Kamui Yato

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 37 [ การ์ลิค vs คลูเลอร์ ]

ชื่อตอน : บทที่ 37 [ การ์ลิค vs คลูเลอร์ ]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ค. 2561 22:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 37 [ การ์ลิค vs คลูเลอร์ ]
แบบอักษร

"ฮ่า ๆ ๆ ในที่สุดข้าก็สำเร็จจนได้ ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆว่าวิธีการฝึกฝนของหัวหน้าหน่วยกีนิวของเจ้าฟรีเซอร์น้องรักจะช่วยให้เราแข็งแกร่งได้มากขนาดนี้" เสียงหัวเราะอันชั่วร้ายของร่างเอเลี่ยนผิวเนียนเกาะช่วงอกถึงไหล่มีสีขาวผิวเนื้อสีม่วง ซึ่งเขาก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นคลูเลอร์ผู้หายไปนานนับสิบปีนั่นเอง

ตัวมันหลังจากที่หลบหนีจากเจ้าลิงน้อยโสโครกนั่นมาได้จากการช่วยเหลือของเทพแห่งการทำลายล้าง ก็รีบแยกตัวมาฝึกวิชาเดี่ยว ๆเพื่อให้ได้มาซึ่งความแข็งแกร่ง ผิดกับราชาโคลด์ผู้เป็นพ่อและฟรีเซอร์ผู้เป็นน้องที่เก็บตัวอยู่เงียบไม่คิดจะฝึกวิชาเช่นเขา

จนตอนนี้ผ่านมาแล้วสิบปี ตัวมันที่ผ่านการฝึกฝนแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด ขนาดตัวมันเองยังไม่อยากเชื่อเลยว่ามันจะมาได้ไกลถึงขนาดนี้ ถ้ามันรู้ว่าการฝึกวิชาแล้วได้มาซึ่งความแข็งแกร่งจนเกือบไร้ขีดจำกัดเช่นนี้ตัวมันคงขยันฝึกตั้งแต่เกิด แถมป่านนี้ต่อให้พบเจอใคร มันก็สามารถชนะคู่ต่อสู้ของมันได้อย่างง่ายดายแน่นอน

"จริงสิตอนนี้ข้ามีพลังถึงขนาดนี้่แล้ว คงได้เวลาแล้วละที่ข้าจะได้กลับไปล้างแค้นเจ้าลิงน้อยโสโครกนั่น แม้ว่าชาวไซย่าจะถูกทำลายโดยเทพแห่งการทำลายล้างไปแล้ว แต่ข้าเชื่อว่ายังมีชาวไซย่าอีกหลายคนที่ยังรอดชีวิต เช่นเจ้าชายเบจิต้าที่ยังเป็นสมุนของฟรีเซอร์ หรือแม้แต่เจ้าหนูนั่น"คูลเลอร์ยามนึกถึงการ์ลิคก็ได้แต่กัดฟันอย่างเครียดแค้น ยามตัวมันนึกถึงกลิ่นอายอันชั่วร้ายที่แสนหน้ากลัวจากเด็กน้อยคนนั่นก็อดไม่ได้ที่หวั่นใจ

"อย่างน้อยถ้าข้าเปิดเผยสัมผัสพลังในตอนนี้ เชื่อว่าเจ้าหนูไซย่านั่นต้องรีบโผล่มากำจัดข้าอย่างแน่นอน" ว่าแล้วเจ้าคลูเลอร์ที่กำลังว๊อนทีนได้ที่ ก็เร่งพลังต่อสู้สุดกำลังจนดาวที่มันอยู่ถึงกับสั่นสะเทือนแทบดับสลายกันเลยทีเดียว ซึ่งก็ทำให้ช่วงนั้นการ์ลิคสัมผัสถึงตัวตนของมันได้และพูดคุยกับไอร่าไม่สิไอรีนก่อนจะวาปมาด้วยวิชาเคลื่อนย้ายในพริบตาของชาวดาวยาโดแรต

วิ้งงงงงงงงงง~!!

