Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่23 “วันวิวาห์”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่23 “วันวิวาห์”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.8k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ค. 2561 19:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่23 “วันวิวาห์”
แบบอักษร

คุณอารดาไปดูฤกษ์ยามที่วัดกับพระอาจารย์ที่ท่านนับถือ ท่านได้ฤกษ์หมั้นและฤกษ์แต่งงานในวันเดียวกัน ซึ่งงานจะจัดขึ้นต่อจากนี้ไปอีกสองสัปดาห์เท่านั้นเอง ด้วยความที่ท่านอยากจัดให้เป็นงานภายในจึงไม่ต้องเตรียมอะไรให้ยุ่งยากมากมายนัก แต่ท่านก็จัดให้มีพิธีต่างๆ ครบตามขั้นตอนเพื่อเป็นเกียรติแก่ทางฝั่งเจ้าสาว และงานนี้ท่านจะเชิญเฉพาะคนสนิทเท่านั้น

ในช่วงสองสัปดาห์นี้มนสิชาถูกกันให้อยู่ห่างจากธนาธิป ดังนั้นคนที่จะต้องมาดูแลธนาธิปแทนมนสิชาคือนายมั่น ธนาธิปเองไม่คุ้นชินเหมือนเขาขาดอะไรไปสักอย่าง โดยปกติแล้วถ้าเป็นมนสิชาดูแลเขา เขาแทบจะไม่ต้องบอกอะไรเธอเลยเพราะเธอจะจัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้ทั้งหมด แต่พอเป็นนายมั่นอะไรๆ ก็ดูจะขัดใจเขาไปเสียทุกอย่างจริงๆ แม้กระทั่งการไปทำงาน การไปทำกายภาพบำบัดมารดาของเขาก็ยังให้นายมั่นเป็นคนดู

“คุณแม่ครับให้เธอกลับมาดูแลผมไม่ได้เหรอครับ” ธนาธิปเอ่ยถามมารดาเมื่อเจอกัน

“ไม่ได้จะลูก” คุณอารดาปฏิเสธ

“ให้มาดูแลตอนไปทำงานกับไปกายภาพบำบัดเท่านั้นก็ได้นะครับคุณแม่” ธนาธิปพยายามต่อรอง

“ไม่ได้จะ เพราะน้องมีเรื่องให้ต้องทำเยอะแยะ อดทนนะจ๊ะอีกแค่อาทิตย์เดียวเอง” คุณอารดาอธิบายให้ธนาธิปเข้าใจ

“ไปกลับเรือนหลังเล็กของลูกได้แล้วจะ” คุณอารดาไล่ให้บุตรชายกลับไปที่บ้านของตนเอง

นายมั่นเป็นคนเข็นรถเข็นพาธนาธิปกลับไปที่เรือนหลังเล็กตามคำสั่งของคุณอารดา ธนาธิปเองก็สังเกตว่าเขาไม่เห็นมนสิชาในบ้านมาหนึ่งสัปดาห์แล้วเช่นกัน มันก็น่าแปลกนะแล้วนี่เธอหายไปไหนกัน

ด้านมนสิชาที่คุณอารดาสั่งให้มาเข้าคอร์สเจ้าสาว ตอนนี้เธอได้รับการดูแลเรื่องรูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณเป็นอย่างดี ซึ่งจริงๆ แล้วเธอก็ไม่ได้อยากมาแต่เธอก็ขัดคุณอารดาไม่ได้เช่นกัน นอกจากนี้ท่านยังส่งให้มนสิชาไปเรียนทำอาหารเพิ่มเติมเพราะหน้าที่ในการดูแลธนาธิปทุกเรื่องเมื่อแต่งงานกันไปแล้วจะเป็นหน้าที่ของมนสิชาทั้งหมด และที่ท่านไม่ลืมก็คือการให้มนสิชาเรียนเกี่ยวกับการทำกายภาพบำบัดเพื่อจะได้ดูแลธนาธิปได้ด้วยเพราะท่านเองก็หวังว่าสักวันหนึ่งบุตรชายของท่านจะสามารถเดินได้อีกครั้ง


