Kitsunez

ขอฝากเรื่องนี้ในใจของทุกคนด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับการอ่านและคอมเม้นของทุกๆคนที่ทำให้มีแรงใจในการเขียนขึ้นค่ะ สามารถคอมเม้นเข้ามากันเยอะๆนะคะ จะรออ่านของทุกคนเลย :)

ตอนที่ 4 สงคราม

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 สงคราม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ค. 2561 13:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 สงคราม
แบบอักษร

เวลา 18:15น.

ตอนนี้ลูกทัวร์เริ่มทยอยกันเข้ามาที่ล็อบบี้ที่ผมได้นัดเอาไว้ ผมคอยนับจำนวนลูกทัวร์และรอเวลาอีกสักนิดหน่อยก่อนจะพาทุกคนไปที่ห้องอาหารด้วยกัน ทัวร์อื่นๆกับชาวต่างชาติและแม้แต่คนญี่ปุ่นก็มาอยู่โรงแรมนี้เหมือนกันครับทำให้บรรยากาศมันดูคึกครื้นขึ้นมาเยอะเลย ผมเดินตามพนักงานที่พาไปที่โต๊ะยาวที่นั่งกันได้ถึง10กว่าคนต่อโต๊ะตัวหนึ่ง โดยจองไวเแล้วสองที่แล้วมองเห็นคู่ฝาแฝดน่ารักอย่างทิวากับตะวันที่ดูตื่นเต้นไม่ใช่น้อยๆกับสถานแปลกที่แปลกตา

แหม่...ตอนอยู่ที่ปราสาทฮิเมจิยังจำแววตาที่ดูเป็นประกายของทั้งคู่ได้อยู่เลย ผมเลยอมยิ้มแล้วเดินไปหาทั้งสองที่นั่งลงเก้าอี้กันเรียบร้อย

“ของนั่งด้วยไหมเอ่ย?” ผมถามทั้งสองที่กำลังคุยกันเจี้ยวจ้าวกันสองคน ทั้งสองหันมามองผมแล้วพยักหน้าให้ผมเลยได้นั่งกับทิวาตัวน้อย

“พี่แสตมป์! หม่าม๊าบอกมีออนเซ็น จริงเหรอฮะ?” ตะวันเป็นฝ่ายถามออกมาแล้วมองผมตาแวววับกับทิวาที่จ้องผมด้วยเหทือนกัน

“มีครับ เดี๋ยวพอเรากินข้าวกันเสร็จทั้งสองคงได้แช่น้ำออนเซ็นแล้วละ” ผมพยักหน้าเบาๆรอบนี้ทิวาก็เป็นฝ่ายถามบ้าง

“เหมือนการ์ตูนรึเปล่าฮะ?”

“เหมือนมากๆ จนเหมือนหลุดออกมาจากโลกการ์ตูนเลย” ผมพูดเสริมจนเด็กน้อยทั้งสองร้องว้าวแล้วดี๊ด๊ากันกว่าเดิม ส่วนพ่อแม่ทั้งสองก็ได้แต่มองยิ้มๆกับความใสซื่อของเด็กน้อยทั้งสองคน

“แล้วทั้งสองเคยแช่ไหมเอ่ย?”

“ไม่เคยฮะ/ยังไม่เคยฮะ!” ทั้งสองตอบออกมาพร้อมกัน พอดีกับเมนูแรกก็ทยอยเสิร์ฟออกมาเป็นของกินง่ายๆก่อน ผมมองรอบโต๊ะว่าโต๊ะนี้มีใครบ้างก่อนจะถอนหายใจเบาๆ

ดีจัง..พี่เมจเซจไม่ได้อยู่โต๊ะนี้..ถ้าอยู่ผมก็ไม่ค่อยอยากกินข้าวแน่ๆ!

“สแตมป์”

“?!”

ผมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อด้านหลังผมถูกใครสักคนสะกินแถมกระซิบข้างหูจนหันไปมองทันที

“โธ่ พี่สกาย ผมตกใจนะครับ!” ผมโวยวายออกมาเบาๆเมื่อเป็นพี่สกายนี้เอง จะเรียกก็สะกิดธรรมดาก็ได้นี่นา กระซิบข้างหูจนมันแอบรู้สึกแปลกๆนะ สกายเลยทำหน้างุนงงเล็กน้อยแต่ก็ยิ้มออกมา

“ไม่นั่งด้วยกันเหรอ?”

