wickedwish_

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

มายาที่ 19 : วอนคุณกลับมารักใหม่

ชื่อตอน : มายาที่ 19 : วอนคุณกลับมารักใหม่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ค. 2561 20:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
มายาที่ 19 : วอนคุณกลับมารักใหม่
แบบอักษร

​มายาที่ 19





มันเป็นความว่างเปล่าที่วิ่งแล่นเขามาแทนที่ใครบางคน ต่อให้อยู่คนเดียวเก่งซักแค่ไหน...แต่เมื่อวันหนึ่งที่กิจวัตรประจำวันได้คุ้นชินไปกับการมีอยู่ของใครคนนั้นแล้ว หัวใจที่แข็งแกร่งก็เหมือนกับถูกรีเซ็ตให้ย้อนคืนกลายเป็นหัวใจดวงน้อยที่อ่อนแอเช่นเดิม


เช่นเดียวกับเขาตอนนี้ที่ความรู้สึกบางอย่างกำลังซ้อนทับหนักอึ้งอยู่ในอก ฟันเฟืองเหล็กไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติอีกต่อไป ทำไมเขาถึงรู้สึกอ่อนแอขนาดนี้วะแม่ง


“ทีนี้จะเล่ากูได้หรือยัง” บลูกดพอสเพอร์ซี่แจคสันที่ดูเป็นสิบรอบก็ยังไม่เบื่อ ก่อนจะหันมากอดอกเพ่งมองเพื่อนรักหน้าตี๋ที่นอนเหยียดขาอยู่บนเตียง เกรทเหมือนร่างไร้วิญญาณที่สายตาทอดมองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย เขาไม่เคยเห็นไอ้เพื่อนรักเป็นหนักขนาดนี้มาก่อน


จริงๆตอนเลิกกับญาดามันก็หนักอยู่แหละ แต่ตอนนี้อาการมันต่างออกไป เกรทพยายามทำตัวให้เป็นปกติ แต่ไม่มีทางตบตาคนอย่างเขาได้หรอก เขารู้ดีว่าไอ้ตี๋น่ะความสามารถในการโกหกติดลบสุดๆ แล้วยิ่งมันถ้าพยายามโกหกกลบเกลื่อนความเจ็บปวดมากเท่าไหร่ ความเจ็บปวดที่มันมีก็ยิ่งถูกแสดงออกมามากเท่านั้น


“ไม่มีอะไรจะเล่า” ว่าพร้อมล้มตัวลงนอนบนเตียง มือหนายกโทรศัพท์ขึ้นมาไถหน้าจอเพื่อตัดตัวเองออกจากโลกที่แสนวุ่นวาย จริงๆแล้วคือหัวใจของเขาต่างหากที่กำลังวุ่นวาย


ไม่รู้ว่าตนเองกลายเป็นพวกที่ไม่อยากกลับห้องตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้เพียงแค่ว่าเขาไม่อยากเห็นโพสอิทหลากสีเหล่านั้น...แต่ก็ไม่กล้าที่จะแกะมันออก  เขาไม่อยากกลับไปนั่งเล่นบนโซฟาตัวเดิม จึงทำได้เพียงกลับไปตอนดึกๆแล้วก็เข้านอนเลย เขาเกลียดที่ว่างข้างๆบนเตียงจึงเอาเจ้าอู้มาวางไว้ ถึงมันจะตัวไม่ใหญ่มากแต่ก็คงดีกว่าต้องคิดถึงใครบางคน...


“นี่มึงมาขลุกอยู่ห้องกูจะเป็นอาทิตย์แล้วนะโว้ย”


“…..”


บลูกระชากเครื่องสมาร์ทโฟนสีขาวออกจากฝ่ามือเพื่อนรักในทันที “ตอบมา!”


“ไอ้เหี้ยบลู!” เกรทแหวเสียงกร้าว แต่ประโยคที่ได้ยินต่อจากนั้น กลับทำเอาเขาแทบสะอึก


เรื่องเฟยใช่ไหม?”


“ม...ไม่ใช่!” ชายหนุ่มผินหน้าหนี เขาเกลียดสายตาเวลาที่มีคนจับได้ว่าโกหก บางทีก็นึกอยากจะไปเรียนการแสดงซักคอร์สบ้าง เขาก็แค่ไม่อยากให้คนรอบตัวคาดเดาเขาได้ง่ายขนาดนี้


“เกรท...” บลูถอนหายใจเฮือกใหญ่ “กูไม่ได้โง่ขนาดที่จะไม่รู้ว่าเพื่อนตัวเองเป็นอะไร”


“…..” เขาปลายตาฟังเพื่อนรักเงียบๆ นานๆทีจะเห็นมันเข้าโหมดจริงจังแบบนี้


“มึงแม่งแทบไม่เคยมาห้องกู แล้วมาทีก็เวลาไม่สบายใจ แล้วช่วงหนึ่งเดือนมานี้ เรื่องที่มึงไม่สบายใจก็มีแต่เรื่องเฟย กูเข้าใจถูกไหม?” คนพูดเลิกคิ้วเชิงถาม


เกรทไม่ได้ตอบ เขาเสสายตาไปทางอื่นหากแต่ก็ยังคงนอนฟังเพื่อนรักอยู่เหมือนเดิม


“มึงรู้เปล่า ทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมาเนี่ย เฟยแม่งไม่อัพโซเชียลซักอย่าง” บลูขมวดคิ้วอย่างเซ็งๆ “ปกติเฟยก็ไม่ค่อยได้เล่นอะไรหรอกยกเว้นไอจี เฟยชอบอัพสตอรี่...เขาไม่ได้ถ่ายมึงลงไม่ต้องกลัว” คนเล่าตีไหล่เขาเบาๆอย่างรู้ทัน


“เฟยชอบอัพชีวิตประจำวัน มึงรู้ป่ะ ทุกๆอย่างที่เฟยอัพถึงมันจะไม่มีมึง...แต่กูก็ดูออกว่าเขาอยู่กับมึงตลอด เห้อออ...กูไม่น่าเป็นเพื่อนกับมึงเลย แม่ง! ปวดใจ” บลูจับหน้าอกทำท่าประกอบ “แต่นี่เฟยไม่ยอมอัพอะไรซักอย่าง แล้วมึงก็ดันมาเป็นแบบนี้...ไม่ให้กูคิดว่าพวกมึงทะเลาะกันแล้วจะให้กูคิดว่าอะไร”


“พวกกูก็แค่...”


