เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

37.5 กล่าวลาเมืองแห่งน้ำนมโค

ชื่อตอน : 37.5 กล่าวลาเมืองแห่งน้ำนมโค

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 146

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ค. 2561 15:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
37.5 กล่าวลาเมืองแห่งน้ำนมโค
แบบอักษร

เช้าวันเดินทาง

          มีจุดเริ่มต้น มีจุดจบ

          ทำไมกันนะ

          คำตอบที่ซ่อนหลังความมืดมิดอันเปรียบประหนึ่งอวสานแห่งนิรัน[ภูษาสมการ] มิใช่สิ่งที่ปักษาเมรัยจักล่วงรู้ คำตอบของคำถามที่จิตวิญญาณค้นหา มันช่างเลือนรางและอัดแน่นด้วยปริศนาลึกล้ำเรียบง่าย สำหรับหมอผีน้อยชอบกินมันบดคำตอบของนางไม่ใกล้เคียงความจริง และเครื่องหมายขีดถูกแต่อย่างใด สาวน้อยรู้และคิดเพียงว่า ชีวิตเกิดมาแล้วควรนิยามความหมายของมันด้วยตัวนางเอง มิใช่ให้ผู้อื่นกำหนดให้

          แดดแรกทอประกายเรืองรองงามเหนือมณีสวรรค์ เสียงไวโอลินค่ำคืนแห่งรัตติกาลดังต้อนรับวันใหม่อย่างแผ่วเบาราวเสียงกระซิบภูตสายลม เมรัยตื่นสาย นางตื่นช้ากว่านารีและเรไร ปักษาน้อยกับดวงดาวน้อยต้องช่วยกันปลุกหมอผีน้อยจอมขี้เซาเป็นกิจยามเช้าก่อนแปรงฟัน ล้างหน้า อาบน้ำ เปลี่ยนชุด เมรัยตื่นอย่างงัวเงียประหนึ่งเจ้าตุ๋นน้อยติดอยู่ในห้วงแห่งความฝัน หมอผีน้อยอ้าปากหาว ปล่อยให้สาวสองน้อยปรนนิบิตผลักเปลี่ยนอาภรณ์ นารีช่วยเรไรหวีดผมสีน้ำเงินคราม เรไรเก็บสัมภาระและมอบให้ประตูโยดาเขมือบกลืนกิน

          เมรัยยืนตระหง่านมองดวงตะวันหลังเมฆสีเทา หลังกระจกใสมีแสงอุ่นสาดส่องกระทบดวงตามนตรา

          เนื่องด้วยต้องเดินทางแต่เช้าตรู่ก่อนเวลาไก่ขัน พวกเมรัยจึงตื่นก่อนเหล่าเจ้าตัวแสบประจำบ้าน แคโรไลน์ตื่นเช้าเช่นกัน นางใช้วัตถุดิบที่เหลือเมื่อวานทำมื้อเช้าให้พวกสาวน้อย ณ ห้องอาหาร ลีโอน่านั่งจิบกาแฟร้อน เมรัยดื่มช็อกโกแลตร้อน นารีชอบดื่มชา เรไรให้ตายขอดื่มนมโคจนกว่าจะอ้วน แคโรไลน์ยิ้มละไมพลางจัดเตรียมมื้อเช้าเติมพลังให้นักเดินทาง ไม่นานนัก เวลาอำลาก็เปิดม่าน

          “โนร่าอยากลาพี่หรือจ๊ะ”

          นึกว่ามีแค่แคโรไลน์ให้บอกลา กระนั้นมีคนคิดผิด เพราะนอกเหนือแม่วัวสาวโฉมสะคราญยังมีเหล่าเด็กๆอีกมากมาย สามสี่คนใคร่ส่งพวกเมรัย

          บริเวณหน้าบ้านเด็กกำพร้ามีกลีบดอกไม้ประปราย บนถนนอันเงียบแต่ไม่เหงา ลีโอน่าโอบกอดน้องสาวโนร่าด้วยความรักสีเหลืองทอง จูเลีย อลัน และบาสเตียนที่อยู่ในสภาพมึนงงเพราะยังตื่นไม่เต็มตา เจ้าตัวแสบทั้งสองคือคู่อริคู่แค้นเมรัย หมอผีน้อยฉีกยิ้มแก้มบานป่อง จูเลียนั้นเมรัยแอบดึงขาทำผีหลอกเรียบร้อย ฉะนั้นจึงหมดความแค้น แต่อลันยังมิสะสาง เพราะสองวันที่ผ่านมาไม่มีโอกาสแกล้งหลอกเด็กชาย เมรัยจึงเก็บงำความแค้นอาฆาตไว้รอวันเอาคืนอย่างสาสม พี่สาวหุ่นยักษ์เชิดอกอย่างหยิ่งผยอง ปั้นหน้ายิ้มอารีให้น้องสาวน้องชาย “มาลาข้ารึ เจ้าตัวน้อย”

