หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

เมื่อหนุ่มหล่อสุดยอดเซลล์แมนจากศตวรรษที่ 21 ต้องกลายมาเป็นขี้ข้า เอ้ย! พ่อบ้าน (ใจกล้า) ในโลกอดีต ที่มีดีกรีความกะล่อนระดับเทพ เรื่องราววุ่นวายจึงบังเกิด แล้วคิดว่าหลินหว่านหรงจะยอมก้มหัวให้ใครหรือไง !

ตอนที่ 38 ช่วงเวลาอันงดงาม (1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 38 ช่วงเวลาอันงดงาม (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ค. 2561 15:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 38 ช่วงเวลาอันงดงาม (1)
แบบอักษร



“เฉี่ยวเฉี่ยว เหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่?” หลินหว่านหรงรีบเข้าไปถามไถ่

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวลุกขึ้นแล้ว ด้านล่างยังมีตะกร้าไม้ไผ่วางอยู่หนึ่งใบ ภายในตะกร้าคืออาหารที่เย็นแล้ว เห็นชัดว่ารอคอยอยู่ตรงนี้มานาน

“พี่หลิน ท่าน ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหมเจ้าคะ?” ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวดึงเสื้อของหลินหว่านหรง มองเขาด้วยความร้อนใจ ภายในดวงตาทั้งคู่ซึ่งเปล่งประกายดุจดาวประกายพรึกเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความปวดใจ     

“ข้า ข้าจะเป็นอะไรได้เล่า?” หลินหว่านหรงไม่รู้ว่านางกำลังพูดอะไรอยู่ หัวเราะพลางเชิญนางเข้าไปในบ้าน “เจ้าหาที่นี่เจอได้อย่างไร?”   

“วันนั้นท่านบอกตำแหน่งข้าอย่างคร่าวๆ วันนี้ข้าจึงตามหา ครั้นเห็นที่ประตูแขวนชุดของท่านข้าจึงรู้ว่าที่นี่คือที่อยู่ของท่านเจ้าค่ะ” ใต้แสงโคมไฟ ใบหน้าของเฉี่ยวเฉี่ยวแดงเล็กน้อย เผยความงามหยาดเยิ้มออกมามากยิ่งขึ้น  

หลินหว่านหรงลอบกลืนน้ำลาย เขาไม่ใช่คนดิบดีอะไร แม่นางผู้งดงามเยี่ยงนี้มายืนอยู่ตรงหน้า หากเขาไม่หวั่นไหวก็ไม่ใช่ผู้ชายแล้ว   

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวหิ้วตะกร้าพร้อมเดินเข้ามาแล้วเอ่ยว่า “อาหารเย็นหมดแล้ว พี่หลิน ท่านคงยังไม่ได้กินข้าวกระมังเจ้าคะ? ข้าจะไปอุ่นให้ ไม่นานก็เสร็จแล้วเจ้าค่ะ”   

หลินหว่านหรงรีบดึงมือของนางแล้วพูดว่า “ไม่ต้องแล้ว เฉี่ยวเฉี่ยว ข้ากินมาแล้ว”   

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวถูกเขาดึงมือเอาไว้ รู้สึกได้ว่ากระแสความร้อนที่ส่งมาจากฝ่ามือของเขาทะลวงเข้ามาในใจตน หน้าของนางแดงทันที ใจเต้นตึกตักไม่เป็นส่ำ เอ่ยขึ้นเสียงแผ่วเบาว่า “พี่หลิน ข้า——”

นางขัดขืนเบาๆ โดยอัตโนมัติ หลินหว่านหรงถึงรู้สึกตัวว่าตนเองจับมือน้อยของหญิงสาวอยู่   

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวรู้สึกเพียงในใจประดุจแมวข่วน ความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างหนึ่งเอ่อล้นขึ้นมาจากจิตใจ ร่างกายของนางร้อนผ่าว ขยับบิดร่างกายเบาๆ

หลินหว่านหรงปล่อยมือน้อยของนางออกไปอย่างอาวรณ์ กล่าวโดยหน้าไม่แดงเลยสักนิดว่า  “เฉี่ยวเฉี่ยว เจ้ามาเพื่อส่งอาหารให้ข้าเป็นการเฉพาะ?” 