“ทะเลาะกันก็บอกว่าทะเลาะกัน เล่าเหี้ยไรให้กูฟังบ้าง อย่าทำให้กูดูเหมือนเป็นเพื่อนที่ช่วยเหี้ยอะไรมึงไม่ได้ซักอย่างจะได้ปะ” มันชกอักมาที่อกเขาแรงนิดๆพร้อมกับขมวดคิ้วอย่างซีเรียส


อื้ม...แล้วจะให้เขาทำยังไงล่ะ แม่งพูดมาขนาดนี้แล้ว “เออ...ทะเลาะกัน” ว่าเสียงเจื่อน


“หนักขนาดไหน”


“...มันเก็บของออกไปจากห้อง”


“ไอ้เหี้ยเกรททท!!” คนฟังขึ้นเสียงดังลั่นก่อนจะชกมาที่ร่างเขาอย่างไม่หยุดหย่อน “มึงแม่งโคตรเหี้ย! มึงทำอะไรกับเฟยวะเขาถึงได้โกรธขนาดนี้ ไอ้เลวเอ๊ยยย”


“โว้ยยย มึงไม่คิดจะเข้าข้างเพื่อนมึงบ้างรึไง” เขายันมันไปหนึ่งทีจนหงายหลัง


“งั้นมึงก็เล่ามา...แต่กูไม่เชื่อหรอกว่าเฟยจะผิด มึงแม่งต้องเหี้ยขนาดไหนเขาถึงเก็บของหนีมึงไปขนาดนั้นอ่ะ” เออ...ตอนแรกก็คิดว่าตัวเองเหี้ยอยู่แหละ แต่ยิ่งมึงพูด กูเลยยิ่งคิดว่าตัวเองเหี้ยกว่าเดิมไปอีกครับ!


เกรทตัดสินใจเล่าเรื่องคืนนั้นให้บลูฟัง เรื่องที่เขากับเฟยกำลังดินเนอร์วันเกิดกันอย่างมีความสุข เรื่องที่ญาดาโทรมาโกหกว่าจะฆ่าตัวตาย เรื่องที่เขาทะเลาะกับเฟยอย่างหนักจนเจ้าตัวเก็บข้าวของหนีไป


ยกเว้นก็แต่เรื่องสัญญาหนึ่งเดือนที่ไม่ได้เล่า...ไม่รู้สิ เขาก็แค่ไม่อยากให้ครบหนึ่งเดือน แล้วก็ไม่อยากให้ไอ้ลูกแกะโดนตราหน้าว่าเข้ามาอ่อยเขา ถ้าเป็นงั้นเจ้าตัวคงจะดูไม่ดีแน่ๆ แม่งงง...แล้วทำไมเขาต้องเป็นสุภาพบุรุษขนาดนี้วะ หงุดหงิดชะมัด!


“อีเลววววว”


“มึงว่าใคร กู ญาดา หรือเฟย”


“มึงกับญาดาอ่ะ” เพื่อนผิวแทนผลักหัวเขาจนโคลง “คนนึงก็โง่ให้เขาหลอก คนนึงแม่งก็ร้ายชิบหาย”


“อ้าว...” ไอ้ลูกแกะก็ร้ายนะมึง มึงยังไม่เคยเห็นมารยามันสินะ อื้ม...ช่างเหอะ ตอนนี้เขากลับไม่รู้สึกโกรธในความร้ายกาจของไอ้ลูกแกะเลยซักนิด...


“มึงเรียนกับญาดามันมาสามปี” เริ่มใช้มันแล้วว่ะ “มึงเคยเห็นมันแสดงอาการว่าจะฆ่าตัวตายหรอ ตอนมอสี่ที่มันเลิกกับพี่เก้ามอหกกูยังเห็นมันลั้ลลาอยู่เลย แล้วพอตอนปีหนึ่งที่มันเลิกกับมึงแม่งก็เฮิร์ทอยู่สองวันแล้วก็ไปร้านเหล้าเฉย มีแต่มึงเนี่ยนั่งที่เอ๋ออยู่คนเดียวเป็นอาทิตย์ แล้วพอวันนี้แม่งบอกจะฆ่าตัวตาย เชื่อได้ตายห่าแหละ...มึงไปถามจีนกับมิ้วนะ เขารู้กิตติศัพท์แม่นี่ขนาดไหน” บลูใส่อารมณ์ร่ายยาวจนคนฟังแทบตะลึง


จีนกับมิ้วเป็นเพื่อนผู้หญิงเพียงสองคนที่เรียนมอเดียวกับพวกเขา...ถ้าไม่นับญาดานะ “กูไม่เคยเห็นมึงว่าผู้หญิงเลย” จริงครับ ไอ้บลูก็สุภาพบุรุษพอๆกับเขานี่แหละถึงแม้จะปากหมาไปหน่อยก็เถอะ


“กูว่าเมียเก่ามึงคนแรกอ่ะ แม่งง...มีอย่างที่ไหนมาทำให้นางฟ้ากูเสียใจ กูไม่ตบก็บุญแล้ว”


“บลูมึงใจเย็น” เขาเริ่มกลัวอินเนอร์ไอ้เพื่อนรักแล้วว่ะ ตอนแรกเป็นเขาไม่ใช่เรอะที่กำลังเศร้าเรื่องอีกคนน่ะ


“เออ! ไม่พูดถึงละ” มันหันมากอดอกแล้วทำหน้าจริงจังใส่เขาอีกครั้ง “แล้วมึงจะเอายังไงกับเฟย จะไปง้อเขาไหม?”


“กู...ต้องง้อหรอ” เออ เขาต้องง้อหรอ โทรศัพท์มันยังไม่คิดจะรับ แล้วอีกอย่าง...ฝ่ายนั้นก็เป็นคนเก็บกระเป๋าออกไปเองโดยที่เขาไม่ได้ไล่ ถึงจะรู้สึกผิด...แต่เขาต้องง้อหรือไง... “ไม่มีมันกูก็อยู่...ได้” เห้ย...ทำไมคำว่าได้มันถึงทิ้งห้วงวะเกรท กูว่ามึงแปลกๆแล้วนะ


“เห้ออออ” บลูโคลงหัวอย่างเหน็ดเหนื่อย “กูจะบอกเหตุผลว่าทำไมมึงถึงต้องง้อเขา”


“…..” เกรทไม่ตอบนอกจากปลายตามองเพื่อนรักเงียบๆ


“มึงรู้ปะ ทำไมกู พี่โด้ หรือคนอื่นๆถึงไม่รุกจีบเฟยอย่างจริงจัง พวกกูทำอย่างมากสุดก็แค่แซวหรือแอบมอง”


“ก็...มันบอกว่ามีแฟนแล้วนี่...”


