Thichadad3938

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุนนะคะ หากนิยายมีคำผิด หรือ ข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยที่ทำให้เสียอรรถรสในการอ่านค่ะ (Puingfungfing.)

บัวหลงจันทร์ ๒๐

ชื่อตอน : บัวหลงจันทร์ ๒๐

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.2k

ความคิดเห็น : 62

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มิ.ย. 2561 13:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บัวหลงจันทร์ ๒๐
แบบอักษร


image



บัวหลงจันทร์ ๒๐


   ภายในตำหนักหลวงวันนี้ดูคึกคักกว่าปกติ เนื่องว่า มีเจ้านายหลายพระองค์ร่วมเสวยมื้อค่ำด้วยกัน องค์ภุมริน แลพระมารดาชมนาดทรงประทับอยู่บนตั่งทอง ขนาบข้างด้วยองค์รัชทายาทภุชงค์ เจ้าแสงแรกถูกจัดให้นั่งอยู่บนตั่งเล็กถัดจากเจ้าภุชงค์ ในขณะที่ฝั่งตรงข้ามเป็นองค์จันทร์ แลเจ้าบัวที่ประทับอยู่บนตั่งตัวใหญ่ด้วยกัน

“เหวยได้หรือไม่เจ้าน้อย”องค์ภุมรินตรัสถาม

“...พระเจ้าค่ะ อาหารภุมริการสเลิศนักพระเจ้าค่ะ”

“โปรดก็ดีแล้ว”ทรงตรัสอย่างพระทัยดี

“ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ”หมอบกราบ

“เหวยมากๆหนาเจ้า”เจ้าภุชงค์ว่า

“...พระเจ้าค่ะ”



   เจ้าชมนาด แลเจ้าบัวงามลอบมองเจ้าน้อยการเวกด้วยความแปลกพระทัย แลระแวดระวัง แม้จักเพิ่งเคยพบ หากแต่เป็นคนของการเวกแล้วไซร้ ระวังไว้ก่อนเป็นดี

“พี่รู้ว่าเจ้าสงสัย ไว้พี่จักแถลงให้แจ้งเองหนา”องค์ภุมรินตรัสกระซิบข้างกรรณเล็ก

“พระเจ้าค่ะ”เงยพักตร์แย้มโอษฐ์ให้พระภัสดา



 ส่วนเจ้าบัวงามที่ลอบมองคนแปลกหน้า หากแต่มือก็ยังมิหยุดปรนนิบัติองค์จันทร์ นัยน์ตากวางจดจ้องเจ้าน้อยการเวกที่ก้มพักตร์เสวยสำรับของตนเงียบๆ กิริยาเรียบร้อย สำรวม ผิดกับองค์สินผู้เป็นเชษฐานัก

“เจ้าบัวงาม”

“พระเจ้าค่ะ”ผินพักตร์กลับมาสบพระเนตรองค์จันทร์

“มองกระไร หืม...เจ้าน้อยแสงแรกทำตัวมิถูกแล้วกระมัง”องค์จันทร์ตรัสเย้า

“กิริยาบัวโจ่งแจ้งเช่นนั้นเลยหรือพระเจ้าค่ะ”นัยน์ตากวางเบิกกว้าง ลืมองค์ทำกิริยามิงามเข้าแล้ว

“หึหึหึ พี่รู้ว่าเจ้าคิดกระไรอยู่ หากแต่เจ้าน้อยมิเหมือนไอ้สินดอกหนา”จับเกศานุ่มทัดกรรณเล็ก

“...รู้ดีหนาพระเจ้าค่ะ”หรี่เนตรจับผิด

“มิต้องมามองด้วยสายตาเช่นนี้เลยหนา เด็กดื้อ”ยึดคางน้องน้อยไว้ ก่อนจักกดจูบลงบนปลายจมูกโด่งรั้น

“ฮื้อ..ฝ่าบาท”ทำโอษฐ์ยื่นอย่างแง่งอน

“อะแฮ่มๆ”พระสุรเสียงทุ้มขององค์ภุมรินที่ไอโคลกๆ ทำเอาองค์จันทร์ แลเจ้าบัวผละออกจากกันทันที

