AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 58 เทพขี้แย แต่อ่อนโยน

ชื่อตอน : ตอนที่ 58 เทพขี้แย แต่อ่อนโยน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 214

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ค. 2561 08:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 58 เทพขี้แย แต่อ่อนโยน
แบบอักษร

ตอนที่ 58 เทพขี้แย แต่อ่อนโยน

เมื่อรุ่งอรุณมาถึงไผ่ตื่นมาทำธุระส่วนตัวพร้อมกับนานะ เสร็จจากนี้ก็ไปทานข้าวตามปกติและเจอสมาชิกกิลด์ทักทายระหว่างทานบ้างเล็กน้อย แต่กระนั้นก็ยังไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าใกล้มากนัก แพตตี้ที่ตื่นแต่เช้าเพื่อมาทำหน้าที่เสิร์ฟอาหารให้กับสมาชิกกิลด์ เธอทำอย่างเรียบร้อยและเป็นระบบ ส่วนเรย์ล่ากับน้ำฝนก็มาช่วยเสิร์ฟด้วย เสร็จจากงานนี้ก็ไปทำงานหลักก็คือติดบอร์ดภารกิจที่มีเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม และคอยต้อนรับผู้นำกิลด์ระดับกลาง และระดับสูงที่มาขอร่วมเป็นพันธมิตรโดยมาพร้อมกับของขวัญอีกเล็กน้อย

**น้ำฝนทำหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์แทนเรย์ล่า เธอคอยทักทายและพูดคุยกับสมาชิกกิลด์ยามเช้า ทั้งนี้ยังทำหน้าที่ตรวจเช็กภารกิจและดูแลในส่วนของเงินรางวัลของภารกิจต่างๆ ไปด้วย

**เช้านี้ไผ่อออกมาเดินเล่นข้างนอกมองดูสภาพแวดล้อมของเขตแดนรอบนอกก็ต้องส่ายหัวด้วยความเวทนาไปตามทาง

**ทุ่งหญ้าอันแห้งเหี่ยวผู้คนเดินไปมาก็ดูไร้เรี่ยวแรง ไร้ซึ่งชีวิตชีวา ร้านค้าข้างทางของเขตแดนนอกนี้ก็หาได้มีของกินที่สะอาด แต่ละอย่างล้วนเป็นเมนูเพื่อประทังชีวิตและมีราคาที่ถูกแสนถูก

**สถานที่โล่งกว้างที่มีแต่หญ้าแห้ง ร่องน้ำที่ไม่ได้ใช้งานมานานและไม่มีน้ำไหลแม้แต่น้อยบ่งบอกว่าที่นี่คือทุ่งนาฟ้ากว้าง แต่เหตุไฉนถึงไม่มีการทำนาทำการเกษตรเล่า ด้วยความสงสัยใคร่รู้จริงๆ ไผ่จึงเดินออกข้างทางดินแดงเข้าสู่ทุ่งหญ้าหนามที่กำลังแห้งเหี่ยว สองเท้าลุยหนามเข้าไปจนถึงพื้นที่ที่อาจเรียกได้ว่า ทุ่งนาเก่า มือขวากำดินที่แห้งกรังขึ้นมาดมก็ปรากฏชัดแจ่มแจ้ง

“ดินที่ไม่ได้ขาดสารอาหารนี่ แต่มันขาดพลังเวทหล่อเลี้ยง” พูดเปรยเบาๆ ก็ตบครืนไปที่ดินทีหนึ่งเพื่อส่งสัมผัสไปด้านล่าง

“เฮ้อ พลังเวทเหือดแห้ง แถมยังถูกสูบเข้าไปเลี้ยงเขตแดนอีก นี่หากพลังเวทโซนนอกนี้หมด โซนกลางก็จะโดนด้วย จากนั้นก็โซนในสุด อนาคตหากไม่ได้รับการแก้ไขผู้คนก็จะย้ายไปอยู่เขตแดนอื่น หรือไม่ก็ตกตายกันหมด” ไผ่พูดตามสิ่งที่ตนคิด แล้วเดินออกมาสู่ถนนเช่นเดิม

“ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละพี่ชาย เพราะเขตแดนที่นี่ไม่ได้รับการดูแลจากทวยเทพ” จู่ๆ นานะก็พูดออกมา

