เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

มาทำวันนี้เป็นวันที่ดีกันเถอะเจ้าค่ะ✿◕ ‿ ◕✿

ตอนที่ 38 คราปักษาลาราชันแห่งนักดนตรี และมุ่งสู่ถนนแห่งความตาย วิญญาณ ตำนานทมิฬ [จบบทที่ 8]

ชื่อตอน : ตอนที่ 38 คราปักษาลาราชันแห่งนักดนตรี และมุ่งสู่ถนนแห่งความตาย วิญญาณ ตำนานทมิฬ [จบบทที่ 8]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 162

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ค. 2561 15:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 38 คราปักษาลาราชันแห่งนักดนตรี และมุ่งสู่ถนนแห่งความตาย วิญญาณ ตำนานทมิฬ [จบบทที่ 8]
แบบอักษร

ตอนที่ 38 คราปักษาลาราชันแห่งนักดนตรี และมุ่งสู่ถนนแห่งความตาย วิญญาณ ตำนานทมิฬ [จบบทที่ 8]

“ความรักพ่ายแพ้ให้เงินตราค่าครองชีพ ความลังเลหลอกให้นางขี้ขลาด ความเชื่อใจผิดเพี้ยนไม่ช่วยให้นางมีแรงสู้สักนิด และความสับสนที่ทำให้ครอบครัวจบสิ้นตลอดกาล สาวน้อยแบกรับความโศกเศร้าไว้ในใจ นางเจ็บเกินกว่าจะพูด…กระนั้นฝันร้ายก็ยังไม่หายไป”

“เจ้าว่าคนสองคนที่เคยรักกัน จะกลับมารักได้อีกครั้งหรือไม่…”

-คำขอที่สองสำเร็จลุล่วง คำขอจากนักไวโอลินสาว ผู้ขอพรให้มีเพื่อนร่วมทางแก้เหงา-

-mission complete-

นับจากแยกกับพวกเมรัยก็ผ่านไปหนึ่งแล้ว ยามนี้ลีโอน่ากำลังนั่งพักผ่อน ณ ทุ้งหญ้ากว้างไกล พงหญ้าเตี้ยสีเขียวอ่อนมีลมพัดเป็นระยะ หญิงสาวลุกขึ้นและเหลียวมองรอบด้านเพื่อหาที่นั่งใหม่ เพราะตรงนี้เริ่มมีแดดส่องร้อนแรง นางมิชื่นชอบนั่งตากแดดในขณะนางสวมผ้าพันคอ มันร้อนและอึดอัด ครั่นเนื้อครั่นตัวด้วย ยิ่งสภาพอากาศเช้านี้แลมีเมฆฝนลอยเหนือภูเขาฟากโน่น คิดว่าอีกไม่นานพวกคุณฝนคงไล่ทันขบวนรถม้าขนส่งสินค้าทัน ลีโอน่ายังเดินทางร่วมกับกองคาราวาน กระนั้นขบวนนี้มิใช่ขบวนเดียวกับที่นางติดสอยตอนอยู่กับพวกเมรัย นี้เป็นอีกขบวนที่มีจุดหมายปลายทางแตกต่างกับเส้นทางที่พวกเมรัยตั้งเป้า

        พวกสายน้อย เมรัย นารี เรไร มุ่งหน้าสู่นครแห่งนักสู้ [ไฟท์มาคิสออน] 

          ลีโอน่ามุ่งหน้าไปเมืองนักผจญภัย [เบลเฟอร์เทียน]

          พวกนางแยกทางกันตั้งแต่เมืองวิตอรี่ ช่วงเวลาสามวันที่พักและตระเวนเล่นดนตรีในเมืองที่มีนักรบเดินสัญจร ยากนักที่เมืองแห่งอาวุธวิเศษและนักรบจะมีนักดนตรียืนเล่นเพลงให้ชาวเมืองฟัง เนื่องจากนครแห่งนั้นเป็นนครแห่งอาวุธวิเศษหรือชื่อคือเมืองแห่งนักรบซึ่งชาวเมืองส่วนมากเก้าส่วนประกอบอาชีพทหาร ขุนพล นักรบ อัศวิน ช่างตีศาสตรา และอาชีพเสี่ยงตายรับใช้ชาติ พวกเขาแข็งกระด้าง หยาบคาย แต่ก็เป็นมิตรยิ่งนัก ผู้ใหญ่แต่ละนายบึกบึน กายกำยำ ให้องอาจ แข็งแกร่ง กล้าหาญ ชอบใช้กำปั้นและค้อนในการแก้ปัญหามากกว่าใช้พลังมาโฮสาปให้อีกฝ่ายกลายเป็นอึ้งอ่าง กิ้งกือ บางทีก็สาปเป็นกุ้งเผา  

