Bubble-Bew

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 22 เริ่มแผนการ (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 22 เริ่มแผนการ (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 667

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ค. 2561 16:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22 เริ่มแผนการ (2)
แบบอักษร

ตอนที่****22

**เริ่มแผนการ (**2)

“เดี๋ยวพวกแกไปดูทางนั้นนะ ฉันจะเดินตรวจแถวนี้เอง”

“ครับ”

การ์ดสองคนพยักหน้ารับก่อนจะแยกไปอีกทาง ตรงนี้เลยเหลือการ์ดตัวโตเพียงคนเดียวเท่านั้น ผมเหลือบมองเจ้าลิงหัวแดงที่ปีนขึ้นมาแอบบนต้นไม้อยู่กับผมด้วยความกังวล รอยยิ้มมุมปากกับสีหน้าที่ดูสนุกสนานทั้งที่สถานการณ์แม่งโคตรจะตึงเครียดทำความปวดหัวขึ้นสมอง ไมเกรนกินกะทันหัน!

ยากกว่าการเข้าไปขโมยของสำคัญให้อสุรกายคือการต้องคอยดูแลหมอนี่ไม่ให้อาละวาดนี่แหละ!

“ลุยเลยไหมครับอาจารย์ มันอยู่คนเดียวแล้วนะ”

“อือ ลุยน่ะลุยแน่ แต่นายต้องรออยู่ตรงนี้จนกว่าฉันจะส่งสัญญาณบอกให้ลงไป”

“อ้าว ทำไมล่ะครับ ให้ผมลงไปจัดการมันด้วยคนสิ!”

“ไม่ได้”

ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดพร้อมสบตากับด้วยท่าทีจริงจัง ผมจะไม่ยอมมาเสียพลังงานชีวิตตัวเองด้วยการหยุดยั้งการบ้าคลั่งของพายุลูกนี้เด็ดขาด

กันไว้ดีกว่าแก้!

ตุ้บ!

รอจนการ์ดเดินผ่านต้นไม้ต้นที่ผมแอบอยู่ไป จากนั้นก็กระโดดปุลงมา ค่อยๆย่องตามมันไปข้างหลังเพื่อรอจังหวะจัดการให้น็อคในคราวนี้ ความจริงช่วงเวลานี้ผมควรจะได้นอนอ่านหนังสืออย่างสบายใจอยู่ที่บ้านเหมือนที่ผ่านมามากกว่า แต่ในความเป็นจริงกลับต้องมาทำอะไรบ้าๆที่ไม่เคยทำมาก่อนอยู่ที่นี่ คิดแล้วมันน่าโมโหตัวเองชะมัด แค่เพราะเป็นห่วงเจ้าลิงหัวแดงเลยไม่สามารถทนนิ่งเฉยได้

เป็นเอามากนะเรา…

ตึกๆๆๆๆๆๆ

เสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาขณะที่ผมค่อยๆย่องจนจะถึงตัวเป้าหมายอยู่แล้ว หันกลับไปมแงก็พบว่าเป็นเจ้าลิงหัวแดงกำลังวิ่งหน้าตั้งตรงมาทางนี้

บอกให้รออยู่บนต้นไม้ไม่ใช่หรือไงวะ!

พลั่ก!!!

ร่างเล็กวิ่งผ่านหน้าผมไปประหนึ่งสายลม กระโดดลอยตัวเตะเข้ากลางหลังของการ์ดร่างยักษ์จนอีกฝ่ายหน้าทิ่มลงไปกับพื้น ผมขยี้หัวตัวเองจนยุ่งด้วยความหงุดหงิด สงสัยต้องเอาโซ่มาล่ามแล้วมั้ง สั่งด้วยปากไม่เห็นจะได้ผลเลย!!!