“ไม่เป็นไรครับ ผมอยากนั่งกับฝาแฝดน้อยน่ะ” ผมยิ้มแห้งๆแล้วเหลือบมองสองแฝดที่กำลังกินซุปเต้าเจี้ยวอย่างอร่อยกันเลย

“โห่ พี่อุสาห์รอแท้ๆ”พี่สกายบ่นออกมาแล้วไม่ได้จริงจังอะไรก่อนจะลูบหัวทั้งสองแฝดเบาๆอย่างเอ็นดู แม้ทิวาจะดูเกร็งๆกลัวๆนิดหน่อย ทิวานี่ขี้กลัวจังนะเนี่ย..เมื่อเห็นผมยืนยันที่จะนั่งตรงนี้พี่สกายก็ไม่ได้ขัดหรือบังคับอะไรผมได้แต่ส่งยิ้มก่อนจะกลับโต๊ะตัวเอง อาหารก็เสิร์ฟออกมาเรื่อยๆ มีอะไรอีกมากมายให้เลือกกินได้เต็มที่ของหวานจะมาภายหลัง ผมมองบรรยากาศที่ทุกคนกำลังกินพูดคุยกันอย่างสนุกสนานแล้วโล่งใจออกมา แม้พวกเขาจะไม่รู้จักกันแต่ก็คุยกันเหมือนเป็นเพื่อนหรือพี่น้องได้สบายๆเลย ผมชอบภาพแบบนี้จัง ผมเลยนั่งมองยิ้มๆ สองแฝดก็สลับกันป้อนกันเองจนมันเลอะเทอะนิดหน่อยแต่พ่อแม่พวกเขาก็ไม่ได้ห้าม ปล่อยให้เด็กน้อยเติบโตด้วยตัวเอง และ…..ผมเหลือบมองทางพี่เมซเซจที่กำลังคุยกับเบลล่าสนุกสนาน โดยใบหน้าของพี่เมซเซจกำลังยิ้มแย้มอย่างมีความสุขเลย

…...นี่รึเปล่านะ คนที่คู่ควรกับพี่เขา ?

ตอนที่อยู่ด้วยกันตอนอยู่ในห้องยังคงติดตาผมอยู่ด้วยซ้ำ สายตาที่มองมาที่ผมอย่างกับผมเป็นตัวประหลาดแต่ก็ยิ้มให้คุณเบลล่าเสมือนนางฟ้ากับเทวดา ผมถอนหายใจออกมาแล้วมองทางอื่นไป

ไม่เอาน่า แสตมป์..มันจบไปแล้วจริงๆนะ

เวลาผ่านไปจนสมควรผมก็ลุกขึ้นบอกกำหนดการผ่านไมค์พกพาที่เอามาด้วย รวมถึงทางไปแช่น้ำออนเซ็นให้ผ่อนคลายกันสักหน่อยเผื่อใครสักคนอยากแช่แบบธรรมชาติจริงๆมากกว่าแช่น้ำในอ่างธรรมดาๆ ซึ่งพอทุกอย่างลงตัวผมก็บอกราตรีสวัสดิ์ทุกคนให้เรียบร้อยก่อนจะคอยส่งลูกทัวร์บางส่วนที่ลุกขึ้นเพื่อกลับห้องไปพักผ่อนตามใจของตน

ผมบิดขี้เกียจนิดหน่อยหลังจากลูกทัวร์ออกจากห้องอาหารแล้ว เฮ้อ...เมื้อยจัง แต่แช่น้ำตอนนี้คนน่าจะเยอะ ผมไปจัดของเตรียมกำหนดการนิดๆหน่อยๆดีกว่า ผมเลยเดินออกจากห้องอาหารบ้างก่อนจะกดลิฟต์ไปชั้นที่ตัวเองพัก เมื่อถึงห้องก็ทิ้งตัวนอนลงบนเตียง

ไหนว่าจะเตรียมกำหนดการ….ขอสักงีบนิดเถอะนะ Zzz..

21 : 50  น.

ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเหมือนจะฝันไม่ดี...ผมจำฝันไม่ค่อยได้ รู้แค่เพียงเหมือนมีอะไรบางอย่างไล่ตามผมอยู่จนผมต้องตื่นขึ้นมา ผมเลยเอาแว่นออกแล้วขยี้ตาอย่างง่วงนอนก่อนจะบิดขี้เกียจ ก่อนจะสวมแว่นกลับคืน กี่โมงแล้วเนี่ย...ผมว่าจะนอนนิดเดียวแท้ๆ

ผมหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาก่อนจะอ้าปากค้าง 4ทุ่ม!? เดี๋ยวบ่อออนเซ็นก็ปิดแล้วนี่นา ! ผมรีบเดินไปหยิบเสื้อผ้าเตรียมของให้เรียบร้อยก่อนจะทวนเหตุการณ์ในใจ กว่าจะกินข้าวอะไรหรือคอยลูกทัวร์ก็2ทุ่ม ผมนอนไป1ชั่วโมงกว่าๆเกือบ2เลยเหรอเนี่ย.. เมื่อเตรียมของเสร็จผมก็เดินตรงไปที่บ่อออนเซ็นของโรงแรมแล้วพบกับความเงียบสงบ...แหงสิ คนอื่นคงแช่แล้วไปนอนกันหมดแล้ว ผมเลยได้แต่งุนงงๆกับตัวเองแล้วถอนเสื้อผ้าตัวเองออก ไม่มีคนก็ดีไปอีกแบบ...เพราะผมมันขี้อายนี้นา ////;

ผมวางเสื้อผ้าสัมภาระต่างๆไว้ในตะกร้าที่อยู่ชั้นสำหรับวางแล้วพกผ้าขนหนูผืนเดียวที่ปิดเพียงส่วนล่างไว้ แช่น้ำสักพักค่อยไปแล้วกันนะ..

ผมเดินไปที่ล้างตัวก่อนจะวางผ้า ตรงโซนอาบน้ำก็มีพวกก๊อกน้ำเย็นกับน้ำร้อนให้เลือกอาบหรือชำระตัวพร้อมถังไม้ขนาดเล็กๆที่พอให้ล้างหน้าล้างตา กระจกก็ขนาดกลางที่เอาให้ส่องตัวเองรวมถึงด้านข้างกระจกมีฝักบัวที่ดูเรียบหรู

แม้โรงแรมนี้จะมีมายาวนาน เขาก็เอาความใหม่และเก่ารวมกันภาพโดยรวมของออนเซ็นที่นี่นับว่าสวยเลยล่ะครับ เพราะตรงบ่อน้ำร้อนก็เป็นขนาดใหญ่ที่ผู้คนสามารถแช่กันได้ 30-40คนเลย โดยแยกชายหญิงเอาไว้ อ้อ..ผมลืมบอก ตรงออนเซ็นที่ใช้อยู่เป็นด้านหลังของโรงแรมครับ ทำให้เงยหน้ามองท้องฟ้าก็ได้มีต้นไม้ประดับไว้เล็กๆน้อยๆพอสวยงาม มีก้อนหินมากมายให้มันเข้ากับบรรยากาศธรรมชาติเข้ากับการแช่น้ำแร่บริสุทธิ์  ถ้าคิดถึงภาพของที่คันไซน่าจะสวยและธรรมชาติสุดๆแน่ๆเลยแค่ที่นี่ก็สวยมากแล้วก็ตาม

“........”

ผมมองตัวเองที่กระจกแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ ผิวของผมมันขาวอมชมพูธรรมชาติตามแม่กับพ่อที่เป็นคนขาวอมชมพู ทำให้ผิวมันดูสวย ถ้าผมเป็นผู้หญิงมันต้องน่ารักอยู่แล้วละ แต่นี่เพราะเป็นผู้ชายผู้ชายผิวออกชมพูแบบนี้ มันเลยไม่พ้นการโดนเพื่อนล้อในวัยเด็ก หรือไม่ก็โดนเข้าใจผิดว่าเป็นเด็กผู้หญิงรึเปล่า(ตอนเด็กๆพ่อชอบจับผมแต่งชุดน่ารักๆเพราะตอนผมเด็กมันคล้ายผู้หญิงไม่ผิดเลย (มองรูปตัวเองในตอนเด็กที่แม่ทำเป็นอัลบั้มแล้วผมก็แทบอยากมุดดินหนีเลยครับ ฮือ)

ผมล้างตัวอย่างใจเย็น เขาว่ากันว่าให้อาบด้วยน้ำร้อนไปก่อนแล้วเราจะชินกับน้ำในออนเซ็นมันมากขึ้น ผมเคยแช่ประมาณ 3ครั้งได้ แช่แล้วมันดูมีพลังเลยละ!