“ไอ้ควายยย” มันตบหัวเขาหนึ่งทีก่อนจะพูดต่อ “สายตาไง”


“สายตา?”


“สายตาของเฟย...เหมือนกับถูกสร้างมาให้มองมึงแค่คนเดียว ไม่ต้องพูดไม่ต้องป่าวประกาศอะไร สายตานั้นก็บอกชัดเจนทุกอย่าง” บลูเปิดรูปบนโทรศัพท์เจ้าตัวให้เขาดู เป็นรูปที่เขากำลังดุไอ้ลูกแกะเรื่องที่ไม่อยากให้เจ้าตัวตามมาภูกระดึงเพราะกลัวลำบาก แม่ง...แอบถ่ายตอนไหนวะนั่น “มึงเชื่อเรื่องบาเรียสีชมพูมั้ยล่ะ มันเป็นตอนที่มึงกับเฟยยืนอยู่ด้วยกัน แค่มองก็ดูออกแล้วว่าเขาชอบมึงมากขนาดไหน”


“ละ...แล้วไงวะ”


มึงก็ชอบเขาเหมือนกัน


“อะ...ไอ้เหี้ย ไม่ใช่!” เกรทปฏิเสธอย่างเลิ่กลัก เขาไม่ได้ชอบไอ้ลูกแกะซะหน่อย ก็แค่เคยชินไปกับการมีอยู่ของมัน แล้วพอวันนึงที่มันไม่อยู่เขาก็เลยใจหาย...แค่นั้นจริงๆ...จริงๆนะ


“มึงจะรอให้เขาเป็นของคนอื่นก่อนใช่ไหม?”


เป็นของคนอื่น...เป็นของคนอื่นแบบที่อีกฝ่ายจะต้องตื่นมาพร้อมกับคนอื่นที่ไม่ใช่เขา เป็นของคนอื่นแบบที่อีกฝ่ายจะต้องจูบกับคนอื่นที่ไม่ใช่เขา เป็นของคนอื่นแบบที่อีกฝ่ายจะต้องทำแบบนั้นกับคนอื่นที่ไม่ใช่เขา...งั้นหรอ?


เกรท กัดปากกรอด ถึงเขาจะไม่ได้ชอบไอ้นางฟ้า...อื้อ...ไม่ได้ชอบจริงๆนะ แต่เขาก็ไม่ได้อยากให้เจ้าตัวไปทำแบบนั้นกับผู้ชายคนอื่นเสียหน่อย  แม่ง...แล้วทำไมเขาถึงได้ปวดหน่วงที่หัวใจขนาดนี้วะ!


“มึงอย่าทำให้ชีวิตซับซ้อน...แค่ผู้หญิงคนเดียวไม่รักมึง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีใครรักมึงจริงๆ” บลูเข้ามาบีบไหล่เขาแน่น “กูไม่รู้หรอกว่ามึงรักเฟยมากขนาดไหน...แต่กูรู้ว่าตัวมึงรู้ คนที่ได้รับความรักจากเขาอยู่ตลอดเวลาก็คือมึง...แล้วทำไมมึงถึงยังจะไม่ไปง้อคนที่เขารักมึง...แล้วมึงก็รักเขาด้วยวะ?”










































ทำไมเมื่อมีรัก ฉันจึงต้องช้ำใจ...หากเป็นอย่างนั้นขอได้ไหม ให้ฉันไม่รักใครอีกเลย


มีคนเคยบอกว่าพวกติสท์มักจะอินกับงานศิลปะมากกว่าคนธรรมดา ถ้างั้นคนที่กำลังมีความรักก็คงต้องถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ของติสท์ด้วยรึเปล่านะ...ไม่รู้สิ เขาก็แค่ฟังเพลงโปรดเถิดรักของวงค็อกเทลแล้วดันปวดหนึบที่ขั้วหัวใจขึ้นมาซะอย่างงั้น...จริงๆถึงไม่ฟังเขาก็รู้สึกแบบนี้มาเป็นอาทิตย์แล้วนี่นะ


“พวกเพื่อนมึงไม่รู้หรอมึงถึงต้องมานั่งกินข้าวเที่ยงกับกูแทบทุกวันเนี่ย” นิลกานต์ที่หายป่วยดีแล้วถามไถ่อย่างเป็นห่วง ช่วงนี้เจ้าตัวกลายมาเป็นคนคอยเอาใจเขาเหมือนเดิม แถมคณะนิเทศน์ที่เป็นคณะสายศิลป์ด้วยกันก็ตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากคณะเขา เพราะงั้นจึงแว้ปมาหาไอ้เพื่อนรักได้อยู่บ่อยๆ


ส่วนรู้ที่ว่าของอีกฝ่ายก็คงจะหมายถึงเรื่องของเกรทสินะ “รู้อยู่ว่ากูอกหัก แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร” เกรทคงไม่ชอบเท่าไหร่ถ้ามีคนรู้ว่าเจ้าตัวคบกับผู้ชาย เขาเลยตัดสินใจให้มีแค่นิลกานต์เพียงคนเดียวที่รู้เรื่องนี้ จริงๆเขาก็ไม่ได้น้อยใจหรอกถ้าจะต้องคบกันแบบหลบๆซ่อนๆ เขาน้อยใจที่เกรทไม่คิดจะมาง้อเขามากกว่า...