“เท่านี้ก็สิ้นเรื่อง มัวแต่เดินย่องๆแบบชูจิผมว่าหมดเวลาก่อนแน่ๆ”

หันมายักคิ้วอย่างภูมิใจในผลงานของตัวเอง ผมเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเจ้าลิงหัวแดง สองมือยื่นไปหยิกแก้มทั้งสองข้างของหมอนี่จนยืด

“โอ๊ยๆๆๆ เจ็บนะครับชูจิ เจ็บๆๆๆ”

“หยิกให้เจ็บไง ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้รอก่อน”

“ก็ผมอยากมีส่วนร่วมนี่นา อีกอย่างพวกเราต้องทำเวลาด้วยนะครับ”

“แล้วยังไง เพราะงั้นเลยไม่ฟังคำสั่งของฉันงั้นเหรอ?”

“ก็…”

หมับ!!!

“พวกแกเป็นใคร!!!”

ผมเบิกตากว้างอย่างตกใจ เมื่อการ์ดที่คิดว่าถูกลูกเตะของไต้ฝุ่นจัดการจนสลบหน้าทิ่มไปแล้วกลับลุกขึ้นมาด้วยท่าทางสบาย มันบีบเข้าที่คอของเขาจนตัวลอยเพราะหมอนี่หันหลังให้

“อะไรวะ โดนลูกเตะไปขนาดนั้นแต่กลับไม่เป็นอะไรเหรอเนี่ย  อั้ก!”

กรอบ!

“ไต้ฝุ่น!”

ฟันกรามขบกันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนไปตามร่างกาย โทสะเดือดดาลเมื่อฝ่ายที่กำลังถูกทำร้ายให้เจ็บปวดตอนนี้คือคนที่ผมต้องการจะปกป้องมากที่สุด

“ฉันจะจัดการพวกแกแล้วพาตัวไปให้หัวหน้าเค้นเอาความจริ…!”

หมับ…

“แกหมดสิทธิ์พูดตั้งแต่วินาทีที่มือของแกแตะต้องหมอนี่แล้ว”

ผมเอ่ยเสียงเย็น มือซ้ายบีบคอของมันเหมือนที่มันกำลังทำกับไต้ฝุ่น เสียงกระดูกเคลื่อนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ท่อนแขนใหญ่แข็งแรงของมันลดระดับลงจนเจ้าลิงหัวแดงกลับสู่พื้นดินได้อย่างปลอดภัย มือที่บีบคอเขาไว้คลายออก ขณะที่มือของผมเริ่มออกแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

ตุ้บ…

ร่างใหญ่ทรุดลงไปกับพื้น ใบหน้าเริ่มเขียวอื๋อจากการขาดอากาศหายใจ ลูกตาเหลือกขึ้นจนเห็นเส้นเลือดในตาชัดเจน ถ้ามองเผินๆจะดูเหมือนผมไม่ได้ออกแรงอะไรเลย แต่ความจริงแล้วผมทุ่มแรงทั้งหมดไปที่มือซ้ายของตัวเองเลยต่างหาก

“กะ…แก…แก…ปะ…เป็น คะ…ใคร”

“ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อต่อสู้หรือจัดการกับใครทั้งนั้น ที่ฉันมา…ก็เพื่อปกป้องเด็กคนนี้”

“…”

“คนสำคัญของอัศวินสีดำก็คือปิศาจหัวแดง จำใส่หัวเอาไว้”

กร๊อบ…

ตุ้บ…!

ปิดจ๊อบด้ยการออกแรงเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อทำลายเส้นประสาทของอีกฝ่ายให้สลบ จากนั้นก็จัดการลากร่างยักษ์ของมันเข้าไปซุกไว้ในพุ่มไม้ริมกำแพงด้วยมือเดียว พอเดินกลับมาที่จุดเดิมอีกทีก็พบกับสายตาประหลาดของไต้ฝุ่นที่จ้องมองมา

“อะไร”

“ชู…ชูจิ ทำไมถึงมีพละกำลังมากมายขนาดนั้นล่ะ”

“ไม่ใช่เรื่องของนาย”

เบือนหน้าหนีไม่ตอบคำถาม ลอบถอนหายใจในความงี่เง่าของตัวเองที่เผลอให้ความโกรธเข้าครอบงำจิตใจจนสูญสิ้นสติสัมปชัญญะของความเป็นมนุษย์ไปจนหมด