“ขออภัยพะย่ะค่ะ”องค์จันทร์ตรัสพลางค้อมพระเศียรลง หากแต่พระโอษฐ์ยังคงยกมุมน้อยๆ

“เจ้าบัวงามกำลังท้อง กำลังไส้ก็กินมากๆ หนาลูก”

“พระเจ้าค่ะเสด็จพ่อ”

“...กินน้ำพริกนี่สิเจ้า”เอาผักเคียงช้อนน้ำพริกป้อนเมีย

“ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ”อ้าโอษฐ์รับ

“เป็นเยี่ยงไรบ้าง”

“รสดีเหมือนเดิมพระเจ้าค่ะ”

“เยี่ยงนั้นก็กินมากๆหนา เจ้าพเยียจักได้โตเร็วๆ”

“พระเจ้าค่ะ”



 หลังจากมื้อค่ำแล้วแล้ว เจ้าภุชงค์ก็เสด็จไปส่งเจ้าน้อยแสงแรกกลับตำหนักรับรอง โดยที่องค์ภุมรินจักเป็นผู้แถลงแจงความให้เจ้าชมนาด แลเจ้าบัวงามกระจ่างด้วยองค์เอง

“เรื่องมันเป็นมาอย่างไรพระจ้าค่ะเสด็จพี่”

“...ตัวต้นเหตุก็ไอ้สินนั่นแล”

“อีกแล้วหรือพระเจ้าค่ะ”เจ้าชมนาดตรัสพลางชักสีหน้าเอือมระอา

“ใยจึงผูกใจเจ็บได้ขนาดนี้พระเจ้าค่ะ บัวมิเข้าใจเสียเลย”

“หึ...มันก็คงเสียหน้ากระมัง”

“แลเหตุใดเจ้าน้อยแสงแรกจึงได้ตามกลับมาบ้านเมืองเราเล่าพระเจ้าค่ะ”

“ก็ไอ้สินมัน.....”

.

.

.




“คุณพระช่วย...เลวชาตินัก”เจ้าชมนาดยกหัตถ์ทาบอุระตน

“เยี่ยงนี้เจ้าน้อยแสงแรกก็น่าสงสารหนาสิพระเจ้าค่ะ”

“นั่นแลลูก หากยังอยู่ที่การเวก ไอ้สินกลับมาคงลำบากเป็นแน่ แลอีกอย่างเจ้าภุชงค์แม้จักมิได้ตั้งใจให้เกิด หากแต่ก็ต้องรับผิดชอบ”

“เสด้จแม่!!!”อยู่ๆ เจ้าบัวงามก็แผดพระสุรเสียงขึ้นมาจนบิดา มารดา แลภัสดาสะดุ้งเฮือก

“กระไรเจ้าบัวงาม แม่ตกอกตกใจหมด”เจ้าชมนาดยกหัตถ์ทาบอกเป็นครั้งที่เท่าใดของวันแล้วก็มิอาจทราบ

“...ก็ที่ท่านยายทูลเสด็จแม่อย่างไรเล่าพระเจ้าค่ะ”

“ที่แม่เฒ่าทูลหรือ”

“พระเจ้าค่ะ”

“นั่นสิเจ้า!!!”

“กระไรกันเจ้าชมนาด เจ้าบัวงาม”

“...หลังจากที่พระองค์เสด็จไปการเวก แม่เฒ่าก็ขอเข้าเฝ้าหม่อมฉันพระเจ้าค่ะ”

“ท่านว่าอย่างไรเจ้า”

“ท่านว่า...บัวหลงจันทร์ไปแล้ว...ก็ถึงคราวภุชงค์เล่นแสง”

“...ภุชงค์เล่นแสงหรือพะย่ะค่ะ”

“เจ้าภุชงค์”

“ท่านยาย ท่านทูลว่า ภุชงค์เล่นแสงหรือพะย่ะค่ะ”เจ้าภุชงค์ที่กลับจากไปส่งดำเนินเข้ามาในตำหนักทันได้ยินที่มารดาตรัสพอดี

“...ใช่จ้ะ ท่านว่า ภุชงค์เล่นแสง

“.....”เจ้าภุชงค์มิตรัสตอบ หากแต่พระโอษฐ์แย้มน้อยๆ

“เจ้าโปรดเจ้าน้อยเยี่ยงนั้นหรือเจ้าภุชงค์”เจ้าชมนาดตรัสถามโอรสองค์โต

“...ลูกมิเคยโปรดใครมาก่อน หากแต่กับเจ้าน้อยแสงแรกนั้น...ลูกก็มิอาจทราบได้ว่าโปรดเจ้าน้อยหรือไม่”

“.....”