“แล้วยังไงต่อ จีบมาแทบตาย เปลืองตัวก็เปลืองตัว มึงจะปล่อยไปแบบนี้เรอะ”


“แล้วมึงจะให้กูทำไงวะนิล มันครบหนึ่งเดือนแล้วกูก็ต้องทำตามสัญญาปะ” เฟยถอนหายใจอย่างเศร้าสร้อย“ถึงกูจะเจ้าเล่ห์แต่กูก็ไม่ใช่คนผิดคำพูด ในเมื่อเขาไม่ต่อสัญญา...ก็ต้องเป็นกูที่เดินออกมา”


นิลกานต์วางฝ่ามือตนทับฝ่ามือเพื่อนรักอย่างห่วงใย “แล้วมึงทนได้หรอ”  เขารู้ว่าไอ้เฟยของเขารักเกรทมากขนาดไหน ผู้ชายคนนี้คงเป็นเหมือนทุกอย่างที่มาเติมเต็มสิ่งที่ขาดให้กับเจ้าตัว


“กูโคตรเจ็บเลยไอ้เหี้ย...” เฟยกำหมัดแน่นพร้อมทุบเบาๆไปที่แผ่นอกด้านซ้าย “แต่กูขอใช้แผนขั้นต่อไปก็แล้วกัน ถ้าเกรทรักกูจริง...เขาก็ต้องมาเอากูกลับไป”


“แล้วแผนมึงคืออะไร”


“ก็ดึงเช็งรอให้เขากลับมาง้อ”


“แล้วถ้าเขาไม่มาง้อล่ะ...มึงมีแผนสำรองไว้หรือเปล่า?” นิลกานต์ขมวดคิ้วอย่างสงสัย


“ถ้าเกรทไม่มา กูก็คงต้องถอย” เฟยฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะ


“ไอ้เหี้ยยย! แบบนั้นไม่เรียกว่าแผนโว้ยยยยย”


“อย่าเพิ่งด่าน้องได้มั้ย” คนตัวขาวบ่นอุบอิบ “พี่นิลไม่เห็นหรอว่าช่วงนี้น้องเจ็บแค่ไหน งืออออ”


“เออๆไอ้สัส เห็นว่าเฮิร์ทอยู่หรอกนะแม่ง” ยกมือลูบหัวเพื่อนรักป้อยๆก่อนจะเดินไปหาซื้อขนมมาให้มันกินซะหน่อย นี่เขาก็เพิ่งเคยเห็นคนเจ้าวางแผนอย่างไอ้เฟยหมดท่าก็คราวนี้แหละ


ปกติมันไม่ใช่คนลูซเซอร์ขนาดนี้ เวลาอยากได้อะไรพี่แกก็จะต้องคว้าเอามาให้ได้ตลอด เว้นเสียแต่กับไอ้ตี๋เจ้าของโรงงานเครื่องใช้ไฟฟ้าคนล่าสุด นึกแล้วก็สงสารอยากให้มันสมหวังกับความรักเสียที ก็รอมาตั้งสองปีแล้วนี่เนอะ เห้อออ...หรือจริงๆมันมีแผนแต่กำลังหลอกเขาอยู่วะ....


เฟยเสียบแอร์พอดเข้าที่หูก่อนจะแตะเพลย์ลิสต์ไปที่เพลง Too Good at Goodbyes ของแซม สมิธ ไม่รู้ว่าทำไมคนอกหักถึงต้องฟังเพลงเศร้าๆเพื่อตอกย้ำความเฮงซวยของชีวิตกัน แต่เขาก็ดันชอบทำซะงั้น แถมทำมาตลอดช่วงหนึ่งอาทิตย์เสียด้วย


ขอบคุณเทคโนโลยีที่ผลิตหูฟังไร้สายขึ้นมา ไม่อย่างนั้นเขาก็คงต้องกลายเป็นที่เพ่งเล็งของอาจารย์แน่ๆ แต่เอาเข้าจริง ถึงแม้จะยกขึ้นโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นอาจารย์ก็คงไม่ได้สนใจอยู่ดี


นี่มันมหาวิทยาลัยนี่เนอะ ทุกคนย่อมใช้ชีวิตแบบตัวใครตัวมันอยู่แล้ว อีกอย่าง ถึงเขาจะไม่ตั้งใจเรียน แต่เรื่องการส่งงานหรืออ่านหนังสือเขาก็ไม่เคยขาดตกบกพร่องหรอก ก็แค่ช่วงนี้เจ็บที่หัวใจหน่อยๆก็เท่านั้นเอง


ทุกๆอย่างถูกดำเนินไปตามกฏเกณฑ์ของธรรมชาติอย่างปกติ ถึงแม้ก้อนเนื้อที่อกด้านซ้ายจะกำลังบีบหน่วงอย่างไม่คุ้นชิน ใช่...ไม่คุ้นชิน และอาจไม่มีวันคุ้นชิน ไม่คุ้นชินกับชีวิตที่ไม่มีเกรท


แต่เหมือนโชคชะตาจะตอบสนองต่อแรงปรารถนาลึกๆ เพราะสิ่งที่เขาคาดหวังมาตลอดให้เกิดขึ้นในช่วงเวลาอันหมองหม่นนี้ก็มาถึง สิ่งที่เขาอยากให้เกิดขึ้นมาตลอดหลังจากที่เขาเก็บข้าวของออกมา


“เฟย” มันเป็นตอนที่เขาแยกกับไอ้อ้ายไอ้นิกหลังเลิกเรียนเพื่อกลับห้องไปปั่นรายงานในส่วนของตัวเอง

เฟยถูกเรียกโดยชายคนนั้น...ชายคนนั้นที่เขาอยากเจอมาตลอดหลายวัน


“ไง” ท่ามกลางโถงทางเดินที่ทอดยาวไปยังลานจอดรถ อาจเป็นเพราะเป็นลานจอดด้านหลังตึกที่ไม่ค่อยจะมีใครแวะมานัก จึงเหมือนราวกับสถานที่แห่งนี้มีเพียงเขาแค่สองคน


แต่สิ่งที่เกรทประหลาดใจไม่ใช่การที่เขาได้อยู่เพียงสองคนกับไอ้ลูกแกะหรอก เขาออกจะดีใจด้วยซ้ำที่คนไม่พลุกพล่าน แต่ที่มันตะขิดตะขวงโสตประสาทก็คือคำที่อีกฝ่ายใช้ มันดูห่างเหินซะจนเขารู้สึกวูบโหวง


“ก...กลับยังไง เดี๋ยวกูไปส่ง”


“มีรถ” เฟยตอบสั้นๆพร้อมกับผินตัวหนีแล้วเดินตรงไปยังรถที่ว่า


“ซื้อรถใหม่ไม่เห็นบอกกูเลย” คนตัวโตรีบก้าวตามแทบจะทันที


“ซื้อตั้งนานแล้ว”


“ตั้งแต่ตอนไหน” ถามคนที่ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเดิน จริงๆเขาอยากจะเอื้อมจับฝ่ามือนั้นไว้เหลือเกิน แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่กล้า...อาจเป็นเพราะมักถูกอีกฝ่ายเริ่มถึงเนื้อถึงตัวก่อนตลอด พอเป็นถึงคราวที่ตนเองจะทำ เลยทำไม่ถูก...