วันนี้ก็ถึงวันที่คุณอารดารอคอย บุตรชายของท่านกำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝากับผู้หญิงที่ท่านเลือกให้ ธนาธิปเองไม่ได้ยินดีกับงานมงคลนี้นักแต่เขาก็ต้องทำตามเพราะขัดใจมารดาไม่ได้

ผ่านมาสองสัปดาห์วันนี้ธนาธิปถึงจะมีโอกาสได้เจอกับมนสิชาเสียที แว๊บแรกที่ธนาธิปเห็นมนสิชาทำเอาธนาธิปมองตามตาค้างไปเลยทีเดียว ทั้งคู่ออกมาร่วมทำพิธีสงฆ์ในตอนเช้าก่อน จากนั้นจึงเป็นพิธีรดน้ำสังข์ และกินเลี้ยง ภายในงานมีเพียงญาติๆ และเพื่อนสนิทของธนาธิปเท่านั้น ก่อนที่จะทำพิธีส่งตัวเข้าห้องหอ คุณอารดาเชิญเจ้าหน้าที่มาจดทะเบียนสมรสให้กับคู่บ่าวสาวด้วย ทำให้ตอนนี้มนสิชากลายเป็น นางมนสิชา จารุพิชญา เรียบร้อยแล้ว

เมื่ออยู่กันสองต่อสองที่เรือนหลังเล็กที่ใช้เป็นเรือนหอ มนสิชาขอสร้างข้อตกลงในการแต่งงานครั้งนี้กับธนาธิปไว้ก่อน

“เอ่อคุณจอมทัพค่ะ คือว่าปรางอยากทำข้อตกลงระหว่างเราค่ะ” มนสิชาบอกความต้องการออกไป

“ข้อตกลงอะไรไม่ทราบ ทำไมเธอถึงเรื่องเยอะจัง อยากแต่งก็ได้แต่งแล้วนี่ จะเอาอะไรอีกแม่คู๊ณ” ธนาธิปตอบแบบกวนประสาทกลับไป

“คือปรางยังไม่พร้อมกับเรื่อง...เอ่อ..แบบนั้นค่ะ และปรางอยากให้เราอยู่กันเหมือนตอนที่ปรางต้องดูแลคุณเท่านั้น” มนสิชาพูดบอกเขาออกไป

“ไม่ ฉันไม่ตกลง เธอไม่ได้ยินเหรอว่าแม่ฉันอยากอุ้มหลาน ถ้าเธอไม่ให้ฉัน...เธอ แล้วเธอจะให้ใครทำไม่ทราบ” ธนาธิปสนุกกับการแกล้งมนสิชาเขาจึงตอบเธอไปแบบนั้น

“เอ่อ ปรางขอเวลาได้มั๊ยค่ะ” มนสิชายังคงต่อรอง

“เธอต้องการเวลานานเท่าไร หนึ่งวัน สองวัน สามวัน ว่ามา” ธนาธิปยังแกล้งมนสิชาต่อไป

“ขอให้ขาคุณจอมทัพหายดีแล้วเราค่อย...เอ่อ...” มนสิชาไม่กล้าพูดต่อ

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่แม่คุณ ขาฉันพิการจริง แต่ไอ้นั้นฉันไม่ได้พิการนะ ผู้ชายเวลามีเมียก็อยาก...ทั้งนั้นแหละ ใครจะทนได้ให้รอจนขาหาย สงสัยแม่ฉันคงไม่ได้อุ้มหลานหรอกชาตินี้” ธนาธิปยังคงไม่ยอม

“แต่คุณจอมทัพไม่ได้รักปรางนี่ค่ะ เราก็ไม่ควรทำเรื่องแบบนั้นกัน” มนสิชารีบหาเหตุผล

“เรื่องแบบนี้ไม่ต้องใช้ความรักก็ทำได้ ขอแค่มีความใคร่ล้วนๆ พอ” ธนาธิปสะใจที่ได้แกล้งให้เธอกลัว

