คีตาอักษร

ขอขอบคุณที่ช่วยสนันสนุนนะคะ

บทที่ 13 ไม่ยอมแพ้.. 25%

ชื่อตอน : บทที่ 13 ไม่ยอมแพ้.. 25%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ค. 2561 19:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13 ไม่ยอมแพ้.. 25%
แบบอักษร

“พี่ภณ เป็นยังไงบ้างคะ? ณีได้ข่าวว่าพี่ถูกยิง ณีตกใจแทบแย่และก็เป็นห่วงพี่มากเลยนะคะ” วารุณี เดินเข้ามาในห้องพักฟื้นคนไข้ พร้อมกับถือกระเช้าผลไม้มาด้วย “นี่เธอเอาไปเก็บทีสิ” วารุณี ยื่นกระเช้าผลไม้นั้นส่งให้ จิตรานุช ซึ่งกำลังนั่งอยู่ที่โซฟาข้างๆ เตียงนอนของ พ่อเลี้ยงกัณตภณ เพื่อให้นำไปเก็บ 

“นุชเขายกของหนักไม่ได้ เดี๋ยวณีวางไว้ตรงนั้นก่อนก็ได้ เดี๋ยวพี่ให้เอนกยกไปเก็บ” พ่อเลี้ยงกัณตภณ สวนขึ้นทันทีที่ วารุณี กล่าวจบ “นัง!.. นุชเป็นอะไรหรือคะ? ทำไมถึงจะยกของหนักไม่ได้? กระเช้าผลไม้นี้ก็ไม่ได้หนักอะไรมากมายซะหน่อย” วารุณี ถามขึ้นอย่างสังสัยใคร่รู้ ด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจนิดๆ ที่เห็นว่า พ่อเลี้ยงกัณตภณ ว่ามาอย่างนั้น เหมือนเป็นการเอาอกเอาใจยายนั้นเสียเหลือเกิน

ซึ่งตอนนี้ จิตรานุช ร่างกายได้กลับมาเป็นปกติแล้ว จึงไม่ต้องนอนพักรักษาตัวและเฝ้าดูอาการแท้งคุมคามอีกแล้ว ทางโรงพยาบาลจึงได้เอาเตียงพักพื้นคนไข้นั้นออกไป แต่ถึงกระนั้น พ่อเลี้ยงกัณตภณ ก็ไม่อยากจะให้ จิตรานุช ทำอะไรหรือยกของอะไรหนักๆ อยู่ดี 

“นุช กำลังท้องอยู่ พี่ไม่อยากให้เขาทำอะไรเสี่ยงๆ ถึงแม้กระเช้านั้นจะไม่คอยหนักสักเท่าไร หรือไม่หนักเลยก็ตามทีเถอะ” พ่อเลี้ยงกัณตภณ กล่าวบอก วารุณี ด้วยน้ำเสียงที่คนได้ฟังก็รู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มกำลังไม่พอใจ

“อะ อะไรนะคะ? นัง.. เอ่อ! นุชท้องหรือคะ?” วารุณี ได้ยินคำพูดของ พ่อเลี้ยงกัณตภณ ที่ได้กล่าวบอกออกมานั้น ก็ทำให้ต้องตกใจเป็นอย่างยิ่ง “ใช่เมียพี่กำลังท้อง” พ่อเลี้ยงกัณตภณ เน้นย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่นให้ วารุณี ได้ยินชัดๆ อีกครั้ง ซึ่ง วารุณี ได้ยินชัดเจนอย่างนั้นแล้ว ก็เผลอกำมือเรียวเข้าหากันแน่น แต่ก็เพียงชั่วระยะเวลาไม่นาน พอหญิงสาวตั้งสติได้ ก็ปรับสีหน้าและท่าทางให้เป็นปกติเช่นเดิม

วารุณี จึงเอากระเช้าผลไม้วางไว้ที่โต๊ะ แล้วเดินเข้ามาหาชายหนุ่มที่ข้างเตียง “แล้วนี่พี่ภณดีขึ้นหรือยังคะ? ยังเจ็บระบมตรงไหนอยู่บ้างไหมคะ?” วารุณี ร้องถามขึ้น พร้อมกับยื่นมือเรียวมาจับที่แขนแกร่งของชายหนุ่ม ทั้งยังมองสำรวจตรวจตาไปตามกายแกร่งนั้นด้วย “พี่ดีขึ้นมากแล้วล่ะ ขอบใจณีมากนะที่มาเยี่ยม” พ่อเลี้ยงกัณตภณ ซึ่งกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง หันไปตอบคำถามคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เตียงยิ้มๆ

