love_novel

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชะตา..แรง แสบ ซ่า สามีหล่อ 100%

ชื่อตอน : ชะตา..แรง แสบ ซ่า สามีหล่อ 100%

คำค้น : ชะตา..แรง แสบ ซ่า สามีหล่อ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 60.7k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มี.ค. 2558 10:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชะตา..แรง แสบ ซ่า สามีหล่อ 100%
แบบอักษร

 

 

3

: ชะตา..แรง แสบ ซ่า สามีหล่อ :

 

          ตอนนี้พี่เฮดว๊ากมาคุมน้องแทนพี่ว๊ากคนเมื่อกี้ที่เลือดไหลแล้วครับ แล้วคือพี่แกหล่อมาก และคุมน้องได้แบบไม่มีน้ำเสียงตะคอกเลย แต่น้ำเสียงแสดงถึงอำนาจ จนผมขนลุก และอีกหลายๆคนที่ไม่กล้าเกรียนใส่ ไม่รู้นะครับ ผมคิดว่าบรรยากาศมันน่ากลัวๆอ่ะ

 

          "จบการรับน้องของวันนี้ กูหวังว่าพรุ่งนี้จะไม่มีใครมาสาย.."  น้ำเสียงราบเรียบแต่ฟังแล้วน่าขนลุก พี่แกตวัดสายตามาทางผมนิดๆ ประมาณว่ามาสายอีกทีมึงตาย ก่อนจะเดินออกไปโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น พวกผมนี่หายใจเฮือกไปตามๆกัน

 

 

          "กูว่าบรรยากาศมันกดดันแปลกๆว่ะ พี่คนเมื่อกี้ถ้าจำไม่ผิด เหมือนจะเป็นเดือนมหาลัยปีที่แล้ว" ผมพยักหน้าเห็นด้วยกับคิมที่นั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ฝั่งตรงข้าม ตอนนี้พวกเรามากินข้าวเย็นกันหน้า ม. ครับ เมื่อตอนกลางวัน ก็ผ่านการปราศรัยรับน้องมาแบบทุลักทุเล และดูเหมือนพรุ่งนี้..พวกรุ่นพี่จะเอาจริง

 

          "กูก็ว่างั้น หน้าพี่แกหล่อก็จริง แต่บรรยากาศรอบตัวน่าขนลุกแปลกๆ ตอนแรกกูก็สงสัยว่าทำไมให้พี่หล่อแกมาเป็นเฮดว๊าก หน้าก็นิ่งๆจะตะคอกให้น้องกลัวได้ไง  แต่ตอนนี้กูเกตล่ะ" ไอ้โซดาสนับสนุนในการนินทารุ่นพี่ต่อครับ ผมนั่งกินข้าวไข่พะโล้เงียบๆ ไม่ออกสิทธิ์ออกเสียง จนไอ้เพื่อนใหม่สองตัวหันควับมามอง

 

          "มีอะไรหรอ" ผมจ้องพวกมันตาแป๋ว อยู่ๆก็หันมาจ้องแบบนี้ ใครจะไปกินข้าวต่อลงว่ะ

 

          "มึงเลิกสุภาพได้ล่ะ สัด" ไอ้โซดาทำหน้าเอือมๆใส่ ผมเบ้ปากใส่มันคืน

 

          "เราก็พูดของเราแบบนี้มานานแล้ว" ผมตอบกลับไป

 

          "เออๆช่างมึงเหอะ ถึงมึงสุภาพกูก็ไม่เกรงใจที่จะหยาบใส่หรอกน่ะ" ไอ้คิมพูดยิ้มๆ พลางหัวเราะ หึๆ กับไอ้โซดา ทำไมเหมือนผมโดนรุมแกล้งเลยอ่ะ

 

          "ว่าแต่พวกมึงได้คำใบ้อะไรว่ะ" คิมหันมาถามพวกผม คืองี้ครับ รุ่นพี่ให้เราจับฉลากพี่รหัสน่ะ ในกระดาษที่จับจะมีคำใบ้บอกอยู่ แล้วก็ให้หาพี่รหัสให้เจอภายในสามวัน ผมก็ลืมกระดาษแผ่นนั้นไปเลย