วิธีเบี่ยงเบนความสนใจของเขาสูงส่งยิ่งนัก แม่สาวน้อยต่งเฉี่ยวเฉี่ยวนี้ไหนเลยจะเป็นคู่มือเขาได้   

ครั้นเห็นเขาปล่อยมือน้อยของตนไปแล้ว สีแดงบนใบหน้าต่งเฉี่ยวเฉี่ยวจึงลดทอนลงไปเล็กน้อย ทว่าในใจกลับแอบรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง เมื่อได้ฟังคำของเขาก็พลันนึกถึงวัตถุประสงค์ที่ตนเองมาได้ทันที รีบพูดว่า “พี่หลินเจ้าคะ บาดแผลของท่านล่ะ ให้ข้าดูเสียหน่อยเถิดเจ้าค่ะ”

“บาดแผลอะไร?” เขายังตามไม่ทัน ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวก็มองเห็นรอยแผลสกปรกทางด้านหลังและแผ่นหลังที่บวมเป่งของเขาแล้ว   

“พี่หลิน ผู้ใดซ้อมท่านจนเป็นเช่นนี้ เหตุใดถึงได้ลงมืออย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้เจ้าคะ?” ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวกล่าวโดยแฝงเสียงสั่นเครือ ความเอาใจใส่และความเจ็บปวดเช่นนั้นทำให้หลินหว่านหรงรู้สึกอบอุ่นใจ

ไม่ต้องบอก ต้องเป็นเจ้าเด็กต่งชิงซานที่นำเรื่องบาดเจ็บของตนเองบอกแก่ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวแน่ ดังนั้นต่งเฉี่ยวเฉี่ยวถึงได้มาหาถึงที่   

“ไม่เป็นไร เฉี่ยวเฉี่ยว ข้าหนังหยาบเนื้อหนา บาดแผลเล็กน้อย ไม่เป็นอะไรมาก” หลินหว่านหรงกล่าวระคนหัวเราะขึ้น   

“ไม่ได้เจ้าค่ะ พี่ใหญ่ บาดแผลของท่านมีสภาพถึงขนาดนี้แล้ว——” ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวพูดต่อไปไม่ได้ น้ำตาใกล้หลั่งรินออกมา

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวมองแขนทรงพลังของเขา ใบหน้าแดงก่ำ ใจเต้นระรัว เพียงแต่เมื่อเหลือบมองเห็นรอยบวมบนแผ่นหลังเขาอีกครั้ง ความคิดอันแสนงดงามล้วนมลายหายไปสิ้น

น้ำตาของนางคลอหน่วย ยื่นนิ้วเรียวยาวออกมา ลูบรอยบวมนั้นเบาๆ กล่าวด้วยเสียงที่อ่อนโยนว่า “พี่ใหญ่ เจ็บหรือไม่เจ้าคะ?”   

หลินหว่านหรงฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่เจ็บ” เขานอนฟุบอยู่บนเตียง จับผ้าห่มแน่น ไม่เจ็บ? ไร้สาระ เจ้าลองถูกซ้อมจนมีสภาพแบบนี้บ้างไหมล่ะ? เพียงแต่แม่สาวน้อยต่งเฉี่ยวเฉี่ยวอ่อนโยนจิตใจดีเช่นนี้ หลินหว่านหรงจึงไม่อาจทำให้สาวน้อยเป็นกังวลก็เท่านั้นเอง

หยดน้ำร้อนลวกหลายหยดหล่นลบนแผ่นหลังหลินหว่านหรง เขาหันกลับไปกลับเห็นต่งเฉี่ยวเฉี่ยวรีบเบือนหน้าไปเช็ดคราบน้ำตาในดวงตา

“เด็กโง่ พี่ใหญ่ไม่เป็นอะไร” ใจของหลินหว่านหรงถูกความอ่อนโยนเข้าครอบงำ มองต่งเฉี่ยวเฉี่ยวพลางกล่าวด้วยเสียงอ่อนโยน

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวเบือนหน้ากลับมามองเขาด้วยความกระดากอายพร้อมกับพูดว่า “พี่ใหญ่ จากนี้ไปท่านต้องรู้จักดูแลตัวเองนะเจ้าคะ ข้า——พวกเราไม่อยากเห็นทานได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย”