"โอ๊สสส~ ไม่ได้เจอกันนานเลยเนอะ" เสียงแตกหนุ่มที่ดูกวนๆทำให้คลูเลอร์ถึงกลับรู้สึกแปลกใจ ไม่คิดว่าเจ้าเด็กเปรตที่โตขึ้นมาจนแทบจำไม่ได้และจะโผล่มาทักทายราวเขากับมันเป็นเพื่อนสนิท ตอนแรกมันก็คิดว่าจะถูกโจมตีลอบกัดในทันทีแต่ที่ไหนได้... ว่าแต่คราวนี้มันได้มาคนเดียวแปลกจริง ทำไมมันมาพร้อมกับยัยผู้หญิงประหลาดผิวชมพูนี่กัน

"มาแล้วรึเจ้าลิงโสโครก"คลูเลอร์ยกยิ้มอย่างพึงพอใจ มันคิดไม่ผิดจริงๆ ยิ่งสัมผัสพลังของการ์ลิคในตอนนี้มันคิดว่ามันเหนือกว่าจะหนูนี่อย่างแน่นอน ต่อให้มันใช้วิชาแปลกๆเพื่อเพิ่มพลังนั่นก็ไม่ใช่ปัญหากับตัวมันในตอนนี้เลย

"เอ้า~ก็เห็น ๆกันอยู่ไม่ใช่หร่อยังจะมาถามอีก นี่นายสติดีไหมเนี่ย ? ว่าแต่พ่อและน้องชายของนายละ?"การ์ลิคกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงกวนๆพร้อมใช้นิ้วแคะขี้หูอย่างสบายอารมณ์พร้อมตั้งคำถามคลูเลอร์เมื่อสายตาและสัมผัสไม่พบตัวเจ้าโคลด์และฟรีเซอร์ ทั้งที่อยากจะกำจัดพวกมันไปพร้อมกันเลยน่าจะดีกว่าเลยแท้ ๆเสียอารมณ์จริงๆ

"ปากกล้าดีนักนะเจ้าเด็กเปรต พอโตขึ้นหน่อยกลับกวนโอ้ยจริงๆเสียไม่มี"

"ไอ้นี่นิ เราว่านายควรไปให้นักวิจัยเช็คสมองหน่อยนะ ก็เห็นอยู่ว่าปากเรายังดีอยู่ ถ้าไม่ดีจะพูดได้ยังไง แต่เอาเถอะ เดี๋ยวปู่คนนี้จะลั่นแจ๊ะให้นายหายจากโรคเอ๋อเอง"ยิ่งได้ยินและได้เห็นสีหน้าวอนบาทา คลูเลอร์ถึงกับกุมขมับเขารู้สึกปวดหัวกับเจ้าเด็กเวรนี่ไม่น้อย สรุปเจ้านี่มันอยากโดนตีนจนตายสินะ

"หึ~ก็ดี ถ้าแกวอนซะขนาดนี้ เดี๋ยวข้าจะจัดการแกให้หราบจำเลยไอ้เด็กเปรตชั้นต่ำ"คลูเลอร์กล่าวจบก็ดีดตัวพุ่งโจมตีใส่การ์ลิคด้วยความเร็วสูง โดยไม่คิดจะสนใจสัตว์ประหลาดข้างกายของเขาเลย แต่ก็นะดูเหมือนไอรีนจะรู้งานและไม่สนใจการต่อสู้ในครั้งนี้ เธอทำเพียงวาปหายไปจากจุดเดิมด้วยความเร็วสูงและมาโผล่ยังจุดที่ห่างจากพวกการ์ลิคอยู่พอสมควร

"อย่าใช้เวลานานนักละสุดที่รัก ไม่อย่างนั้นเราอาจจะโมโหหิวก็เป็นไปได้"สิ้นเสียงตะโกนของไอรีนการ์ลิคก็ยกยิ้มแหยงๆก่อนจะเอี่ยวตัวหลบปลายเท้าของคลูเลอร์ได้อย่างทันท่วงที แต่เจ้านั่นก็ไม่ได้ทำเพียงแค่นั้นมันม้วนตัวตวัดขาอีกข้างไปทางจุดอับที่การ์ลิคโยกหลบไป


