Kamui Yato

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 36 [ Majin Irene ]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ค. 2561 11:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 36 [ Majin Irene ]
แบบอักษร

วันเวลาผ่านไปอีกหน หลังจากจบศึกชิงเจ้ายุทธภพโลกหน้า บทสรุปสุดท้ายหลังจากจบการประลองท่านเจ้าพิภพสูงสุดได้เสนอบางอย่างทำให้เบลล่า ไทด์และโบรจังถึงกับยิ้มแก้มปริ ก็ไม่แปลกเพราะท่านเจ้าพิภพสูงสุดคิดจะรับพวกเธอเป็นศิษย์ของท่านด้วย ทำให้ผู้ที่ได้หน้าอย่างท่านเจ้าพิภพเหนือผู้เป็นอาจารย์ของทั้งสี่หน้าบานเป็นจานกระด้ง

ส่วนท่านเจ้าพิภพทิศอื่นๆ ก็พากันม้วนตัวกลับด้วยสีหน้าเซ็งแซ่เพราะศิษย์ของตนไม่มีสิทธิ์ได้ไปฝึกวิชากับท่านเจ้าพิภพสูงสุดเลยสักคน แต่ก่อนที่พวกเขาจะจากไปได้ทิ้งท้ายข้อความส่งท้ายไว้ว่าจะหาศิษย์ที่แข็งแกร่งกว่าพวกการ์ลิคให้จงได้ จนกว่าศึกชิงเจ้ายุทธภพโลกหน้าในอีก 30 กว่าปีที่จะถึงนี้พวกเขาจะคว้าชัยชนะอย่างแน่นอน

แต่น่าเสียดายที่การ์ลิคได้เป็นตำนานในปรโลกแล้วไม่คิดจะลงศึกชิงเจ้ายุทธโลกหน้าในครั้งต่อไปอีก เพราะมันคงไม่ดีนักที่ตัวเขาได้ผ่านการฝึกกับท่านเจ้าพิภพสูงสุดมาแล้วจะมาลงแข่งในศึกที่ดูก็รู้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ การ์ลิคจึงคิดจะหาตัวแทนของเขามา ซึ่งผู้ที่จะมาลงแข่งแทนเขาก็คงไม่พ้นเป็นซุนโกคูแน่นอน

ตอนนี้กาลเวลาผ่านมา 5 ปี การ์ลิคที่มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ได้ฝึกวิชามากมายกับท่านเจ้าพิภพสูดสุดจนพื้นฐานทุกอย่างตั้งแต่ร่างกายจนถึงพลังจิตวิญญาณและ Ki ของการ์ลิคหนาแน่นมาก ซึ่งพวกเบลล่าก็เช่นกัน แต่คนที่ก้าวหน้าที่สุดก็คงไม่พ้นตัวเขาเอง ยิ่งได้ฝึกร่างใหม่ที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่ใช้ได้ ก็ทำให้ตัวเขาในร่างพื้นฐานแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด แน่นอนร่างที่เขาใช้ก็คงไม่พ้น Limit Break Super Saiyan 3 ซึ่งร่างนี้ของเขามีความแตกต่างจากร่าง Super Saiyan 3 ไปมากโข

ไม่ว่าจะทั้งพลัง ออร่า หรือแม้แต่รูปลักษณ์ภายนอกต่างแปรเปลี่ยนไปเป็นดุร้ายราวเป็นคนชั่วเต็มขั้น แต่เรื่องนั้นช่างเถอะมาพูดถึงคนอื่นๆบ้างดีกว่าเพราะเขาเพลียกับความชั่วร้ายของตัวเองเกินพอแล้ว เริ่มจากเบลล่า หลังจากที่เธอผ่านการฝึกกับท่านเจ้าพิภพสูงสุดโดยตรงถึงห้าปี ก็ทำให้เธอที่กลายเป็นสาวงามดุจราชินีแห่งเผ่าพันธุ์ ความแข็งแกร่งขึ้นพุ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด

เธอในยามนี้สามารถใช้ร่างซุปเปอร์ไซย่า 3 ได้ในชั่วพริบตาโดยไม่สร้างภาระให้แก่ร่างกายและไม่กินพลังจิตวิญญาณและพลัง Ki เกินอัตรา จะพูดว่าเธอสามารถใช้ร่างนี้ได้ดุจเป็นร่างพื้นฐานปกติเลยก็ได้**ถ้าให้วัดกับการ์ลิคในร่างเดียวกัน เธอสามารถต่อสู้ได้สูสีกับเจ้าตัวร้ายเลยละ แม้จะแพ้เพราะประสบการณ์อยู่ดีก็เถอะ แต่ภายหลังยามเธอได้แนวคิดของบอลเกงกิมาปรับใช้เพื่อเสริมพลังและร่างกายก็ทำให้เธอสามรถชนะการ์ลิคได้ในบางครั้ง(พ่อหมีเขาอ่อยให้)

ส่วนไทด์เป็นสาวน้อยที่ควรอ่อนแอที่สุดกลับเริ่มเข้าขั้นน่ากลัวขึ้นไปทุกที หลังจากได้พัฒนาลมปราณพิสุทธิ์จนเธอก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์เป็นกึ่งเซียน พร้อมเข้าผสานลมปราณพิสุทธิ์กับพลังจิตวิญญาณและ Ki ทำให้สาวน้อยนางนี้ได้พลังรูปแบบใหม่มา พลังนี้มันไม่ต่างจากร่างLBDSS ของการ์ลิคเลยแต่พลังของเธอเป็นพลังสะอาดบริสุทธิ์ราวเทพเจ้า**จึงทำให้ตอนนี้ไทด์คนงามได้โตเต็มวัยกลายเป็นสาวสวยสะพรั่ง ผิวกายนี่ขาวนวลดุจนีออน กลิ่นอายรอบกายก็หอมหวนดั่งดอกไม้แรกแย้มชวนให้เขาลิ้มลอง

มาถึงเด็กน้อยวัยใส ที่กลายเป็นเด็กหญิงวัย 10 ขวบกันบ้าง แม่นางน้อยผู้นี้หลังจากที่ได้ฝึกพิเศษกับท่านเจ้าพิภพสูงสุดในช่วงเช้า และฝึกวิชากับการ์ลิคในช่วงบ่ายตลอดห้าปีก็ทำให้เธอได้กลายเป็นสุดยอดนักรบระดับตำนานอย่างแท้จริง ด้วยพัฒนาการที่ไวโครต ต้องบอกว่าโครตของโครตของโครตไว จนการ์ลิคยังแอบหวั่นว่ายัยหนูนี่อาจจะก้าวข้ามตัวเขาในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าอย่างแน่นอน

ตอนนี้แม้ว่าโบรจังตัวน้อยจะมีอายุเพียง 10 ปี แต่เธอก็สามารถก้าวข้ามขีดจำร่าง Legendary Super Saiyan ได้แล้ว เธอในตอนนี้สามารถเป็นซุปเปอร์ไซย่า 2 ในตำนานที่มีพลังต่อสู้ไม่ต่างจากร่างซุปเปอร์ไซย่า 3 ธรรมดาของเบลล่าในช่วงแรกเมื่อ 5 ปีก่อนเลยละ นี่ถ้าเธอเป็นซุปเปอร์ไซย่า 3 ในตำนานได้ไม่ใช่ว่าเธอจะมีพลังสูสีกับซุปเปอร์ไซย่า 4 เลยหรือ แค่คิดทั้งการ์ลิค เบลล่า ไทด์ก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ

'นี่ถ้าเราไม่รีบก้าวข้ามพลังไปอีกขั้นมีหวังได้ถูกโบรจังแซงแน่ๆ' นี่จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนคิดพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมาย และขยันเพิ่มเมนูการฝึกวิชากันอีกขั้นหลายๆขั้นเลยทีเดียว

มาถึงปัจจุบันตอนนี้ การ์ลิคที่อยากพักผ่อนหลังจากเกือบหมกมุ้นฝึกวิชามาตลอด 5 ปี เขาได้ทิ้งพวกเบลไว้กับท่านเจ้าพิภพสูงสุดกับท่านเจ้าพิภพเหนือ ตัวเขาหนีมาหาแม่นางคนสุดท้ายที่ตลอดห้าปีไม่เคยโผล่หน้ามาให้ใครพบเห็นเว้นแต่เขา เนื่องจากเธอกำลังหมกมุ้นอยู่กับไอเท็มที่แฟนหนุ่มอยากให้เธอสร้าง