**“เดิมที่นี่เคยมีเทพปลายแถวคอยดูแลปกป้องอยู่ พื้นที่จึงอุดมสมบูรณ์ แต่เมื่อไม่กี่สิบปีนี่เองที่เทพตนนั้นหายไปด้วยเงื้อมมือของมนุษย์ ส่วนจะเป็นใครนั้น ภูติน้อยบอกว่าคนนั้นคือเจ้าเมืองคนปัจจุบันที่อยากจะได้ผลึกชีวิตของที่นี่จึงรวมกลุ่มกันทำพิธีขับไล่ทวยเทพด้วยวิชาของปีศาจ วิธีนี้ทำกันถึง 3 รอบจึงจะสำเร็จ สาเหตุที่ทำยากเย็นเป็นเพราะเทพท่านรักชาวบ้านที่นี่มาก ท่านไม่อยากเห็นภาพแห่งการสูญเสียและน้ำตาที่ไหลรินด้วยความโศกเศร้าของเหล่าชาวบ้าน ความผูกพันของชาวบ้านที่เคารพเทิดทูนเขาแม้จะมองไม่เห็นตัวตนของท่าน แต่เหล่าชาวบ้านก็รวมใจกันสวดบูชาเทพทุกเดือน ทั้งยังสร้างเทศกาลเก็บเก็บเกี่ยวโดยการนำผลผลิตทางการเกษตรมารวมกัน และแบ่งสันแจกจ่ายให้กันและกันโดยเป้าหมายของเทศกาลนี้ก็คือ อยากจะให้ท่านเทพได้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์และผลผลิต ซึ่งได้รับความดูแลจากท่าน

**สิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้เทพปลายแถวตนนั้นหยัดสู้ แต่ด้วยกำลังฤทธิ์ที่มีน้อยจึงไม่สามารถต่อต้านมนตราปีศาจได้ ร่างกายของท่านจึงแหลกสลายไป

**ภูตน้อยบอกว่า แม้ท่านเทพจะเป็นพวกปลายแถวซุ่มซ่าม ขี้แย ชอบร้องไห้เพียงแค่เห็นหยดน้ำตาแห่งความเศร้าของผู้คน แต่เวลาทำอะไรแล้วท่านทำจริง ทุ่มเททุกอย่างจริงๆ ทั้งคอยส่งเสริมพลังเวทให้แก่ดิน คอยสร้างฝนให้ตกเพื่อหล่อเลี้ยงพืชพรรณด้วยการเหาะไปรวมเมฆให้มารวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน และจุดประกายสายฟ้าเพื่อสร้างฝนเป็นเวลานาน พอเสร็จจากงานนี้แต่ละทีก็ร้องไห้เมื่อได้ยินเสียงโห่ร้องด้วยความยินดีของชาวบ้าน แต่หลังจากนั้นท่านก็หลับลึกไปหลายวันเพราะความเหนื่อย

**ตอนสูญเสียท่านไปเหล่าภูติต่างร้องไห้เป็นครั้งแรก เทพขี้แยที่แสนอ่อนโยนของพวกเขาได้จากไปอย่างไม่หวนกลับมา

**เมื่อท่านเทพจากไปแล้วเขตแดนก็อ่อนแอลง พืชพรรณต่างๆ ก็เติบโตยาก พลังเวทย์หล่อเลี้ยงในดินก็จางหายไปทีละน้อย..” นานะพูดถึงตอนนี้แล้วหยุด

**“อะไรต่ออีกเหรอนานะ” ไผ่เห็นนานะชะงักจึงถาม

**“ภูติน้อยร้องไห้อยู่ค่ะพี่ชาย รอให้พวกเขาหยุดร้องก่อนนะคะ นานะสงสารพวกเขาจัง รับรู้ถึงความรู้สึกของพวกเขาที่มีต่อเทพตนนั้นอย่างลึกซึ้งเลยค่ะ” นานะน้อยพูดแล้วนำมือมากุมอกตัวเอง