“ต้องบอกปะ”


“บอก”


ขาที่ก้าวนำหยุดลงก่อนจะหันมากอดอกมองคนที่เดินตาม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอีกฝ่ายที่รีบเกินไปหรือเปล่า สันจมูกคนตัวเล็กเลยแทบจะแนบกับแผ่นอกของคนตรงหน้า แต่เมื่อรู้ตัว คนทั้งสองก็ทิ้งระยะห่างออกจากกันก่อนจะประสานสายตาที่สื่อถึงความนัย  “ก็มีตั้งแต่จีบคุณ...”


เกรทขมวดคิ้วเล็กน้อย “มีรถอยู่แล้วทำไมไม่บอก โกหกทำไม” นี่แสดงว่าอีกฝ่ายหลอกเขามาตลอดงั้นหรอ


“ก็เพื่อที่จะได้หาเรื่องอยู่ใกล้กับคุณไง” เฟยเหยียดยิ้ม “แต่ตอนนี้รู้แล้ว...ว่ามันไม่มีประโยชน์


เหมือนถูกลูกบอลเตะอัดหน้าแรงๆ เขาเพิ่งเข้าใจความรู้สึกของคำว่าจุกอก ปกติเขาควรจะโกรธไปแล้วที่อีกฝ่ายทำตัวเจ้าเล่ห์แบบนี้ แต่ตอนนี้กลับเป็นเขาที่ยิ่งรู้สึกผิด นี่มันความรู้สึกอะไรกัน...


“แล้ววันนี้มาหามีอะไร?”


เย็นชา...โคตรเย็นชา ไอ้ลูกแกะที่ร่าเริงแจ่มใสของเขา บัดนี้เย็นชาเสียจนเขารู้สึกปวดหน่วง


“ถ้าไม่พูดผมไปนะ”


“เดี๋ยว!” สุดท้ายก็คว้ามืออีกฝ่ายไว้จนได้ “ทำไมถึง...ไม่กลับห้อง” เกรทพูดจนแทบจะเป็นกระซิบ


คนฟังเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนมาทำหน้านิ่งขรึมเช่นเดิม “ในฐานะอะไร?”


“…..” ใบ้แดกอีกแล้วครับท่าน ในฐานะอะไรมึงก็ตอบเขาไปสิโว้ยย อย่าเงียบแบบนี้สิเกรท!


“ผมว่าคุณไปตอบคำถามที่ผมถามให้ได้ก่อนเหอะ” ว่าเสร็จไอ้ลูกแกะก็สะบัดมือเขาออกพร้อมกับเดินไปขึ้นรถอย่างไม่แยแส แม่งงง...ง้อตั้งขนาดนี้แล้ว มึงจะเอาอะไรกับกูอีก


นี่จะต้องให้กูตายเลยหรือไงมึงถึงจะพอใจอ่ะ โว้ยยยย เกิดมายังไม่เคยต้องง้อใครหนักขนาดนี้ แล้วไอ้หมอนี่เป็นใคร ทำไมเขาต้องเป็นรองอีกฝ่ายตลอดด้วย เห้ออออ...คิดแล้วก็ปวดใจจริงโว้ยยยยย!!


























[แล้วยังไง? วันนั้นมึงก็เลยปล่อยเขาไปแบบนั้น]


“แล้วมึงจะให้กูทำยังไงไอ้สัส” เกรทบ่นหัวเสียผ่านสายโทรศัพท์ขณะนอนอยู่บนเตียง อุตส่าห์ถ่อไปถึงคณะไอ้ลูกแกะถึงที่ ห้องเรียนอะไรมันเขาก็ไม่รู้ โทรศัพท์มันก็ไม่รับ ข้อความมันก็ไม่ตอบ แต่เขาก็ยังดันด้นหามันจนเจอ แล้วนี่อะไร ไอ้ตัวขาวนั่นตอบแทนเขาด้วยการพูดจาตัดบทอย่างไม่ใยดี


[ง้อแฟนตัวเองนี่ต้องให้กูบอกทุกอย่างเลยหรอวะ]


“ฟะ...แฟนเหี้ยไรล่ะ”


[เขารักมึง แล้วมึงก็รักเขา อย่างนี้ไม่เรียกว่าแฟนหรือไงไอ้ควายยย]


“แต่...มันอาจจะไม่ได้รักกูแล้วก็ได้...” เกรทว่าเสียงเจื่อน ไม่รู้สิ...ก็ไอ้การกระทำเหล่านั้นแม่งโคตรเย็นชาเสียจนจะไม่ให้เขาคิดได้ไงว่าอีกฝ่ายหมดใจ เขาเกลียดการกระทำแบบนั้นของไอ้ลูกแกะเสียยิ่งกว่าเวลาที่มันชอบทำตัวยียวนซะอีก


[เกรท มึงอย่าโง่ กูขี้เกียจจะพูด] ปลายสายถอนหายใจจนรับรู้ได้ [มึงดูตัสนี้ เฟยอัพครั้งแรกในรอบหนึ่งอาทิตย์ กูไม่รู้เขาไปกับใคร แต่มึงไม่ควรปล่อยแฟนไปคนเดียว ยิ่งแฟนมึงโคตรจะน่ารักสัสๆ] ไอ้บลูพูดย้ำเสียจนเขาเริ่มรู้สึกหมั่นไส้แทน [ไปตามเอาเขากลับคืนมา ไม่งั้นอย่าหาว่ากูไม่เตือน]


เกรทเปิดดูตัสดังกล่าวก่อนจะพบว่ามันเป็นตัสที่ไอ้ลูกแกะเช็คอินที่ฟรายเดย์ เขาพอจะเดาได้อยู่หรอกว่าอีกฝ่ายคงจะเป็นสายปาร์ตี้ตัวยง แต่ทำไมครั้งนี้ถึงกลับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาดื้อๆ


“นี่กูต้องบากหน้าไปอีกแล้วหรอ”


[อย่าใช้คำว่าบากหน้า ทีเฟยยังลากสังขารไปภูกระดึงทั้งๆที่เขาไม่ได้ชอบความลำบากเลย มึงจะหาคนน่ารักๆแบบนี้ได้ที่ไหนอีก อย่าให้กูหมดความอดทนนะไอ้สัส!]


