say windy

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บันทึกที่ 3 จู่ๆก็หาเรื่องใส่ตัว นั่นล่ะคือพระเอกนิยายเรื่องนึง

ชื่อตอน : บันทึกที่ 3 จู่ๆก็หาเรื่องใส่ตัว นั่นล่ะคือพระเอกนิยายเรื่องนึง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.พ. 2558 14:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บันทึกที่ 3 จู่ๆก็หาเรื่องใส่ตัว นั่นล่ะคือพระเอกนิยายเรื่องนึง
แบบอักษร

บันทึกที่ 3

จู่ๆก็หาเรื่องใส่ตัว นั่นล่ะคือพระเอกนิยายเรื่องนึง

 

เป็นเรื่องไม่ลำบากเท่าไหร่กับการแบกคนตัวเตี้ยกว่าไม่มากขึ้นหลังแล้วออกตัวเดินไปตามทางแคบๆ โชคดีที่ยังพอมีแสงไฟจากบานหน้าต่างพอให้เห็นเส้นทางข้างหน้าอยู่บ้าง

 

กริช..

 

เสียงเรียกเบาๆทำให้เจ้าของชื่อสะดุ้ง หันขวับไปตามเสียงก็พบกับชายหนุ่มผู้คุ้นเคยนั่งหน้าเครียดอยู่บนราวบันไดหนีไฟเก่าๆไม่ห่างออกไป  ดวงตาสีน้ำเงินวาววับในความมืดดูน่ากลัว

 

“…นายอีกแล้วเหรอ ชั้นบอกให้นายพักอยู่ที่บ้านไง!” คิมไม่สนใจคำต่อว่า แต่กลับกระโดดลงมาประชิดตัวเขาในเสี้ยววินาที  คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันขณะมองคนที่เขากำลังแบกไว้บนหลัง

 

 เกิดอะไรขึ้น...คนๆนี้เป็นใคร?

 

ฉันเก็บมาได้” เขาพูดง่ายๆ

 

ชายหนุ่มกระพริบตาปริบเหมือนสมองกำลังทำงานอย่างหนัก คุณไม่ควรจะให้คนแปลกหน้าเข้าใกล้

 

เขาตัดสินใจฟังแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา เออ นายมาก็ดีแล้ว ว่าแล้วก็ส่งร่างที่แบกมาได้พักใหญ่ให้อีกคนรับไปแทน

 

แวมไพร์มองเด็กหนุ่มผมสีขาวในมือด้วยความแปลกใจ ไม่ใช่มนุษย์?

 

คิมดูออกจริงๆซะด้วย ผีย่อมเห็นผีด้วยกันสินะ แต่ในโลกนี้ไม่มีใครที่ไว้ผมหงอกแบบนี้ตั้งแต่ยังหนุ่มหรอก

 

เด็กหนุ่มคิดขำๆ เออ ช็อคดีไหมล่ะ? กริชยืดตัวขึ้นเล็กน้อยเพื่อไล่อาการขบเมื่อย นี่เป็นตัวอะไร

 

...ผมไม่แน่ใจ แวมไพร์ตอบเสียงนิ่ง สีหน้าดูลำบากใจเมื่อรู้สึกว่าตัวเองแย่มากที่ตอบคำถามนี้ไม่ได้ ขณะพินิจร่างในมือทีนึงแล้วเปลี่ยนไปมองกริชทีนึง มาเถอะ ผมจะรีบพาคุณกลับบ้าน

 

มืออีกข้างแตะตรงเอวเบาๆทำให้กริชสะดุ้ง รีบกระโดดเหยงออกมาแทบไม่ทัน ด้วยรู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร เฮ้ย ไม่เอา ชั้นไม่ใช่เด็กเล็กนะ!”