ฟาบบบ~

"วู้ ทั้งรุนแรงและก็เร็วเหมือนกันแฮะ"การ์ลิคที่หลบการโจมตีเมื่อครู่ได้อย่างเฉียดฉิวผิวปากกล่าวออกมาอย่างแปลกใจเมื่อมองเห็นสีพลังบางอย่างที่ห่อหุ้มอยู่ที่ร่างกายของมันนั่นก็คือพลัง Ki เขาไม่คิดว่าเจ้านี่จะใช้ Ki ในการต่อสู้ได้ด้วย ปกติพวกตัวร้ายมันจะใช้พลังจิตวิญญาณกันเป็นหลักไม่ใช่หรอ แล้วมันไปเอาวิธีใช้ Ki มาจากไหน ?

"หึ ข้ายังเร็วได้มากกว่านี้อีกนะ แบบนี้ไง" พูดจบมันก็ส่งหางที่ไม่ค่อยได้มีบทบาทฟาดเข้าที่แก้มซ้ายของการ์ลิคที่มัวแต่กำลังคิดเพลินๆ เข้าเต็มๆ

ปั้งงงงง!

ฟิ้วววววววววววววววววววววววววววววววว~ ตู้มมมมมม!!!

การโจมตีที่ไม่คาดคิด โดนที่ใบหน้าของการ์ลิคที่กำลังอยู่ในภวังค์ความคิดเข้าเต็มๆ ตัวของเขาพุ่งปลิวราวสายป่านไปชนกับภูเขาดินแดงลูกยักษ์จนมันเกิดเสียงระเบิดขึ้น ร่างของชายหนุ่มในตอนนี้กำลังฝังอยู่ภายในดินภูเขาที่กลายเป็นถ้ำลึกหลายสิบเมตรจนใช้สายตามองไม่เห็น ทั้งที่น่าจะเจ็บจนร้องออกแต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะยังทำหน้าคิดเรื่องที่เจ้าคลูเลอร์ใช้ Ki ได้ยังไงอยู่ราวกับเขาลืมความเจ็บปวดไป

"อย่างนี้นี่เอง เจ้านี่คงได้วิชาจากเจ้ากีนิวมาสินะ ขากก ถุ้ยย~ ขนาดตายแล้วยังมาจองเวรจองกรรมเราได้อีกนะเจ้าบ้านั่น"การ์ลิคถุยเลือดแดงที่คาออกมาจากปากอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะค่อยๆลอยตัวออกมาจากรูที่เกิดจนคล้ายถ้ำ แต่ทันทีที่ได้พบกับแสงสว่างคล้ายแสงจากอาทิตย์อัสดง ทั้งที่ตอนนี้ยังอยู่ช่วงสายๆแท้ๆ เขาเลยเงยหน้าขึ้นจ้องมองบนฟ้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง สายตาของเขาจึงพบบอลพลังขนาดยักษ์สีส้มแสดที่กำลังพุ่งมาทางเขาด้วยความเร็วสูง


"จงสยบแทบเท้าข้าซะเจ้าลิงเปรต!ไป้"

ตึบบ!! บู้มมม!!~

ฟู่~~~!

สิ้นเสียงตะโกนดูโกรธแค้นบอลพลังเข้าก็เข้าปะทะกับร่างของการ์ลิคและภูเขาจนเกิดการระเบิดครั้งยิ่งใหญ่ที่ดาวเคราะห์ร้างทั้งใบยังสะเทือนไปทั่วทุกพื้นที่ รอบๆภูเขาเกิดคลื่นลมอันรุนแรงสัดไปทุกทั่วทิศทาง บอลพลังขนาดเท่าดาวเคราะห์น้อยค่อยๆกลืนกินภูเขาจนแหว่งคล้ายเสี้ยวจันทร์ แต่ทั้งที่เจ้าคลูเลอร์พยายามปลดบอลพลังให้ระเบิดแตกตัวออกแต่มันในตอนนี้กลับไม่สามารถควบคุมบอลพลังของตัวเองได้

"นี่มันหมายความว่ายังไง ทำไมข้าถึงควบคุมมันไม่ได้"

"หึ~ นายไม่จำเป็นต้องรู้หรอก เอาของนายที่ลืมไว้คืนไปได้แล้ว ย่าห์!"

