ลูกตุ้มเงิน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ถึงแล้วชิราคาวาโกะ

ชื่อตอน : ถึงแล้วชิราคาวาโกะ

คำค้น : ตามรอยนิยายรัก, ท่องเที่ยว, ญี่ปุ่น, นิยายรัก, ลูกตุ้มเงิน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 86

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ค. 2561 10:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ถึงแล้วชิราคาวาโกะ
แบบอักษร

            สิตางศุ์ตื่นขึ้นมาแต่เช้า วางแผนการเดินทางของตนเองต่อ สรุปแล้วคือเธอเลือกที่จะเดินทางไปที่คานาซาว่าโดยใช้ตั๋วรถไฟแบบเหมาที่เธอมีอยู่นั่นเอง แล้วไปต่อรถบัสเพื่อเข้าหมู่บ้านชิราคาวาโกะอีกที หญิงสาวเคยอ่านข้อมูลมา บอกว่าอากาศที่ชิราคาวาโกะและทาคายาม่า เมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้กันนั้นเย็นกว่าที่เกียวโตอีก ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจอาบน้ำไปจากที่นี่เลย เพิ่มความสดชื่นให้ตัวเองก่อนออกไปเช็คเอ้าท์  

            หญิงสาวก้มดูเวลาที่ข้อมือ ยังมีเวลาเหลือก่อนรถไฟจะออก ดังนั้นกองทัพเดินด้วยท้อง สิตางศุ์จึงได้มองหาร้านที่จะไปฝากท้องได้ หญิงสาวตัวเล็ก ๆ เดินลากกระเป๋าใบใหญ่สะพายเป้ไว้ที่หลังอีกหนึ่งใบมาตามทางไปสถานีรถไฟ ด้วยความตั้งใจว่าระหว่างทางเจอร้านอะไรก็ร้านนั้นแหละที่เธอจะฝากท้องไว้ เหลียวซ้ายแลขวาสอดส่องมาเรื่อย ๆ จนได้เจอเข้ากับร้านค้าที่คุ้นเคยทั้งชื่อและโลโก้ นั่นก็คือ 7-Eleven

            “โอ้ว! สวรรค์ทรงโปรด ไอ้หวานเมื่อวานแกเดินมายังไงไม่เห็นเซเว่นวะเนี่ย” เสียงพึมพำกับตัวเองดังขึ้น หัวใจดวงเล็ก ๆ พองโตด้วยความดีใจเมื่อเห็นทางรอดของตนเอง สองเท้ารีบก้าวเดินตรงไปยังร้านสะดวกซื้ออันเป็นเป้าหมาย นอกจากเบนโตะกล่องใหญ่แล้วหญิงสาวยังได้ซื้อขนมใส่เป้ เป็นเสบียงตุนเอาไว้อีกด้วย

            หลังจากท้องอิ่มแล้ว การเดินทางก็เริ่มต้น จากเกียวโตโดยสารรถไฟไปเมืองคานาซาว่า เพื่อไปต่อรถบัสที่นั่น ใช้เวลาเดินทางข้ามเมืองสองชั่วโมงกว่า เป็นช่วงเวลาที่สิตางศุ์มีเวลาเสพวิวทะเลสาบข้างทาง รวมถึงวิถีชีวิตของคนที่นี่ด้วย

            เมื่อถึงจุดหมายปลายทางแล้ว สาวไทยร่างเล็กลงมาเดินหาเป้าหมายของเธอต่อไป นั่นก็คือที่ซื้อตั๋วรถบัสเพื่อเข้าหมู่บ้านชิราคาวาโกะด้วยความตื่นเต้น แหงนเงยมองไปตามป้ายที่อยู่ในสถานีรถหาจุดที่เธอจะต้องเข้าไปซื้อตั๋ว โดยไม่ทันได้มองว่ากระเป๋าใบใหญ่ที่เธอลากอยู่นั้นไปกระแทกชายหนุ่มคนหนึ่งเข้า จนมือของตัวเองกระตุกนั่นแหละหญิงสาวจึงได้หันมาดู และได้เห็นสีหน้าดุ ๆ ของผู้ชายคนหนึ่ง