“แต่......” มนสิชาพยายามหาเหตุผลมาต่อรอง

“ไม่มีแต่ทั้งนั้น ถ้าฉันต้องการเธอก็ต้องเป็นคนสนองเข้าใจมั๊ย อยากเสนอตัวดีนักนี่ ครั้งนี้ฉันจะจัดให้อย่างที่เธอต้องการเลย” ธนาธิปพูดแค่นั้นก่อนที่จะสั่งให้มนสิชาช่วยพาเขาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า

ตอนนี้มนสิชาปล่อยให้ธนาธิปได้นั่งทำงานของตัวเองไป ส่วนเธอก็มาเข้าครัวเพื่อทำอาหารให้เขาทานเช่นกัน มนสิชาเลือกทำอาหารง่ายๆ อย่างราดหน้าหมูสับซึ่งมนสิชาดัดแปลงสูตรนิดหน่อยโดยเพิ่มผักเข้าไปหลายชนิดนอกเหนือจากมะเขือเทศ หัวหอมใหญ่ และข้าวโพดอ่อน กลิ่นหอมของอาหารเรียกน้ำย่อยในกระเพาะได้ดีทีเดียว เมื่อมนสิชาทำอาหารเสร็จจึงรีบนำไปเสิร์ฟให้ธนาธิปทานทันที ธนาธิปนั่งรับประทานอาหารไปเงียบๆ โดยไม่ได้เอ่ยติชมอะไร ซึ่งมนสิชาก็ไม่เคยคาดหวังคำชมจากเขาเช่นกัน เมื่อเห็นเขาทานอาหารเสร็จ มนสิชาจึงนำกีวี่ที่ปลอกใส่จานและแช่เย็นไว้ไปให้เขาทานด้วย

เมื่อถึงเวลาเข้านอนมนสิชาเองไม่อยากให้มาถึงเลย เธอส่งธนาธิปเข้าห้องนอนไปก่อน และตัวเองก็ออกมาโอ้เอ้เก็บครัว ทำโน้น ทำนี่ไป เผื่อว่าธนาธิปจะได้นอนไปก่อน

“ไปทำอะไรอยู่ข้างนอกเป็นนานสองนาน” ธนาธิปถามทันทีเมื่อมนสิชาเปิดประตูเข้ามา

“เอ่อ ปรางทำความสะอาดครัวอยู่ค่ะ” มนสิชาตอบ

“มานอนได้แล้ว” ธนาธิปเรียกให้มนสิชามานอน

“ปรางนอนที่พื้นเหมือนเดิมนะคะ จะได้ไม่นอนเบียดกับคุณจอมทัพ” มนสิชาพยายามหาข้ออ้าง

“ที่นอนตั้งกว้างมานอนบนนี้” ธนาธิปยังคงสั่ง

มนสิชาไม่มีทางเลี่ยงได้จึงต้องทำตามเท่านั้น เมื่อเธอปิดไฟเสร็จเรียบร้อยก็ขึ้นมานอนบนเตียงอีกด้านหนึ่ง เธอนอนชิดติดริมที่นอนและห่มผ้าห่มคลุมจนถึงคอ ธนาธิปเองก็แอบขำกับท่าทางของมนสิชา ปกติเห็นเธอออกจะเก่งกล้าไม่เคยกลัวเขาเลย เมื่อไรที่คุยกับเธอมักจะทำให้เขาอารมณ์เสียได้เสมอ

“ขยับมานอนใกล้ๆ ฉันสิ อยู่ไกลแบบนี้จะมีอะไรกันได้ยังไง” ธนาธิปพูดแหย่ให้มนสิชากลัว

“ก็ไม่ต้องมีไงค่ะ พรุ่งนี้คุณจอมทัพต้องทำงานด้วย นอนนะคะจะได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ” มนสิชารีบตอบทันทีเช่นกัน

เมื่อพูดจบมนสิชารีบตะแคงตัวนอนหันหลังให้กับธนาธิปทันที ตอนนี้ใจเธอเต้นตึ๊กๆ ตั๊กๆ ราวกับรัวกลอง ถ้าธนาธิปอยู่ใกล้ๆ ก็คงได้ยินเสียงแน่ๆ มนสิชาพยายามข่มตาให้หลับ แต่จู่ๆ ก็มีแขนมาสอดใต้ตัวเธอแล้วดึงให้เข้าไปชิดกับตัวของธนาธิปทันที

