love_novel

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชะตา..รับน้องใหม่ 100%

ชื่อตอน : ชะตา..รับน้องใหม่ 100%

คำค้น : ชะตา..รับน้องใหม่

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 65.2k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มี.ค. 2558 19:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชะตา..รับน้องใหม่ 100%
แบบอักษร

2

: ชะตา..รับน้องใหม่  :

 

        วันนี้เข้าสู่อาทิตย์ที่สองแล้วครับ และมันเป็นวันสำคัญสุดๆสำหรับผม เพราะมันคือวันที่จะต้องเปิดผ้าปิดตาออก...

         

          แต่ไม่รู้ทำไม ผมใจหายอย่างบอกไม่ถูก หลายวันมานี้ผมฝันถึงเขาอีกแล้ว ฝันซ้ำๆจนรู้สึกว่ามันเคยชิน ผมชินกับสัมผัสในฝันนั่น ไม่ใช่ไม่ระแวงว่าเขาเป็นผีหรือเปล่านะครับ แต่ผมรู้สึกได้ว่าเขาไม่ใช่ผี

 

          ถ้าลืมตาขึ้นมาแล้วเจอผู้ชายคนนั้นก็คงจะดี...

 

          "เอาล่ะครับคนเก่ง ค่อยๆลืมตาครับ อย่างนั้นแหละ ช้าๆ..." ผมกระพริบตาถี่ๆ รู้สึกปวดหน่วงๆทันทีที่มีแสงเข้าสู่ตา ภาพคุณหมอสุดหล่อที่แกะผ้าพันรอบตาให้ปรากฎอยู่ตรงหน้าอย่างเลือนลาง และค่อยๆชัดเจนขึ้นตามลำดับ

 

          "เห็นชัดไหมครับ หมอคิดว่า..." คำพูดของหมอเหมือนทะลุหูซ้ายไปหูขวา เมื่อผมพยายามกวาดสายตาไปรอบๆ ไม่มีร่างของคนสองคนที่อยากเจอ พ่อกับแม่..พวกเขาไม่มาจริงๆด้วย ผมเห็นเพียงป้ามะลิที่ยืนยิ้มอยู่ใกล้ๆ แล้วทำไมสายตาผมยังไม่หยุดลง นี่กูมองหาอะไรว่ะครับ ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ

 

          "ขอบคุณป้ามากนะฮะ ที่มาอยู่เป็นเพื่อนผม" ผมยิ้มน้อยๆให้ป้ามะลิ ท่านยิ้มตอบกลับมาในขณะที่จัดเตรียมสัมภาระเพื่อออกจากโรงพยาบาล

 

          "ค่ะ คุณหนูของป้า" อย่างน้อยๆก็มีป้ามะลิคนหนึ่งล่ะที่ยังอยู่กับผม ผมมองไปที่พยาบาลสองคนนิดๆ เธอดูตื่นเต้นอะไรกันสักอย่าง และผมพอจะเดาออกแล้วครับ

 

          "คุณหนูเบนซินน่ารักสมคำร่ำลือมากเลยค่ะ ตาก็โตแถมยังตาสวยอีก พอมองแบบไม่มีผ้าปิดตาแบบนี้ยังกะตุ๊กตากระเบื้องเคลือบเลยแนะ" ผมยิ้มแหยๆ ส่งให้เธอ เพราะมีแต่คนชมแบบนี้ไงครับ ตอนเรียนผมถึงต้องใส่แว่นไปโรงเรียนทุกวัน จะได้ไม่ดึงดูดสายตาใครต่อใครให้ตัวเองอึดอัดเล่น

 

          ไม่ได้อวยตัวเองว่าหล่อนะครับ..แต่มันคือเรื่องจริง ผมถึงได้เป็นบุคคลเลื่อนลอยในสังคมมาได้ถึงทุกวันนี้ น้อยคนครับที่จะรู้ว่าผมหน้าตายังไง พูดง่ายๆว่าใส่แว่นปุ๊บหน้าผมนี่ดูจืดไปเลย

 

          "คุณหนูค่ะ โทรศัพท์จากคุณท่าน.." ใจของผมเต้นรัว เมื่อป้ามะลิส่งโทรศัพท์มาขัดจังหวะการกรี๊ดกร๊าด? ของนางพยาบาล ผมรับโทรศัพท์มาถือด้วยมือสั่นๆ ก่อนจะกรอกเสียงแผ่วเบาลงไป

 

          "หวัดดีฮะ" นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้ยินเสียงคุณพ่อ น่าจะสัก 3 ปีได้

 