 

          ผมล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ก็เจอกับกระดาษเล็กๆที่ม้วนตัวอยู่ ผมจึงดึงมันออกมาแล้วส่งๆไปทางคิมกับโซดา

 

          "นี่แหละ แต่เราลืมที่อ่านไปแล้ว" ผมเปิดอ่านไปแล้วครับ จำได้แค่อะไรสามีๆนี่แหละ

 

          "แรง แสบ ซ่า สามีหล่อ" ไอ้คิมขมวดคิ้ว เออ..ประโยคนี้แหละครับ ผมอยากจะบอกว่าผมนี่ถึงกับกุมขมับเลยทีเดียว พี่มันจะให้ผมหาตัวพี่มัน หรือหาตัวสามีพี่มันกันแน่ครับเนี่ย =_=

 

          "ของกูยิ่งกว่ามึงอ่ะ 'เจอกับพี่ได้ที่ผับ LY' ไม่ค่อยจะบอกรสนิยมการเที่ยวเลยโว้ย แล้วกูจะไปรู้ไหมว่าพี่คนไหน ในคณะมีตั้งเป็นร้อยๆ หรือกูจะไปดักตีหัวพี่แกที่ผับดีว่ะ" ไอ้โซดาเริ่มบ่นกับตัวเอง มันทำหน้าหงิกแล้วเกาหัวแกรกๆ ประโยคหลังนี่มึงคิดได้ไงเนี่ย

 

          "ของกู 'ที่หนึ่ง' คำใบ้น้อยกว่าพวกมึง กูยังไม่บ่น"

 

          "โซดาบ่นคนเดียว เราไม่เกี่ยว" ผมแสยะยิ้มให้โซดา มันทำหน้าหงิกเลยครับ ฮามาก

 

          "แล้วรูมเมทมึง ใครอ่ะ" โซดาถามผมที่กินไข่พะโล้เสร็จพอดี ผมหยิบน้ำมาดื่ม ก่อนจะขมวดคิ้วนิดๆ

 

          "ไม่รู้" คือแบบหอในต้องนอนห้องล่ะสองคนน่ะครับ เป็นห้องยังไงผมก็ยังไม่ได้เข้าไปดู ดูเหมือนว่าหอนี้จะพึ่งสร้างเสร็จ เพื่อเสริมกับหออื่นๆ เห็นพวกพี่สันทนาการบอกมาว่ามันมีปัญหาที่ต้องนอนสี่คน แล้วห้องก็แคบ เลยตัดปัญหาด้วยการมีรูมเมทนอนแค่สองคน แล้วสร้างหอใหม่เพิ่มซะเลย บริการนักศึกษาดีครับ ม. นี้

 

          "กูกับไอ้โซดานอนด้วยกัน โคตรโชคดี" ไอ้คิมยักคิ้วให้ อิจฉาพวกมันอ่ะครับ เป็นเพื่อนกัน แล้วได้อยู่หอด้วยกันอีก พวกผมแยกย้ายกันขึ้นหอ ห้องที่ป้ามะลิบอกว่าเป็นห้องของผมอยู่ด้านซ้ายมือ และโชคดีที่คิมกับโซดาก็อยู่ชั้นเดียวกับแต่เป็นทางขวา ผมตรงเข้าไปในห้องซ้ายมือริมสุด ก็น่ากลัวนะที่อยู่ห้องริม แต่ผมคิดว่าหอนี่พึ่งสร้าง คงไม่มีอะไร

 

          แกร๊ก..

