Phat_sara

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : So Good : EP. 4

คำค้น : กราฟ ปั้นหยา ปั้นหยาหมากระเป๋า ไอ้กราฟความเลว รัก แก้แค้น เจ้าชู้ เลว

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.7k

ความคิดเห็น : 279

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ค. 2561 02:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
So Good : EP. 4
แบบอักษร

​“กราฟคะ เมื่อกี้ริต้าเห็นกันต์อยู่แว็บๆ ริต้าว่าเราเข้าไปทักทายกันต์หน่อยไหมคะ”

“ทำไม? คิดถึงมันรึไง”

“เปล่าค่ะกราฟ ก็แค่เจอคนรู้จักนี่คะ ตามมารยาทก็ควรไปทักไม่ใช่รึไง กราฟอ่ะขี้หึงจนคิดมากไปทุกเรื่องเลยนะ” ริต้ารีบซบหน้าลงที่ไหล่ผม เพราะผมหน้าตึงขึ้นมา ทีแรกว่าจะพามากินอะไรอร่อยๆ แต่ริต้าดันพูดขัดหูผม อารมณ์อยากกินเลยหายไปหมด ยิ่งรู้ว่าอยู่ในร้านเดียวกันกับมันผมก็ยิ่งหงุดหงิด

“สั่งอาหารได้แล้ว” ผมยื่นเมนูที่พนักงานเอามาให้ๆ กับริต้า เธอก็จัดการสั่งอาหารทั้งของเธอและของผมให้อย่างรู้ใจ ริต้ารู้ใจผมไปหมดนั่นแหละครับ ทุกเรื่องยกเว้นชอบทำตัวเหมือนอยากให้ผมกับไอ้เหี้ยนั่นญาติดีกัน

“เอ๊ะ! นั่นกันต์มาทานข้าวกับผู้หญิงที่มีเรื่องกับกราฟเมื่อตอนวันเกิดนี่คะ ริต้าจำเธอได้ เอ่อ...ขอโทษนะคะริต้าแค่สงสัยไม่ได้ตั้งใจจะพูดถึงกันต์นะ” ริต้าแม่งทำผมอารมณ์เสียคูณ 2 แล้วครับ ยิ่งบอกว่ามียัยนั่นอยู่ด้วยผมยิ่งอารมณ์ไม่ดีมากขึ้น แม่งปากกล้าบ้าบิ่นชิบ

“เป็นแฟนกันเหรอ?” ผมแค่ปรายตาขึ้นถามริต้าแล้วก็เบนสายตาไปทางโต๊ะไอ้เชี่ยกันต์ มันทำเหมือนไม่เห็นผม แต่ผมรู้ดีว่ามันเห็นตั้งแต่ผมเข้ามาแล้ว

“ริต้าไม่รู้หรอกค่ะ ริต้าไม่ได้สนใจนี่คะ” ริต้าตอบแล้วก็ยิ้มให้ผม หึ! ไม่สนใจน้อยล่ะสิ

เหอะ! ดูสายตาก็รู้ว่ามันคิดอะไรกับยัยนั่น ปั้นหยา ผู้หญิงที่กวนใจผมมาตลอดทั้งเดือน ยัยตัวแสบ!

“ทานข้าวเสร็จแล้วริต้าต้องรีบกลับมอนะคะ มีงานกลุ่มต้องทำค่ะ” ริต้ายิ้มบอกผม

“ครับ” ผมก็แค่พยักหน้ารับรู้และตอบรับสั้นๆ ไม่ได้ว่าอะไรต่อเพราะผมก็มีเรื่องที่ต้องไปทำเหมือนกัน

#GRAPH END

#PANHYA

ฉันกินข้าวด้วยความที่อารมณ์บูดมาก ดีนะที่เหมือนว่าไอ้พี่กราฟนั่นจะไม่เห็นพี่กันต์ แต่ถึงเห็นเขาก็คงจำฉันไม่ได้หรอกมั้งคะ ได้ข่าวว่าซ่องสุมนารีเยอะอยู่พอตัว มั่วจนจำหน้าคู่ขาไม่ได้แล้วมั้ง

หลังจากโซ๊ยอาหารอิตาเลี่ยนเป็นข้าวเที่ยงฉันกับยาหยีก็กลับมาที่คณะโดยการมาส่งของพี่กันต์เหมือนตอนขาไป แล้วก็ขึ้นเรียนตอนบ่ายต่อค่ะ ชีวิตนักศึกษาแพทย์มันปวดหัว โชคดีนะเนี่ยที่ Intelligence หรือความฉลาดของปั้นหยามันมีมากเหมือนหน้าตาเลยไม่รู้สึกสาหัสกับการเรียนเท่าไหร่ ฮ่าๆๆ อีหยาอีเพ้อ!