          (ไง พ่อจะโทรมาบอกว่า ค่าหน่วยกิตพ่อโอนไปให้แล้วนะ มีอะไรขาดเหลือก็โทรมา แล้วก็ค่าอยู่หอกับค่าใช่จ่าย พ่อโอนเงินให้ต่างหาก ราวๆ 3 ล้าน พอใช้ไหม) น้ำเสียงเหมือนจะเป็นห่วงนะครับ แต่ห่วงเรื่องเงินที่ให้ผม..มากกว่าเรื่องที่ผมอยู่โรงพยาบาลน่ะ

 

          ผมจิกฝ่ามือตัวเองแน่น กล้ำกลืนความน้อยใจก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติ

 

        "พอฮะ.." พ่อไม่ต้องมาส่งเสียอะไรผมก็ได้ ถ้าไม่เต็มใจ ผมอยากจะพูดตอกกลับไปแบบนี้ แต่พูดไปอะไรมันจะดีขึ้นล่ะครับ ฮึ 3 ล้านนี่คงจะรวบยอดสี่ปีเลยหรือเปล่า เมื่อตอนมัธยมปลายพ่อก็ให้แบบนี้ ผมไม่เดือดร้อนเรื่องเงินหรอกครับ แม่ก็ส่งมาบ้าง แต่ผมปวดใจที่พ่อเหมือนหาข้ออ้างไม่ค่อยโทรหาผมมากกว่า

 

          ไม่ได้คิดไปเองนะครับว่าโทรมาให้เงินรวดเดียวแบบนี้ คือการที่พ่อไม่ต้องการเสวนากับผมมากนัก แต่ผมเจอแบบนี้มาแล้วหนหนึ่ง ความรู้สึกมันเลยบอกแบบนั้น

 

          (งั้นพ่อวางล่ะ เดี๋ยวต้องเข้าประชุม) สายถูกตัดไปในขณะที่ผมยังไม่ได้บอกลา..

 

          "ไปกันเถอะค่ะ คุณหนู" ป้ามะลิกุมมือผมเบาๆคล้ายปลอบใจ น้ำตาผมร่วงจนตอนนี้ไม่ร่วงแล้วครับ สงสัยจะชินชาไปแล้ว

 

          "ฮะ ไปกัน" ผมแสร้งยิ้มสดใสให้คุณป้า ก่อนจะพยุงตัวลงจากเตียงคนไข้

 

          กลับมาถึงที่บ้านผมก็ตรงขึ้นไปที่ห้องนอนทันที เหลือบตามองปฏิทินนิดหน่อยแล้วก็ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่

 

          "เปิดเทอมแล้วหรอว่ะ" บ่นพึมพำเบาๆ ผมมัวแต่นอนซมในโรงพยาบาลจนไม่ได้ไปสำรวจ มหาลัยเลย แล้วพรุ่งนี้ก็เป็นวันเปิดเทอมวันแรกครับ นี่มันก็เย็นแล้วด้วย กูคงไม่บ้าขนาดบุกไป ม. ตอนนี้แน่ แล้วดูเหมือนตามกำหนดการ พรุ่งนี้มีรับน้องทั้งวันครับ ยังไม่ได้เริ่มเรียน น่าจะเริ่มอีกวันถัดไป คาดว่าคงอยากจะให้รุ่นพี่รู้จักรุ่นน้องมากขึ้น แต่ในความคิดผมน่ะ..

 

          อยากมีเวลาสับรุ่นน้องมากขึ้นน่ะสิครับ ใครจะไม่รู้ทัน ในเมื่อคณะที่ผมเลือกคือ วิศวกรรมศาสตร์ สาขาคอมฯ น่ะ แล้วผมก็ต้องย้ายไปอยู่หอพักชาย ปีแรกเป็นภาคบังคับ นี่แหละครับที่ผมเครียด ผมค่อยข้างกลัวระแวงคนแปลกหน้าน่ะครับ มีประสบการณ์ไม่ดีนิดหน่อย..

 

          ตอนอยู่ ม.ต้น ผมยังไม่ได้ใส่แว่น อยู่หอพักแบบนี้แหละ แต่เป็นโรงเรียนประจำ เกือบโดนเพื่อนคนหนึ่งลากไปข่มขืน แต่ก็รอดมาได้หวุดหวิด เป็นประสบการณ์ที่สยองพอควรเลยครับ เล่นเอากูหลอนมาถึงตอนนี้

 