ดีแค่ไหนแล้วที่ผมยั้งมือของตัวเองเอาไว้ ไม่เผลอฆ่ามันตายไปเสียก่อน

“ชูจิ…”

“เห็นแบบนั้นแล้วยังอยากอยู่ใกล้ฉันอีกไหม ด้านมืดที่ฉันซ่อนมันเอาไว้ ถ้าวันหนึ่งฉันไม่สามารถควบคุมมันได้  แม้จะเป็นนายก็เถอะ ฉันอาจจะทำร้ายนายแบบนั้นด้วยเหมือนกัน”

ผมตอบเสียงเย็น ยืนหันหลังให้ไต้ฝุ่น มือซ้ายที่ใช้ลงมือไปเมื่อครู่กำลังสั่นเทา ขณะที่คนอื่นกำลังหวาดกลัวผมอยู่นั้น ไม่มีใครรู้หรอกว่าผมก็กำลังหวาดกลัวตัวเองเช่นกัน

กลัวว่าเมื่อไหร่ที่ผมหลุดออกจากความเป็นมนุษย์ ผมจะเผลอทำร้ายคนสำคัญของผมอีก…เหมือนในวันนั้น

หมับ…

“ไม่มีทางหรอก ผมรู้ ผมมั่นใจ ไม่มีทางที่มือคู่นี้ของชูจิจะทำร้ายผมอย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่ผม แต่ยังมีไอ้จอมกับเทียร์ ชูจิไม่มีวันทำร้ายพวกเราหรอกครับ”

ร่างเล็กเข้ามาสวมกอดผมจากด้านหลัง ซบใบหน้าลงกับแผ่นหลังที่กำลังสั่นสะท้านด้วยในหัวดันไปนึกถึงเรื่องที่อยากจะลืม

ความอบอุ่นจากเด็กคนนี้ ค่อยๆซึมซาบเข้าสู่หัวใจที่เยือกเย็นราวกับน้ำแข็งของผม

“ไต้ฝุ่น…”

“ครับ”

“มือนาย…จะต่ำเกินไปไหม”

ใช้มือข้างหนึ่งจับเอามือขวาของเจ้าลิงหัวแดงที่เลื่อนต่ำลงไปกุมเป้าผมไว้แบบเนียนๆขึ้นมาพลางหมุนตัวออกจากอ้อมกอดนั่น ประชันหน้ากับเจ้าเด็กมือไวที่กำลังส่งยิ้มแห้งเหือดมาให้ตรงๆ

“แหะๆ ชูจิก็…รู้ตัวเร็วจุง…”

มันทำท่ากำหมัดเล็กๆยกขึ้นมาเขกหัวตัวเอง คิดว่าทำแบบนี้แล้วมันน่ารักเรอะ!

เออ…

โคตรน่ารักเลยพับผ่าสิ

“เลิกเล่นได้แล้ว เรามีเวลาไม่มากนะ”

“คนที่มัวแต่อืดอาดก็คือชูจิไม่ใช่เหรอครับ!”

หมับ!

ผมดึงไต้ฝุ่นที่เดินตามหลังมาติดๆไปหลบหลังกำแพงได้ทันเมื่อมีการ์ดสองคนกำลังจะเดินผ่านหน้าไป ร่างเล็กยืนอยู่ด้านหน้าโดยมีผมยืนพิงกำแพงซ้อนอยู่ข้างหลังเขาอีกที มือข้างหนึ่งปิดปากคนพูดมากเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างก็กอดเอวอีกฝ่ายไว้แน่นไม่ให้ขยับ

อ่า…

นี่มันภารกิจทดสอบหัวใจของผมหรือไงวะ! ทำไมมีแต่เรื่องชวนให้สงบใจไม่ได้แบบนี้

“ฮ้า…”

ฟุดฟิดๆๆๆๆๆ

เมื่อการ์ดสองคนเดินผ่านไปแล้ว เจ้าลิงหัวแดงก็ทิ้งน้ำหนักตัวลงมาพิงผมอย่างเต็มที่พลางหันหน้ามาซุกไซร้จมูกสูดดมกลิ่นกายของผม

“โรคจิต”

“กลิ่นของชูจิ  ห๊อมหอมมม”

ยังมีหน้ามาทำจมูกบานอีก!