“หยากลับเลยรึเปล่า เดี๋ยวหยีไปส่ง” พอลงจากตึกคณะในเวลา 17.30 น. เวลานี้ช่างดีเหลือเกินเพราะยังไม่ค่ำมาก แต่จะให้ยาหยีไปส่งก็เกรงใจ หอฉันซอยมันแคบมาก ยาหยีมันก็ดีแค่สวยแต่ขับรถห่วยแตกมาก แค่ที่ประคองพวงมาลัยจากบ้านมาคณะไม่ให้ไปชนคนอื่นในแต่ละวันก็ลำบากเอาการแล้ว

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวนั่งวินกลับเอง หยีกลับเถอะเดี๋ยวรถติด”

“ได้แน่นะ” ยาหยีมองหน้าฉันเหมือนจะชั่งใจ

“ได้สิ กลับได้มา 3 ปีแล้ว ไปเถอะคุณหมอยาหยีขา กลับช้ามันจะมืดค่ำเอา”

“ถ้างั้นเจอกันพรุ่งนี้นะหยา”

“โอเคจ้าขับรถดีๆ นะ” ฉันโบกมือลายาหยีก่อนที่เราจะแยกกัน เวลาเย็นๆ ในมหาลัยมันก็จะเงียบแต่ไม่ได้สงบหรอกนะคะ มีนักศึกษาอยู่ทำกิจกรรม ทำงาน เล่นกีฬาหรือทำอะไรต่างๆ มากมาย ฉันก็เดินทอดน่องชมวิวไปเรื่อย

“ไง~” คือว่าคณะของปั้นหยาเนี่ยมันอยู่ค่อนไปด้านหลังของมหาลัย ที่จริงมันมีประตูหลังก้าวขาออกไปนั่งกอดเอวพี่วินกลับหอได้เลยแต่อยากเดินเล่นค่ะ ก็เลยยอมเดินด้วยระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตรจากคณะไปหน้ามหาลัย เพราะพื้นที่ในมหาลัยมันใหญ่มาก และด้วยความที่เดินทอดน่องคิดอะไรเรื่อยเปื่อย เวลานี้ก็เลย 6 โมงกว่าๆ  มันเริ่มมืด บรรยากาศก็เริ่มจะเงียบลงไปมาก พอมีเสียงพูดขึ้นมาก็ทำให้ฉันสะดุ้ง

“เสียงใครวะ” มองหันซ้ายหันขวาก็ไม่เจอใคร ตรงนี้เงียบมากไม่มีใครเลยนอกจากรถ Ferrari 488 Spider ป้ายแดงโคตรเท่ห์แถมสีเหลืองอ๋อยเหมือนมินเนี่ยนเดินตกถังคัสตาร์ดที่ฉันมองตาค้างมาตั้งแต่ 200 เมตรแรกที่เห็น สีโดดเด่นมากแล้วก็โคตรเท่ห์มาก ฮือ~ อยากแอบเซลฟี่ตัวเองกับรถ นึกดูแล้วรถคันนี้มันต้องสวยมากขึ้นเป็นเท่าตัวแน่ๆ ถ้ามีปั้นหยาไปนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถ ฮ่าๆๆ 

“เสียงฉันเอง” ฉันเองแล้วฉันไหนวะ มึงเป็นผีมาขอส่วนบุญเหรอ! ฉันมองซ้ายมองขวา 2-3 รอบก็ไม่เจอใคร ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่บริเวณนี้นอกจากรถ Ferrari คันนี้คันเดียว

แต่เอ๊ะ! กระจกรถมันเปิดอยู่ค่ะ เพิ่งเห็นว่ามันเปิดอยู่ครึ่งหนึ่ง ฉันไม่ได้ใส่แว่นเลยมองไม่ชัด พอหรี่ตาดูดีๆ ถึงเห็นว่ามีคนอยู่ข้างใน คนข้างในรถทักฉันเหรอ! ทักปั้นหยาคนสวยนี่นะ? นี่ฉันสวยมากจนผู้ชายที่ขับ Ferrari อยากรู้จักเลยเหรอ >///<

“คุย...กับฉันเหรอคะ” ฉันหันไปมองดีๆ แล้วก็ก้มหน้าลงไปอยู่ระดับกระจกเพื่อคุยกับเขา แต่เอ๊ะ! เหมือนมันจะแปลกๆ เหมือนปั้นหยาก้มหน้าลงแล้วถาม 500 ค่ะ ไปต่อไหมคะพี่ ท่าทางแบบนี้มันทำให้สื่อแบบนั้นมากฉันก็เลยรีบยืดตัวขึ้น

คนบนรถไม่ตอบค่ะ เขาเหมือนจะขยับตัวแล้วประตูรถก็เปิดออก เอาแล้วนาทีระทึกมาเยือนเพราะกำลังลุ้นว่าพี่ Ferrari จะหล่อแค่ไหนกัน >///<

“ครับ พี่คุยกับปั้นหยานั่นแหละ” ชิบหาย!