 

          ผมไขกุญแจเข้าไป ก่อนจะปิดประตูลง ห้องมืดมากครับ ข้าวของต่างๆของผมคงจะอยู่ในนี้ เดินไปเรื่อยๆเพื่อคลำหาสวิตซ์เปิดไฟ หางตาผมเห็นอะไรบางอย่างอยู่ตรงโซฟาที่มุมห้อง

 

          เฮือก! เคยบอกใช่ไหมครับว่าผมกลัวผี กลัวแบบขึ้นสมองอ่ะ

 

          แปะ..ผมเจอแล้วครับ ไฟสว่างขึ้นมาทั่วห้อง ผมรีบหันไปที่โซฟาทันที แล้วก็เจอสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวยิ่งกว่าผีนั่งอยู่ ไม่รู้ว่าผมเผลอทำสีหน้าแบบไหนออกไปตอนที่เราสบตากัน ผู้ชายคนนั้นนั่งฟังเพลงจากหูฟังตัวเองไปเงียบๆในขณะที่จ้องตากับผมแบบไม่หลบไปไหน นัยน์ตาสีนิลที่ดูน่าหลงไหล พึ่งจะเจอกันวันนี้ใครมันจะจำหมอนี่ไม่ได้ว่ะ

 

          เอ่อ..โอเค รีบหลีกเลี่ยงจากสถาณการณ์น่าอึดอัดนี่ก่อนแล้วค่อยว่ากัน

 

          "หวัดดีฮะ เราเบนซิน"

 

          "...." มันยังนั่งนิ่งไม่เปิดปากพูดสายตาก็ดูสงบแปลกๆ เอาเป็นว่าผมเดาความคิดเขาตอนนี้ไม่ออกเลยก็แล้วกัน

 

          "แล้วเอ่อ..นายล่ะ" ตัดสินใจถามอีกครั้ง

 

          "เพลิงนิล"

 

          "แฮะๆ ชื่อน่ากลัวเนอะ 'เพลิง'นี่คือไฟหรอ" ไม่ได้น่ากลัวแค่ชื่อ แต่ตัวมึงอ่ะก็โคตรน่ากลัวด้วย อย่ามาแผ่รังสีกดดันกู ขอร้อง!

 

          "อย่ายุ่งกับกู ถ้าไม่อยากถูกย่างสด"

 

          "....!" นี่ผมกำลังถูกข่มขู่ใช่ป่ะครับ แต่ดูท่าทางว่าหมอนี่จะกล้าเผาผมจริงๆ ผมรู้สึกได้!       

 

 

          "...." จบเลยครับ เอาเป็นว่าต่างคนต่างอยู่ก็แล้วกัน ผมไม่ค่อยอยากยุ่งกับพวกมาเฟียเท่าไหร่ เขายังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติ่งจนผมแอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ อย่างน้อยก็ยังดีกว่ามีรูมเมทที่จ้องจะงาบผมอ่ะนะ

 

          ผมตรงเข้าไปดูเครื่องครัวก่อนทันที ดูก่อนเสื้อผ้าด้วยครับ อุบเงียบไว้นะว่าผมแอบเอาอุปกรณ์ประกอบอาหารมาทำกินเอง โดนจับได้เดี๋ยวจะแย่ ผมไม่ชอบนั่งกินข้าวนอกบ้านครับ ที่พึ่งกินเมื่อกี้มันก็เพราะกินกับเพื่อนใหม่น่ะ

 

          โอเค..กระทะไฟฟ้า หม้อหุงข้าว ตะหลิว จาน ชามพร้อม ผมชอบทำอาหารมากครับ ตอนแรกกะว่าจะเรียนคหกรรม แต่เอาไว้เป็นงานอดิเรกดีกว่า ตอนที่ผมทำอาหารมันรู้สึกผ่อนคลาย มันเหมือนการมีเพื่อนไว้คลายเหงา ผมเลยติดการทำอาหารมาจนทุกวันนี้

 

          เสร็จแล้วผมก็ตรงเข้าไปจัดของที่ตู้เสื้อผ้า ผมกับเพลิงนิลมีตู้เดียวกันแต่แบ่งพื้นที่คนล่ะฟาก สงสัยคนออกแบบเขาอยากจะประหยัดเนื้อที่ หึ

 

          ผมหันไปสำรวจเตียงนอนเล็กน้อย มีเตียงเดี่ยวสองเตียง เห็นข้าวของของเพลิงนิลวางเกลื่อนบนเตียงอีกฝากหนึ่ง แสดงว่าเตียงของผมคงจะเป็นเตียงที่อยู่กลางห้อง ซึ่งมันยังคงเรียบตึงปกติ ผมเดินไปนั่งอย่างเหนื่อยๆในขณะที่เพลิงนิลเดินไปคว้าผ้าเช็ดตัว แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป

 

          ผมหันกลับไปมองข้าวของที่วางเกลื่อนของเขาอีกครั้ง ถ้าหมอนี่อัธยาศัยดีอีกสักนิด ผมก็คงกล้าไปเก็บให้แล้วล่ะ แต่ดูจากสถานการณ์ปัจจุบันอย่าไปยุ่งกับของๆเขาจะดีกว่า

 

          ผู้ชายอันตรายแบบนั้น เวลาหวงของขึ้นมาผมคงจะแย่...

 

          แกรก..

 

          เสียงเปิดประดูห้องน้ำดังขึ้น ผมเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาติญาณ เพราะรอเขาอาบน้ำอยู่จะได้ไปอาบต่อ แต่ภาพตรงหน้าทำให้ผมชะงักจนต้องเบิกตากว้าง

 

          ไม่ใช่เพราะรูปร่างสมส่วนกำยำ ที่ดูน่าหลงไหลราวกับเทพเจ้ากรีกหรอกที่ทำให้ใจสั่นอย่างเดียว แต่เหนือสิ่งอื่นใด มันคือรอยสักตรงหน้าอกด้านซ้ายของเพลิงนิลต่างหาก!

 

          รอยสักรูปมังกรมีเปลวเพลิงล้อมรอบ เหมือนในความฝัน...

 

          มันเป็นไปได้ยังไง ทั้งๆที่ในใจปฏิเสธอยู่ลึกๆว่าคงไม่ใช่เขา แม้จะคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นคนเดียวกันกับที่อยู่ในฝันของผม พอเหลือบสายตาขึ้นไปมองใบหน้าของร่างสูง ผมก็สะดุดลมหายใจตัวเองขึ้นมาอย่างประหลาด

 

          หยอดน้ำเกาะพราวที่เส้นผม เปียกแนบลู่กับใบหน้าเรียว ให้ตายสิ..หมอนี่ดูฮอตเป็นบ้า แล้วทำไมผมต้องใจเต้นรัวขนาดนี้ อาจเป็นเพราะ..

 

          เจอแล้ว ผู้ชายที่โหยหามาตลอด ผู้ชายที่กอดผมในความฝันอย่างอ่อนโยน ผู้ชายที่บอกว่าผมยังมีเขา และผมจะไม่ปล่อยเขาไป!

          "หยุดจ้องกู" ดูท่าทางเขาจะหงุดหงิดนิดๆ ผมกระพริบตาปริบๆเหมือนสติกลับเข้าร่าง อา..เมื่อกี้ถึงกับเหม่อ อันตราย อันตรายชะมัด ทำให้ผู้ชายแมนๆอย่างผมเคลิ้มได้ แล้วกับผู้หญิงก็คงจะไม่รอดจากมนต์สะกดนี้แน่ๆ มันเล่นไสยศาสตร์หรือเปล่าว่ะ

 

          เล่นไม่เล่นไม่รู้ ผมตัดสินใจแล้วว่าจะให้เขาเนี่ยแหละมาเป็นอีกครึ่งชีวิตของผม!

 

          "เอ่อ..โทษที" หวังว่าเขาจะไม่คิดว่าผมเป็นเกย์หรอกนะ แต่ผมก็คิดจะรวบหัวรวบหางเขาอยู่นี่หว่า ช่างเหอะ ถ้าชอบเพลิงนิลแล้วอาการแบบอยากอยู่กับเพลิงนิลตลอดไป มันเรียกว่าเป็นคู่เกย์ ผมก็จะเป็น

 

          ผมอาบน้ำเสร็จแล้วก็เดินออกมาแบบเขานั่นแหละ ไม่มีใครมาสนหรอกครับ เป็นผู้ชายเหมือนกันจะอายอะไร เสร็จแล้วผมก็ตรงเข้าไปที่ตู้เสื้อผ้า หยิบชุดนอนขาสั้นเลยเข่านิดๆ กับเสื้อสีครีมคู่กันออกมา พึ่งสังเกตว่าเพลิงนิลกำลังวุ่นวายกับข้าวของๆเขาอยู่

 

          ตีสนิทขั้นที่หนึ่ง..