“หากแต่ ลูกรู้สึกอยากดูแล ทะนุถนอมน้อง มิใคร่ชอบใจเสียเลยพะย่ะค่ะ ยามเห็นน้องไห้ เศร้าโศกเสียใจ...”

“.....”พ่อ แลแม่ลอบมองพักตร์กัน

“แลจักตบแต่งกับเมื่อใดพระเจ้าค่ะ”เจ้าบัวตรัสถาม

“ลูกใคร่อยากให้เจ้าน้อยเต็มใจ แลพร้อมใจแต่ง หาใช่เพราะสถานการณ์บังคับไม่”

“.....”

“ลูกมิใคร่บังคับเจ้าน้อยพะย่ะค่ะ”

“เอาเถิดๆ ค่อยว่ากันก็ยังมิสายดอก”

“พะย่ะค่ะ เสด็จแม่”

“วันนี้ค่ำแล้ว แยกย้ายกันพักผ่อนก่อนเถิด วันพรุ่งค่อยว่ากัน”

“นั่นสิ เจ้าบัวกำลังท้องไส้ รีบเข้านอนเถิดลูก”

“พระเจ้าค่ะเสด็จพ่อ”

“เยี่ยงนั้นลูกทูลลาพะย่ะค่ะ”เจ้าภุชงค์

“ทูลลาพะย่ะค่ะ”องค์จันทร์

“ลูกทูลลาพระเจ้าค่ะ”เจ้าบัวงาม

“จ้ะ”

.

.

.


 ภายในตำหนักรับรอง เจ้าน้อยแสงแรกนั่งพับเพียบอยู่บนพระยี่ภู่ หัตถ์เล็กประนมอยู่กลางอกสวดมนต์ ไหว้พระก่อนนอน ส่วนบ่าวทั้งสองก็ปัดที่หลับ ที่นอนอยู่ข้างพระแท่นบรรทม

“ชงโค ยี่สุ่น...ข้าสวดมนต์แล้วแล้วนอนเถิด”เจ้าแสงตรัสพลางเอนกายลงนอน

“พระเจ้าค่ะ”ยี่สุ่นจัดคลุมพระองค์ให้คนเป็นนายจนถึงอุระบาง ปลดพระสูตรลูกไม้โปร่งแสงลงจากเสาพระแท่นบรรทมทั้งสี่มุม

เจ้าแสงพลิกพระวรกายตะแคงข้าง พักตร์งามหนุนหัตถ์ตนก่อนจักหวนนึกถึงเมื่อหัวค่ำ องค์รัชทายาททรงเสด็จมาส่งตนถึงในตำหนัก หน้าห้องบรรทม


“ขอบพระทัยที่เมตตามาส่งหม่อมฉันถึงตำหนักพระเจ้าค่ะ”ประนมมือไหว้เจ้าภุชงค์

“มิเป็นไรดอก”ยื่นพระหัตถ์มารับไหว้น้องน้อย

“.....”

“วันพรุ่งหลังมื้อเช้า ข้าจักพาเจ้าชมรอบวังหลวง แลสวนพฤกษา”

“ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ”

“ค่ำนี้ก็นอนพักผ่อนมากๆ หนา เดินทางมาเหนื่อยๆ”

“...พระเจ้าค่ะ”

“หลับให้สนิท ฝันดีหนาเจ้า”

“ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ...พระองค์ก็...ทรงพระสุบินดีหนาพระเจ้าค่ะ”

“หึหึหึ เยี่ยงนั้นคงจักต้องฝันถึงเจ้าแล้วแล”

“.....”ก้มพักตร์หลบสายพระเนตร

“...ข้าไปก่อนหนา ขาดเหลือกระไรก็บอกข้าจักหามาให้เจ้าทุกอย่าง”จับหัตถ์บางขึ้นเบาๆ พระอังคุฐลูบคลึงหลังหัตถ์นิ่ม

“พระเจ้าค่ะ”ค่อยๆ ดึงหัตถ์ตนออก

“ข้าไปหนา”ตรัสก่อนจักดำเนินออกจากตำหนักรับรอง จับจ้องเจ้าน้อยคู่หมายพระเนตรละห้อย

.