            “Sorry, sir” สิตางศุ์รีบก้มศีรษะเอ่ยขอโทษโดยเร็ว ก่อนจะเดินต่อไป แต่ก็ยังไม่วายบ่นพึมพำออกมา “หน้าตาก็หล่อดีอยู่หรอก จะทำหน้าดุไปไหนกัน”

            เสียงบ่นพึมพำเป็นภาษาไทยของสิตางศุ์ ทำเอาชายหนุ่มที่กำลังจะเดินจากไป ต้องหันกลับมามองเธออีกครั้ง หากแต่ทันได้เห็นเพียงแผ่นหลังของเธอเท่านั้น

            “เจอแล้ว!!” เสียงที่ส่งออกมาด้วยความดีใจของสิตางศุ์ ก่อนจะรีบปิดปากตัวเอง เมื่อรู้ตัวว่าเผลอส่งเสียงดัง จนคนรอบข้างหันมามองเธอเป็นตาเดียว

            หญิงสาวลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของตนเองไปต่อแถวซื้อตั๋วรถบัสจนได้มาเรียบร้อย ดูเวลารถออกแล้ว ยังเหลือเวลาเดินเที่ยวอีกนิดหน่อย สิตางศุ์ก็ไม่พลาดที่จะไปเก็บภาพของสถานีรถที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในโลกเอาไปฝากแม่พัชกับพ่อกิตด้วย และเพื่อให้ถ่ายรูปได้สะดวกหญิงสาวจึงได้ตั้งกระเป๋าเดินทางของเธอเอาไว้ตรงที่นั่งพักด้านหน้า ด้วยตั้งใจว่าจะไปถ่ายรูปทางเข้าที่เป็นโดมใหญ่ใกล้ ๆ บันทึกความอลังการของที่นี่เสียหน่อย

            สิตางศุ์เดินถ่ายรูปจนพอใจ ประกอบกับใกล้เวลารถจะออกแล้ว ดังนั้นหญิงสาวจึงเดินกลับมาเอากระเป๋าเดินทางของตนเองเพื่อจะไปรอรถ

            “ซุมิมาเซน, อาเระ โบะคุโนะ คะบัง เดสุโย”  เสียงจากชายหนุ่มญี่ปุ่นดังขึ้นตามหลังหญิงไทยไปติด ๆ หากแต่ว่าไม่เกิดประโยชน์ สิ่งที่เขาพูดไปยังคงไม่บรรลุผล

            “คุณ ๆ นั่นกระเป๋าของผม” เป็นเสียงจากคน ๆ เดียวกัน ถึงแม้ว่าสำเนียงจะแปล่งอยู่เสียหน่อย แต่ว่าก็เป็นภาษาไทยที่ฟังได้ชัดเจน และครั้งนี้ได้ผล เพราะสามารถทำให้สิตางศุ์หันกลับมาได้

            “เห้ย! คุณหน้าดุ คุณพูดไทยได้เหรอเนี่ย?” สิตางศุ์พูดไปยิ้มไปด้วยความดีใจ เป็นครั้งแรกตั้งแต่มาถึงประเทศญี่ปุ่น ที่เธอได้พูดภาษาไทยกับคนอื่นเสียที หากแต่อีกคนสีหน้าไม่ได้ดีใจไปกับเธอด้วย

            “นั่นกระเป๋าของผม กระเป๋าของคุณอยู่โน่น” ชายหนุ่มชี้ไปที่กระเป๋าใบใหญ่ที่ตั้งอยู่ข้างเก้าอี้นั่ง ลักษณะคล้าย ๆ กับใบที่เธอจับอยู่