          “หลงตัวเองชะมัด พวกข้ามาลาพี่นารีกับพี่เรไรต่างหาก”

          “จำคำพูดเจ้าไว้ให้ดี…ครั้งหน้าไม่รอดแน่”

          เมรัยขบกรามแน่นสีหน้าทะมึนปานผีเสื้อสมุทร อลันเดาะลิ้นเลิกคิ้วกวนประสาท เด็กชายมือกอดศีรษะทีท่าชวนตียิ่งนัก พี่สาวน้องชายตีกันเป็นเรื่องปกติ ฝ่ายบาสเตียนก็มอบสมุดที่เจ้าตัวทำเองให้เรไรและนารี สมุดบันทึกปกลายผีเสื้อพันด้ายสีแดงและสีเงินเป็นของที่ระลึกให้พวกพี่สาวใช้จดบันทึกเรื่องราวระหว่างทางเดิน ที่จริงบาสเตียนทำให้เมรัยด้วย แต่เด็กชายมิยอมให้เมรัย ฝากนารีไปให้แทน ฝ่ายจูเลีย สาวน้อยคุณหนูก็แสร้งปั้นสีหน้ามิใยดี ยี่หระ จีบไม้ทำมือเหมือนคุณหนูสั่งสาวใช้ไปเป็นอาหารสัตว์ “หนูไม่ห่วงพี่หรอกนะ”

          “หนูมิห่วง แต่พี่สาวแอบเป็นห่วงจูเลียนะ”

          เมรัยกระดืบ กอดไหล่จูเลียพลางกระซิบหู “เวลาเล่นกันก้อย่าลืมชวนผีในบ้านนะ”

          “!!”

          “หึหึ”

          “ยัยบ้า!!ไปไกลๆเลย”

          เมรัยยิ้มสยอง จูเลียขาสั่นเทิ้มใจประหวั่นพรั่นพรึง

          แคโรไลน์ยืนมองภาพดังกล่าวพลางยกฝีปากโค้งอย่างร่าเริง นางกวักฝ่ามือเรียกพวกเมรัย สามสาวน้อยเดินจับมือกันไปหาผู้ปกครองแสนสวย แม้นจักเป็นเวลามินานเพียงสิบกว่าราตรี กระนั้นช่วงเวลาที่พวกนางอาศัยพึ่งพิงกันและกันถือเป็นกาลเพลาอันมีค่ายิ่งกว่าทองคำและความฝัน วันแรกที่เมรัยเคาะประตูเรียกแคโรไลน์ จุดเริ่มต้นของเรื่องราวอันแสนวิเศษริเริ่มเปิดฉากตั้งแต่บัดนั้น แม่วัวสาวให้เศร้าใจหายสามส่วน มิอยากยอมรับว่าเวลาที่สนุกสนามมักผ่านไปเวลาเร็วเสมอ เร็วจนนางรู้สึกเหมือนชั่วพริบตา ความสุขที่อุ้มกอดบุตรสาวจู่ๆก็อันตรธานวาบหายไป

          แคโรไลน์ทรุดก้น อกกระเด้งไหวตึกตัก นางยากทำใจให้แยกจากลูกสาว

          “เมรัย”

          “…”

          วาจาแผ่วเบาบางเปี่ยมด้วยความรู้สึกร้อยพัน เมรัยเบิกตาและหดแคบ มิต้องบรรยายก็รู้ว่านางใจหายใจคว่ำ เสียใจมิน้อย