.

.



“บัวคิดถึงอ้อมพระกรของพระองค์เหลือเกินพระเจ้าค่ะ หลายราตรีที่ผ่านมาร่วมหลายเดือนมิมีอ้อมพระกรของพระองค์คอยกกกอดบัวนอนมิค่อยจักหลับเลยพระเจ้าค่ะ”เจ้าบัวตัดพ้อยามนอนซบพระอุระกว้าง แขนเรียวเสลากอดก่ายพระวรกายกำยำ

“มิได้กกกอดเจ้าเนื้อเย็น พี่ก็หลับได้มิเต็มตาเช่นกัน”โอบกอดร่างบางนุ่มนิ่ม เอียงพักตร์จูบขมับบาง

“...เจ้าพเยียก็คิดถึงพ่อพระเจ้าค่ะ...หม่อมฉันแพ้ท้องเสียแทบทุกวัน”

“จริงหรือ เกเรเสียแล้วลูกพ่อ”

“ลูกคิดถึงพระเจ้าค่ะ หาได้เกเรไม่”

“พ่อก็คิดถึงเจ้าหนาพเยีย หากแต่เกเรเช่นนี้ แม่เจ้าจักเหนื่อยเอา”

“ได้เห็นพักตร์พระองค์หม่อมฉันกับลูกก็หายเหนื่อย เป็นเด็กดีเช่นเดิมแล้วพระเจ้าค่ะ”

“ออดอ้อนเช่นนี้ จักทำให้พี่รัก พี่หลงเกินไปแล้วหนา”

“ดีแล้วพระเจ้าค่ะ...หลงลูก หลงเมีย มิผิดดอก”

“ฮะฮ่าๆๆ ร้ายนัก...หากแต่ข้าก็รัก”

****

.

.

.


อรุณนี้เจ้าบัวงามตื่นขึ้นก่อนผู้เป็นภัสดา หัตถ์บางลูบแผ่วเบาตามต้นพระหนุ ก่อนจักกดจูบบนพระปรางที่มีไรพระมัสสุขึ้นจนเขียวครึ้ม องค์จันทร์บรรทมสู่ห้วงนิทราลึก แลคงจักมิตื่นง่าย เนื่องด้วย เดินทางมาเหนื่อย เจ้าบัวงามประคองครรภ์ตนก้าวลงจากพระแท่นบรรทมอย่างเงียบเชียบ

“ถวายพระพรพระชายาพระเจ้าค่ะ”สายหยุดหมอบกราบเมื่อเจ้าบัวงามเปิดบานทวารห้องบรรทมออกมา

“จ้ะ...”

“ทรงล้างพระพักตร์ก่อนหนาพระเจ้าค่ะ”ประคองอ่างทองเหลืองใบใหญ่ถวายคนเป็นนาย เจ้าบัวงามกวักน้ำลอยดอกมะลิขึ้นล้างพักตร์ แลบ้วนพระโอษฐ์ รับกิ่งข่อยจิ้มเกลือจากสายหยุดมาสีพระทนต์

“...พี่สายหยุด”ตรัสเรียกคนสนิทเมื่อวางผ้าซับพระพักตร์ลงบนพานทอง

“พระเจ้าค่ะ”

“พี่สายหยุดไปสวนพฤกษาเป็นเพื่อนข้าทีหนา”

“พระเจ้าค่ะ”

“เยี่ยงนั้นไปกันเถิดจ้ะ”

“ทรงไปทำกระไรที่สวนพฤกษาพระเจ้าค่ะ”ประคองนายพลางถาม

“ข้าจักไปเก็บดอกบัวมาถวายให้องค์จันทร์ท่าน”

