Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่26 “โมโห(หึง)โดยไม่รู้ตัว1”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่26 “โมโห(หึง)โดยไม่รู้ตัว1”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.5k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ค. 2561 22:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่26 “โมโห(หึง)โดยไม่รู้ตัว1”
แบบอักษร

เมื่อพระอาทิตย์เริ่มขึ้นให้เห็นบนท้องฟ้าอีกครั้ง นั่นคือสัญญาณที่บอกว่าวันใหม่ก็เริ่มต้นขึ้นเช่นกัน ดีที่วันนี้เป็นวันหยุดจึงทำให้ธนาธิปและมนสิชานอนตื่นสายได้โดยไม่ผิดสังเกต แต่ก็เป็นมนสิชาที่รู้สึกตัวและตื่นขึ้นมาก่อน เธอรู้ว่าเรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ความฝันแต่มันคือความจริง มันจะไม่แปลกเลยถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนสองคนเมื่อคืนมันมาจากความรัก แต่นี่เธอกับธนาธิปไม่ได้รักกัน ดังนั้นสิ่งนี้มันจึงไม่ควรเกิดขึ้นที่สุด

มนสิชาค่อยๆ ลุกขึ้นจากที่นอนเพื่อไปอาบน้ำและเตรียมทำกิจวัตรประจำวันเหมือนอย่างเคย เธอรู้ว่าสิ่งที่สูญเสียไปเธอคงไม่มีสิทธิ์เรียกร้องให้มันกลับคืนมาได้ ซึ่งธนาธิปเองก็มีสิทธิ์ในตัวเธออย่างเต็มที่เพราะเธอแต่งงานเป็นภรรยาของเขาแล้วนั่นเอง แต่ในใจลึกๆ แล้วเธอก็ยังคงหวังว่าเขาจะรักเธอบ้างก็พอ

วันนี้มนสิชาไม่ได้ปลุกให้ธนาธิปตื่นเหมือนเช่นทุกวัน เธอออกมาเตรียมอาหารเช้าไว้สำหรับธนาธิป ส่วนเธอเลือกดื่มแค่นมสดหนึ่งแก้วเท่านั้นก่อนที่จะออกไปหาคุณอารดาเพื่อเอาข้าวต้มไปให้ท่านทาน

ส่วนคนที่ยังนอนหลับอยู่ เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอคนที่นอนกอดเอาไว้ทั้งคืนก็รู้สึกโมโห ธนาธิปค่อยๆ ใช้ไม้ค้ำพยุงตัวเองเข้าไปอาบน้ำแต่งตัว แล้วรีบออกมาเพื่อที่จะได้เจอมนสิชาด้านนอก แต่เขาก็ไม่เห็นเธออยู่ที่บ้านนี้ เมื่อมองไปที่โต๊ะทานข้าวเขาเห็นอาหารวางรอพร้อมรับประทานอยู่แล้ว วันนี้มนสิชาทำข้าวต้มหมูสับทรงเครื่องไว้ให้เขาทาน

เมื่อทานอาหารเสร็จเรียบร้อยธนาธิปได้แต่นั่งหน้าบึ้งรอมนสิชาอยู่ที่ห้องนั่งเล่น เขาเปิดโทรทัศน์ดูแต่เขาไม่ได้สนใจมันเท่าไรนัก เขาคอยแต่ชะเง้อคอมองว่าเมื่อไรมนสิชาจะกลับมาเสียที

มนสิชากลับเข้าบ้านมาโดยที่ไม่ได้สนใจธนาธิปเลยว่าเขาจะอยู่ที่ตรงไหน เธอหยิบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คออกไปนั่งทำงานของตัวเองเงียบๆ ที่ระเบียงด้านนอก เมื่อทำงานได้สักพักสียงโทรศัพท์ของมนสิชาก็ดังขึ้น

“สวัสดีค่ะพี่เมฆ มีอะไรรึเปล่าค่ะเนี่ยถึงโทรหาปราง” มนสิชาถามศาสตรายุ

“พอดีพี่จะชวนมะปรางออกไปดูหนังเป็นเพื่อนหน่อย ตอนนี้พี่เบื่อๆ กับงานหนะ พี่อยากคลายเครียด” ศาสตรายุรีบบอก