ครืดด

“ไม่มีใครอยู่แล้วมั้ง เพราะมึงอะไอ้เมซ มัวแต่จีบกันอยู่ได้!”

“อ้าวๆ ก็บอกให้มึงไปแช่คนเดียวก่อนก็ไม่ไปพวกไอ้อลันกับไอ้ต้าร์ก็แช่ก่อน  โทษกูไม่ได้นะ”

“ไอ้อลันกับไอ้ตาร์มันรีบอะ กูเพิ่งกินอิ่มไม่อยากแช่โว้ย!”

“งั้นเลิกบ่นดิก่อนกูจะทิ้งมึง”

เสียงพูดคุยดังขึ้นตั้งแต่เปิดประตู ผมสะดุ้งทันที ไม่อยากจะหันไปหรอกครับ เพราะจากชื่อและน้ำเสียงของคนที่คุยกันก็รู้เลยว่าใคร…ผมเลยรีบล้างตัวแล้วทำเป็นเงียบไว้ก่อนจนพวกเขาเดินมาแล้วเสียงพี่สกายก็ดังขึ้น

“เอ้า สแตมป์ พึ่งมาแช่เหรอ?” เฮือก...ทักทำไมเนี่ย!

ผมเลยหันไปมองพวกเขาก่อนจะส่งยิ้มเจื่อนๆให้พี่สกาย

“คะ ครับ...เพิ่งมาแช่…” แต่ผมก็เผลอมองร่างกายของพวกเขาจนได้ ผมไม่ได้ลามกนะ! ผมหมายถึงส่วนร่างกายท่อนบนของพวกเขาต่างหาก

ทั้งคู่ยังดูเป็นชายกว่าผมขึ้นมาเยอะเลย..พี่สกายก็มีซิกแพคกลางๆประดับไว้ให้มันดูเซ็กซี่กับพี่เมซเซจที่มีหุ่นที่ผู้ชายที่ไหนก็อิจฉากันทั้งนั้นเพราะหุ่นแบบนั้นต้องออกกำลังกายมากน้อยแค่ไหนก็ไม่รู้ (ผมเองก็เคยลองพยายามแล้วครับแต่ไม่สำเร็จอะ..) ผิวของพี่สกายดูออกเข้มกว่าพี่เมซเซจนิดหน่อย แต่นั้นก็นับว่าทั้งคู่สมเป็นชายชาตรีกันมากกว่า..(มองตัวเองแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ)

พี่เมซเซจเหลือบมองผมเล็กน้อยแต่ไม่พูดออกอะไรออกมา ผมเลยหยิบผ้าปิดส่วนท่อนล่างตัวเองแล้วรีบเดินไปแช่น้ำร้อนแล้วค่อยๆหย่อนขาไม่มองพวกเขา เหมือนมีปมด้อยจังเลยนะแสตมป์ เฮ้อ..

“งั้นมาแช่ด้วยกันเนอะ แสตมป์!”หลังจากที่บรรยากาศเงียบไปนิดหน่อยก็กลับเข้าเหมือนเดิม พี่สกายก็หันไปคุยกับพี่เมซเซจระหว่างอาบน้ำล้างตัวกัน ผมแกว่งขาของตัวเองไปมาเบาๆ น้ำมันกำลังอุ่นดีถ้าลงไปแช่คงรู้สึกดีไม่ใช่น้อยแต่ผมต้องปรับอุณหภูมิของตัวเองซะก่อน