หลินหว่านหรงหัวเราะร่าเสียงดังแล้วพูดว่า “วางใจเถอะ เฉี่ยวเฉี่ยว คนที่ทำร้ายข้าได้ยังไม่เกิด” 

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวหน้าแดงค้อนเขาคราหนึ่งพร้อมกับเอ่ยว่า “ขี้โม้”   

เนตรงามคลอด้วยหยาดน้ำตาประดุจดอกหลีพรำด้วยหยาดพิรุณ งดงามอย่างบอกไม่ถูก หลินหว่านหรงมองนางอย่างเลื่อนลอย กล่าวว่า “เฉี่ยวเฉี่ยว เจ้างามจริงๆ”   

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวกัดริมฝีปากแดงพลางก้มหน้าลงไปด้วยความอาย ความปีติยินดีบนใบหน้าแม้แต่คนตาบอดก็ยังมองเห็น

หลินหว่านหรงบังเกิดความคิดหุนหันในใจ ใคร่สวมกอดสตรีผู้งามหยาดเยิ้มคนนี้แล้วกัดแรงๆ สักคำหนึ่ง ขณะที่คิดจะทำ ความเจ็บปวดแสบร้อนกลับแผ่มาจากแผ่นหลัง

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวนำน้ำมันแก้ฟกช้ำทาลงบนแผลของเขาอย่างระมัดระวัง การเคลื่อนไหวอ่อนโยนเหมือนสายลมโชยอ่อน การสัมผัสทางกายเนื้ออันสนิทสนมเช่นนี้ทำให้ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวใจเต้นแรงขึ้น ใบหน้าแดงก่ำ

แต่หลินหว่านหรงกลับต่างออกไป ความหนักแน่นยังพอมีอยู่บ้าง แม้คราวนี้จะเป็นเฉี่ยวเฉี่ยวผู้อ่อนโยนและงดงามก็ตาม แต่เขากลับไม่ได้เสียกริยามากนัก  

เมื่อทายาเสร็จแล้วหลินหว่านหรงจึงไปหยิบชุดจากหัวเตียง ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวโน้มตัวลงมา นำยาวางกลับไปในกล่องบนหัวเตียง ถูกเขาทำให้สะดุดจนเท้าลื่นล้ม ร้องตกใจออกมาครั้งหนึ่ง จากนั้นทั้งร่างจึงล้มลงบนเตียง

หลินหว่านหรงเพิ่งหันตัวกลับมาก็ถูกนางทับล้มอยู่บนเตียงแล้ว ความเจ็บปวดที่ส่งผ่านมาจากแผ่นหลังทำให้หลินหว่านหรงใบหน้าบิดเบี้ยวอย่างแรง   

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวแนบสนิทอยู่บนร่างของเขา ไม่กล้าหายใจแรงออกมา มอบความสุขสมอันน่าประหลาดให้แก่เขา หลินหว่านหรงส่งเสียงแค่นลมทึบๆ อย่างสุขสบายออกมาคราหนึ่ง ค่อยๆ เคลื่อนต่ำลงไป กวาดผ่านช่วงเอวของนาง ขยับเคลื่อนต่อไป—-

“พี่ใหญ่——” ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวส่งเสียงละเมอออกมาเบาๆ ดวงตาเต็มไปด้วยไอน้ำพร่ามัว ใบหน้าแดงก่ำ

แม้จะขวางกั้นด้วยอาภรณ์ ทว่าหญิงสาวที่สะอาดบริสุทธิ์ราวกับหิมะเช่นต่งเฉี่ยวเฉี่ยวไหนเลยจะเคยประสบเหตุเช่นนี้มาก่อน นางรู้สึกเพียงร้อนรุ่มไปทั้งร่าง ร้องอาเบาๆ ออกมาครั้งหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าเขินอายอย่างบอกไม่ถูก หมดเรี่ยวแรงไปทั้งตัวประดุจถูกดึงเอ็นและกระดูก ล้มพังพาบอยู่ในอ้อมอก

หลินหว่านหรงเป็นดั่งธนูขึ้นคันศรมานานแล้ว ขณะกำลังจะก้าวข้ามผ่านไปกลับส่งเสียงร้อง “โอ๊ย” ออกมาครั้งหนึ่ง ความเจ็บปวดของบาดแผลบนแผ่นหลังทำให้เขาอดที่จะร้องออกมาไม่ได้




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น