การ์ลิครู้สึกคิดถึงเธอมากและกลัวว่าเธอจะเหงาจึงใช้เคลื่อนย้ายในพริบตาไปเยี่ยมเธออยู่บ่อยครั้ง บ้างก็ไปเป็นลูกมือช่วยเธอสุดกำลัง จนงานวิจัยสุดยอดไอเท็มเดินหน้าไปแล้วถึง 40 เปอร์เซ็น ซึ่งเป็นเรื่องน่าตกใจมาก เขาคิดว่าไอร่าคงใช้เวลาอีกนาน อาจต้องใช้เวลาถึง 10-20 ปีเลยด้วยซ้ำถึงจะวิจัยไอเท็มที่เขาต้องการได้ถึง 40 เปอร์เซ็นแล้วซึ่งมันเป็นเรื่องที่น่าตกใจมากเลยทีเดียว

"สุดยอดไปเลยนะ ไอร่าเนี่ย"การ์ลิคกล่าวชมพร้อมใช้ฝ่ามือใหญ่หยีผมสีน้ำตาลไหม้อย่างมันมือ ส่วนสาวใหญ่ในชุดกราวที่ถูกหยีหัวก็ยกยิ้มอย่างสุขใจ เธอรู้สึกมีความสุขมากเพราะตลอด 5 ปีที่ผ่านมายามที่เธอเอาแต่หมกมมุ่นอยู่กับการวิจัยจนลืมหาข้าวหาน้ำกิน ก็ได้ชายคนนี้นี่แหละที่คอยหาให้กินอยู่ตลอด แม้เขาต้องฝึกวิชาเพื่อความแข็งแกร่งแต่เขาก็ยังแบ่งเวลามาให้เธออยู่ตลอดจนเธอมีความสุขมากที่เลือกคนไม่ผิด

ยามเธอนึกถึงดร.เกโร่ผู้จึกหัวใช้สมองอันแสนอัจฉริยะของเธอราวกับทาส ก็ได้แต่ถอนหายใจ นี่ถ้าเธอยังเลือกที่จะอยู่กับมันป่านนี้เธอคงกลายเป็นเพียงเครื่องมือแสวงหาหนทางแก้แค้นไปกับเจ้านั่นอย่างแน่นอน คิดถึงตรงนี้แล้วก็รู้สึกดีเธอจึงเผลอหัวเราะแบบมีความสุขออกมา

"ฮิฮิ ก็เพราะฉันมีคุณช่วยต่างหากละที่รัก"คำพูดพร้อมรอยยิ้มบางๆของเธอทำให้การ์ลิคถึงกับแปลกใจไม่น้อย เพราะเขาไม่คิดว่ายามที่แฟนสาวยิ้มเธอจะน่ารักขนาดนี้ แม้จะเห็นมันอยู่ทุกวันเขาก็ไม่เคยรู้สึกเบื่อรอยยิ้มของเธอเลย

"วันนี้เธอพักก่อนนะไอร่า พรุ่งนี้เราจะพาเธอไปเที่ยวข้างนอก จะได้พักผ่อนสมองบ้าง"การ์ลิคที่เห็นสภาพแฟนสาวที่ดูอ่อนเพลียก็อยากให้เธอพักบ้าง แม้เธอจะเป็นมนุษย์ดัดแปลงมีร่างกายที่แข็งแกร่งเหนือมนุษย์ไปมากโข แต่ตอนนี้เธอยังอยู่ในร่างมนุษย์จึงไม่แปลกที่ร่างกายจะต้องการพักผ่อน

"แต่ฉันอยากวิจัยต่อนี่นา ไม่ได้หรอคะที่รัก"ไอร่าที่อยากวิจัยต่อถึงกับทำหน้าออดอ้อนพร้อมเข้าไปกอดรัดตัวการ์ลิคเพื่อวอนขอความเห็นใจ แต่น่าเสียดายที่คนอย่างการ์ลิคมีหรือจะปล่อยให้คนรักทำงานหักโหมจนร่างกายทรุดโทรม แม้เขาจะชั่วร้ายแต่นั่นก็แค่ตัวตนที่เขาแสดงกับคนอื่นที่เป็นศัตรู ?ไม่ใช่ใช้มันกับคนรักของเขา(หร๊า)

