akikoneko17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 ตีตราพยัคฆ์ (1)

ชื่อตอน : บทที่ 4 ตีตราพยัคฆ์ (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 141.6k

ความคิดเห็น : 221

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มี.ค. 2558 20:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 ตีตราพยัคฆ์ (1)
แบบอักษร

บทที่ 4

ตีตราพยัคฆ์

 

        ผมยืนสงบสติตัวเองอยู่ในห้องทำงานที่ไม่มีท่านประธาน เพราะเขายังไม่ออกจากห้องนั้น หัวใจของผมมันเหมือนกำลังจะระเบิด ความรู้สึกมากมายไหลเวียนในร่างกายผม ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันเหมือนฝันแล้วผมเพิ่งตื่นขึ้นมา

 

 

        ริมฝีปากของผมยังรู้สึกเหมือนสัมผัสนั้นยังไม่จางหาย เหมือนมันเพิ่งเกิดผ่านไปเพียงเสี้ยววินาทีทั้งๆที่มันผ่านไปหลายนาทีแล้วก็ตาม มีคำถามมากมายเกิดในหัวของผม ว่าทำไม เพราะอะไร ท่านประธานถึงได้....

 

 

        เขาจูบผมทำไม เขาทำแบบนั้นกับผมทำไม ทำไมเขาถึงได้ทำท่าทีเหมือนกับโกรธผมนักหนา ผมไม่เข้าใจเขา นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

 

 

 

        “ยืนเหม่ออะไรอยู่!

 

 

 

        เสียงดุๆ ที่ดังขึ้นทำให้ผมตกใจ ทำไมเขาถึงได้น่ากลัวขนาดนี้ ผมไม่กล้าหันไปมองเขา ทำไมเขาถึงไม่เหมือนกับท่านรองที่ดูใจดีและเป็นมิตร

 

 

 

        “ฉันถาม ทำไมไม่หันมาตอบ”

 

 

 

        “คะ ครับ”

 

 

 

        สุดท้ายผมก็ต้องค่อยๆหันไปตอบเขา ใบหน้าเขานิ่ง น่ากลัว มันน่ากลัวจริงๆ เขาไม่ยิ้มเลย ผมไม่เห็นเขายิ้มแม้แต่นิดเดียว ผมตอบเขาแล้วก็ได้แต่หลุบตาลง ผมรู้สึกกลัวเขาอย่างบอกไม่ถูก มันเหมือนกับว่าถ้าผมทำอะไรไม่ถูกใจเขา ผมอาจจะต้องเจ็บตัว

 

 

 

        ความรู้สึกที่เขาเดินเข้ามาใกล้ เขาของเขาที่มันเคลื่อนมาใกล้ผมขึ้นทุกที ทำให้ผมเริ่มคิด คิดว่าผมควรจะทำงานที่นี่ดีหรือไม่ หรือผมควรจะไปหางานใหม่ ผมควรจะทำอย่างไร

 

 

 

 

        “อ๊ะ!

 

 

        ร่างของผมถูกเขารั้งเอวเข้าไปหา ผมตกใจ ผมคิดไม่ถึงกับการกระทำของเขา ตั้งแต่ในห้องนั้น....นี่ผม...กำลังถูกคุกคามทางเพศอยู่ใช่หรือเปล่า

 

 

 

        “คิดอะไรอยู่ เหงื่อออกเต็มหน้าเชียว”

 

 

 

        เขาเอ่ยเสียงเหี้ยม ปลายนิ้วใหญ่ของเขาที่สัมผัสที่ขมับผม มันทำให้ผมหายใจไม่ออก ผมรู้สึกเหมือนลมหายใจของผมมันติดขัด ตัวเขาใหญ่ ใหญ่กว่าผมมาก....ทำไมโลกนี้ไม่ยุติธรรมกับผม ทำไมผมไม่ตัวใหญ่แบบเขา

 

 

 

        “ทะ ท่านประธานปะ ปล่อยผมเถอะครับ”

 

 

 

        กว่าผมจะหาเสียงตัวเองเจอ ผมก็แทบจะขาดอากาศหายใจตาย มันยากเหลือเกิน กับการที่จะพูดออกไปท่ามกลางความหวาดกลัวของตัวเอง

 

 

 

        เสียงหัวเราะในลำคอที่ผมคิดว่ามันน่ากลัว ทำให้ผมเริ่มคิดหนัก ว่าสิ่งที่ผมพูดออกไป มันถูกต้องแล้วใช่หรือไม่ ผมจะถูกเขาฆ่าหรือเปล่า เขาน่ากลัวมากขนาดนี้ เขาคงจะฆ่าผมได้แน่ๆ