“ได้ค่ะ วันนี้ปรางว่าง งั้นเดี๋ยวเราไปเจอกันที่ห้างเลยนะคะ” มนสิชานัดหมายกับศาสตรายุ

“โอเคจ้า แล้วเจอกันนะ” ศาสตรายุตอบกลับไป

มนสิชาปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คของตัวเองทันที ก่อนที่จะเข้าไปเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อยกว่านี้ ก่อนออกจากบ้านเธอไม่ลืมที่จะบอกกับธนาธิปด้วยว่าเธอจะไปไหน มันไม่ใช่การขออนุญาตเหมือนตอนที่เธออยู่กับคุณอารดา แต่เธอแจ้งเพื่อให้เขาทราบเท่านั้น มนสิชาไม่ลืมที่จะแวะไปบอกป้าสายหยุดให้ช่วยเตรียมอาหารเผื่อไว้ให้ธนาธิปด้วย และบอกน้ามั่นให้มาดูแลธนาธิปแทนเธอ

ก่อนหน้านั้นที่มนสิชาคุยโทรศัพท์เขาได้ยินมันทั้งหมด เขารู้ว่าเธอนัดเจอกับผู้ชายคนนั้นมันเลยทำให้เขารู้สึกโมโหเป็นอย่างมาก แล้วนี่เธอยังกล้าออกไปโดยทิ้งให้เขาอยู่บ้านคนเดียว ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโหไปกันใหญ่


มนสิชากลับเข้าบ้านมาอีกทีตอนสองทุ่มโดยมีศาสตรายุขับรถมาส่งที่หน้าบ้าน เมื่อเธอเข้ามาในบ้านเธอเห็นธนาธิปนั่งดูโทรทัศน์อยู่ที่ห้องนั่งเล่น เธอจึงไปเตรียมน้ำส้มคั้นที่คั้นไว้และขนมมาให้เขา

“น้ำส้มคั้นกับบัตเตอร์เค้กค่ะคุณจอมทัพ” มนสิชาบอกกับธนาธิป

“ออกไปแรดๆๆๆกับผู้ชายนอกบ้าน มีความสุขมากมั๊ย” ธนาธิปเปิดฉากชวนทะเลาะทันที

“ค่ะ” มนสิชาตอบสั้นๆ

“นี่เธออย่ามากวนอารมณ์ฉันนะ หายไปครึ่งค่อนวัน ทิ้งให้ผัวอยู่บ้านคนเดียว เธอนี่เป็นเมียที่น่าสรรเสริญจริงๆ” ธนาธิปยังหาเรื่องว่ามนสิชาต่อ

“ค่ะ แล้วแต่คุณจอมทัพจะคิดเลยค่ะ ปรางขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ” มนสิชาไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับธนาธิปเธอจึงตอบไปแค่นั้น

มนสิชาเดินไปอาบน้ำเตรียมตัวนอนโดยไม่สนใจคนไม่มีเหตุผลแบบธนาธิป ยิ่งเธอทำแบบนี้ก็เหมือนยิ่งเป่าลมใส่ไฟให้มันโหมขึ้นมาอีกเท่านั้น

ธนาธิปใช้ไม้ค้ำยันพยุงตัวเองเดินปึงปังเข้ามาจัดการกับตัวเองเช่นกัน เมื่อเขาอาบน้ำเสร็จจึงนอนหันหลังให้กับมนสิชา วันนี้เขาคงไม่รู้ตัวเองสินะว่าโมโหมนสิชามากแค่ไหน แล้วเขาจะโมโหเธอทำไมกัน


วันทำงานปกติมนสิชาต้องไปที่ทำงานกับธนาธิปซึ่งจะเลี่ยงก็ไม่ได้ แต่การที่ไม่พูดกันแบบนี้มันก็อึดอัดเกินไปที่จะต้องมาเจอกัน แล้วช่วงบ่ายธนาธิปยังต้องไปทำกายภาพบำบัดอีกซึ่งมนสิชาเองก็ต้องไปด้วย