ปั้งงงง~! การ์ลิคเตะส่งบอลพลังสีสมแสดคืนไปหาเจ้าคลูเลอร์ด้วยความเร็วสูง แต่ด้วยตัวมันที่ผ่านการฝึกมาอย่างช่ำชองเรื่องจะหลบบอลพลังที่พุ่งมา จึงเป็นเรื่องง่าย ๆ มันวาปหนีออกมาจากระยะที่บอลพลังพุ่งมาก่อนจะทำหน้าแปลกใจเมื่อจ้องมองไปทางการ์ลิคที่เป็นไปราวกับคนละคน

'ร่างนั้นมันหมายความว่ายังไง หรือจะเป็นแบบตามตำนานที่บรรพบุรุษว่าไว้ ว่าชาวไซย่าสามารถแปลงร่างเพิ่มพลังได้เช่นเ**ดียวกับเผ่าพันธุ์ของเรา' คลูเลอร์นึกถึงตำนานของบรรพบุรุษที่ป๊ะป๋าเคยเล่าให้มันฟังตอนเด็ก แม้มันจะไม่อยากเชื่อว่าชาวไซย่าชั้นต่ำจะมีร่างแปลงที่มีพลังเหนือกว่าเผ่าพันธุ์พวกมัน แต่ตอนนี้ต้องเชื่อแล้วเพราะเพียงเจ้าหนูนี่เปลี่ยนไป มันก็มีพลังไม่ต่างจากตัวมันในตอนนี้เลย

"นั่นน่ะหรือ ซุปเปอร์ไซย่าในตำนาน"

"ก็ใช่ และก็ไม่ใช่ในเวลาเดียวกัน"การ์ลิคที่อยู่ในร่างซุปเปอร์ไซย่า 2 กล่าวตอบด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ถึงแม้ตอนนี้เขาจะมีพลังต่อสู้เทียบเท่ากับเจ้าคลูเลอร์หรืออาจมากกว่า แต่เขาก็ยังไม่มั่นใจที่จะสามารถชนะมันได้อย่างเด็ดขาด ยิ่งเห็นมันยังอยู่ในร่างที่ 4 เขาก็ยิ่งมันใจว่าเจ้านี่ยังไม่ได้ใช้ร่างสุดท้ายที่แสนทรงพลังในภาคเดอะมูฟวี่ หรือไม่แน่มันอาจจะมีร่างแปลงที่คล้ายๆกับโกลด์เด้นฟรีเซอร์ในภาคซุปเปอร์อีกด้วย

เพราะขนาดในเนื้อเรื่องหลักที่เขาจำได้ เจ้าฟรีเซอร์ฝึกวิชากับทาโคม่าแค่ 4 เดือนมันยังได้ร่างโกลด์เดนฟรีเซอร์ที่แข็งแกร่งซะขนาดนั้น แล้วกับเจ้านี่ที่ฝึกวิชามาตั้งสิบปี แถมยังอาจมีพรสวรรค์และพลังมากกว่าเจ้าฟรีเซอร์จะแข็งแกร่งขนาดไหนกัน แค่นึกถึงเขาก็ยังรู้สึกหวั่นใจไม่น้อย พูดตรงๆเขาไม่ได้กลัวแม้จะมีร่างLBDSS 3 ไว้กันเหนียว แต่เขาก็ไม่คิดประมาทมันอย่างแน่นอน ไม่แน่เจ้านี่อาจจะเป็นสุดยอดตัวร้ายที่โลกดราก้อนบอลยังต้องสยองเลยก็เป็นไปได้