“ไปได้แล้ว”

ผมสะบัดหน้าหนีอย่างระอา คว้ามือไต้ฝุ่นให้ออกเดินต่อ พวกเรากำลังจะลอบเข้าไปในตัวบ้านแล้ว ตอนนี้กล้องวงจรปิดทุกตัวคงถูกโปรแกรมภาพลวงตาของราชินีจัดการเอาไว้แล้วสินะ มีเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงนับจากนี้ ผมต้องไม่มามัวเสียเวลาเดินเล่นรอบบ้าน สถานที่ที่ต้องรีบไปให้ถึงเร็วที่สุดคือห้องนอนของท่านอธิการฯ!

“พี่ศึกหายไปไหนแล้วนะ บอกว่าจะไปเดินตรงทางนั้นเองแท้ๆ แต่หายไปเลย”

“สงสัยแอบอู้ไปหาสาวที่ไหนอีกแน่ๆเลย”

‘ไปได้แล้ว’

ออกคำสั่งใส่ไต้ฝุ่นแบบไม่ออกเสียง เจ้าลิงหัวแดงพยักหน้ารับแล้วรีบเดินตามผมมาติดๆ ประตูหลังบ้านของที่นี่เป็นทางเข้าออกของพวกแม่บ้านและคนงานเสียส่วนใหญ่ ผมรอจังหวะให้การ์ดสองคนหันไปทางอื่น รีบวิ่งพรวดเข้าไปในตัวบ้านแบบเส้นยาแดงผ่าแปด!

หมับ!!!

‘โอ๊ย!’

‘ชู่!’

“คุณผู้หญิงไม่ยอมกินอะไรอีกแล้ว วันนี้ทั้งวันกินแค่น้ำเปล่าอย่างเดียวเองนะ”

“เอาน่า เรามีหน้าที่แค่เอาอาหารไปให้และเก็บกลับมาเท่านั้น ถ้าท่านจะไม่กิน เราจะไปทำอะไรได้”

แม่บ้านสองคนที่เดินเข้ามาในครัวพร้อมถาดอาหารพูดคุยกัน ถ้าเดาไม่ผิดผมว่าพวกเธอจะต้องหมายถึงภริยาของท่านอธิการฯที่ถูกขังอยู่ในห้องนั้นแน่ๆ

รอจนพวกเธอเดินผ่านไปผมถึงปล่อยมือออกจากหัวเจ้าลิงหัวแดงหลังจากที่จับกดลงไปจนติดพื้นก่อนที่จะถูกเห็นเข้า โชคดีที่ตรงนี้มีแจกันขนาดใหญ่วางอยู่ ไม่งั้นคงไม่มีที่ให้หลบ

‘ผมเจ็บนะชูจิ กดมาซะแรงเลย!’

‘ดีกว่าถูกจับได้แล้วกัน’

ผมตอบกลับเสียงเบา หยิบเอาแผนผังของคฤหาสน์นี้ที่ราชินีทุ่มเวลาเกือบอาทิตย์จนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนในการแฮกเข้าระบบของบริษัทก่อสร้างตัวแม่ที่อเมริกา แต่ว่าสุดท้ายแล้วก็ไม่อาจมีอะไรมาต่อกรกับความสามารถของราชินีแห่งความตายได้

หมอนั่น…

ส่งผ่านสิ่งที่เรียกว่า ‘ความตาย’ เข้าไปทางเส้นใยของโลกไซเบอร์เพื่อปิดทางหนีทุกทางและค้นหาสิ่งที่ต้องการเจอในที่สุด

เป็นความสามารถที่น่าทึ่งและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน

“ห้องนอนของท่านอธิการฯอยู่ตรงนี้”

ผมชี้จุดที่เป็นห้องเป้าหมายให้ไต้ฝุ่นดู ก่อนจะนึกเอะใจเมื่อตามแผนผังโครงสร้างที่นี่กับสถานที่จริงๆนั้นชี้ให้เห็นว่าห้องที่อยู่ตรงข้ามกับห้องของท่านอธิการฯก็คือ…

“ตรงนี้คือห้องนอนของผู้หญิงคนนั้น ไม่สิ…แม่ของแฟนธ่อมใช่ไหมชูจิ”

“อืม”

“อยู่…เหนือหัวเราพอดีเลยสินะ”

ทั้งผมและไต้ฝุ่นต่างเงยหน้ามองเพดานพร้อมกัน เหนือเพดานนี้ขึ้นไป…คือห้องของผู้หญิงคนนั้น…

พยานคนสำคัญที่จะสามารถทำให้เรื่องบ้าๆพวกนี้จบลงได้!!!