“ตอนนี้ขาของคุณจอมทัพเกือบจะหายดีเป็นปกติแล้วนะครับ เวลาอยู่บ้านก็ทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่องนะครับ จะได้กลับมาเดินได้เร็วขึ้น” นักกายภาพบำบัดพูดกับธนธิป ซึ่งมนสิชาเองก็ได้ยินด้วย

“ครับ” ธนาธิปตอบ

“ครั้งหน้าเจอกันผมว่าคุณจอมทัพน่าจะวิ่งได้เลยนะครับเพราะได้พยาบาลส่วนตัวดีแบบคุณมะปราง” นักกายภาพบำบัดแซว ธนาธิปแค่เพียงยิ้มตอบเท่านั้น

“วันนี้ก็เสร็จแล้ว ไว้เจอกันครั้งหน้านะครับ” นักกายภาพบำบัดพูด

“ครับ” ธนาธิปตอบ


เมื่อกลับมาถึงบ้านเหตุการณ์ก็เหมือนก่อนหน้านั้น มนสิชาและธนาธิปก็ยังไม่คุยกัน ต่างคนต่างอยู่คนละที่คนละมุมของบ้าน

ธนาธิปได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนๆ ว่าพวกเขาจะแวะมาทานอาหารเย็นที่บ้านของธนาธิปด้วย เขาจึงต้องบอกให้มนสิชาเตรียมอาหารเย็นเผื่อเพื่อนๆ ของเขาเมื่อแม่ครัวจำเป็นแบบเธอได้รับคำสั่งจากท่านเจ้าของบ้านเธอต้องทำตามอย่างเดียวเท่านั้น

มนสิชาเลือกทำกับข้าวทั้งหมดห้าอย่าง เพราะวันนี้อาหารต้องทานถึงสี่คน ดังนั้นกับข้าวห้าอย่างจึงเหมาะสมแล้ว มนสิชาทำอาหารแบบง่ายๆ ที่เธอถนัด วันนี้กับข้าวของเธอจึงเหมือนที่เห็นขายทั่วไปตามตลาด แต่เรื่องรสชาติของอาหารไม่ต้องห่วงเพราะเธอทำอร่อยอยู่แล้ว มนสิชาเลือกทำแกงจืดฟักตุ๋นมะนาวดอง ต้มยำกุ้ง ปลาราดพริกสามรส ผัดถั่วลันเตาหวาน และผัดคะน้าปลาเค็ม วันนี้มนสิชายังเตรียมสละลอยแก้วไว้เป็นของหวานให้กับธนาธิปและเพื่อนๆ ของเขาด้วย

เมื่อถึงเวลารับประทานอาหาร ธนาธิปและเพื่อนๆที่นั่งคุยกันอยู่ที่ระเบียงบ้านก็เข้ามาทานอาหาร

“โอ้โห อาหารน่ากินทั้งนั้นเลยครับน้องมะปราง” เอกสิทธิ์รีบพูดชม แถมเรียกเมียเพื่อนซะสนิทสนมเชียว

“ขอบคุณค่ะ ทานเยอะๆ นะคะ” มนสิชาบอกเมื่อตักข้าวให้พวกเขาเรียบร้อยแล้ว

“จะไปไหน” ธนาธิปถามมนสิชา

“เอ่อ ปรางไม่ทานข้าวเย็นค่ะ ปรางขอตัวนะคะคุณจอมทัพ” มนสิชาตอบ

“ไปเอาจานมานั่งกินข้าวด้วยกันเดี๋ยวนี้ ไอ้เอกมึงลุกไปนั่งกับไอ้ไบร์ทเลย” ธนาธิปออกคำสั่ง

“ค่ะ” มนสิชาไม่อยากเถียงเพราะเถียงกับเขาเรื่องนี้ทีไรเธอก็ไม่เคยชนะ ดังนั้นเธอจึงต้องทำตามที่เขาสั่ง