          คราวที่ลีโอน่าเล่นดนตรีมีคนเอ่ยปากชมฝีมือนางมากมายยิ่งกว่ายามที่นางละเล่นดนตรีที่เมืองอื่น พวกเขาอยากขอให้ลีโอน่าตั้งถิ่นฐาน ปลูกบ้าน สร้างครอบครัวที่เมืองด้วยซ้ำ แต่หญิงสาวปฏิเสธอย่างเกรงอกเกรงใจ บอกว่าหากมีโอกาสจักมาเล่นดนตรีที่เมืองนี้อีกครั้ง

          รอยยิ้มของผู้คนยังเป็นของขวัญสำหรับลีโอน่า ยามที่พวกเขาฝึกทหารนางก็ช่วยตีกลองปลุกเร้าความฮึกเหิม พวกช่างตีเหล็กชวนนางร่วมวงสุรา นางก็โบกมือขอผ่าน กระนั้นก็ถูกบีบบังคับให้ดื่มจนมึนเมา หญิงสาวอ้วกแตก หมดสติจนต้องให้พวกสาวน้อยแบกกลับที่พักในสภาพมิงาม

          และแล้วก็ถึงคราที่ลีโอน่าแยกทางกับพวกเมรัย จะบอกเศร้าสองส่วน เหงาสองส่วน และมากกว่าความรู้สึกเหล่านั้นคือความรู้สึกขอบคุณที่มีพวกเมรัยเคียงข้าง ลีโอน่ามีเพื่อน กระนั้นพอโตแล้ว คำว่าเพื่อนก็ฟังห่างเหิน และพบกันได้ยากนัก หญิงสาวอาจมีเพื่อนใหม่ กระนั้นนักดนตรีพเนจรหาเพื่อนได้ยากเย็น เพราะพวกเขามิมีบ้านเป็นหลักแหล่ง ฉะนั้นเพื่อนร่วมทางจึงเป็นเครื่องมือคลายเหงาที่มีคุณภาพ มีแล้วก็อยากครอบครอง ไม่อยากให้หายไป

          ‘พี่ลีโอน่าอย่าทิ้งพวกหนูไปเลยนะ’เมรัยเสนอพุงป่องๆให้อีกฝ่ายคิดใหม่

          ‘นี่คือประตูโยดารุ่นพกพา พี่ลีโอน่าไว้ใช้เก็บของนะคะ’นารีมอบอุปกรณ์วิเศษให้พี่สาวใช้ระหว่างเดินทาง

          ‘กระซิกๆ’เรไรร้องไห้จะเป็นจะตาย นางไม่รู้จักพูดอะไรดี ร้องไห้เลยละกัน

          “เด็กหนอ…”ลีโอน่าดึงผ้าพันคอพลางคลี่ยิ้มอ่อน นางหาที่หลบแดดเจอแล้ว หญิงสาวผู้เดี่ยวดายยืนพิงต้นแคนาใหญ่ริมถนนทางหลวง ยามนี้คือยามกลางวันซึ่งเป็นเวลาหยุดพักเท้า บรรดาพ่อค้าแม่ค้าเร่งตรวจสินค้า ทหารรับจ้างก็แบ่งงานทำหน้าที่ป้องกันกลุ่มโจรป่า แม้เรื่องเจอกองโจรในบริเวณโล่งกว้างไร้ป่า สิ่งกีดขวางถือเป็นเรื่องหายาก ทว่าพวกทหารก็ตระเตรียมพร้อมรบมิคลายความระมัดระวัง พวกเขาถูกจ้างให้คุ้มกันสินค้า รับเงินแล้วต้องปฏิบัติหน้าที่ให้สมค่าแรง

          ลมร้อนพัดกลิ่นไอฝน ลีโอน่าเงยหน้ามองท้องฟ้าสีฟ้าครามมีหมู่เมฆเคลื่อนขยับอย่างรวดเร็วปานกระต่ายวิ่งหนีหมาป่า หญิงสาวหลุบตาพยายามฟังเสียงรอบทิศ กระนั้นสิ่งที่ทำให้นางกังวลคือเสียงฟ้าผ่าฟ้าร้อง และเสียงพายุใกล้ๆ

          “คงไปถึงหมู่บ้านก่อนฝนตก”

          ลีโอน่าคิดในแง่ดี ซึ่งนางคิดถูก พวกนางไปถึงหมู่บ้านก่อนฝนตกจริงๆ กระนั้นยามนี้ไม่มีใครรู้ความจริงข้อนี้

          ความสบายใจที่ผุดประปรายทำให้หญิงสาวผ่อนลมหายใจ และนึกอยากงีบหลับ กระนั้นเหลือเวลาพักมิมากแล้ว ลีโอน่าจึงยืนเฉยๆใช้สายตามองเค้าโครงเมฆฝนเล่น หญิงสาวใคร่นึกถึงวาจาอวยพรที่หมอผีน้อยมอบให้ นางแตกหน้าผาก ณ จุดผิวเรียบเนียนเคยมีคนประทับตราไว้สองคน หนึ่งคือคุณพ่อลีโอน่า และอีกคนคือ…เมรัย