ชิบหายจริงๆ ค่ะ เพราะคนที่ลงมาจากรถจากที่คิดว่าหล่อมันก็หล่อจริงๆ นั่นแหละ หล่อมากด้วย แต่มันหล่อระยำ! ไอ้พี่กราฟ ไอ้พี่บ้านี่เป็นเจ้ากรรมนายเวรรึไงวะ! แล้วมันรู้จักชื่ออีหยาได้ไง อย่าบอกนะว่าแค้นจัดจนไปตามสืบเรื่องของฉันเพื่อกลับมาล้างแค้น ท่าทางยิ่งไม่น่าจะใช่คนดีอยู่ด้วย

“ไอ้เลว! นายจะมาหาเรื่องฉันใช่ไหมฮะ!” พอไอ้พี่กราฟมันก้าวออกมาจากรถพร้อมด้วยน้ำเสียงหล่อและแสนสุภาพอีหยาก็เลยถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเตรียมพร้อมค่ะเผื่อได้รบ พอถอยจบก็พ่นคำที่โคตรคะนองใส่เขา ปั้นหยาเอ๊ย~ ไปปากไวเรียกเขาว่าไอ้เลวคำแรกเลย ไม่มีคนช่วยด้วยนะตรงนี้ เกิดเขาจับฆ่าหมก Ferrari จะทำยังไง

“พูดจาไม่น่ารัก โกรธอะไรพี่นักหนา” ไอ้พี่กราฟ ไอ้พี่กราฟมันมาผิดเวอร์ชั่นค่ะ ทำน้ำเสียงหน้าตาแสนดีเหมาะสมกับใบหน้า แต่ไม่มีทาง ไม่มีทางที่อยู่ดีๆ เขาจะมาทักทายฉันเหมือนคนรู้สึกดีต่อกันแน่นอน วันนั้นเพิ่งผลักกันและกันตกน้ำอยู่เลยปั้นหยาจำไม่ลืม

“อย่ามาพูดเพราะแล้วก็อย่ามาทำน้ำเสียงน่าขนลุกแบบนั้นกับฉัน ทั้งที่ความจริงนายมันโคตรถ่อย มีอะไรกับฉันพูดมาเลยดีกว่าอย่าเล่นลิ้น” ทั้งๆ ที่นึกว่าเขาจะจำฉันไม่ได้แล้วซะอีก แต่ในเมื่อจำได้ก็ไม่เป็นไรค่ะ จะได้แก้แค้นที่ผลักอีหยาตกน้ำแล้วก็ด่าว่าเป็นเห็บเป็นไรที่เข้าไปในบ้านเขา!

“โกรธเรื่องวันนั้นเหรอ เฮ้อ! พี่ขอโทษนะวันนั้นพี่เมาก็เลยปากเสียไปหน่อย” ดูทำหน้า ทำหน้าตาเป็นคนดีมาก ถ้าเมาแล้วสันดานหยาบขนาดนั้นเขาไม่เรียกว่าหน่อยหรอก เรียกว่าโคตรถ่อยต่างหากไอ้กร๊วก

“เหอะ! แสดงละครไม่เนียน เลิกพูดจาแสนดีสักที นายจะมาเอาคืนฉันใช่ไหม พูดมาแมนๆ อย่าลำไย” บอกแล้วว่าเป็นลูกสาวกำนัน ความมั่นความนักเลงมีเต็มจนล้น

“อย่าห้าวน่า ขึ้นรถเร็วเดี๋ยวพี่ไปส่งครับ” ไอ้พี่กราฟส่ายหน้าแล้วก็ส่งยิ้มหล่อๆ มาให้ ก่อนที่เขาจะเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับออกเหมือนจะให้ฉันเข้าไปนั่ง เป็นบ้าเหรออยู่ดีๆ คนที่ไม่อยากเผาผีมาชวนให้ขึ้นรถ นี่ปั้นหยานะคะ สาวสวยแตงแห่งเมืองสุพรรณค่ะ ไม่ใช่นางงามฟุตบาทที่จะขึ้นรถผู้ชายง่ายๆ