จู่ๆก็อยากกลับห้องแปลกๆ...แต่คงผิดสังเหตุน่าดู ผมคิดต่างๆนาๆในหัวก่อนจะค่อยๆหย่อนตัวเองลงไปแช่น้ำโดยนั่งริมขอบสุดของบ่อ ผ้าก็ผูกกับหน้าผากตัวเองเพราะผมเอามาชุบน้ำเย็นไปแล้ว เขาว่ากันว่าถ้าทำแบบนี้มันจะทำให้ไม่เวียนหัว

ไม่นานพวกพี่สกายก็ลงน้ำบ้างแต่เมื่อพี่สกายเห็นผมนั่งลีบมุมเขาก็กวักมือพร้อมเรียกให้ผมมาหาพวกเขาสักหน่อย

“แสตมป์ มาแช่ตรงนี้สิ ห่างกันจัง”

“...ไม่...ไม่เป็นไรหรอกพี่สกาย แฮะๆ..”ผมเลยเหลือบมองทางอื่นทันที บรรยากาศจะมาคุซะเปล่าเพราะผมกับพี่เมซเซจไม่มีใครทักใครสักหน่อย..

“น่าาา ใช่ป่ะ เมซ” พี่สกายยังไม่เลิกพยายามแล้วร้องหาพวกทันที

“.....ไม่ได้ห้ามนี่” พี่เมซเซจตอบออกมาทำเอาผมแอบเบ้ปากไปด้วยความหมั่นไส้แต่ผมก็ยังไม่ขยับตัวนั่งค้างอยู่ตรงนี้นี่แหละ

#Sky Talk’s -

ผมนั่งมองอย่างงุนๆงงๆกับเหตุการณ์ตรงหน้าของตัวเอง ทำไมแสตมป์ไม่เหมือนตอนนำทัวร์เลยนะ ดูดื้อมากกว่าเดิมอีก ผมเลยหรี่ตามองหน้ามองเมซเซจนิดหน่อย เหตุการณ์เมื่อกลางวันผมเห็นแหละว่าเมซเซจแกล้งสแตมป์น่ะ แต่...พวกเขารู้จักกันด้วยเหรอเนี่ย? ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย ผมเลยกระซิบเมซเซจเพื่อนรักเบาๆ

“เพราะมึงแกล้งแสตมป์เมื่อกลางวันแน่ๆเลย ขอโทษแสมตป์ดิ๊”

“ทำไมกูต้องทำ?” เมซเซจตอบกลับมาหน้าตาย ผมอ้าปากค้างทันที ไอ้นี่…

“ก็มึงไปแกล้งเขา เร็วเลย ไอ้คุณชาย” ที่ผมรบเร้าไม่ใช่อะไรหรอก…..ผมแค่อยากให้แสตมป์มานั่งด้วยกันแค่นั้นเอง นั่งคนเดียวก็เหงาแย่สิ

ผมไม่รู้ทำไมผมถูกใจเด็กคนนั้นนักหนา แต่ผมแค่รู้สึกว่าแสตมป์ดูน่ารักดีแม้เราจะผู้ชายด้วยกัน แต่นี่มันยุคใหม่แล้วนะครับการชอบเพศเดียวกันมันไม่ใช่ความผิดร้ายแรงสักหน่อย ใช่ไหมละ…..แถมความรักมันไม่มีอะไรเป็นทัดฐานว่าต้องชายหญิงเสมอไปสักหน่อย โอเค ผมอาจจะดูบ้าบอที่เจอแสตมป์วันเดียวก็ชอบซะแล้ว แต่...ผมรู้สึกจริงๆนะ ว่าอกข้างซ้ายมันเต้นเสมอยามอยู่ใกล้แสตมป์หรือเวลาแสตมป์ยิ้ม มันดูน่ารักไปหมดเลยก็ว่าได้ ผมก็อยากจะลองสู้ดูว่าแสตมป์จะชอบผมบ้างรึเปล่า…

แต่สิ่งที่คาใจมันก็มีคือ..