 

เมื่อคืนคุณเสียเลือดไปมากแล้ว ยอมทำตามที่ผมพูดเถอะครับ” คิมทำหน้าเสียดาย แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้

 

ใบหน้าของเด็กหนุ่มร้อนฉ่าด้วยความฉุนกึก ก่อนเปลี่ยนเป็นถอยออกมาเพื่อตั้งหลัก เพราะอีกฝ่ายดูจะจริงจังกับการคิดจะอุ้มเขากลับบ้านมาก

 

หยุด งั้นนายแค่เดินข้างๆก็พอ อย่าคิดจะอุ้มฉันขึ้นทั้งที่ยังแบกเจ้านั่นอยู่เด็ดขาด กริชยื่นคำขาด ด้วยความคิดที่ว่าชาตินี้จะไม่ยอมโดนหิ้วไปมาเหมือนอะไรสักอย่าง

 

แวมไพร์หนุ่มถอนหายใจ พลางอุ้มร่างในมือให้พาดบ่าตัวเองเพื่อความสะดวก “’งั้นคราวหน้า คุณต้องให้ผมอุ้มด้วยนะครับ

 

ไม่มีทาง!!”

 

*****

 

 

ด้วยความมืดทำให้รู้ดีว่าอันตรายแค่ไหนกับการอยู่ในเส้นทางที่เรียกว่ายิ่งกว่าเปลี่ยว เพราะไม่รู้ว่าจะมีใครจะดักตรงมุมตึกบ้าง แม้ว่ามันจะไม่ใช่ปัญหาที่แท้จริงก็ตาม

 

พวกเขาเร่งฝีเท้ามากขึ้นจนเกิดเสียงดังสะท้อนไปมาในที่แคบๆ พวกเขาคงมีเรื่องคุยน้อยเกินไปไม่ก็คุยมากจนไม่มีอะไรจะคุยจริงๆ

 

กริชเหลือบมองคนข้างกายเล็กน้อย ออกมาตั้งแต่ตอนไหน

 

หลังจากทำเตรียมอาหารเย็นรอคุณเสร็จ กลับไปผมจะอุ่นให้” คิมตอบง่ายๆ เจ้าตัวดูจะไม่ยี่หระกับคนที่กำลังแบกอยู่เท่าไหร่ ร่างสูงเดินอย่างมั่นคง ไม่มีท่าทีของความเหน็ดเหนื่อยให้เห็น ซึ่งคงเป็นแบบนั้นอยากไม่ใช่ว่ากริชรู้ว่าคิมมีบาดแผลทั้งตัว จะต้องเหนื่อยบ้างอยู่แล้ว

 

อืม ไปกินข้าวดีกว่า ว่าพลางเพ่งสายตาไปยังเบื้องหน้าซึ่งมืดมิด พลางคิดว่า มันจะไกลเกินไปหรือเปล่า

 

กริช มีคนขวางทางเราอยู่” แวมไพร์หนุ่มเอ่ยขึ้น นั่นทำให้เขาต้องหยุดเท้าลงบ้าง

 

เมื่อเห็นเงาของกลุ่มคนในระยะสายตาทำให้เด็กหนุ่มคิดจะเลี้ยวออกไปตรงถนนใหญ่แทนเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า แต่ทว่า...

 

กึก!

 

ทั้งสองคนหยุดตัวเองลงเมื่อมีชายคนหนึ่งยืนจังก้าปิดทางออก แล้วเมื่อเหลียวไปด้านหลังก็พบว่าคนพวกนั้นกำลังล้อมตัวเขาเอาไว้ ทุกคนมีอาวุธครบมือและใส่ชุดสีดำพรางกายและมีตราแปะอยู่ตรงอกเสื้อเหมือนกันทุกคน แต่กริชมองไม่ออกว่ามันมีรูปร่างแบบไหน แต่ที่แน่ๆพวกเขาคงไม่ได้มาดีหรือแค่ปล้นเงินแบบพวกกุ๊ยทั่วไป

 

คิมใช้มือดึงให้กริชเข้ามาใกล้ตัวเองอย่างปกป้องแม้จะโดนขัดขืนเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำเงินวาวโรจน์กวาดไปรอบทิศ ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้มากกว่านี้

 

 เฮ้ย แกน่ะ” ชายร่างใหญ่เหมือนนักเล่นกล้ามโพล่งขึ้นมาด้วยท่าทางคุกคาม ช่วยคืนมันให้พวกชั้นได้ไหม

 

มัน....?

 

สองหนุ่มคิด สายตาเผลอมองร่างที่สลบไม่ตื่นอยู่อย่างพร้อมเพรียง แต่ไม่ได้ทำตามที่อีกฝ่ายพูด

 

เอ...แกสินะที่ทำร้ายลูกน้องของชั้นเมื่อวาน” จู่ๆเสียงในสักคนในกลุ่มนั้นตะโกนขึ้นมา

 

นอกจากจะเป็นโจทก์ของเจ้าตัวที่หลับแล้ว ยังเป็นโจทก์ของเขาด้วยว่างั้นเถอะ...