สิ้นเสียงคุณเพื่อนรักก็วางสายกริ๊งไปทันที ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโกรธที่อิจฉา หรือโกรธที่เขาง้อไอ้ลูกแกะไม่ได้กันแน่ และนั่นก็ทำให้เขาต้องมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าป้ายร้านเหล้าร้านประจำของเด็กคณะมนุษย์และนิติ


ห้วงอารมณ์ตอนนี้เหมือนกับน้ำร้อนที่ถูกเร่งอุณหภูมิให้เริ่มเดือดปุดๆ อาจเป็นเพราะตอนติดไฟแดงเขาเผลอเช็คไทม์ไลน์ของใครบางคนและก็พบว่ามีผู้ชายมากมายแท็กรูปในเฟสเจ้าตัวจนเต็มไปหมด


เกรทเริ่มรู้สึกถึงดราม่าที่กำลังจะเกิดขึ้นระหว่างเขากับอีกฝ่าย และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆเพราะเดินหาอยู่ไม่นานสายตาคมก็สะดุดเข้ากับคนตัวขาวที่ใส่เสื้อยืดตัวโคล่งหากแต่ตรงคอคว้านลึกเสียจนคนมองคิ้วกระตุก มันเป็นเสื้อตัวที่เขาห้ามไม่ให้ไอ้ลูกแกะใส่มาร้านเหล้าโดยเด็ดขาด


แต่สิ่งที่ทำให้คนหนุ่มเดือดดาลขึ้นมาจริงๆก็คือการที่อีกฝ่ายเต้นร่อนอย่างมีความสุขอยู่หน้าเวที แถมผู้ชายมากหน้าที่แผ่ออร่าแห่งความหื่นกระหายก็ทยอยกันเข้ามาถูร่างกายเบียดสีกับเจ้าตัวไม่หยุดหย่อน นี่เขากระวนกระวายใจแทบตายที่ไม่ได้เจอมัน แล้วดูสิ่งที่มันทำ...แม่งเคยคิดอะไรบ้างไหมวะ!!


“ไอ้เฟย!!” เกรทเดินตรงเข้าไปยังจุดที่ไอ้เด็กตัวร้ายยืนอยู่ก่อนจะคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนขาวสุดแรงจนเจ้าตัวหันมามอง มันเป็นสายตาที่เย็นชาเหมือนเดิม หากแต่ประโยคที่เขาได้ยินต่อจากนั้นต่างหากที่ทำให้เส้นอารมณ์แห่งความอดกลั้นขาดผึงลงทันที


“ใครวะเฟย”

“เพื่อนอ่ะพี่”

“เพื่อนแน่หรอวะ”

“ฮ่ะฮ่ะ เพื่อนดิ ผมโสดเว้ย”

หัวใจคนฟังกระตุกวูบ เพื่อนงั้นหรอ? เขาไม่รู้ว่าเขากำลังโกรธอะไร อาจจะโกรธที่อีกฝ่ายบอกกับคนอื่นว่าเขาเป็นแค่เพื่อน หรืออาจจะโกรธที่สายตาและคำพูดของอีกฝ่ายนั้นเน้นย้ำอยู่ตลอดว่าเขาเป็นแค่เพื่อน!


เกรทกระชากร่างคนตัวเล็กสุดกำลังจนเจ้าตัวปลิวมาตามแรงอย่างง่ายดาย เขาไม่สนหรอกว่าไอ้หน้าไหนจะมองยังไงหรือไอ้ลูกแกะจะร้องโวยวายแค่ไหน รู้เพียงแค่ว่าตอนนี้เขาจะต้องเคลียร์กับมันให้รู้เรื่อง!!


เฟยถูกจับยัดลงไปในพรีอุสสีเทา ก่อนเจ้าของตัวโตจะเปิดประตูเข้ามานั่งข้างๆแล้วเหยียบคันเร่งสุดฤทธิ์ตรงไปยังคอนโด และเขาก็ไม่สนใจด้วยว่าตัวเองจะขับเร็วหรืออันตรายแค่ไหน รู้เพียงแค่ว่าตอนนี้มีแต่พายุโทสะที่กำลังก่อตัวขึ้นอยู่ในใจ โกรธอะไร...นี่เขาโกรธอะไรกัน!!!


ถึงลานจอดรถเขาก็ลากอีกฝ่ายขึ้นไปยังลิฟต์ทันที ใช่! และมันก็ต้องเป็นอย่างนั้น ต่อให้เจ้าตัวจะบ่นยังไงก็ไม่มีทางสู้แรงเขาได้ สุดท้ายคนสองคนจึงมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโซฟาตัวเดิมในห้องที่ฉายหม่นท่ามกลางแสงจันทร์สลัว


“อะไรของคุณเนี่ยย!!” เฟยขึ้นเสียงอย่างงงๆพร้อมกับลูบข้อมือที่ขึ้นสีช้ำ


เกรทเหลือบมองข้อมือดังกล่าวแล้วก็พบว่า เขาคงบีบแรงจริงๆแหละมันถึงได้แดงขนาดนั้น แต่แล้วยังไงวะ ก็ทำตัวเองไม่ใช่หรือไง “มึงประชดกูใช่มั้ย?”


ประชดงั้นหรอ “ฮึ...โคตรหลงตัวเอง” เฟยแค่นหัวเราะอย่างระอาก่อนจะเดินตรงไปยังประตู


“จะไปไหน!?”