          หมอผีน้อยพยายามปั้นยิ้มสดใสให้ผู้วางใจ รอยยิ้มแห่งความสุขที่ลอยสู่ดวงตาใสกระจ่างราวลูกแก้วเจียระไน เมรัยโผกอดแคโรไลน์ อ้อมกอดที่รวบเท่าไหร่อุ้งมือก็ไม่อาจแตะกันเพราะขนาดเอวที่กว้างกว่าเสาไฟ หุ่นทรวงอกขนาดเท่าโอ่งมังกรไหนเลยแขนสั้นเท่ากิ่งหลิวของเมรัยจะรวบหมด หมอผีน้อยยิ้มซุกซน เป่าท้องแม่วัวสาว นางชอบกอดแคโรไลน์ที่สุดเลย ที่จริงนางชอบกอดบาเบลร่า และนาเดียด้วย แต่ถ้าให้เลือกนางขอนักปราชญ์สาว   

          ส่วนแม่วัวสาวผู้มีร่างกายร้อนผ่าวราวเตาพิง อุ่นระอุประหนึ่งเนยร้อน และมีกลิ่นพฤกษาหอมชวนดม เมรัยจะคิดถึงมันทุกราตรีกาล

          ลมหนาวพัดผ่าน พัดกลีบดอกคูณล่องลอยไปละเล่นกับดอกกุหลาบ ดอกมะลิ และดอกต้อยติ่ง

          แคโรไลน์อ้าแขน ส่งสายตาอ้อนให้นารีและเรไร สองสาวน้อยมิรีรอกระโดดสู่อ้อมแขนแม่วัวสาว แคโรไลน์ก้มหน้ากอดพวกสาวน้อยแน่น ใจเต้นโครมครามเสียงมันดังกังวานสั่นไปยังหัวใจเด็กๆ นารีหลุบตาเงียบฟังอย่างตั้งใจ เรไรเม้นปากกลั้นน้ำตา เมรัยเงียบเฉยยิ่งกว่าใคร เพราะคนที่เศร้าสร้อยและดีใจที่สุดคือนาง หมอผีน้อยมิอยากไล่ตามความฝันแล้ว แต่อีกใจก็บอกให้นางไป ไปทำตามที่ใจปรารถนา

          “รักษาตัวให้ดี หากมีเรื่องกวนใจก็มาหาข้า”

          หญิงสาวเอ่ยเสียงสั่นระริก มือลูบเรือนเกศาสาวน้อยตัวกระจิ๋วอย่างอาลัยอาวรณ์ นางปล่อยนารีและเรไร กระนั้นแม้คลายอ้อมแขนแล้ว เมรัยก็ยังไม่หยุดกอด ซุกศีรษะ หมอผีน้อยจูบลาพุงนุ่มนิ่ม แคโรไลน์แผ่วหัวร่อจนใจ “ม่า- อีกไม่นานเจ้าก็อ้วนแล้ว” “หนู…จะขุนนารีให้อ้วนเหมือนหมูเลยเจ้าค่ะ” “ฮึๆ” เมรัยอยากอ้วน แต่นางไม่อยากคนเดียว ดังนั้นหากอยากทำให้ผู้ใหญ่สบายใจมีสุขสองเท่าคือเมรัยต้องพยายามยัดข้าวใส่ท้องนารี ให้ดวงดาวน้อยน้อยที่หุ่นสะสวย งดงาม ที่สุดในสามนาง อวบอ้วนเช่นกัน

          ดวงดาวน้อยแว่วยินก็ระอา มิคิดมาก เป็นปักษาน้อยที่อยากดุหมอผีน้อยแทนดวงดาวน้อย แต่ก็มิปริปาก ได้แต่เชิดคางสะบัดหน้า

          สองแม่ลูกหัวเราะคราวเห็นสาวน้อยโมโห “ดูแลคนรักให้ดีอย่าปล่อยให้หลุดมือ…”

          ลูกสาวนางมีภรรยาตั้งสองนาง ไม่มีเรื่องใดทำให้แคโรไลน์ดีใจเท่านี้แล้ว

          “แม่แคโรไลน์ก็อย่ายอมแพ้นะเจ้าคะ”

          เมรัยสบตาแคโรไลน์ แม่วัวสาวชะงัก

          “เรื่องแม่บาเบลร่า..หนูเป็นกำลังใจให้นะ”

          “…”

          โธ่ ลูกคนนี้…

          “ฮาๆ”

          เมรัยเขย่งเท้าพลางหอมแก้มแคโรไลน์ จุ๊บ แม่วัวสาวน่าแดงระเรื่อ พลางจูบหน้าผากเมรัยหนักๆ

          เรไรและนารีรับจูบเช่นกัน จูบอวยพรของผู้ใหญ่มักทำให้วันเวลาสดใสและต้องมีเรื่องดีๆในวันหน้าอย่างแน่นอน

          เมื่อครั้งผู้กำหนดชะตาเริ่มทำบางสิ่ง ประตูที่ปิดสนิทก็เริ่มแง้มเปิด เผยเส้นทางมากมาย

“ไปก่อนนะคะ ลาก่อนเจ้าพวกตัวแสบ!!”