          ตั้งแต่นั้นมาผมก็ย้ายโรงเรียนเลย และไม่คบใครเป็นเพื่อนอีก จนหลายๆคนบอกว่าผมหยิ่ง..เฮ้อ! เห็นทีว่าขึ้นมหาลัยคงต้องปรับตัวเองเข้าสังคมแล้วแหะ ก็โตๆกันแล้วคงไม่มีผู้ชายคนไหนคิดอุตริมาปล้ำผมหรอก แต่ถ้าเป็นผู้หญิงนี่ผมสมยอม ฮ่าๆๆ

 

          คิดแล้วก็เพลีย..หลับดีกว่า ฝันดีครับแล้วเจอกันพรุ่งนี้

 

 

          "เสียงมีแค่นี้หรอครับ! บอกจำนวนรุ่นของพวกคุณให้ดังกว่านี้!!" เอาแล้วสิครับ กูดันตื่นสายจนได้ กว่าจะมาถึงก็เล่นเอาเลทไปครึ่งชั่วโมง ดีนะที่ป้ามะลิเตรียมสัมภาระไว้ให้แล้ว และดูเหมือนคนที่บ้านจะนำไปไว้ที่ห้องของผมเรียบร้อย รวดเร็วจนผมยังอึนๆ เสียงตะคอกของไอ้พี่ว๊ากที่ยืนคุมน้องนี่ก็น่ากลัวเกิน ผมเลยแอบเดินตัวลีบๆเข้ามานั่งในแถว

 

          "เดี๋ยว! มึงอ่ะ ไอ้แว่น ออกมาหน้าแถว!" อยู่ๆพี่ว๊ากคนหนึ่งที่ดันตาดีมาเหลือบมาเห็นผมเข้าก็พูดขึ้นเสียงดัง โถ่!ไอ้พี่เวร ปล่อยกูก็ไปเหอะ

 

        เอาว่ะกล้าทำก็ต้องกล้ารับ..ผมลุกยืนขึ้นท่ามกลางสายตาของคนหลายร้อย ที่หันพรึ่บพรับมามองด้วยสายตาสอดรู้สอดเห็นแบบสุดๆ ผมจะทำอะไรได้ล่ะครับนอกจากเดินไปหน้าแถวแล้วตีสีหน้าเรียบนิ่งอย่างที่เคยทำ ทั้งทั้งที่ในใจมันกำลังตะโกนว่า 'what the hell!'

 

          "บอกชื่อและรหัสของคุณมา ตอบ!" สายตาไอ้พี่ว๊ากนี่ดุดันจังเลยครับ ไม่ค่อยจะข่มกูเลย เชรดด!

 

        "ผมนายจงรัก ศิริพัฒนศักดิกุลฮะ!" เอาสิ มึงเสียงดังมากูก็เสียงดังกลับ ไอ้พี่ว้ากหน้าโหดมันขมวดคิ้วมองผมเลยครับ ผมพูดอะไรผิด

 

          "นี่มึงเป็นทอม?" สงสัยจะเห็นผมพูด ฮะ ก็ที่บ้านสอนมาแบบนี้ ผมส่ายหน้าพรืดก่อนจะตอบท่ามกลางสายตาสนอกสนใจของคนร่วมรุ่น

 

          "ผมเป็นผู้ชาย" พี่มันมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่รู้ตาฝาดหรือเปล่า..เห็นพี่มันยิ้มเหยียดนิดนึง อยากมีเรื่อง?...เจอกันหลังเซเว่นปิดได้นะครับพี่ =_=

 

        "แล้วทำไมคุณถึงมาสาย แบบนี้มันเอาเปรียบเพื่อนร่วมรุ่นไปหน่อยหรือเปล่า" แผ่รังสีกดดันกูอีก ผมยังไม่อยากเด่นนะเว้ย ไอ้พี่เวรนี่ก็ทำให้ผมเด่นตั้งแต่วันแรกเลย กูแค่มาสายนี่มันปัญหาระดับชาติใช่ป่ะ ซักกูซะละเอียดยันกูเป็นทอม !

 

        "ผมตื่นสายฮะ" ตอบหน้านิ่งๆกวนพี่มันเล่น ตอนแรกก็คิดจะกลัวมันหรอก พอมันมาว่าผมเป็นทอม ผมนี่ปรี๊ดเลยใช้ตาหรืออะไรมองว่ะ ผมออกจะหล่อซะขนาดนี้

 

          "งั้นก็ปั่นจิ้งหรีด 100 รอบ ปฏิบัติ!" ผมนี่เหวอเลยสิครับ กูไม่อ้วกตายก่อนหรอว่ะครับ แต่ช่วยไม่ได้ ผมดันมาสายก็ต้องรับผิด แม้จะรู้ว่าโดนไอ้พี่โหดมันแกล้งก็เหอะ

 

          "1 2 3.."