“กลับ!” กดคันโยกประตูลงโดยไม่แม้แต่จะหันไปมองคนเบื้องหลัง “เสียเวลากินเหล้าชิบหายเลย”


เกรทปรี่เข้าไปคว้าข้อมือของคนตัวขาวอีกครั้ง “เสียเวลากินเหล้าหรืออ่อยผู้ชาย!?” พร้อมกับมองอีกคนด้วยสายตาวาวโรจน์ กินเหล้างั้นหรอ? เหอะ เขาไม่ได้โง่ถึงขนาดที่จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร


“คุณแม่งไม่เคยรู้เหี้ยอะไรในตัวผมหรอก” เฟยพยายามปัดป้องคนที่ตัวโตกว่า แต่พยายามยังไงก็ไม่เคยสู้แรงผู้ชายคนนี้ได้เลย บางทีก็นึกเกลียดความอ่อนแอของตัวเองเหมือนกัน


ไม่ทันที่เกรทจะได้อ้าปากตอบ โทรศัพท์ของคนตัวเล็กก็มีสายเข้าพร้อมกับบทสนทนาแห่งความห่วงใยจากปลายสาย เขาไม่ได้ยินทางนั้นหรอก แต่เดาจากคำพูดของไอ้คนตรงหน้าก็รู้แล้ว


“อื้มอยู่นี่แหละป้อง”

“ไม่ต้องห่วงหรอก”

“เดี๋ยวเสร็จแล้วจะโทรหา”

ชายหนุ่มเหยียดยิ้มดูถูก “หรือไม่จริง!? มึงแรดขนาดไหนทำไมกูจะไม่รู้!!” เป็นประโยคเสียดสีที่ทำเอาคนฟังหัวใจกระตุกแปลบ “นี่ขนาดออกมาแล้วยังมีผู้ชายโทรตามอีก…แรดได้ใจจริงๆ!”


“เออ กูแรด!”  สรรพนามกูมึงที่เฟยเลิกใช้ไปนานถูกขุดขึ้นมาอีกครั้งอย่างเสียไม่ได้ “กูไปที่ผับก็เพราะอยากได้ผู้ชาย...จบมั้ย?” เขาไม่ได้อยากหยาบคาย แต่แค่น้อยใจที่เกรทไม่เคยจะยอมรับความรู้สึกของตัวเองเลย มันถึงเวลาแล้วที่เกรทควรจะพูดความรู้สึกซักที เพราะเขาจะได้รู้ว่าตัวเองควรต่อหรือจบ


แต่ยิ่งพูดก็เหมือนยิ่งสุมไฟ มันเป็นคำประชดที่ทำเอาชายหนุ่มคิ้วกระตุก เกรทกำข้อมืออีกฝ่ายแน่นขึ้นกว่าเดิม “มึงมันก็คงง่ายแบบนี้กับผู้ชายทุกคน เหมือนที่มึงง่ายกับกูสินะ!”


ผัวะ!

กำปั้นขาวซัดเข้าอย่างจังที่ข้างแก้มชายหนุ่มร่างสูง เป็นประโยคที่โคตรเหี้ยที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยินมา รักอยู่คนเดียว...ยอมอยู่คนเดียว แล้วจะให้เขาไปเอากับผู้ชายที่ไหนอีก คนรักกันแม่งพูดแบบนี้หรอวะ!


เกรทยกนิ้วโป้งปาดของเหลวสีแดงที่ไหลซิบออกมาจากมุมปาก ก่อนจะพุ่งเข้าแบกคนตรงหน้าขึ้นบนบ่า เฟยถูกทุ่มโยนลงบนเตียงนอนกว้างพร้อมร่างหนาของใครบางคนที่ก้าวตามขึ้นคร่อมแทบจะทันที


“ทำเหี้ยอะไร ปล่อยนะเกรท!” เฟยดิ้นพล่านเมื่อข้อมือทั้งสองถูกรวบขึงเหนือศีรษะ ริมฝีปากหยักได้รูปโฉบกระแทกเข้าที่ความนุ่มหยุ่นจนเด็กหนุ่มรับรู้ได้ถึงรสฝาด


“ทำแบบที่มึงชอบไง อยากได้มากใช่มั้ยผัว เดี๋ยวกูจะเป็นให้!” เกรทว่าหลังจากสูบกลืนวิญญานคนใต้ร่างด้วยจุมพิตร้ายจนอีกฝ่ายหอบพร่ารวนริน


“มะ...ไม่เอา อย่า!” เฟยพยายามขัดขืนสุดกำลัง แต่ยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งหมดแรง เพราะเกรทเข้าจู่โจมจุดอ่อนทุกจุดทั่วร่างกายจนอ่อนระทวย มันเป็นตอนที่เขาพยายามดันแผ่นไหล่ของคนที่เลื่อนตัวเข้ามาใกล้พร้อมดูดดุนไปตามต้นคอใส แต่เขาก็ค้นพบว่าตนเองได้พ่ายแพ้ให้กับผู้ชายคนนี้อย่างสิ้นเชิง


“ไม่เอางั้นหรอ!? มึงชอบให้กูเอาไม่ใช่หรือไง อ๋อ...หรือมึงอยากโดนคนอื่นเอา!?”


“ใช่! ตอนนี้...แฮ่กๆ... เป็นใครก็ได้ ที่ไม่ใช่มึง!”


ประโยคนั้นทำเอาระดับความโกรธของคนฟังเดือดทะลุจุดศูนย์ เกรทกระชากเสื้อยืดสีขาวจนขาดกระจุย ขณะเดียวกันเสื้อผ้าอาภรณ์ทุกอย่างบนตัวเขาและอีกฝ่ายก็ถูกฉีกทำลายจนหมดสิ้นอย่างบ้าคลั่ง


“ดี! กูจะทำทุกอย่างที่มึงไม่ชอบ!”


“อย่า!...ไม่!”


ปราการชิ้นสุดท้ายถูกถอดออก ก้านขาขาวถูกยกขึ้นพาดบ่า ก่อนแท่งดาบยักษ์จะกระแทกเข้าสุดความยาวตรงช่องทางปิดสนิทที่ไม่ได้รับการตระเตรียม ทำเอาคนใต้ร่างหลุดร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด สะโพกหนาขยับสวนเข้าออกภายในความคับแน่นจนคนถูกระทำดิ้นเร่า


“ชอบไม่ใช่หรอ! ครางออกมาสิ!”


“อึก!” เฟยไม่ตอบนอกจากพยายามต่อต้านตัวตนที่รุกล้ำด้วยเรี่ยวแรงอันโรยริน แต่ยิ่งฝืน ก็ยิ่งเหมือนเขากำลังถูกทำลายมากขึ้นเท่านั้น เขาหมายถึงหัวใจของเขาต่างหาก

ที่กำลังถูกทำลาย…


“ครางออกมา อยากมากไม่ใช่หรือไง นี่กูทำให้ฟรีไม่คิดตังซักบาท!”