จิตรานุช เห็นการกระทำของ วารุณี ที่จับมือถือแขนของ พ่อเลี้ยงกัณตภณ อย่างถือวิสาสะ จึงรู้สึกวูบวาบ ร้อนรุ่มอยู่ภายในอกยังไงบอกไม่ถูก ‘หรือนี่จะเป็นอาการหึงหวงใช่หรือเปล่านะ’ จิตรานุช คิดอยู่ในใจ ก่อนจะลุกขึ้นจากการนั่งอยู่บนโซฟานั้น โดยจะเดินออกไปข้างนอก เพราะไม่อยากจะเห็นสิ่งที่ตำตาตำใจอยู่ในขณะนี้

“นั้นนุชจะไปไหนน่ะ?” พ่อเลี้ยงกัณตภณ ร้องถามขึ้นเมื่อเห็นภรรยาตัวน้อยลุกขึ้นไป ไม่พูดไม่จา และทำท่าจะเดินออกไปจากห้องเสียอย่างงั้น “นุชว่าจะออกไปหาซื้ออะไรน่ะค่ะ” จิตรานุช หันกลับไปมองยังคนตัวโตที่ร้องถาม ด้วยหน้าบูดบึ้งนิดๆ เพราะไม่สบอารมณ์ในการกระทำของคนทั้งสอง พร้อมกับเอ่ยบอกออกไปอย่างงั้นแหละ เพราะเธอก็ไม่ได้คิดจะไปหาซื้ออะไรจริงๆ หรอก แค่อยากจะออกไปจากตรงนี้ เพื่อให้จิตใจคลายความร้อนรุ่มนี้ก็เท่านั้นเอง

“เดี๋ยว เอนก มาแล้วคอยให้ เอนก ไปซื้อให้ก็ได้ ไม่ต้องไปซื้อเองหรอก พี่หิวน้ำ นุชเอาน้ำให้พี่หน่อยสิ” พ่อเลี้ยงกัณตภณ กล่าวห้ามขึ้นทันที และแถมยังอ้อนขอน้ำดื่มด้วยอีกต่างหาก ทั้งที่ชายหนุ่มเองก็ไม่ได้กระหายเลยแต่อย่างใด เพียงแค่อยากจะให้ภรรยาตัวน้อย เข้ามาหาและมาอยู่ใกล้ๆ ก็เท่านั้นเอง

จิตรานุช จึงเดินไปเทน้ำใส่แก้ว แล้วถือมายื่นส่งให้ แต่แทนที่ พ่อเลี้ยงกัณตภณ จะยื่นมือใหญ่มาจับแก้วน้ำนั้นไปดื่ม เขากลับเฉยซะนี่ “ป้อนให้พี่ด้วยสิ” พ่อเลี้ยงกัณตภณ มองหน้าสวยหวานซึ้งของผู้เป็นภรรยา ก่อนจะกล่าวร้องขออีกครั้งทั้งตาและน้ำเสียง จิตรานุช จึงเดินเข้าไปใกล้ แล้วจึงยื่นมือที่ถือแก้วน้ำนั้น เข้าไปใกล้ปากบาง

ซึ่ง พ่อเลี้ยงกัณตภณ ก็ใช้ปากบางของตน งับเอาหลอดดูดที่ใส่อยู่ในแก้วน้ำนั้น ดูดน้ำขึ้นดื่มจนหมด “นุชนั่งอยู่ตรงนี้เลยนะ” ก่อนที่ จิตรานุช จะผละเดินออกไป พ่อเลี้ยงกัณตภณ ก็ร้องบอกให้คนตัวเล็กนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียง “ทำไมต้องให้นั่งอยู่ตรงนี้ด้วยล่ะคะ?” จิตรานุช ชะงักการเดินไปนิดหนึ่งก่อนจะหันมาถาม คนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงอย่างสงสัย 

ซึ่งไม่ใช่แต่ จิตรานุช ที่สงสัย วารุณี เองก็สงสัย และจดจ่อรอฟังคำตอบจากชายหนุ่มอยู่เช่นกัน “ก็พี่อยากให้นุชกับลูกอยู่ใกล้ๆ พี่นี่” เมื่อ จิตรานุช ได้ยินอย่างนั้น ก็ต้องอมยิ้มทันที และความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อคราวที่แล้ว ก็หายไปไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้รู้สึกหัวใจพองโตขับแน่นในอกแทน 

แต่ผิดกับแขกผู้มาเยี่ยมไข้ พ่อเลี้ยงกัณตภณ  ที่เจ้าหล่อนยืนอยู่อีกฝั่งของเตียงลิบลับเลยในตอนนี้ เพราะสาวเจ้ากำลังมีอารมณ์คุกรุ่นไปด้วยความอิจฉาริษยา จุกแน่นอยู่ภายในอก แต่ก็ไม่อาจจะแสดงสิ่งที่เป็นอยู่ออกมาได้ กำมือเรียวเข้าหากันแน่น พยายามข่มความรู้สึกนั้นเอาไว้ และทำตัวให้เป็นปกติที่สุด

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น