"ไม่ได้วันนี้ไปพักเลย ถ้าไอร่าดื้อเราจะตีก้นเธอนะ"เขาตอบแบบเด็ดขาด ตอนนี้กล้าขู่เธอแล้ว ต่อให้เธอขัดขืนจริงๆเขาก็เอาอยู่ ด้วยตัวเขาที่ผ่านการฝึกวิชามาถึง 5 ปีเต็ม**ทำให้พลังต่อสู้ของเขาเขาก้าวข้ามไอร่าไปไกลเสียแล้ว เขายังเหลืออีกไม่กี่ก้าวก็จะสามารถเข้าสู่โลกพลังแห่งเทพเจ้าได้

แต่น่าเสียดายที่เขายังรีบเร่งเท่าไหร่นัก เขาอยากให้ทุกอย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไป จึงติดต่อไปถึงคุณวิสเพื่อเลื่อนการฝึกวิชา เขาจะไปฝึกก็คงอีกราว 5-6 ปีข้างหน้า นี่ก็เพื่อรอดูการเติบโตของซุนโกคูพวกพ้อง และไล่ล่าครอบครัวเจ้าฟรีเซอร์ ไม่สิต้องบอกเขาจะล้างเผ่าพันธุ์ของพวกมันทั้งหมดไม่ให้หลงเหลือในจักรวาลเลยต่างหาก

"ก็ได้ฉันจะไปพักผ่อน แต่ว่าที่รักต้องมานอนกับฉันด้วยนะ"ไอร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงแกมสั่ง แม้การ์ลิคจะอยากให้ไอร่านอน แต่ตัวเขากลับไม่ได้อยากนอน นี่มันพึ่งเช้าเองนะจะให้เขานอนทำบ้าอะไร ? พึ่งตื่นนอนมาได้ไม่ถึงสองชั่วโมงแท้ๆ แต่ผลสรุปเขาก็ต้องไปแกล้งนอนจนไอร่าที่เพลียจัดเผลอหลับ เขายันตัวลุกขึ้นพลางส่งริมฝีปากสัมผัสลงบนหน้าผากของเธอเบาๆ

ก่อนจะดีดตัวขึ้นจากเตียงและเริ่มควานหาสัมผัสพลังของเจ้าฟรีเซอร์ แม้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเขาจะจับสัมผัสพลังของพวกมันอยู่ตลอด แต่ไม่ว่าจะทำมันสักกี่ครั้งเขาก็ไม่พบเลยนี่สิ ราวกับพวกมันหายสาบสูญไปเลยก็ว่าได้ ซึ่งตอนนี้ก็เช่นกัน เขาไม่สามารถสัมผัสพลังของพวกมันเลยได้สักคน ไม่ว่าจะทั้งคลูเลอร์ ฟรีเซอร์ หรือแม้แต่ราชาโคลด์ หรือว่ามันตายไปแล้ว ? ไม่น่าจะใช่ในตอนนี้จักรวาลที่ 7 ไม่น่าจะมีใครสังหารพวกมันในตอนนี้ได้

"เฮ้อ ดูเหมือนเรื่องนี้เราต้องสืบให้ละเอียด เอาไว้ครั้งหน้าก็แล้วกัน" การ์ลิคที่คิดว่าจะไล่ตามล่าพวกมันหลังจากที่พาไอร่าไปเที่ยวพักผ่อนเสร็จ แต่ทว่าแทนที่เขาจะได้ถอดใจกลับสัมผัสถึงพลังขุมใหญ่ ที่แสนน่ากลัวเข้า เขาดีดตัวลุกขึ้นมายืนและไม่อยากเชื่อเลยว่าสัมผัสของเจ้านี่เป็นของคนที่เขากำลังตามหาพอดี

"อึก~ นี่มันหมายความว่ายังไง ทำไมพลังต่อสู้ของมันสูงขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อ นี่ใช่สัมผัสของเจ้าคลูเลอร์หลังจากผ่านไปสิบปีแน่หรอ ?"เขารู้สึกตกใจ ที่เจ้าคลูเลอร์แข็งแกร่งขึ้นมาก พลังของมันอาจจะมีพอๆกับเขาในร่างซุปเปอร์ไซย่า 3 เลยก็ได้ หรือไม่ก็อาจะมากกว่าเพราะเขาไม่แน่ใจว่ามันยังสามารถแปลงร่างได้อีกหรือเปล่าแบบภาคเดอะมูฟวี่

"เกิดอะไรขึ้น คะที่รัก หืมมม มีเหยือน่ากินอยู่ห่างจากโลกหลายร้อยล้านปีแสง"ขนาดไอร่าที่หลับไปแล้วยังสะดุ้งตื่น แต่สักพักจากอารมณ์ตกใจ ก็เปลี่ยนไปเป็นอารมณ์หิวกระหาย กลิ่นอายความชั่วร้ายแสนบริสุทธิ์รอบกายไอร่าทำให้การ์ลิคแปลกใจไม่น้อย เอ๋ แต่เดี๋ยวนะเมื่อกี้เธอพูดว่าเหยือ ? หรือเขาได้ยินผิด ?

"เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ ไอร่า ?"เพื่อความแน่ใจเขาจึงไม่ถามซ้ำอีกรอบเพื่อยืนยันคำตอบว่าเมื่อครู่เขาได้ยินไม่ผิด

"เกิดอะไรขึ้น คะที่รัก ใช่ไหม? "ไอร่ากล่าวอย่างุนงง

"ไม่ๆ ไม่ใช่ประโยคนี้"

"มีเหยือน่ากินอยู่ห่างจากโลกหลายร้อยล้านปีแสง อันนี้หรอ ?"

"โอ้ใช่ ๆแล้ว ที่ไอร่าพูดหมายความว่ายังไงบอกเราที"

"ก็ถ้าฉันกลืนกินเหยือตัวนั้น ก็จะทำให้ฉันได้พลังต่อสู้เพิ่มขึ้นอีก"ไอร่าที่ท่าทางเปลี่ยนไปตอบพร้อมใช้ลิ้นเลียเล็กเริมฝีปาก นี่สรุปว่าเขาได้ยินไม่ผิด แต่ที่น่าตกใจคือเธอสามารถกลืนกินคนอื่นมาเพิ่มพลังให้ตัวเองได้ ? ไอ้ความสามารถนี่ทำไมมันดูคุ้นๆจังแหะ แต่ช่างเถอะอย่างน้อยถ้าเขาได้อัดมันจนพอใจแล้วให้ไอร่ากลืนกินมัน เธอจะเก่งขึ้นอย่างแน่นอนสินะ น่าสนใจ

"ไอร่าอยากกินมันใช่ไหม แต่ก่อนจะกินมันเราขออัดมันจนพอใจก่อนได้หรือเปล่า ?"การ์ลิคถามอย่างคาดหวังเพราะเขากลัวว่าพอไปถึงแฟนสาวจะเขมือบมันทันทีโดยไม่รอให้เขาได้อัดมัน

"ได้สิคะสุดที่รัก เรื่องแค่นี้เอง ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปกันเถอะ ฉันหิวจะแย่แล้ว"

"อะ อื้มมม!"การ์ลิคมองไอร่าที่เปลี่ยนไปราวคนละคนก็ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อพบว่าไอร่าที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่ไอร่าคนเดิม แต่เธอในตอนนี้คือตัวตนอีกหนึ่งของไอร่า เธอคือไอรีนจิตมารในร่างของไอร่า ถ้าสังเกตุดีๆจะรู้ได้ทันที ว่าใครเป็นใคร

ยิ่งมองไปที่ดวงตาของไอร่าก็จะพบว่ายามนี้สีผมของเธอเป็นสีขาว ดวงตาที่เคยเป็นสีขาวของเธอกลับเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท มีนัยน์ตาสีแดงและมีจุดสีดำอยู่ภายนัยน์ตา เสื้อผ้าและรูปลักษณ์ก็เปลี่ยนราวคนละคน ผิวของเธอในตอนนี้เป็นสีชมพูคล้ายจอมมารบูแถมยังมีหางด้วย ร่างนี้การ์ลิคเรียกมันว่ามาจิน Majin Irene (เทพมารหรือจอมมารไอรีน) และอีกอย่างเขาก็พบและพูดคุยกับแม่นี่บ่อยๆแล้วจึงสนิทกันพอสมควร แถมเขายังตั้งชื่อเธอให้แตกต่างจากไอร่าเพื่อให้มันสะดวกต่อการเรียกหา

'เอาเถอะยังไงไอรีนก็แข็งแกร่งกว่าไอร่าอยู่แล้ว ถ้าให้ยัยนี่ออกมาพวกเธอคงปลอดภัยมากกว่า'

__________________________

Majin Irene (มาจินไอรีน)

ความคิดเห็น