คีตาอักษร

ขอขอบคุณที่ช่วยสนันสนุนนะคะ

บทที่ 13 ไม่ยอมแพ้.. 50%

ชื่อตอน : บทที่ 13 ไม่ยอมแพ้.. 50%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ค. 2561 15:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13 ไม่ยอมแพ้.. 50%
แบบอักษร

“แล้วนี่พี่ภณจะได้ออกจากโรงพยาบาลวันไหนคะ?” เมื่อ วารุณี ควบคุมอารมณ์แห่งความอิจฉาริษยาได้แล้ว ก็เอ่ยถาม พ่อเลี้ยงกัณตภณ ขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มหวานมาให้ “เห็นหมอบอกว่าพรุ่งนี้ก็น่าจะออกจากโรงพยาบาลได้แล้วล่ะ เพราะแผลสมานกันดีแล้ว” พ่อเลี้ยงกัณตภณ หันไปตอบคำถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบเฉย

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” ประตูห้องพักฟื้นคนไข้ดังขึ้น แล้วพยาบาลสาวสองคนก็เดินเข้ามา พร้อมกับเข็นรถเข็นที่มีอุปกรณ์ล้างแผลเข้ามาด้วย “ขออนุญาตนะคะ ได้เวลาล้างแผลและเช็ดตัวคนไข้แล้วค่ะ ถ้ายังไงขอให้คุณทั้งสองออกไปก่อนนะคะ” พยาบาลสาวคนหนึ่งกล่าวขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มให้คนที่อยู่ในห้อง

“นี่เมียผม ผมต้องการให้เมียผมอยู่ด้วย คุณเป็นพยาบาลใหม่ใช่ไหมถึงไม่รู้ถึงความต้องการของผม ผมได้เคยบอกไว้ตั้งแต่ก่อนแล้วนะ” พ่อเลี้ยงกัณตภณ มองหน้าพยาบาลสาวผู้กล่าวบอกออกมานั้น ก่อนจะกล่าวเสียงเข้มดุ “ขอโทษด้วยค่ะ พอดีเขาพึ่งมาใหม่จึงไม่รู้ว่าพ่อเลี้ยงได้แจ้งความประสงค์ไว้อย่างนั้น และดิฉันก็ลืมบอกเขาไปน่ะค่ะ ถ้ายังไงต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ” พยาบาลสาวอีกคนกล่าวขอโทษขอโพยออกไปด้วยหน้าตาที่เจื่อๆ อย่างสำนึกผิด ก่อนจะหันไปทำตาดุๆ ใส่เพื่อนร่วมงาน 

“ใจเย็นๆ สิค่ะ เรื่องแค่นี้เอง” จิตรานุช ยื่นมือเรียวเล็กไปจับที่ต้นแขนแกร่งของคนตัวโตที่กำลังทำท่าทางขึงขัง หัวฟัดหัวเหวี่ยงใส่พยาบาล ซึ่ง วารุณี เห็นอากัปกิริยาของ พ่อเลี้ยงกัณตภณ อย่างนั้นก็หันไปมองดู จิตรานุช ด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความอิจฉาเต็มขั้น ‘ทำไมจะต้องหลงมันได้ขนาดนั้นนะ ฮึ! ถึงยังไงฉันก็จะไม่ยอมแพ้เธอง่ายๆ หรอก’ วารุณี พึมพำอยู่กับตัวเองในใจ ก่อนจะเดินออกจากห้องพักฟื้นคนไข้ เพื่อออกไปรออยู่ข้างนอกห้อง

เมื่อ วารุณี ได้ออกไปจากห้องพักฟื้นคนไข้แล้ว พยาบาลสาวทั้งสองก็พากันลงมือเช็ดตัว ทำความสะอาดร่างกายให้ พ่อเลี้ยงกัณตภณ ก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อเช็ดตัวทำความสะอาดร่างกายให้เสร็จแล้ว จึงเริ่มทำการล้างแผลที่หน้าท้อง ซึ่ง พ่อเลี้ยงกัณตภณ ยื่นมือใหญ่มาจับมือเรียวเล็กของ จิตรานุช ไว้อยู่อย่างนั้น อย่างไม่ต้องการให้ภรรยาของตนหนีหายไปไหน 

“แผลสมานกันดีมากเลยค่ะ” พยาบาล กล่าวบอกให้คนไข้และญาติคนไข้ได้รับทราบ โดยไม่มองหน้า ทั้งที่มือก็ยังคงจับโน้นเช็ดนี้อยู่อย่างนั้น “โอเคค่ะเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ” พยาบาลสาวทำการปิดแผลด้วยผ้าพันแผลเสร็จ ก็เงยหน้าขึ้นมาบอกแก่คนทั้งสองให้รับทราบ 

“และเดี๋ยวอีกสักพัก คุณหมอก็จะเข้ามาตรวจนะคะ” พยาบาลสาวคนเดิมเป็นผู้บอกกล่าวให้ทั้งสองรับทราบอีกเช่นเคย “ขอบคุณนะคะ” ก่อนที่พยาบาลจะพากันเข็นรถเข็นอุปกรณ์ล้างแผลออกไปจากห้องพักฟื้นคนไข้นั้น จิตรานุช ก็เอ่ยขอบคุณพยาบาลทั้งสองยิ้มๆ 

“ฉันบอกเธอแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ต้องพูดอะไร เดี๋ยวฉันพูดเอง แล้วเป็นไงล่ะ โดนพ่อเลี้ยงตำหนิเข้าให้เลย คราวหน้าก็รู้จักฟังกันบ้างนะ เข้าใจไหม พ่อเลี้ยงเขาทั้งรัก ทั้งหวงทั้งห่วงเมียเขาจะตาย ขนาดว่าตอนที่เมียพ่อเลี้ยงมีอาการแท้งคุกคาม ยังต้องให้มานอนอยู่ในห้องนี้ด้วยกันเลย และตอนที่หมอสิทธิ์ แตะตัวเมียพ่อเลี้ยงตอนที่จะฉีดยาบำรุงให้น่ะ พ่อเลี้ยงยังมองตานี่แทบถลนออกมาเลย” พยาบาลสาวคนที่ทำงานอยู่มาก่อน กล่าวตำหนิเพื่อนร่วมงานคนใหม่ออกมาเบาๆ พร้อมกับเล่าเรื่องราวที่ได้เห็นให้เพื่อนร่วมงานใหม่ได้รับฟัง เมื่อได้ออกกันมาถึงหน้าประตูห้องพักฟื้นคนไข้แล้ว “โอเค! ฉันเข้าใจแล้ว ฉันขอโทษ” พยาบาลสาวคนใหม่กล่าวขอโทษขอโพยอย่างสำนึกผิด

“ฮึ! หวงมันขนาดนั้นเลยเหรอ มันมีอะไรดีนักหนานะ พี่ภณถึงได้เป็นถึงขนาดนั้น หรือเพราะมันมีลูกให้ พี่ภณถึงแค่อยากจะเอาอกเอาใจมัน แล้วถ้าเกิดว่ามันไม่มีลูกให้พี่ภณแล้วล่ะ พี่ภณยังจะเอาอกเอาใจอย่างนี้อีกไหม!” วารุณี จ้องมองประตูห้องพักฟื้นคนไข้ที่ พ่อเลี้ยงกัณตภณ นอนอยู่อย่างหมายมาดและใช้ความคิด 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น