**“จากความรู้สึกของพวกภูติน้อยที่ถ่ายทอดมา เทพตนนั้นเป็นเทพหญิงที่ซุ่มซ่ามมากๆ แถมขี้แย และชอบร้องไห้บ่อยๆ แต่ความอ่อนโยนของท่านนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยหัวใจที่ทุ่มเททุกอย่างเพื่อดูแลเขตแดนนี้ แม้กระทั่งสละชีวิตของตัวเอง แต่ถึงอย่างไร ผลึกแห่งชีวิตของที่นี่ก็ยังไม่ได้ถูกช่วงชิง เทพท่านใช้พลังเฮือกสุดท้ายของเธอเพื่อซ่อนผลึกไว้แต่ไม่รู้ว่าเป็นที่ไหน

**ฝ่ายเจ้าเมืองก็ไม่พอใจที่ไม่สามารถช่วงชิงผลึกชีวิตจากเทพมาได้ จึงสั่งการไม่ให้ช่วยเหลือชาวบ้าน ณ เขตแดนรอบนอก เพราะอยากจะให้ชาวบ้านที่เทพรักตายไปทีละคน ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ” พอพูดถึงตรงนี้ไผ่ชะงักเลยสิครับ

**“ทำไมถึงทำอะไรโหดร้ายอย่างนี้ เขาก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าเมืองได้ยังไงกัน” ไผ่มองไปทางข้างหน้าแล้วเดินไปคุยไปกับนานะ

**“ภูติน้อยบอกว่า ที่เขามาเป็นเจ้าเมืองได้นั่นเพราะเขาฆ่าเจ้าเมืองคนก่อนแล้วช่วงชิงอำนาจมาค่ะพี่ชาย” นานะพูดตามที่ภูติน้อยบอก

**“ทำอย่างงั้นได้ด้วยเหรอ”

**“ไม่รู้สิคะ นานะก็ไม่เข้าใจกฎกติกาการอยู่ร่วมของเมืองนี้หรอกค่ะ” นานะพูดตามตรง

**“อืม แล้วถ้าเราฆ่าเจ้าเมืองทิ้งล่ะ เราจะยึดอำนาจได้ไหมล่ะ”

**“เรื่องนี้นานะก็ไม่รู้ พี่ชายอย่ามาถามสิค่ะ บู่วว” นานะตอบแล้วสะบัดหน้าหนี

**“จ้าๆ แล้วนานะเห็นภูติด้วยเหรอ” ไผ่ถามด้วยความฉงน

**“แหม พูดอย่างกับตัวเองไม่เห็น เนตรที่ท่านพ่อมอบให้พี่ชายจะปิดผนึกมันไปถึงเมื่อไหร่คะ จะให้มันหงำเหงือกอยู่ในเบ้าตาทั้งอย่างนั้นเลยเหรอ โถ แค่ได้เห็นอะไรที่มันไม่ใช่คนครั้งแรกจากเนตรนั่นก็แหกปากลั่นพร้อมกับอ้อนวอนให้ท่านพ่อปิดผนึกให้ พี่ชายจะกลัวอะไรนักหนาคะ” นานะได้ทีก็ยอกย้อนไผ่แบบตรงไปตรงมาทำเอาเจ้าตัวหน้าซีดเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ภาพที่เห็นจากเนตรนั้นสับสนอลหม่านไปหมด มันมีทั้งสายใย และตัวตนของอะไรที่น่ากลัวมาก แค่คิดก็บรื๋อแล้ว

**“หยึ๋ย ไม่เอาอ่ะนานะ พี่กลัว แหะๆ” ไผ่พูดตรงๆ

**“โฮ่ว พี่ชายคะ แต่ก็ช่างเถอะ เพราะเทพสาวตนนั้นที่ภูติน้อยจำแลงให้ดูสวยมากเลยค่ะ น่ารักและงดงาม นานะชักจะชอบเธอแล้วสิ” นานะน้อยพูดเบาๆ แล้วมองไปข้างหน้าสายตาไม่ลอกแลกไปไหน

**“ห๊ะ จริงเหรอ เดี๋ยวๆ ๆ อย่าพึ่งให้ภูติสลายร่างจำแลง พี่ชายขอดูด้วย!!! "

"บู่ว ไม่ค่อยเลยนะคะ"**

……………………………………………………………………………………………………………………………………………**********************************************

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น