงงานนะลูก เดี๋ยวคุณพ่อกับแม่จะช่วยดูแทนให้นะจ๊ะ” คุณอารดาบอกกับบุตรชาย

“ขอบคุณครับคุณแม่” ธนาธิปกล่าวขอบคุณมารดา

“ทั้งสองคนไปเที่ยวให้สนุกนะลูก” คุณธนาคมบอกกับบุตรชาย

“ครับ/ค่ะ” ธนาธิปและมนสิชาตอบรับพร้อมกัน

“จอมทัพแม่อยากเลี้ยงหลานแล้วนะจ๊ะ กลับมาก็เอาหลานมาฝากแม่ด้วยหละ” คุณอารดาพูดกระเซ้าบุตรชาย

“ผมไม่มีปัญหาครับ คุณแม่ต้องถามมะปรางเองแล้วหละครับว่าจะยอมให้ความร่วมมือกับผมหรือเปล่า” ธนาธิปแกล้งพูดให้มนสิชาได้เขินอาย

“ป้าจะรอเลี้ยงหลานนะจ๊ะช่วยให้ความร่วมมือกับพี่เขาด้วยนะลูก” คุณอารดาได้ทีก็แกล้งแหย่ลูกสะใภ้เช่นกัน

“......” มนสิชาเองก็ไม่รู้จะตอบไปว่าอะไร เธอจึงแค่ยิ้มออกไปเท่านั้น


ธนาธิปและมนสิชามาถึงจุดหมายปลายทางที่วางไว้อย่างปลอดภัย การได้เที่ยวท่ามกลางธรรมชาติในแบบที่ธนาธิปชอบทำให้เขามีความสุขมาก นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้มาเที่ยวที่ปางอุ๋งแห่งนี้ เขาจูงมือมนสิชาให้มายืนรับลมอยู่บริเวณระเบียงของบ้านพักที่จองไว้ ด้วยช่วงนี้เป็นช่วงหน้าหนาว อากาศจึงค่อนข้างเย็นพอสมควร

“หนาวมั๊ย” ธนาธิปเอ่ยถามมนสิชา

“นิดหน่อยค่ะ” มนสิชาตอบ

ธนาธิปเดินมาซ้อนด้านหลังของมนสิชาแล้วค่อยๆ เอามือโอบมนสิชาไว้ในอ้อมกอดเพื่อให้เธอคลายหนาวลงบ้าง

“อุ๊ย!!” มนสิชาตกใจที่ธนาธิปทำแบบนี้

“เป็นอะไร” ธนาธิปกระซิบถามข้างใบหูของมนสิชา

“เอ่อ!! ปรางตกใจค่ะ” มนสิชาตอบตามความจริงที่รู้สึก

“ตกใจทำไม กอดกันก็ออกจะบ่อยไป” ธนาธิปเย้า

“หายหนาวมั๊ย” ธนาธิปถามต่อไปอีก

“คะ ...ะะะค่ะ” มนสิชาตอบแบบขวยเขิน

ธนาธิปกอดมนสิชาแบบนั้นอยู่สักพัก เมื่ออากาศเริ่มเย็นมากขึ้นเขาจึงพาเธอเข้าบ้าน

ด้วยความดีทั้งหมดที่มนสิชาทำมันสามารถเอาชนะใจธนาธิปได้ไม่ยาก ก็คงจะไม่แปลกอะไรที่ตอนนี้ธนาธิปรู้สึกดีกับเธอมากขึ้นไปอีก ถ้าเขาจะเปิดใจรับมนสิชาเข้ามาอยู่ในหัวใจก็คงจะไม่ผิดสินะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น