              ‘เจ้าจักมีวาสนาพานพบผู้ที่เจ้าตามหา’

          ภาพความทรงจำส่วนเมื่อหนึ่งวันก่อนช่างเลือนรางนัก ราวมันคือความทรงจำเมื่อครั้งนางลืมตาดูโลกอย่างไรอย่างนั้น สาวน้อยตัวเตี้ย อวบอ้วน เขย่งปลายเท้าและจูบหน้าผากนางเหมือนที่ผู้ใหญ่ทำให้เด็กน้อย ประหนึ่งคุณแม่จูบลาลูกสาวยามไปส่งที่โรงเรียน จูบอันแผ่วเบาราวปุยหิมะ กระนั้นช่างอบอุ่น และวิเศษเหนือคำอวยพรใด ลีโอน่าจำแววตาที่เมรัยมองนางได้ดี

          แววตาซึ่งเปี่ยมด้วยความเชื่อมั่น และความลึกล้ำของผู้วิเศษ

          “เหมือนคุณยาย..”ลีโอน่านึกรสจูบก็ให้น่าแดง ไม่นานก็แผ่วหัวเราะ เมื่อครู่นางพึมพำบอกว่าเมรัยเป็นคุณยายหรือ นี่เหมือนบอกว่าเมรัยแก่แล้ว ถึงแม้ความจริงเมรัยเด็กน้อยก็ตาม ลีโอน่าส่ายหน้าระอากับความคิดบ้าบอ เช่นนั้นนางก็ดีใจที่มีคนอวยพรให้ แม้นพวกเมรัยจะจากไปแล้ว กระนั้นนางภาวนาให้มีโอกาสพบกันอีก หากมีสักวันที่ลีโอน่าเดินทางไปเมืองลักกี้ นางหวังว่าได้เจอเมรัยที่นั้น

          เมืองลักกี้คือเป็นบ้านเกิดและบ้านเมรัย คราวนึกถึงบ้านเกิด ลีโอน่าหลุบตาเอนพลังพิงลำต้น

          นักเดินทางสมควรมีจุดหมาย …ไม่ว่าไกลหรือใกล้…

           บ้านเกิดหรือ…

          “คุณฮาโมนี…พวกเรากลับแคว้นฮาโมนีดีหรือไม่”

          “…”

          สายลมแห่งความตายสะกิดกิ่งไม้ปลิดปลิว อีกด้านของลำต้นแคนาในส่วนเงาดำทะมึน ปรากฏคนผู้หนึ่ง

          “…พาคุณฮาโมนีกลับแคว้นฮาโมนี อือ ฟังแปลกๆ”

          หญิงสาวทำหน้าปลาตาย มุมปากยกยิ้มซุกซน

          ส่วนคนที่ถูกเอ่ยนามมิคิดตอบอันใด..กระมัง

          “ถ้าอยากกลับก็กลับ”

          ท่ามกลางความร้อนอบอ้าวมีเสียงหัวเราะ และแล้วนักไวโอลินสาวกับนักฆ่าก็ตัดสินใจ…เดินทางกลับบ้านเกิด…

[ติดตามตอนพิเศษได้ในบทพิเศษ : หวนคืนสู่บัลลังก์จักรพรรดิ]

บทส่งท้ายและเป้าหมายต่อไป

          กาลยุคสมัยเปลี่ยนผัน ในห้วงแห่งเพลาประวัติศาสตร์มีนิทานมากมายถือกำเนิด เหล่าตัวตนแห่งความมืด สัตว์ประหลาดที่หลบซ่อนในถ้ำหิน สัตว์ร้ายกระหายเลือด เทพแห่งความตาย และจ้าวแห่งการทำลายล้าง เรื่องราวพวกนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ นาง และ เขา แต่อย่างใด เพราะอะไรหรือ ก็นางและเขาเป็นแค่วิญญาณกระจอกงอกง่อยที่ไม่มีพลังหรือค่าอะไรเลยน่ะสิ ก็แค่วิญญาณคนตายที่ยังมีเรื่องค้างคาใจ และความปรารถนาที่ยังไม่สำเร็จเท่านั้น นี่แหละคือสาเหตุที่ทำไมนาง และเขายังมิไปผุดไปเกิดใหม่ นาง และเขาเฝ้ารอคอยใครสักคน ใครก็ได้ที่สามารถช่วยเหลือนาง และเขาให้หลุดจากเขตหวงห้ามนี้ นาง และเขาอยากพบคนรัก แต่ไหนเลยความปรารถนาจักเป็นจริงได้ ทว่าคืนหนึ่ง มีดาวตก…

          นาง และเขาจึงขอพร

          ขอให้นางหรือเขาพบกันอีกครั้ง….

        โปรดติดตามบทต่อไป

ความคิดเห็น