"ฟู่วว ให้ตายสิตั้งแต่เกิดมาที่โลกนี้เราก็ไม่เคยได้ใช้ชีวิตอย่างสงบเลยแฮะ**" การ์ลิคหันไปมองไอรีนที่กำลังจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้ม ตั้งแต่เกิดมาในโลกดราก้อนบอลเขาก็มีแต่เรื่องให้ตึงเครียดอยู่ตลอด ทั้งต้องคอยระวังและระแวงคนที่จะมาทำให้ชีวิตใหม่ของเขานั้นจบลง ซึ่งตอนนี้ก็เช่นกัน แม้ตัวเขาจะไม่กลัวความตายเพราะยังไงสิ่งมีชีวิตทุกสรรพสิ่งไม้เว้นแม้แต่อดีตราชันย์มังกรเช่นเขาก็ต้องเขาสู่วัฏจักรสงสาร

แต่มันก็อดคิดไม่ได้อยู่ดี เขาอยากใช้ชีวิตให้นานยิ่งกว่านี้ อาจจะสักพันปีหมื่นปีแสนปี เขาอยากรู้รสชาติของความเจ็บปวด ความรัก ความห่วงหา แสวงหาด้านอารมณ์และความคิดทั้งปวง นี่แหละคือจุดที่ขัดแย้งในตัวเขาที่อดีตไม่เคยได้ทำ แต่ตอนนี้เขาจะไม่มีวันยอมตายโดยเด็ดขาดจนกว่าจะแสวงหาชีวิตที่เขาต้องการ และสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดในชีวิตใหม่ครั้งนี้ ก็คือการได้ขึ้นเป็นที่หนึ่งหรือผู้แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล

"มัวแต่คิดระหว่างสู้ระวังจะตายหองนะ เจ้าเด็กเปรต" เจ้าคลูเลอร์กล่าวจบก็วาปหายไปจากจุดที่สายตาการ์ลิคนั้นมองเห็น

วิ้งงงง~

วับบบ!

"คำพูดนั้นขอสนองคืนให้นายก็แล้วกัน"การ์ลิคที่หลบการโจมตีในชั่วพริบตาของเจ้าคลูเลอร์พูดสวนก่อนจะตวัดขาเตะร่างมันสุดแรงเกิด แต่ร่างมันก็ไม่ปลิวแต่อย่างใดและพวกเขาทั้งคู่เริ่มวาปไปทางนู้นทีทางนี้อย่างรวดเร็วจนใช้สายตาธรรมดามองไม่ทัน

ปั้ง  ฟึบ ปั้งง! ฟึบ  ฟึบ ปั้ง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

หมัดมวย วิชาถูกทั้งคู่ใช้ออกมาเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง ตอนนี้ทั้งคู่เข้าสู่โหมดตาต่อตา ฟันต่อฟัน หมัดต่อเท้า ศอกต่อเข่า จนอากาศโดยรอบที่ทั้งคู่เข้าปะทะกันเกิดการระเบิดขึ้นจนเห็นได้ชัดเจน ร่างกายของทั้งคู่เริ่มมีบาดแผลและรอยช้ำอยู่หลายจุด ถ้ามองด้วยตาทั้งคู่ดูสูสีกันไม่น้อย แต่ถ้าใช้สัมผัสชมจะรู้การ์ลิคค่อนข้างเหนือกว่าอยู่หลายขั้น หมัดมือของการ์ลิคเริ่มค่อยๆเข้าปะทะกดดดันเจ้าคลูเลอร์จนมันพลาดท่าโดนลูกเตะเข้ากกหูโดยที่มันมองไม่ทันเห็น

ปั้งงงง~!

ฟ้าวววววววววววววววววว~

ตู้มมมม~!!