 

          "เราช่วย.." ไม่ต้องรอให้ออกปากว่าจะย่างสด ผมก็รีบกระโดดไปนั่งแหมะตรงหน้าเขาทันที แล้วหยิบจัดพวกเสื้อผ้าของเขาขึ้นมาพับอย่างเรียบร้อย อาจดูเหมือนไร้มารยาทแต่ผมไม่แคร์ เคป่ะ ด้วยความที่อยู่กับแม่นมตั้งแต่เด็กงานบ้านงานเรือนผมจึงหัดทำเองได้หมดเพราะ..

 

 

          กึก ผมชะงักไปนิดๆเมื่อคิดถึงอดีต หึ..ที่ผมทำตัวดีและหัดทำอะไรด้วยตัวเอง ก็แค่อยากให้พ่อแม่กลับมาชมบ้างน่ะครับ แต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้ผลเลยสักนิด

 

          "...." เพลิงนิลมองผม ก่อนจะหันกับไปจัดการอุปกรณ์อะไรสักอย่างต่อ สายไฟระโยงระยานเพียบ แบบนี้มันเหมือนเป็นการอนุญาตกลายๆหรือเปล่า ผมยิ้มกว้างอย่างมีความสุข อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ไม่ไล่ผมเหมือนครั้งแรกแล้ว สงสัยจะจนปัญญาในการจัดเสื้อผ้าเอง ฮ่าๆๆ

 

          "เอ่อ..เสร็จแล้ว เดี๋ยวเราเอาเข้าตู้ให้เลยนะ" ผมยิ้มให้เขานิดๆ ทันทีที่เพลิงนิลหันมามอง หมอนี่แค่จ้องตอบกลับมาแล้วทำหน้าเรียบสนิท อีกแล้ว..ผมไม่สามารถรู้ได้อีกแล้วว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่!

 

          หรือว่าถ้าเงียบ..จะแสดงว่าอนุญาต

 

          ผมหอบเสื้อผ้าที่พับไว้ แล้วเดินลัลล้าไปที่ตู้ มันก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดนี่นา แค่เพลิงนิลเป็นคนเข้าใจยากนิดหน่อย ผมคงต้องค่อยๆปรับตัวเข้ากับเขา จากนั้นก็รวบหัวรวบหาง กินกลางตลอดตัว เฮ้ย ไม่ใช่ เริ่มจะเพ้อหนักแล้วไอ้เบนซิน

 

          ผมส่ายหัวนิดๆกับความคิดตัวเอง

         

          ผมเหลือบตากลมๆขึ้นมองนาฬิกานิดๆ พึ่งจะสองทุ่ม ออกไปซื้อของมาตุนไว้ทำอาหารตอนเช้าดีกว่า แต่หอมันมืดมากเลย แล้วผมก็ค่อยข้างกลัว..สิ่งนั้นอ่ะ

 

          ผมเหลือบตาไปมองเพลิงนิลอีกครั้ง หมอนั่นต่ออุปกรณ์เสร็จแล้ว และเขาก็หันมามองผมเช่นกัน ใบหน้าหล่อเหลาเลิกคิ้วนิดๆ เหมือนจะถามว่าผมมองหน้าเขาทำไม เอาไงดีว่ะ กลัวก็กลัว แต่อยากทำอาหารก็อยากทำ

 

          "คือ..นายไปเป็นเพื่อนเราซื้อของตรงโลตัสเล็ก ข้างล่างหน่อยได้ไหม"  ทำไมจะพูดกับหมอนี่ทีไรผมต้องอ้ำอึ้งทุกที พยายามควบคุมน้ำเสียงและสติแล้ว แต่เมื่อมองสบตากับร่างสูง สติที่เคยควบคุมได้ก็ถูกเขาควบคุมแทน

 

          "...." ความเงียบคือคำตอบของคำถามเราจ้องตากับนิ่ง ก่อนที่ผมจะเป็นฝ่ายถอนหายใจ ไปคนเดียวก็ได้ ใจร้ายชะมัด นี่อุตส่าห์ลงทุนอ้อนวอนเลยนะ ยังไม่ใจอ่อนอีก

