AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 60 เขตแดนเทพเขตกลาง

ชื่อตอน : ตอนที่ 60 เขตแดนเทพเขตกลาง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 204

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ค. 2561 13:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 60 เขตแดนเทพเขตกลาง
แบบอักษร

ตอนที่ 60 เขตแดนเทพเขตกลาง

**การเดินเท้ายังคงดำเนินต่อไป ไผ่พยายามทำใจกับสิ่งที่เห็น เป้าหมายจริงๆ ก็คือการออกมาเดินเล่น แต่ตอนนี้เรื่องราวมันไม่ใช่เล่นๆ เลยแม้แต่น้อย ยิ่งเดินภาพที่เห็นทียิ่งดูมัวหมอง ทั้งภูติทั้งต่างก็ดูไร้ชีวิตชีวาไปหมด เด็กเล็กเด็กน้อยก็ไม่เห็นแม้แต่คนเดียว มีก็แต่คนวัยทำงานเท่านั้นที่พอมีเดินออกมาบ้าง แม้จะมีนักผจญภัยที่เดินทำงานด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่เส้นสายที่หมุนวนในกายนั้นดูหดหู่เศร้าหมอง ภาพอันแสนสดใสที่พอจะรับได้เมื่อก่อนหน้าบัดนี้ได้สูญสลายไปเสียแล้ว

**เห็นภาพแบบนี้ไผ่ก็เปลี่ยนทิศทางทันที จากเดินชมวิวตามธรรมชาติอันแห้งแล้งไปเป็นการเดินเข้าไปข้างในตัวเมืองแทน และด้วยสัญลักษณ์นักผจญภัยการเข้าสู่เขตแดนเทพเขตกลางก็เป็นไปได้อย่างราบรื่น ส่วนสภาพเขตแดนกลางนี้ไม่ค่อยมีภูติให้เห็น จะมีก็แต่ไอสีดำที่ดูจางลงกว่าข้างนอก เส้นสายสีดำที่ครอบคลุมเพื่อกัดกินผู้คนนั้นมีไม่ค่อยมาก และไม่หนาแน่นเท่าของผู้คนข้างนอก

**ร้านค้าขายของต่างๆ วางแผงขายเป็นจุดที่เว้นระยะห่างกันช่วงใหญ่ๆ ผู้คนที่เริ่มหนาแน่นมากขึ้นต่างออกมาจับจ่ายซื้อของ เด็กเล็กเด็กน้อยก็พอมีให้เห็นอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ร่าเริงดั่งที่เด็กวัยนี้ควรจะเป็น สีหน้าพวกเขานั้นดูหวาดกลัวต่อสิ่งรอบข้าง ยิ่งการออกมาข้างนอกแบบนี้ของพวกเขาใช่ว่าจะมาเดินเล่น แต่สองมือน้อยๆ นั้นต่างถือข้าวของอยู่เต็ม เดินเซซ้ายขวาเพราะน้ำหนักของที่มีเยอะเกินไป ร่างกายของเด็กเหล่านี้ไม่ได้สะอาดสะอ้าน เสื้อผ้าล้วนสกปรก ขาดวิ่น แลเก่าคร่ำครึ รองเท้าก็ไม่ได้มีให้สวมใส่ มีแต่รอยเลือดเล็กๆ ที่ทิ้งไว้เมื่อเดินไปในที่ต่างๆ

**สิ่งเหล่านี้นับเป็นเรื่องปกติของเมืองแห่งนี้ ผู้คนระดับชาวบ้านธรรมดาต่างถูกเอารัดเอาเปรียบ นี้รวมทั้งสมาชิกกิดล์ระดับเล็กก็เช่นเดียวกัน พวกเขาทำงานกันอย่างหนักทั้งวัน เพื่อเงินจำนวน 3-5 เหรียญทองแดง ส่วนนักผจญภัยระดับกลางก็มักจะรวมกลุ่มกันออกไปล่าสัตว์ ทำภารกิจสังหารมอนสเตอร์ที่นอกเขตแดน

**นักผจญภัยของกิลด์ระดับสูงก็ไม่ต่างจากกิลด์ระดับกลางสักเท่าไร ต่างกันเพียงจำนวนคนและทรัพยากรณ์ที่มีมากกว่า และคุณภาพการฝึกฝนที่ดีกว่า พวกนี้มักจะออกไปล่ามอนสเตอร์มาขายบ้าง ทำตามภารกิจบ้าง และเข้าดันเจี้ยนนอกเขตแดนที่มีทั้งเปิดเผย และดันเจี้ยนที่ไม่เปิดเผย ศาสตราวุธที่ใช้นั้นเป็นของระดับ 1 ดาวขึ้นไปทั้งนั้น ส่วนระดับต่ำกว่า 1 ดาวก็มีเพียงเล่มสองเล่ม ส่วนผู้ใช้ก็คือระดับหัวหน้า

**ไม่ต้องแปลกใจหรอกว่าทำไมหัวหน้าถึงใช้อาวุธระดับต่ำกว่า 1 ดาว ถ้าหากเป็นของร้านค้าธรรมดาปกติทั่วไปก็จะมีแต่คนหัวเราะเยาะ หรือไม่ก็มองดูด้วยสายตาแปลกๆ แต่ถ้าเป็นของร้านร้านหนึ่งที่พึ่งเปิดขายอีกครั้งหลังจากเงียบหายไปนับครึ่งปีล่ะก็ สายตาอิจฉาและอยากได้เท่านั้นแหละที่จะมองมา ถ้าพวกเขารู้ถึงสรรพคุณของมันล่ะก็นะ