 

 

 

 

        “ขี้กลัวจริงๆ”

 

 

 

        น้ำเสียงเขาเหมือนหยอกเย้า ผมเงยมองหน้าเขาอย่างช้าๆ ใบหน้าเขายังคงไม่มีรอยยิ้ม มีแต่แววตาที่มองผม ราวกับต้องการอะไรบางอย่าง มันเป็นแววตาที่ทำให้ผมรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ

 

 

 

        “หึ...น่าผิดหวังจริงๆ”

 

 

 

 

        เขาผละออกจากผม ผมได้แต่มองตามเขาด้วยความงุนงง เขานั่งลงที่โต๊ะทำงานของเขา แล้วตวัดสายตาดุๆมามองผม

 

 

 

        “นั่งสิ”

 

 

 

        ผมรีบเดินไปนั่งตามคำสั่งของเขา เขามีใบหน้าเรียบเฉย เหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นไป ผมอยากจะถามเขาให้รู้เรื่อง ว่าเขาจูบผมทำไม

 

 

 

        “คะ คือ”

 

 

 

        “ฉันจะให้นายเริ่มทำงานวันนี้วันแรก”

 

 

 

        เขาเอ่ยขึ้น สีหน้าปกติ เหมือนผมกับเขาเพิ่งเจอกัน เขามองหน้าผม เราสบตากัน สายตาของเขามันเหมือนมีพลังบางอย่าง ที่ทำให้ผมไม่กล้าจะเอ่ยถามอะไร

 

 

 

        “นี่คือเอกสารที่นายจะต้องเรียนรู้”

 

 

 

        แฟ้มเอกสารจำนวนหลายแฟ้มถูกยื่นมาตรงหน้าผม แค่เห็นก็เริ่มท้อแล้ว ที่จริง ผมก็ทำงานได้ ถ้าเงินเดือนมันโอเค และเพียงพอต่อความต้องการของผม เพียงแต่ว่าเจ้านายที่เจอกันวันแรกแล้วจับลูกน้องตัวเองจูบแบบนี้ จะให้ผมคิดอย่างไรดี

 

 

 

        “ส่วนนี่ คือรายละเอียดเงินเดือนที่นายจะได้ รวมถึงถ้านายทำงานล่วงเวลา ได้จะได้มากกว่าเดิม”

 

 

 

        คำว่าเงิน ทำให้ผมหูผึ่ง สมองเปิดรับทันที กระดาษที่แจงรายละเอียดเงิน ในงานที่ผมทำและถ้าผมทำล่วงเวลา ผมก็จะได้เพิ่มขึ้น แล้วถ้ามีธุระอะไรที่ท่านประธานต้องการให้ผมทำนอกเวลาอีก ผมก็จะได้เงินมากขึ้นไปอีก

 

 

 

 

        ความคิดที่ออกจากงานนี้ในตอนแรกได้หายไปจนหมดสิ้น ผมระบายยิ้มออกมาทันที พร้อมกับมองหน้าท่านประธาน

 

 

 

        “ผมจะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดเลยครับ”

 

 

 

        “อืม”

 

 

 

        เขาตอบรับด้วยท่าทางที่ดูเมินเฉย แต่เรื่องนั้น ผมไม่คิดอะไรหรอก เพราะตัวเลขเงินที่เขายื่นให้กับผมมันทำให้ผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแล้ว

 

 

 

        “โต๊ะทำงานนายอยู่นั่น”

 

 

 

        เขาหันหน้าไปอีกทาง มันเป็นมุมห้อง ผมนึกว่าเขาจะให้ผมไปทำงานนอกห้องเสียอีก

 

 

 

        “เอ่อ ผมไม่ได้ต้องนั่งอยู่ข้างนอกเหรอครับ?

 

 

 

        เพราะเลขาของท่านรองเองก็นั่งอยู่นอกห้องเหมือนกัน แล้วที่ชั้นนี้ก็มีจุดที่ทำงานที่หน้าห้องท่านประธานเหมือนกัน เพียงแต่ไม่มีคนก็เท่านั้น

 

 

 

        “ตรงนั้นมีคนต้องทำงานอยู่แล้ว”

 

 

 

        “เอ๋?

 

 

 

        หมายความว่ายังไง หรือว่าท่านประธานมีเลขาสองคนอย่างนั้นเหรอ?

 

 

 

        “ท่านประธานมีเลขาสองคนเหรอครับ?

 

 

 

        “ทำไม? ฉันจะมีเลขากี่คน นายจะทำไม?