“เอ่อ นอนเถอะค่ะคุณจอมทัพ” มนสิชาพยายามพูดกล่อม

“ฉันยังไม่ง่วง อยากหาอะไรสนุกๆ ทำก่อนนอน” ธนาธิปพูดจบก็พลิกตัวขึ้นทับตัวมนสิชาไว้พร้อมกับกดมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วย

“ปล่อยปรางเถอะค่ะ ปรางไม่พร้อมจริงๆ” มนสิชาพูดขอร้องแล้วพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการของธนาธิป

“อืม เดี๋ยวฉันช่วยให้เธอพร้อมเอง” ธนาธิปพูดแค่นั้น

ตอนนี้ธนาธิปสนุกที่ได้แกล้งให้มนสิชากลัว เขาจึงกดริมฝีปากจูบลงไซร้ลงไปที่ซอกคอขาวทั้งสองข้าง และวกกลับขึ้นมาจูบบนแก้มนวลด้วย

“คุณจอมทัพปรางขอนะคะ อย่าทำอะไรปรางเลย” มนสิชาอ้อนวอนขอความเห็นใจ

“นี่ฉันเป็นผัวเธอนะ เธอจะกลัวอะไรนักหนา” ธนาธิปพูดดุ

จากนั้นเขาจึงจูบที่ริมฝีปากของคนช่างพูดทันที ครั้งนี้ธนาธิปค่อยๆ บรรจงจูบอย่างเรียกร้อง ก่อนที่จะค่อยๆ สอดปลายลิ้นเข้าไปทักทายในโพรงปากของเธอด้วย มนสิชาเองก็เริ่มมีอารมณ์สั่นไหวไปด้วยเพราะเธอไม่เคยกับเรื่องแบบนี้จริงๆ เมื่อมนสิชาเริ่มเคลิ้มธนาธิปจึงเอื้อมมือไปปลดตะบราเซียออก เขาแทรกมือเข้าไปสัมผัสความเนียนนุ่มที่อยู่ภายใน ธนาธิปค่อยๆ บีบคลึงเพื่อเร้าให้เธอมีอารมณ์มากขึ้น ขนาดที่เขาได้สัมผัสกับสายตาที่ได้เห็นเขารู้เลยว่ามันช่างแตกต่างกันจริงๆ ธนาธิปเองก็เริ่มทนไม่ไหวเขาค่อยๆ เลื่อนชายเสื้อของมนสิชาขึ้น จากนั้นจึงใช้ริมฝีปากเข้าไปลิ้มรสแทนมือ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่ต่างจากครั้งแรกสักเท่าไรนัก รสชาติที่เค้าได้ชิมยังคงหวานหอม มนสิชาเองก็เสียวกระสันกับสัมผัสแบบนี้ เธอเกร็งตัวและเก็บเสียงร้องไม่ยอมเปล่งออกมา

“ร้องสิ ถ้าเธอรู้สึกก็ร้องออกมา ไม่ต้องอาย” ธนาธิปบอก

มนสิชาทำตามที่ธนาธิปบอกอย่างว่าง่ายเธอค่อยๆ เปล่งเสียงเพื่อระบายความรู้สึกออกมา

“อ้าาาา อืมมม”

เมื่อธนาธิปสนุกกับการแกล้งมนสิชาจนพอใจแล้ว เขาจึงรีบหยุดตัวเองไว้แค่นี้ เพราะถ้าไม่หยุดตัวเองตั้งแต่ตอนที่ยังมีสติ เขาเองก็คงได้ล่วงเกินมนสิชาจริงๆ เป็นแน่

“วันนี้พอแค่นี้ก่อน ฉันง่วงแล้ว” ธนาธิปรีบบอก

มนสิชาเองก็อาย เธอทำตัวไม่ถูกจึงรีบนอนหันหลังให้เขาทันทีแล้วจะขยับตัวออกห่างจากธนาธิป แต่ก็ถูกวงแขนแข็งแรงกอดไว้เสียก่อน เธอจึงต้องนอนหลับไปทั้งๆ ที่ยังอยู่ในอ้อมแขนของเขาแบบนี้

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น