**มาพูดถึงนักผจญภัยระดับมหากิลด์ พวกเขาเหล่านี้จะทำภารกิจล่า สะสม และภารกิจต่างๆ ของเขตแดนเทพอื่นเกือบทั้งนั้น นั่นเป็นเพราะว่าเขตแดนเทพนี้มันเป็นเขตแดนนอกสุดของเขตแดนเทพเกือบทั้งหมดที่มีอยู่ในข้อมูล อีกทั้งเป็นเขตแดนที่มีทรัพยากรมากระดับหนึ่ง ภารกิจล่าทรัพยากรจึงมีมาก ยิ่งถ้าเป็นภารกิจใหญ่ๆ อย่างเช่นสังหารมอนสเตอร์หรือหาสมุนไพรระดับสูงพวกเขาจะรับทำเอง แต่หากเป็นภารกิจระดับต่ำหรือของชาวบ้านทั่วไปก็จะโยนไปให้กิลด์ระดับสูง กลาง ต่ำ ทำไปตามระดับ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วภารกิจของกิลด์ระดับต่ำมักจะเป็นภารกิจของชาวบ้านมากกว่า ภารกิจใหญ่ๆ มักไม่ค่อยมาถึง

**การดำเนินชีวิตของเขตแดนกลางและเขตแดนเทพเขตในนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

**เขตแดนเทพเขตในนั้นทุกอย่างอุดมสมบูรณ์ ทรัพยากรอะไรก็มีมาก ไม่มีการขาดแคลน อีกทั้งความเป็นอยู่ของผู้คนในเขตแดนในนี้ต่างเป็นพวกชนชั้นสูงทั้งสิ้น

**ทรัพยากรเรื่องของข้าวกับอาหารนั้นไม่ได้เป็นปัญหา พวกเขานำเข้ามาจากเขตแดนอื่นโดยการแลกเปลี่ยน ส่วนการติดต่อก็มีอยู่ทุกวัน ผู้คนจากเขตแดนอื่นก็เข้ามาที่นี่ทุกวันเช่นกัน เพราะเห็นเป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก แต่หากจะขอออกไปดูเขตแดนกลาง กับเขตนอกแล้ว

**แน่นอนว่าไม่มีวันได้ดูหรอก เพราะเจ้าเมืองสั่งการไว้อย่างเข้มงวดกับทหารเฝ้าประตูเขตแดนชั้น ยกเว้นเสียแต่จะเก่งจริงล่ะนะ ส่วนนักผจญภัยจากเขตแดนนอกนั้นไม่สามารถเข้าไปยังเขตแดนในได้ เว้นเสียแต่จะมาส่งภารกิจ หรือทำภารกิจจ้างวานต่างๆ แต่ก็ต้องได้รับการตรวจสอบยืนยันอีกทีหนึ่งว่าจะเข้าได้หรือไม่

**ส่วนวันแข่งขันประจำปีนั้นจะเปิดให้เข้า แค่เพียงนักผจญภัยเท่านั้น ส่วนชาวบ้านจากเขตแดนกลาง และเขตนอก ไม่มีสิทธิ์โดยสิ้นเชิง

**แต่สิ่งเหล่านี้นับว่าเป็นปกติของพวกเขาอยู่แล้ว ตั้งแต่ลูกชายของเจ้าเมืองคนเก่าเข้ามาปกครอง สาเหตุเพราะ เจ้าเมืองคนก่อนนั้นถึงวัยชราแล้ว ท่านจึงสละตำแหน่งให้ลูกชายตนเอง แต่คำกล่าวนี้ท่านเจ้าเมืองคนใหม่เป็นคนออกมากล่าวเอง ส่วนเจ้าเมืองคนเก่านั้น หลังจากเจ้าเมืองคนใหม่ป่าวประกาศอย่างเป็นทางการก็ไม่มีใครเห็นท่านอีกเลย (ภูติน้อยบอกว่าเจ้าเมืองถูกฆ่ายึดตำแหน่ง สรุปแล้วเรื่องเป็นยังไงกันหว่า? หรือว่าคนที่ฆ่าก็คือลูกชายของเขา งั้นรึ!)

******ไผ่กับนานะเดินเท้าชมบรรยากาศของเขตแดนกลางจนถึงเที่ยง ก็พากันเดินหาร้านอาหารข้างทางก็เจอกับร้านแกงแห่งหนึ่ง เป็นร้านไม้ที่มีโต๊ะนั่งอยู่ 3 โต๊ะ แต่ละโต๊ะมีเก้าอี้ 4 ตัว และมีลูกค้านั่งทานอยู่ 2 โต๊ะ ว่างโต๊ะหนึ่งพอดี เจ้าไผ่น้อยก็พานานะเข้าไปนั่ง แล้วสั่งรายการอาหารมา 7 อย่าง ทำเอาคนโต๊ะข้างๆ หันมามองด้วยความอึ้ง แต่สักพักก็เปลี่ยนเป็นสายตาคนโคนโลภ เขามองดูไผ่กับนานะตั้งแต่หัวจรดเท้า และหยุดดูที่รูปโฉมของนานะก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ สายตาเจ้าเล่ห์บังเกิดอย่างแจ่มชัด

...................................................................................********************************

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น