          สุดปลายถนน เมรัยหันหลังโบกมือลาบรรดาผู้ยืนเบื้องหลังและบ้านเด็กกำพร้า ในดวงตาหมอผีน้อยมีภาพแคโรไลน์ผู้เปรียบดั่งมารดาคนที่สาม จูเลียน้องสาวผู้กัดนางมิปล่อยเหมือนปลากัด อลันเจ้าชายน้อยหัวเน่าหน้าตาหล่อเหลาไร้สมอง วันหน้าเมรัยต้องข่มขื่นเขา และจับไปขายหอชายบำเรอให้ได้ ส่วนบาสเตียนและโนร่า พวกเจ้าตัวน้อยเงียบๆแต่ก็น่ารักไม่น้อยเลย และท้ายสุด เมรัยฉีกยิ้ม

          “เจ้าเองก็ดูแลตัวเองด้วย อย่าพึ่งรีบไปเกิดใหม่นะ!!”

          หมอผีน้อยตะโกนฝากฝังเด็กๆให้วิญญาณสาวน้อยดูแลเพื่อนๆบ้านเด็กพร้าของนาง วิญญาณสาวน้อยตกใจและคลี่ยิ้ม ณ ที่ตรงนั้นไม่มีใครมองเห็นนาง…กระนั้นมีเมรัยเห็นนางก็ดีใจแล้ว

          กาลลานำพาพวกเมรัยไปจากเมืองแบลดแอน์ บนถนนมีรถม้าแล่นสวนขวักไขว่ รั้วกำแพงเหล็กมีดอกกุหลาบวางทิ้งเป็นเครื่องหมายเตือนภัย ลีโอน่าเดินไปพลาง สดับฟังเสียงเพลงไพเราะไปพลาง นักไวโอลินสาวอุ้มกระเป่าไวโอลินคู่ใจ นางปิดตาเดินไปด้วยกันกับพวกเมรัย เสียงเพลงนั้นช่างไพเราะ ทว่ายามนี้นางได้รู้จักอีกเสียงหนึ่งที่ไพเราะยิ่งกว่า ไม่ใช่เสียงเพลง เสียงดนตรี แต่คือเสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมทางที่มิว่ายามใดก็ทำให้นางสนุกและสุขใจราวมีดอกไม้เบ่งบานในทรวงอก วิวทิศทัศน์รอบด้านคือตึกรากสีดำ มีเงาสลัวทอดยาวตัดข้ามทางถนนหิน ต้นไทรสูงใหญ่ถูกลมพัดเอนเอียง ใบไม้สีเขียวขจีปลิดปลิวผสมกลิ่นชาหอมที่ลอยละล่องควบคู่ เมรัยเดินนำสหายด้วยกำลังใจเต็มเปี่ยมสิบส่วน นางวิ่งทะยานอย่างกระตือรือร้นจนนารีต้องแอบตวาดดุมิให้วิ่งบ้าคลั่งปานกระทิงแดง

          ระหว่างหมอผีน้อยฉีกยิ้มกว้างวิ่งข้ามสะพานแห่งสัตย์สัญญา รถม้าคันสีดำแล่นพาดผ่าน

          หมอผีน้อยมิทราบ กระนั้นชั่วพริบตานั้นเวลาหยุดนิ่งแข็งกระด้าง และเสี้ยวหนึ่งผ่านไปมันก็เริ่มเดินอีกครั้ง

          รถม้าคันสีดำขับฝ่าฝูงชน ไม่นานก็กลมกลื่นไปกับรถม้าคันอื่น

          เมรัยยังวิ่งไม่หยุด..

          นางมิรู้ด้วยซ้ำว่าในรถม้ามีคนที่นางอยากพบมากที่สุดในโลกนั่งอมยิ้มอยู่…

          สายสัมพันธ์อันใกล้แค่เอื้อม แต่ก็เหมือนไกลเกินเอื้อมถึง…

          --

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น