 

          ผมเดินเตาะแตะลงมาด้านล่าง มืดอย่างที่คิดไว้เลย ก่อนจะตรงเข้าโลตัส แล้วก็ซื้อของสดหลายๆอย่าง เหมือนจะลืมหยิบซอสปรุงรสแหะ

 

          "มาคนเดียวหรอครับ" ผมหันไปมองผู้ชายที่เดินเข้ามาทัก เขาค่อนข้างดูดี และยังใส่ชุดนักศึกษาอยู่เลย สงสัยจะพึ่งเลิกกิจกรรม ผมยิ้มให้นิดๆ ไหนๆก็เป็นเพื่อนร่วมสถาบันเดียวกันอยู่แล้ว ทักมาไม่ทักตอบเดียวโดนหาว่าหยิ่งอีก

 

          "ฮะ ซื้อของน่ะ" ผมชูตระกร้าให้เขาดู

 

          "ขอเบอร์ได้ไหมครับ ผมกิต เรียนอยู่บริหาร  ปี 2" ผมนี่เหวอแดกเลย เหมือนจะลืมอะไรไป เชี่ย! ลืมใส่แว่น ถึงว่าทำไมตอนเลือกของมีแต่คนมอง

 

          "เอ่อ..ไม่ดีกว่าฮะ ขอโทษแล้วกัน" ผมรีบเดินมาจ่ายตังค์ ดีนะของได้ครบแล้ว บรรยากาศแบบนี้บอกเลยว่าอันตรายมากแล้วยิ่งผมเดินออกมาจากหอคนเดียวแล้วด้วย..ถ้าคนที่ชื่อกิตไม่เลวก็ดีไป แต่ถ้าเลว..

 

          "ช่วยถือนะครับ เดี๋ยวผมเดินไปส่ง มันอันตราย" มึงแหละอันตราย ดูจากสายตากระหายนั่นใครไม่รู้ก็ควายเต็มทน

 

          "ไม่ฮะขอบคุณ" ไอ้บ้ากิตทำท่าจะแย่งข้าวของออกจากมือผม แล้วแบบเขาสูงกว่าผมเยอะตัวก็หนา ถ้าทำอะไรขึ้นมาผมแย่แน่ แต่ก็เหมือนๆกับที่ผ่านมา ผมเอาตัวรอดได้ทุกสถานการณ์นั่นแหละ เอ..จะจัดการหมอนี่ด้วยวิธีไหนดี จะได้ไม่มากวนใจผมอีก

 

          ไม่ได้หลงตัวเองนะ แต่มันเจอบ่อยจนต้องระแวงไง!

 

          ผมเดินออกจากประตูโลตัส ในขณะที่กิตคว้าข้อมือผมไปกุมแน่นแล้ว ผมจะบิดออกแต่เขาก็ไม่ยอมปล่อย ที่ผมยังประนีประนอมอยู่เพราะกลัวเขาเห็นผมพยศใส่ แล้วจะลากผมไปทันทีเนี่ยสิ เดี๋ยวแผนการก็เสียกันพอดี

 

 

          ผู้ชายแบบนี้ คงจะตื้อผมไม่ยอมปล่อยแน่ๆ นี่ผมไม่ใช่ผู้หญิงสวยๆนะ ขนลุกเหมือนกันที่มีคนตามเนี่ย!

 

          และแล้วสายตาผมก็เจอเข้ากับคนๆหนึ่งที่ยืนพิงกำแพงคอนกรีตข้างตึก ในมือเขาคีบบุหรี่แล้วพ่นออกมาอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน ฟีโรโมนของเขากระจายฟุ้งจนคนที่เดินผ่านต้องเหลียวกลับมามอง ในจังหวะนั้นสายตาผมกับเขาเบนเข้าหากันพอดี

 

                    เพลิงนิล...

 

 

         

          ดูเหมือนเบนซินจะงานเข้า ขอบคุณทุกคอมเม้นท์นะจ้ะ รักรีดเดอร์ >>

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}