“ให้บ่าวมาเก็บก็ได้พระเจ้าค่ะ”

“ข้าอยากมาเอง”

“พระเจ้าค่ะ...เยี่ยงนั้นหม่อมฉันจักไปเอาตะกร้ามาให้หนาพระเจ้าค่ะ”

“จ้ะ”

“ทรงรอสายหยุดประเดี๋ยวหนาพระเจ้าค่ะ”

“จ้ะ”


สายหยุดรีบวิ่งกลับไปเอาตะกร้าหวายใบเล็ก ก่อนจักรีบกลับมาประคองเจ้าบัวงาม เพลานี้พระชายาทรงตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแล้ว พระครรภ์ยื่นออกมาจนเห็นได้ชัด สายหยุดประคองพระชายามาจนถึงสวนพฤกษา

“ภุชงค์...”เจ้าบัวงามตรัสทักพระเชษฐา

“เจ้าบัวงาม”ดำเนินเข้าช่วยสายหยุดประคองอนุชา

“มาทำกระไรที่สวนพฤกษาแต่เช้าหรือพระเจ้าค่ะ”

“แลน้องมาทำกระไรที่สวนพฤกษาแต่เช้าเล่าเจ้าบัว”

“บัวมาเก็บดอกบัวไปถวายองค์จันทร์ท่านพระเจ้าค่ะ”

“เยี่ยงนั้นหรือ”

“แลภุชงค์เล่าพระเจ้าค่ะ ยังมิตอบน้องเลยว่ามาทำกระไร”ปกติองค์รัชทายาทมิเคยเสด็จสวนพฤกษาตั้งแต่ย่ำรุ่งเช่นนี้ดอก

“...พี่...พี่มาเก็บดอกแก้ว”

“ดอกแก้วหรือพระเจ้าค่ะ”

“.....”

“เก็บไปทำกระไรหรือพระเจ้าค่ะ”

“...พี่มาเก็บไปให้เจ้าน้อยแสงแรก”

“ทรงเสด็จสวนพฤกษาตั้งแต่ย่ำรุ่งเพื่อเก็บดอกแก้วไปให้เจ้าน้อยแสงแรก.....”เจ้าบัวหรี่พระเนตรจับผิดพระเชษฐา

“.....”

“ใยจึงมองพี่เช่นนี้เล่าน้อง”

“ทรงชอบพอเจ้าน้อยหรือพระเจ้าค่ะ”

“.....”

“ภุชงค์”

“...พี่ชอบพอเจ้าน้อยแสงแรก”

“.....”

“เจ้าน้อยแสงแรกมิเหมือนองค์สินดอกหนา...เจ้าน้อยน่าสงสารนัก”

“ทรงชอบพอเจ้าน้อย เพราะ สงสารหรือพระเจ้าค่ะ”

“...พี่ชอบพอเจ้าน้อย แต่หาใช่เพราะความสงสารไม่”

“.....เอาเถิดพระเจ้าค่ะ บัวมิยุ่งดอก”เจ้าบัวงามตรัส

“...เยี่ยงนั้นพี่เก็บดอกบัวให้หนาเจ้า กำลังท้องกำลังไส้มิดีใกล้น้ำ ใกล้ท่า ตกลงไปจักอันตราย”

“ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ”

****

.

.

.

“ทรงตื่นแล้วหรือพระเจ้าค่ะ”

“ไหนมาหรือเจ้า”

“บัวไปเก็บดอกบัวมาถวายพระองค์พระเจ้าค่ะ”ตรัสก่อนจะพยักพระพักตร์ให้ข้าหลวงถืออ่างทองเหลืองบรรจุน้ำลอยกลีบดอกบัวสีชมพู แลข้าหลวงอีกคนถือพานทองที่มีดอกบัวหลวงดอกตูมวางบนซับพระพักตร์สีขาวสะอาดตามหลังพระชายาเข้ามาในห้องบรรทม

“ขอบใจพวกเจ้ามาก วางไว้ แลออกไปก่อนเถิด”

“เพคะพระชายา”