            “อุ้ย! ขอโทษค่ะ ฉันหยิบผิด งั้นคืนค่ะ” สาวร่างเล็กส่งยิ้มแหยอย่างรู้สึกผิด พร้อมกับส่งกระเป๋าคืนให้กับชายหนุ่ม แล้วเดินไปเอากระเป๋าของตัวเอง ตั้งใจว่าจะกลับมาคุยกับชายหนุ่มคนเดิมต่อเสียหน่อย แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเขาเสียแล้ว

            “ไวจริง ๆ เลย แป๊บเดียวเอง หายไปไหนแล้วนะ” หญิงสาวมองหาไปรอบ ๆ แล้วก็ไม่เจอ จึงได้เดินไปรอรถตามที่ตั้งใจ

            ถบัสจะมาก่อนเวลารถออกสิบนาที และเมื่อถึงเวลาออกรถตามที่ระบุไว้ คนขับก็ออกรถทันที ไม่ขาดไม่เกินแม้แต่นาทีเดียว ใช้เวลาเดินทางต่อหนึ่งชั่วโมงกว่า ๆ สิตางศุ์ก็มาถึงหมู่บ้านชิราคาว่าโกะ อันเป็นเป้าหมายหลักของเธอสำหรับทริปนี้แล้ว เท้าน้อย ๆ ก้าวลงจากรถบัสเหยียบพื้นของหมู่บ้านด้วยความตื่นเต้นสุด ๆ อากาศดีเป็นใจให้เธอได้ไปตามรอยพระเอกนางเอกของเธอเสียจริง ว่าแล้วหญิงสาวก็หยิบหนังสือนิยายเล่มโปรดออกมาเปิดหน้าที่คั่นเอาไว้ แล้วกวาดตามองตัวอักษรในหน้านั้น

            ‘จากจุดชมวิวแห่งนี้ ทำให้เคนสามารถมองเห็นหมู่บ้านชาวนาเก่าแก่ที่ถูกโอบล้อมเอาไว้ด้วยขุนเขาอันสมบูรณ์ได้เกือบทั่วทั้งหมู่บ้าน ความเขียวขจีของทุ่งนาและบ้านรูปทรงแปลกตา ทำให้ชายหนุ่มจ้องมองราวต้องมนต์ แถมยังยกกล้องส่องทางไกลขึ้นมาส่องดูหมู่บ้านเบื้องหน้าอย่างเพลิดเพลิน เขาค่อย ๆ แพนกล้องส่องดูไปรอบ ๆ อย่างต้องการจะเห็นรายละเอียดของหมู่บ้านชิราคาวาโกะให้ครบทุกอนู แต่แล้วจู่ ๆ ภาพความสวยงามที่เขาปรารถนาจะมองก็หายไป บดบังด้วยอะไรบางอย่างที่อยู่ใกล้กล้องจนเลนส์ไม่อาจปรับโฟกัสได้  

            เคนลดกล้องลง จนทำให้เห็นว่ามีความสวยงามที่มากกว่าวิวที่เขาส่องกล้องดู นั่นคือสาวงามที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานี่เอง*’*

            “ต้องไปจุดชมวิวสินะ อยู่ตรงไหนล่ะ?” สิตางศุ์ปิดหนังสือ เก็บใส่เป้เช่นเดิม

            ก่อนอื่นต้องไปหาที่ฝากกระเป๋าเสียก่อน หญิงสาวเคยอ่านรีวิวในเว็บมา ว่าที่นี่มีล็อกเกอร์ให้เช่าเก็บกระเป๋าเดินทางได้ด้วย เธอจึงไม่รอเช้าเข้าไปสอบถามรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ ด้วยภาษาอังกฤษที่ไม่ค่อยแข็งแรงของเธอนั่นเอง ใช้ปากบ้าง ใช้มือบ้าง แต่ก็ทำให้รู้ว่าต้องไปเช่าล็อกเกอร์ตรงไหน และขึ้นรถบัสจากตรงไหน เพื่อไปจุดชมวิว

ความคิดเห็น