 

 

 

        ไม่น่าเลย เหมือนผมไปกดต่อมโมโหของเขา หรือผมจะอยากรู้มากไป ผมก็แค่แปลกใจเท่านั้นว่าทำไมเขาถึงได้จ้างเลขาสองคน

 

 

 

        “ละ แล้วเลขาคนนั้นไปไหนซะล่ะครับ”

 

 

 

        “ลาหยุด...นายจะอยากรู้ไปทำไม”

 

 

        เขาลุกจากเก้าอี้แล้ว ผมรีบหอบกองแฟ้มนั้นมาชิดอก แล้วรีบยืนขึ้น บางทีเรื่องที่ผมไม่ควรรู้ ผมก็ควรจะไปสงสัย

 

 

 

 

        “ผะ ผมไปที่โต๊ะทำงานก่อนนะครับ”

 

 

 

        ผมต้องรีบไปที่โต๊ะให้เร็วที่สุด!

 

 

 

        “โอ๊ะ!!

 

 

 

        ตุบ!!!

 

 

 

        ซวยแล้ว ทำไมผมถึงซุ่มซ่ามแบบนี้ แฟ้มเอกสารกระจัดกระจายเต็มพื้นไปหมด ผมรีบย่อตัวลงไปเก็บ

 

 

 

 

        เงาตะคุ่มใหญ่ๆ ที่ทาบทับทั้งร่างผมอยู่ ทำให้ผมอยากจะร้องไห้ให้รู้แล้วรู้รอด ผมจะทำยังไงดี มือของผมมันสั่นไปหมด เหมือนกับคนป่วยก็ไม่ปาน

 

 

 

        “ฉันช่วย”

 

 

 

        ถึงเป็นประโยคที่ดูใจดี แต่พอเขาพูดแล้วมันดูน่ากลัวจนผมบอกไม่ถูก พอหันไป หน้าเขาก็แทบจะชิดแก้มผม ลมหายใจของเขาเหมือนมันกำลังเป่ารดแก้มผมอยู่ ผมรีบเก็บเอกสาร แขนที่ใหญ่และยาวของเขาเลื่อนมาช่วยผมเก็บกระดาษพวกนั้น เขาใช้แขนทั้งสองข้าง ผมรู้สึกเหมือนกำลังถูกเขาโอบกอดอยู่

 

 

 

        จมูกของเขาที่เฉียดที่ลำคอของผม มันทำให้ผมสะดุ้ง และตัวเกร็ง

 

 

 

 

        “เสร็จแล้ว ลุกขึ้นสิ”

 

 

 

        ผมไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เขาผละออกไป แต่หัวใจของผมมันยังเต้นแรง และรู้สึกเหมือนเขาอยู่ใกล้ๆ ผมอยู่ ผมรีบหอบกองแฟ้ม แล้วเดินตรงไปที่โต๊ะตัวเอง

 

 

 

        นี่ผมเป็นโรคหัวใจหรือเปล่านะ ทำไมหัวใจของผมมันถึงได้เต้นรัวแรงมากขนาดนี้ เหงื่อที่ผุดขึ้นเต็มหน้าผม ทำไมมันถึงได้เยอะมากขนาดนี้

 

 

 

        “ฉันจะออกไปข้างนอก และคงจะไม่กลับมาอีก พอเลิกเวลางาน นายก็กลับบ้านได้”

 

 

 

 

        เขาเอ่ยเสียงเรียบ แล้วเดินออกจากห้องไปทันที ไม่คิดจะพูดอะไรมากกว่านี้ ทำไมเขาถึงได้เย็นชากับผมแบบนี้ เขาน่ากลัว...น่ากลัวเกินไป ทำไมผมต้องทำงานในห้องเดียวกับเขาด้วย....ถึงอยากจะลาออกจากที่นี่มากแค่ไหน แต่เงินเยอะขนาดนั้น ผมคงทิ้งมันไปไม่ได้ง่ายๆอยู่ดี

 

 

 

________________________________________________________________________

 

 

อ่านแล้วชอบ คอมเม้น ไลค์ โหวต ให้กันบ้างนะ

จะได้มีกำลังใจมาอัพ

 

 

ไม่รู้เห็นที่แจ้งไว้หน้าบทความหรือยัง

ที่บอกว่า เรื่องนี้เคะของเราท้องได้นะ ใครที่รับไม่ได้ ก็เลิกอ่านได้นะ แต่อย่าเม้นต่อว่าเราที่ให้เคะท้อง

 

 

ไว้เจอกันใหม่ :)

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น