 

          "นับให้ดังกว่านี้!" โว้ย กูนับเบาแล้วมันหนักส่วนไหนว่ะครับ

 

          "4 5!...80..!" นี่แค่ 80  รอบผมเหมือนโลกมันหมุนได้เลย อับอายนะครับแต่คงต้องทน เหงื่อนี่ไหลชุ่มหน้าชุ่มตัวไปหมด พวกพี่มันดันรับน้องกลางแดดเปรี้ยงๆด้วย แต่ก่อนที่ผมจะอยากอ้วกไปมากกว่านี้..

 

          "น้องที่มาใหม่น่ะ ไม่รู้เวลาหรือไง เดินมาข้างหน้าเดี๋ยวนี้!" ผมชะงักจะหันไปมอง แต่ก็ต้องสะดุ้งเพราะเสียงตวาดใกล้ๆตัวซะก่อน

 

          "ผมบอกให้คุณหยุดปั่นหรอ!" กูก็ต้องปั่นไปตามระเบียบ ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ ตอนนี้คอแหบคอแห้งแล้วครับ อีกนิดเดียว..

 

          "100!"  ทรุดเลยครับ โลกมันเอียงๆยังไงไม่รู้ สายตาทุกคนไม่ได้จับจ้องมาที่ผมเหมือนตอนแรกแล้ว เพราะตอนนี้มันจับจ้องไปที่คนข้างๆผมแทน แต่ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า..สายตาที่พวกผู้ชายมองผม มันดูน่าขนลุกแปลกๆ

 

          ผมหันไปมองใบหน้าด้านข้างของผู้มาใหม่ ผมซอยสไลด์ระต้นคอสีดำสนิท กับดวงตาสีนิลเฉียบคมที่ตวัดมามองผม หล่อฉิบ_าย หล่อแบบวายวอดอ่ะ คิ้วพาดเฉียงรับกับตาเฉี่ยวคม ไหนจะจมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากบางสีซีด เกิดมาไม่เคยชมผู้ชายคนไหนจากใจจริงเลยครับ แต่ไอ้นี่มันหล่อจริงๆ เล่นเอาผู้หญิง เก้งกวาง มองมันให้ควั่ก และนัยน์ตาสีนิลของมันก็ทำให้ผมชะงักอีกครั้ง

 

          คุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก...กับดวงตาดุดันน่ากลัวแบบนี้

 

          "ทำไมถึงมาสาย!" เอาแล้วครับ มันโดนว๊ากแล้ว แต่ดันตีหน้านิ่งได้อีก ผมได้ยินเสียงผู้หญิงแถวหน้ากรี๊ดมันเบาๆด้วย แลดูน่าหมั้นไส้ ทำไมกูไม่เกิดมาหล่อแบบนี้บ้างว่ะ

 

          ผิวมันขาวพอๆกับผมเลยครับ ยิ่งมองมันผมก็ยิ่งรู้สึกคุ้นเคย แต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอมันที่ไหน

 

          "ตื่นสาย" เสียงเรียบนิ่งแต่ทว่าเข้มดุดันเปล่งออกมาสะกดให้คนมองเคลิ้มไปตามๆกัน ผมเป็นผู้ชายยังแอบเคลิ้มตามมันเลย แล้วที่มันตอบอ่ะ คำพูดนั้นผมจดลิขสิทธิ์แล้วนะ ทำไมมันเหตุผลเดียวกับผมเลยล่ะ แถมสีหน้ายังดูเบื่อๆ ไม่มีความเกรงกลัวพี่ว๊ากสักนิด

 

          "ไม่มีความรับผิดชอบ บอกชื่อของคุณมาเดี๋ยวนี้!"

 

        "พัฒรศักดิ์ ไฟร์ อภิเกียรติวงศ์" เงียบกริบกันทันทีทันใด พวกพี่ว๊ากนี่ผมแอบเห็นว่าตากระตุกกันไปวูบหนึ่ง ที่แท้..หมอนี่ก็ลูกมาเฟีย ไม่สิมาเฟียเลยล่ะ พี่ว๊ากคนเดิมตีสีหน้าเรียบนิ่งก่อนจะพูดประโยคที่ผมไม่อยากเชื่อหูออกมา

 

          "งั้นไปนั่งที่ได้" อ้าวแล้วทีกูอ่ะ ไม่ใช่ลูกมาเฟียทำไมกูต้องโดนซ่อมคนเดียว แม่งลำเอียง..แต่สงสัยไอ้พี่โหดคงไม่อยากจบชีวิตน่ะครับ ถึงปล่อยไปง่ายๆ

 

          "...." ไอ้หล่อก็ไม่พูดไม่จา เดินหน้านิ่งผ่านพี่โหดไปช้าๆ พร้อมกับยื่นสิ่งหนึ่งออกมามันคือไพ่ครับ ไพ่โพดำ..