ร่างคลูเลอร์หมุนปลิวราวลูกข่าง ก่อนที่มันจะตั้งตัวและปรับร่างกายให้เข้ากับแรงหมุนกลางอากาศจนมาตั้งตัวได้ทันก่อนที่จะดิ่งลงพื้น ตัวมันในตอนนี้ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้าลิงโสโครกจะมีพลังเหนือกว่าตัวมันในตอนนี้มากแถมยังมันยังรู้ด้วยอีกว่าเจ้าเด็กนี่ยังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดที่มันมี แต่ก็ดี ที่มันจะได้ลองทดสอบพลังในร่างใหม่ มาดูกันว่าทีนี้เจ้าเด็กเปรตนี่จะทนได้สักกี่น้ำ

"เท่านี้คงพอสำหรับการวอมอัพของพวกเราแล้วละ แกก็คิดเหมือนข้าวใช่ไหมเจ้าหนู"เจ้าคลูเลอร์ที่เริ่มยอมรับในตัวของการ์ลิคพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม แม้ร่างกายจะมีบาดแผลมากกว่าการ์ลิคอยู่ไม่น้อยกว่าสิบแผลแต่ตัวมันกลับไม่มีความคิดว่าจะแพ้อยู่ในสมองเลยแม้แต่นิดเดียว

"นั่นสินะ ถ้าอย่างนั้นเราขอเชิญนายโชว์พลังที่แท้จริงก่อนเลย เราละอยากรู้จริงๆว่าช่วงสิบปีที่ผ่านมานายแข็งแกร่งขนาดไหนแล้ว อย่าทำให้เราผิดหวังละ"

"แน่นอน!! แต่อย่าตายก่อนซะละไอ้เด็กเปรต!! ยี้ฮ่าาาาาา~!!!"

ฟู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม~!!!!

ออร่าสีม่วงปนดำขมุกขมัว ดูน่าขยักแขยงไหลผ่านพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า กลิ่นอายอันทรงพลังแผ่ออกมาจากร่างของคลูเลอร์ไม่มีหยุดหย่อน ท้องฟ้าทั่วทั้งดาวเคราห์ร้างเริ่มมืดสนิทราวเข้าสู่ยามราตรี มันเกิดจากออร่าที่แผ่เข้าปกคลุมมวลเมฆขาวจนเมฆเหล่านั้นกลายเป็นสีดำทมิฬปกคลุมไปทั่วผืนฟ้า

'เจ้านี่มันฝึกวิชาแบบไหนกันแน่ฟ้ะ'

การ์ลิคที่กำลังมองภาพด้านหน้าคิดในใจอย่างไม่อยากเชื่อ เพราะพลังของมันในตอนนี้พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ราวกับคลื่นยักษ์สึนามิที่โหมกระหน่ำเข้าใส่สัมผัสทั้ง 5 ของเขาโดยตรง ความยิ่งใหญ่ที่เขาสัมผัสได้มันราวกับจักรวาลอันไร้ที่สิ้นสุด นี่มันเกินไปแล้วเฟ้ยถ้าเขาไม่เอาจริงตั้งแต่เนินๆ มีหวังได้ตายแน่ๆรอบนี้

และแล้วเจ้าคลูเลอร์ก็เร่งพลังขั้นสุดท้าย ร่างแปลงของมันใกล้จะเข้าสู้การเสร็จสมบูรณ์ รอบตัวของมันเริ่มถูกออร่าม่วงดำกลืนกินจนมองไม่เห็น ก่อนที่ออร่านั้นจะขยายตัวจนกว้างใหญ่ราวระเบิดออกเห็ด**ตู้มมมมมมมม!! สิ้นเสียงระเบิดไปได้สักพักก็มีร่างเงายักษ์ร่างหนึ่งกำลังเดินออกมาจากหมู่ควันฝุ่นที่ปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวร ซึ่งมันมาพร้อมกับเสียงพูดที่ดูหนุ่มขึ้นเล็กน้อย

"ฟู่ว~ เตรียมตัวอ้อนวอนร้องขอชีวิตจากข้าได้เลยไอ้เด็กเปรต!!"

ความคิดเห็น