“เชิญนายชิ่ง Ferrari สีเหมือนขี้ไปรับสาวๆ ที่มองไม่เห็นความชั่วในตัวเถอะนะจ้ะพ่อคุณ” ฉันพูดแล้วก็ส่งรอยยิ้มดูแคลนไปให้เขา ไอ้พี่กราฟก็สะอึกไปค่ะ นิ่งไปเลย เอาเลยวางมวยได้เลยอีหยาพร้อมมาก ฮ่าๆๆ

“พี่ขอโทษนะปั้นหยาที่พี่พูดจาแย่ๆ แบบวันนั้น แต่พี่เมามากจริงๆ พี่รู้สึกผิดมาตลอด”

“เหรอ~ กระชากผู้หญิงไปโยนลงน้ำนี่ไม่ใช่จะอาศัยเหล้าอย่างเดียวนะ ต้องอาศัยความระยำในตัวด้วยถึงทำได้ ถ้าหากว่านายยังไม่รู้” แค้นฝังหุ่นและจำไม่ลืมยิ่งกว่าใครก็ปั้นหยานี่แหละค่ะ อีหยาจำสภาพกัปปะของตัวเองวันนั้นได้ไม่ลืม

“พี่ขอโทษ” ไอ้พี่กราฟทำหน้าสลดลงพร้อมกับมองฉันด้วยแววตาสำนึกผิด แต่ฉันมันเป็นพวกใครทำอะไรไม่ดีใส่จะจำใส่ใจมาก แล้วก็ไม่มีทางหักลบไปหมดจากใจด้วยกันกระทำหรือคำพูดแค่ไม่กี่ประโยค ความรู้สึกมันเสียไปแล้วค่ะ จากแอบเพ้อเปลี่ยนเป็นแอบแช่ง คิด คิดแล้วแค้นสุดขีด สุดฤทธิ์สุดเดช ว่าทำไม ทำไม ต้องทำร้ายกันอย่างนี้ เพราะรักสุดขีด สุดชีวิตสุดกู่ ก็เคยดูดูนึกว่าเป็นคนดี!

“ไม่มีอะไรแล้วเนอะ บาย~” ฉันถามกลับด้วยน้ำเสียงเบื่อ ไม่ว่าเขาจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจมาขอโทษ ไม่ว่าจะจริงใจหรือไม่จริงใจก็ตามฉันไม่สนใจ ฉันไม่รับไม่รู้เพราะฉันรู้สึกได้อย่างเดียวว่าเขาเลว อย่าเอาความเมามาอ้างเพราะวันนั้นท่าทางเขาไม่ได้เมาเลยสักนิด

หมับ!

“เดี๋ยวปั้นหยา อย่าเพิ่งไป” ฉันหันกลับมาตามเสียงเรียกและไม่ได้ไปไหนตามที่เขาพูดค่ะ ก็แหม จับข้อมือฉันไว้ฉันจะไปได้ไงวะ!

“ปล่อยนะเฮ้ย!” ฉันไม่ได้พยายามสะบัดออกค่ะ แต่ใช้เสียงตะคอกสั่งเขาแทน

“โอเคๆ ปล่อยแล้ว แต่ฟังพี่ก่อน” พอเห็นฉันเสียงดังมากเขาก็ยอมปล่อยมือ ปั้นหยาก็เลยเอามือมาถูๆ กระโปรงให้รู้เช่นเห็นชาติรู้แจ้งเห็นจริงกันไปเลยว่ารังเกียจ

“ถ้านายมาโดนตัวฉันอีกนายโดนดีแน่ มีอะไรว่ามาเร็วๆ”

“หึๆๆ ดุจริงๆ พี่ไม่ได้มีอะไรหรอกแค่จะบอกว่าทีแรกพี่คิดจะขอโทษให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยทำอย่างอื่น แต่ไม่ยกโทษให้ก็ทำควบคู่กันไปเลยแล้วกัน เดี๋ยวพี่จะขอโทษไปด้วยจีบปั้นหยาไปด้วย จีบจนกว่าจะยกโทษให้พี่เลยครับ”

___________________________________________________________

วันนี้อัพ 3 ตอนเลยเด้อซิส อัพ 3 ตอนไม่เม้นท์ไม่ไลค์ให้ ไรท์ก็จะไปเต้ยโศกอยู่คนเดียวยาวๆ ฮ่าๆๆ 


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น