“ชูจิ เป็นอะไรไปเหรอครับ ทำไมทำหน้าตาน่ากลัวจัง”

“ไต้ฝุ่น ฉันมีเรื่องที่ต้องบอกนาย”

หันไปมองหน้าคนหัวแดงที่กำลังจ้องมองอยู่ก่อนแล้ว ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ ‘แม่มด’ มาหาผมฉายย้อนเข้ามาในความคิดอีกครั้ง

“วันนี้พวกเรา…ไม่ได้มาแค่เพื่อเอาของสำคัญของอสุรกายเท่านั้นนะ แต่พวกเรายังมีอีกหนึ่งภารกิจที่ต้องทำให้ได้ นั่นคือการช่วยปลดปล่อยเจ้าหญิงออกมาจากหอคอยของปิศาจ”

“ดะ…เดี๋ยวนะครับชูจิ หมายความว่ายังไงเหรอ ผมไม่เข้าใจ”

“นายกับฉันจะต้องช่วยคุณผู้หญิงของบ้านนี้ออกไป”

“อะไรนะครับ!”

“ชู่! เบาๆสิ อยากถูกจับได้หรือไง”

“ตะ…แต่เมื่อกี้ชูจิเพิ่งจะบอกให้พวกเราช่วยคุณผู้หญิงของบ้านหลังนี้ ไม่สิ ถ้าเอาตามภาษาท้องถิ่นคือฉุดเมียตาลุงอธิการฯเลยนะ”

ตาลุงอธิการฯ? เจ้าบ้านี่เคยมีความเคารพใครเขาบ้างไหมเนี่ย

“ใช่ ฉันจะบุกเข้าไปในห้องนี้เพื่อช่วยเธอออกมาเอง ส่วนนาย…ไปเอาของของอสุรกายมาให้ได้”

“ทำไมเราต้องช่วยเธอด้วยล่ะชูจิ  มีเหตุผลอะไรเหรอ”

“มันเป็นภารกิจที่ฉันได้รับ”

“จากใคร?”

“แองเจิ้ล ไม่สิ…”

“…”

“แม่มด”

ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทันทีที่ผมเอื้อนเอ่ยออกไป



บับเบิ้ลบิวชวนคุย**:**

สวัสดีค่า มาอัปตอนที่ 22 แล้วน้า ขนาดหน้าสิ่วหน้าขวานอาจารย์กับน้องฝุ่นก็ยังมีโมเม้นต์หวานแหววกันอีกจนได้ ไม่ได้สำเหนียกถึงเหตุการณ์ตรงหน้าเล้ย 555+ แต่เอ๊ะ? หมายความว่ายังไงที่ว่าอาจารย์รับภารกิจมาจากแม่มด! แม่มดผู้ก่อตั้งกฎเลวร้ายทั้งหมดขึ้นมาเนี่ยน่ะเหรอ? หรือแท้จริงแล้วอาจารย์จะมีแผนอะไรอยู่ในใจกันแน่ ติดตามกันต่อไปน้า

เรื่องนี้ตีพิมพ์กับสนพ.เฟยฮุ่ยนะคะ เป็นสนพ.เปิดใหม่ไฟแรงจ้า อีกไม่นานก็จะเปิดพรีฯแล้ว ฝากอุดหนุนรูปเล่มด้วยน้า มีวางขายตามร้านหนังสือและอีบุ๊คแน่นอนจ้า

เพจสนพ.เฟยฮุ่ย  https://www.facebook.com/feihuibooks/ 

ความคิดเห็น