ทำไมแสตมป์ดูไม่ค่อยยิ้มเวลาเห็นไอ้เมซเซจนะ...แล้วเรื่องที่โวยวายบนรถนั้นแสตมป์โกรธขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย...แม้จะรู้ว่ามันดูผิดก็ตามอะนะ

“....งี่เง่า” คำพูดปากหมาของไอ้คนข้างๆของผมดังขึ้นจนผมรีบหันไปมองมันทันที ไม่ได้ให้พูดคำนี้โว้ยยย! ผมอ้าปากจะโวยวายแต่เหมือนเด็กน้อยที่ผมกำลังชวนจะลุกขึ้นก่อน แสตมป์ลุกพรวดขึ้นมาจนผมเงียบลงไปแล้วคอยดูแสตมป์อย่างงุนงง หย๋าๆ แสตมป์ต้องลุกไปแน่เลยอะ! นั้นไง แสตมป์เดินแล้วจริงๆด้วย

ซ่า!

อะ เอ้า??

กลายเป็นแสตมป์เดินเข้ามานั่งกับพวกผมจนได้ แม้ใบหน้าของแสตมป์จะยิ้มแย้มก็เถอะ ผมเงียบไปอย่างงุนงงเครื่องหมายคำถามล้านตัวผุดขึ้นในหัวจนเจ้าตัวก็พูดออกมา

“ผมนั่งด้วยนะครับ พี่สกาย” แสตมป์เลยนั่งตรงฝั่งของผมซึ่งผมก็ไม่ได้คัดค้านอะไรเจ้าตัว ผิวของแสตมป์ดูขาว…...ขาวแบบผู้หญิงเลย มันไม่ได้แย่หรืออะไรนะครับ แต่มันดูสวยต่างหากจนผมไม่อยากละสายตาเลย เหมือนแสตมป์จะรู้ตัว เลยเอื้อมมือมาปิดตาผมด้วยระยะใกล้จนผมชะงักไป

“พี่อย่ามองผมมาสิครับ ผมเขินนะ…” ผมได้ยินเสียงอู้อี้ของแสตมป์แล้วก็เผลออมยิ้มมานิดหน่อยก่อนจะจับแขนของสแตมป์ไว้ แขนเล็กจัง..

“โอเคๆ พี่ไม่มองก็ได้ ฮ่ะๆ” ผมหัวเราะออกมาจนสแตมป์ยอมปล่อยลงแล้วผมแอบมองเพื่อนของตัวเอง

เมซเซจกำลังมองมาที่แสตมป์เหมือนกันแต่มันดูเยือกเย็นจนน่ากลัวมากกว่า แต่ทำไมแสตมป์ดูชอบอกชอบใจนะ…...มันคงไม่มีอะไรมั้ง…

#END Sky Talk’s-

‘งี่เง่า….’

คำพูดของพี่เมซเซจยังก้องอยู่ในหัวของผมจนชวนน่าหงุดหงิด ไม่ชอบคำพูดของคนคนนี้เลย มันทำให้ผมโมโหเป็นบ้า ตัวเองไม่งีเง่าตายละ!! ผมเลยแอบหัวร้อนนิดหน่อยจนหัวของผมก็มีแผนการขึ้นมา คำถามที่เขาเคยถามผมว่า ผมชอบพี่สกายรึเปล่า? หึ ถ้าเขาอยากให้เป็นแบบนั้นผมก็จัดให้ได้นะ

และมันก็ได้ผลด้วยตอนที่ผมเดินมานั่งกับพวกเขาพวกเขาก็ต่างจ้องผมกันทั้งนั้น แต่จ้องด้วยสายตาที่ต่างกัน ผมมองเพียงพี่เมซเซจที่ดูเยือกเย็นกว่าเดิมตอนที่ผมประชิดตัวของพี่สกายแล้วไหนจะยื่นมือไปปิดระยะใกล้ขนาดนั้น

ผมไม่สนหรอกว่าเขากำลังคิดยังไงหรือจะต่อว่ายังไงต่อ แต่ผมจะปั่นหัวให้พี่เขาหงุดหงิดให้ได้มากที่สุด

ผมไม่ได้เข้าข้างตัวเองหรอกนะครับ แต่..เพราะเราเคยคบกันผมก็รู้ดีว่า เขากำลัง ‘โมโห’ บางสิ่งบางอย่างอยู่และผมเองก็พร้อมที่จะเปิดสงครามกับพี่เขาแล้ว

อย่าคิดว่าผมยอมแพ้แล้วกันนะ พี่เมซเซจ!!

ความคิดเห็น