 

        เขาตวัดมือนิดหน่อยแทบไม่กระดิก รวดเร็วจนถ้าผมไม่สังเกตคงจะไม่รู้ และตอนที่เดินผ่านพี่ว๊ากนั่น ผมเห็นเขาหันไปพูดอะไรบางอย่าง ซึ่งผมไม่ได้ยินแม้จะอยู่ใกล้ๆกันก็ตาม ร่างพี่ว๊ากกระตุกนิดหน่อย พี่เขายกมือขึ้นมาหลังจากที่ผู้ชายหน้านิ่งคนนั้นเดินผ่านไปแล้ว

 

          เลือดไหลเป็นทางยาวเลยครับ ไหลจากปลายนิ้วตั้งแต่เมื่อกี้ ไม่รู้มีใครสังเกตมือพี่ว๊ากหน้าโหดบ้างหรือเปล่า แต่ผมนี่เบิกตากว้างเลย ร..หรือว่าไพ่เมื่อกี้

 

          บ้าน่า..ไอ้เบนซิน ไพ่เนี่ยจะบาดผิวคนได้ง่ายๆ

 

          "น้องไปนั่งที่ได้แล้ว" พี่ว๊ากอีกคนพูด ก่อนจะลากแขนพี่ว๊ากหน้าโหดออกไป  เสียงพูดคุยของพี่ว๊ากสองคนยังดังก้องในหูไม่จางหาย

 

          "มึงโดนอะไรบาดว่ะ"

 

          "ไม่มีอะไร กระดาษคงบาดกู" พี่ว๊ากหน้าโหดพูดพร้อมชูกระดาษในมือให้เพื่อนดู แต่ไม่รู้ทำไมสายตาของเขาถึงมองมาทางผมไม่วางตา ราวกับสงสัยในอะไรบางอย่าง..

 

          หรือว่าสภาพผมมันจะดูไม่ได้น่ะครับ แน่ล่ะ เหงื่อชุ่มซะขนาดนี้  ผมเดินไปทิ้งตัวนั่งหลังสุดอย่างหมดแรง ไอ้พวกข้างหลังก็หันมามองอยู่นั่นแหละ อย่างที่รู้กันครับว่าวิศวะผู้หญิงน้อย นี่ผมอุตส่าห์ใส่แว่นมาเรียนแล้วนะ จะมองอะไรกันนักหนา

 

          "นี่..มึง กูโซดา" ไอ้คนทางซ้ายแนะนำตัว มันตัวสูงพอๆกับผมเลย ผมสูง 169 ซม. แต่หน้าตามันดูกวนๆติดจะหวานนิดๆ ดูเกรียนใช่เล่น ยังไม่รู้จักกันก็กูมึงใส่ผมแล้วครับ

 

          "ผมเบนซิน" ผมยิ้มตอบมันกลับไป อย่างน้อยผมควรหาเพื่อนใหม่ไว้ ถ้าคิดจะปรับตัว

 

        "เออ นี่เพื่อนกู ไอ้คิม" แล้วมันก็หันไปแนะนำผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งที่นั่งถัดไป จะว่ายังไงดี ไอ้คนที่ชื่อคิมนี่ดูหน้าสวยครับ แต่จะมองว่ามันหล่อก็ได้ มันยักคิ้วให้ผมนิดๆ

 

          "มึงเซ็กซี่ดีนะ" คิมมันพูด ทำเอาผมเหวอแดก

 

          "ห้ะ!"

 

          "รู้ตัวเปล่าว่าหุ่นมึงอ่ะ น่ากด เพราะฉะนั้นอยู่ใกล้ๆพวกกูไว้ถ้ายังไม่อยากเสียเอกราช" เสียเอกราชพ่อง!

 

        แต่ฟังจากที่ไอ้คิมบอกผมก็ว่าไม่เกินจริงหรอกครับ ผมรู้สึกหนาวๆร้อนๆกับสายตาผู้ชายด้วยกันอ่ะตอนนี้ แม่งมองกูอยู่ได้ ยังกะจะแดกเข้าไปทั้งตัว ขนผมนี่ลุกพรึ่บพรับ

 

          แล้ว..ผู้ชายที่มากับไพ่โพดำเมื่อกี้ ไปนั่งตรงไหนกันนะ

 

 

 

        ดูเหมือนชีวิตมหาลัยของหนูเบนซินจะ..ไม่รอด หึหึหึ  

 

           

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}