เกรทส่งแรงกระทั้นจากเบื้องล่างอย่างสุดแรงราวกับปีศาจร้าย เสียงผิวเนื้อกระทบหยาบโลนดังลั่นโถงห้องที่มืดสนิท หากมองมาจากภายนอกก็คงเห็นเพียงเงาของชายหนุ่มสองคนที่กำลังเสพสมอย่างมีความสุข แต่จริงๆแล้วเป็นคนคนเดียวต่างหากที่กำลังมีความสุข


ส่วนอ่อนไหวที่ไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างถนุถนอมหรือชโลมด้วยเจลหล่อลื่นเริ่มบวมแดงจากการเสียดสีอันนักหน่วงจนเจ้าของร่างต้องจิกกำผ้าปูที่นอนแน่น เขาเลือกที่จะระบายความรู้สึกลงบนผ้าปูที่นอนแทนการวาดข่วนลงบนแผ่นหลังกว้างอันคุ้นเคย


แววตาคู่สวยทอดมองไปยังพื้นเพดานว่างเปล่าอย่างสิ้นหวัง เขานับถอยหลังในใจให้ช่วงเวลาอันเลวร้ายนี้ผ่านพ้นไปเสียที เป็นครั้งแรกที่เกรทเข้ามาในตัวเขาและเขาก็รับรู้ได้เพียงแค่ความรู้สึกเดียว...

ความเจ็บปวด

ท่อนกายอุ่นร้อนแทรกเบียดเข้ากระแทกซ้ำๆอย่างเอาแต่ใจ ผนังอ่อนนุ่มตอดรัดส่วนแข็งขืนจนผู้รุกล้ำกัดฟันกรอด เชื้อพันธุ์ขุ่นข้นถูกเติมเต็มเข้าไปในช่องทางด้านหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนสาสมห้วงอารมณ์หมาย


เขาไม่รู้ว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่ที่ตนเองฉีดพ่นความครุ่กครุ่นเข้าไปในร่างของอีกฝ่าย “หึ ขอบคุณกูสิ! ขอบคุณกูที่....” แต่ไม่ทันจะได้พูดจบ การกระทำทุกอย่างก็ต้องหยุดชะงักลง


ใบหน้าเรียวสวยที่อาบไปด้วยธารน้ำสีใสนั้นดูเศร้าหมองเสียจนฟันเฟืองเหล็กแทบจะหยุดทำงาน ไม่มีการสะอื้น ไม่มีการร่ำไห้ มีเพียงแต่สายน้ำตาที่ไหลท่วมอยู่เต็มพวงแก้มเนียน


สาแก่ใจหรือยัง?” เป็นเสียงโมโนโทนที่ถูกเปล่งออกมาจากร่างไร้วิญญาณ เฟยมองเขาด้วยแววตาที่เจ็บปวด ใบหน้านิ่งเรียบหากแต่ถูกฉาบไปด้วยหยดน้ำตากลับยิ่งทำให้คนมองรู้สึกผิดบาปมากเท่าทวี


นี่เขารังแกคนคนหนึ่งได้เลวร้ายขนาดนี้เลยหรอ เฟยต้องเจ็บปวดขนาดไหนถึงร้องไม่ออกขนาดนี้ เฟยต้องเจ็บปวดขนาดไหนถึงยังพูดออกมาได้ทั้งๆที่น้ำตาไม่ยอมหยุดไหลขนาดนี้


“กะ...กู...” เกรทค่อยๆไถ่ถอนตัวตนเมื่อเริ่มได้สติ แต่หัวใจก็แทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อพบว่าช่องทางด้านหลังของคนตัวเล็กมีเลือดออกไม่ยอมหยุด เหี้ยที่สุด! เขาไม่เคยทำรุนแรงกับเจ้าตัวขนาดนี้


“ทำอีกไหม?” เฟยยังคงมองมาด้วยสายตาเช่นเดิม “ทำให้พอใจเถอะ ยังไงกูก็ไปไหนไม่ได้อยู่แล้วนี่...ต่อให้มึงจะทำเลวกับกูแค่ไหน...หัวใจกูก็มีแค่มึงอยู่ดี” เด็กหนุ่มพูดพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบเปรอะผิวหน้า


“เฟย...กูขอโทษ กูขอโทษ” เกรทลูบมือไปที่ริ้วแก้มเนียนพลันเช็ดริ้วแก้มที่ว่าด้วยมือไม้สั่นเทา หากแต่ไม่มีประโยชน์ เฟยผินหน้าหนีพร้อมกับหยดน้ำแห่งความเสียใจที่ยังคงไหลรินอย่างต่อเนื่อง


“กูเคยคิดว่ามึงจะไม่เหมือนคนอื่น แต่สุดท้ายกูก็คิดผิด มึงก็เหมือนกับผู้ชายพวกนั้น...อยากได้แค่ร่างกายกู”


“มะ...ไม่ใช่!”


เฟยจับฝ่ามือหนาของเกรทให้แตะทาบลงบนแผ่นอกด้านซ้ายของเจ้าตัว “เจ็บไหม?”


เขาไม่รู้หรอกว่าความเจ็บที่อีกฝ่ายว่าคืออะไร รู้แค่ว่าตอนนี้ก้อนเนื้อด้านในมันช่างปวดหน่วง ปวดหน่วงอะไรเช่นนี้ “เจ็บ” มันเหมือนหัวใจกำลังถูกเศษแก้วกรีดแทงจนบาดลึก


“อื้ม...แต่ทางนี้เจ็บกว่าอีก” เฟยเปลี่ยนฝ่ามือมาแตะทาบลงบนแผ่นอกด้านซ้ายของตนเองบ้าง “ เจ็บทั้งร่างกาย เจ็บทั้งหัวใจ


เกรททำสำเร็จ เขาได้ทำลายคนคนหนึ่งไปอย่างสมบูรณ์ คนที่ทำให้เขาแทบคลั่ง คนที่ทำให้ชีวิตเขาต้องปั่นป่วน ถ้าเป็นการแก้แค้นเขาก็คงยิ้มร่าไปแล้ว แต่มันไม่ใช่ไง...เพราะตอนนี้เขากลับเจ็บปวดเหลือเกิน


เจ็บเหมือนตัวเองกำลังแหลกสลายไปพร้อมๆกัน...












TBC

=================================================================================

ฮือออ ค่อยๆพูดค่อยๆจากันก็ได้ T^T


ปล. ถ้าชอบก็ช่วยคอมเม้นติชมหรือติดแท็ก #มายาดวงดาว เพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยเน้อ

ทุกคอมเม้นทุกกำลังใจของทุกคน make my day มากๆน้าาา❤❤❤



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น