“...ล้างพระพักตร์ก่อนหนาพระเจ้าค่ะ”ปรนนิบัติล้างพักตร์ให้องค์จันทร์ด้วยน้ำลอยกลีบบัว หัตถ์ขาวคว้าซบพระพักตร์เนื้อนุ่มซับหยาดน้ำบนพักตร์งามแผ่วเบา

“...คราหลังมิต้องลำบากไปเก็บดอกบัวถึงสระหลวงดอก แค่บัวงามดอกนี้ดอกเดียวก็พอแล้ว”ตรัสพลางรวบเอวคอดเอวเข้ากอด พระนาสิกหอมลาดอังสะขาวเนียน หยิบบัวดอกตูมไล้ไปตามซอกคอขาว ต่ำลงมาที่ขอบผ้าแถบ

“ฝ่าบาท...”เจ้าบัวงามหน้าม้าน

“หึหึหึ พเยีย...วันนี้เป็นเยี่ยงไรบ้างลูก”ตรัสถามพลางดอกบัวตูมไล้เบาๆที่ครรภ์ยื่น

“วันนี้เจ้าพเยียเป็นเด็กดีพระเจ้าค่ะ มิเกเรแล้ว”เจ้าบัวตรัส อมยิ้มพลางลูบครรภ์ตนเบาๆ

“ดีมากเจ้าพเยียลูกพ่อ”โน้มพระพักตร์ลงจูบที่ครรภ์เมียแผ่วเบา ทะนุถนอมคนที่อยู่ในครรภ์

“ฝ่าบาท”เจ้าบัวลูบเบาๆที่หลังพระศอ

“.....”ซบพระพักตร์กับซอกคอหอมกรุ่นของเมียอย่างออดอ้อน พระหัตถ์ก็สอดประสานพระองคุลีกับหัตถ์เจ้าบัว เจ้าบัวแย้มยิ้มหวานซบดวงหน้างามลงบนกลุ่มพระเกศาสีปีกกา

“...ผลัดฉลองพระองค์เถิดพระเจ้าค่ะ มื้อเช้านี้จักต้องเสด็จไปรับสำรับที่ตำหนักหลงพร้อมเสด็จพ่อ เสด็จแม่ แลภุชงค์”เจ้าบัวเงยพักตร์ขึ้นเมื่อเพลาผ่านไปได้สักครู่

“จ้ะ”

****

.

.

.

หลังพระกายาหารเช้าแล้วแล้ว ก็ถึงเพลาที่เจ้าน้อยแสงแรกจักแนะนำองค์เองอย่างเป็นทางการกับพระชายาชมนาด พระมารดาของพระคู่หมายแล้ว

“ถวายพระพรพระชายาชมนาดพระเจ้าค่ะ หม่อมฉันมีนามว่าแสงแรก...มีฐานันดรเป็นเจ้าน้อยแค้วนการเวกพระเจ้าค่ะ”หมอบกราบหน้าตั่งทอง

“เจ้าน้อยการเวก...โอรสต่างมารดากับองค์สิน?”

“...พระเจ้าค่ะ มารดาหม่อมฉันเป็นสนมเอกในองค์สิงห์พระเจ้าค่ะ”

“.....”เจ้าชมนาดพยักพระพักตร์น้อยๆ

“.....”

“...เจ้าภุชงค์”

“พะย่ะค่ะ เสด็จแม่”องค์รัชทายาทขานรับคำพระมารดาหนักแน่น

“ใคร่อยากจักให้มีพิธีอภิเษกเมื่อใด”แม้ลูกจักบอกแล้วว่ามิใคร่จักบังคับใจเจ้าน้อยต่างเมือง หากแต่เจ้าชมนาดก็ใคร่อยากถามให้ได้ความอีกคราพร้อมหน้าทั้งสองคน

“.....”เจ้าแสงที่หมอบกราบอยู่ถึงกับหายพระทัยสะดุด แลก้มพักตร์ลงต่ำกว่าเดิม

“...ลูกมิใคร่ฝืนใจเจ้าน้อยพะย่ะค่ะ”

“.....”