เมื่อมนสิชามาร่วมโต๊ะอาหาร พวกเพื่อนๆ ของธนาธิปก็ชวนเธอคุยไปด้วย ทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารลดความอึดอัดลงไปเล็กน้อย มนสิชาคอยดูแลธนาธิปเป็นอย่างดี ขณะที่รับประทานอาหารเธอแกะเนื้อปลาให้ธนาธิปเพราะรู้ว่าเขาชอบทานปลาแต่แกะก้างออกไม่เก่ง เธอคอยตักอาหารต่างๆ ใส่ในจานให้เขา จนทำให้เพื่อนๆ ของธนาธิปอิจฉากันเป็นแถว นอกจากมนสิชาจะหน้าตาสวยแล้ว เธอเก่งไปซะทุกเรื่องจริงๆ

เมื่อทุกคนทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว มนสิชาจึงยกสละลอยแก้วที่เตรียมไว้ไปให้พวกเขาที่นั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ส่วนตัวเธอเองก็เข้าครัวเพื่อไปล้างจานให้เสร็จ

“ไอ้จอมทัพกูโคตรอิจฉามึงเลยวะ มีเมียเด็ก สวย เก่ง ฉลาด ช่างเอาใจแบบนี้” เอกสิทธิ์พูด

“เออนั่นดิ ทำไมมึงแม่งโชคดีขนาดนี้วะ” นพนัยพูดต่อ

“ถ้ามึงไม่รักน้องเขา กูขอนะโว้ย นางในฝันกูเลย ผู้หญิงแบบนี้แหละที่กูจะเอามาทำแม่ของลูก” เอกสิทธิ์พูดอีก

“ไอ้ห่า มึงจะเคลมเมียเพื่อน มึงถามมันรึยังวะ ว่าจะยกให้มึงมั๊ย” วาทิตด่าเอกสิทธิ์ทันที

“เอ้า ก็ไอ้จอมทัพมันก็ไม่ได้รักน้องเค้านี่หว่า มึงดูตอนที่มันแต่งงานดิ มันโดนแม่มันบังคับทำหน้าเป็นตีนเลย กูจำได้” เอกสิทธิ์ยังคงเถียง

“มึงนะไอ้ห่าเอก จะทำครอบครัวเขาร้าวฉานก็คราวนี้แหละมึง” นพนัยด่าต่อ

“กูถามจริงๆ มึงจัดน้องเขาไปยังวะ ถ้าเป็นกูนี่คงจัดหนักแม่งทุกที่ทุกเวลาอะ ขาวๆ สวยๆ ตัวเล็กๆ อึ๊ยยย!!น่าฟัดดดด” เอกสิทธิ์แกล้งถามเพื่อความสนุก

“ไอ้เอก เรื่องในมุ้งเขามึงยังจะเสือก” วาทิตด่าเสียงดัง

“พวกมึงดูดิ มันไม่ตอบแบบนี้สงสัยน้องมะปรางกูไม่เหลือแล้ว โอ้!!ไม่นะ” เอกสิทธิ์ยังไม่เลิกพูด

“พวกมึงพอได้แล้ว ให้มาแดกข้าว ไม่ได้ให้มาเสือกเรื่องของกูครับ ส่วนเรื่องที่มึงถาม กูแต่งงานแล้วกูจะทำอะไรก็ได้ ถ้าเมียกูท้องป่องเมื่อไรก็คงได้คำตอบนะ แล้วไม่ต้องเสือกจะมาเคลมเมียกูเข้าใจมั๊ย” ธนาธิปตอบเพื่อนแบบยียวนแต่แฝงไปด้วยความโมโห

“อื้อหือ!! แม่งเรียกเมียเต็มปากเต็มคำเลยนะมึง เฮ้อ!!กูแม่งก็ไม่น่าถามให้ปวดใจ หื้อๆๆน้องมะปรางของพี่เอก” เอกสิทธิ์พูดต่อ

ส่วนคนที่อยู่ในหัวข้อสนทนานี้ก็ไม่ได้รู้ตัวเลย เธอยังคงทำงานของเธอต่อไป ส่วนธนาธิปก็โมโหมนสิชาแบบไม่มีเหตุผล เพราะแค่เพื่อนๆ เขาพูดถึงเธอแค่นี้เอง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น