“ลูกใคร่อยากให้เจ้าน้อยเต็มใจอภิเษกกับลูก มิใคร่บังคับฝืนใจพะย่ะค่ะ”

“...จักรอไปก่อนเยี่ยงนั้นหรือ”

“พะย่ะค่ะ”

“...ว่าอย่างไรเจ้าน้อยแสงแรก”

“หม่อมฉัน...เห็นด้วยกับองค์รัชทายาทพระเจ้าค่ะ”

“...ยังมิใคร่แต่งกันตอนนี้สิหนา”

“พะย่ะค่ะ”

“พระเจ้าค่ะ”

“ตามใจเจ้าทั้งสองเถิด...หากพร้อมใจใคร่แต่งกันเมื่อใด ก็ให้มาบอกข้าก็แล้วกัน”

“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะเสด็จแม่”

“ขะ ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ พระมารดา”

****

.

.

.

“เดินเล่นอีกสักพัก แลกลับตำหนักหนาน้อง...กำลังท้องไส้เดินมากๆ มิดี”องค์จันทร์ตรัสขณะโอบเอวของเจ้าบัวงามดำเนินชมสวนพฤกษา

“พระเจ้าค่ะ”รับพระบัญชาอย่างว่าง่าย

“เก่งมากเด็กดี”หอมกลุ่มเกศานุ่มเป็นรางวัล

“...นั่น ภุชงค์นี่พระเจ้าค่ะ”มิไกลนักก็ทอดพระเนตรเห็นพระเชษฐา แลเจ้าน้อยต่างเมืองเข้ามาในคลองจักษุ

“คงจักพาเจ้าน้อยแสงแรกชมรอบวัง แลสวนพฤกษากระมัง”

“พระเจ้าค่ะ”เจ้าบัวงามขานรับ หากแต่นัยน์ตากวางยังคงจับจ้องภาพเบื้องหน้า พระเชษฐาทรงเด็ดช่อดอกแก้วให้เจ้าน้อยการเวกที่พนมหัตถ์ไหว้อย่างอ่อนช้อย พระพักตร์เจ้าภุชงค์ทอประกายบางอย่างที่เจ้าบัวมิเคยเห็นมาก่อน ดวงพระเนตรจับจ้องเจ้าแสงแรก พลางแย้มพระโอษฐ์น้อยๆ

“...หืม จ้องกระไรเจ้า”

“บัวมิเคยเห็นเสด็จพี่ภุชงค์แสดงสีพระพักตร์เช่นนี้มาก่อน”

“แลมันดีหรือไม่”

“พระเจ้าค่ะ...บัวคิดว่า...”

“...ว่ากระไร”

“คิดว่าเสด็จพี่ภุชงค์คงจักมีความรักเป็นแน่พระเจ้าค่ะ”

“...พี่ก็เพิ่งจักรู้”

“พระเจ้าค่ะ?”

“พี่ก็เพิ่งจักรู้ว่าเมียพี่...”

“.....”

“เป็นศิราณีหรือเจ้า”ทรงตรัสเย้าแหย่

“ฝ่าบาท...บัวมิใช่ศิราณีพระเจ้าค่ะ บัวก็แค่พูดตามที่เห็น”ดวงหน้างามง้ำงอ

“...พี่หยอกดอกเจ้า...ไป กลับตำหนักกันเถิด ประเดี๋ยวพี่จักให้สายหยุดนำผลหมากรากไม้มาให้”ตรัสอย่างเอาอกเอาใจคนท้อง

“พระเจ้าค่ะ”


.

.

.


“เจ้าบัวงาม”

“พระเจ้าค่ะ”

“เรื่องการเวกก็จัดการเรียบร้อยแล้ว...เห็นทีเราคงจักต้องกลับศศิมณฑลแล้วกระมัง”

“กลับศศิมณฑลหรือพระเจ้าค่ะ”

“...นี่ก็หลายเดือนเข้าให้แล้ว พี่เป็นห่วงเสด็จแม่ศศิธร”

“นั่นสิพระเจ้าค่ะ บัวก็เป็นห่วงเสด็จแม่ท่าน...แลเราจักกลับศศิมณฑลเมื่อใดพระเจ้าค่ะ”

“มินานดอกเจ้า...”

“พระเจ้าค่ะ”

ความคิดเห็น