 

ถ้าใช่แล้วจะทำไม” กริชถามยียวนกลับ ทั้งที่ในใจจำไม่ได้เลยสักนิดว่าไปสนิทสนมกันตอนไหน วันๆเขาโดนหาเรื่องเป็นสิบๆครั้ง คงจำได้หมดหรอก

 

แกไม่รู้ใช่มั้ยว่าพวกชั้นเป็นใคร

 

หน้าเหี่ยวๆแบบพวกคุณมีเกร่อ ผมคงจำได้อยู่หรอก

 

ช่างมันก่อน ส่งเจ้านั่นมาเร็วเข้า” ชายคนเดิมพูดขึ้นพลางชี้ไม้หน้าสามมาทางเขา

 

จะแน่ใจยังไงว่าเจ้านี่รู้จักพวกคุณ เกิดคุณเอาไปทำร้ายหรือทำอะไรไม่ดี พวกผมก็เหมือนส่งของให้โจรน่ะสิ” กริชตอบกลับ

 

อีกฝ่ายเงียบ ก่อนหันออกคำสั่งอย่างรวดเร็ว ...เก็บมัน

 

ปั้ง!

 

เด็กหนุ่มสะดุ้งกับเสียงและวัตถุที่เฉียดขาไปแบบหวุดหวิด

 

เฮ้ย...ลังเลหรือโกรธสักนิดสิวะ

 

กริชนึกด่าอีกฝ่ายขึ้นมาในใจเมื่อปืนสั้น ไรเฟิล และอื่นๆถูกเล็งมายังพวกตน ราวกับเมื่อครู่เป็นแค่การข่มขู่เท่านั้น

 

อ๊ากกกก

 

จู่ๆชายคนนึงก็ร่วงลงมาจากเฉลียงด้านบน เรียกสายตาตื่นตกใจจากทุกคนไม่เว้นแม้แต่กริช ก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป็นแววตาเหนื่อยหน่ายแทน

 

ชายหนุ่มผมดำยาวซอยระต้นคอ ใบหน้าหล่อเหลาราวรูปสลัก ทั้งดูงดงามและสูงส่งจนคนอื่นที่มองเห็นต่างพากันนิ่งงันด้วยความยำเกรง

 

คิมวางร่างที่นอนบนหลังของตัวเองลงให้พิงกับระเบียงตรงที่เขาเพิ่งโยนใครบางคนลงไปเมื่อครู่ ก่อนกระโดดลงมาหากริชอย่างคล่องแคล่ว

 

กระทั่งใครบางคนได้สติกลับมา บอกว่าอย่าขยับไง!!”

 

กระสุนนัดหนึ่งยิงเข้ากลางหลังของคิม เลือดสีสดค่อยๆไหลออกมาจากปากแผล ทว่าร่างสูงยังคงยืนอย่างสงบ

 

คิมขมวดคิ้ว พลางหันไปมองมือปืนด้วยแววตาสีน้ำเงินเหมือนสัตว์ป่ากำลังเกรี้ยวกราด

 

หลายๆคนถึงกับผงะถอยหลังด้วยความรู้สึกหวาดกลัวแล่นเข้ากลางใจ

 

 ว...แวมไพร์ ใครบางคนครางขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว

 

ประโยคนั้นทำให้กริชรู้สึกชาวาบด้วยความตกใจเป็นครั้งแรก...คนพวกนี้รู้แล้ว!?!

 

ฉัวะ!!

 

เลือดสีแดงสาดกระจายไปทั่วก่อนที่กริชจะได้ทำอะไรต่อ ศีรษะของชายร่างใหญ่ตรงหน้าถูกตัดขาดออกจากร่าง ก่อนล้มตึงไปกับพื้น เรียกเสียงอุทานด้วยความตื่นตระหนก แล้วก่อนที่พวกนั้นจะได้หันมาเล็งปืนใส่พวกเขาเมื่อคิดว่านี่คือต้นเหตุ ก็โดนบางอย่างตัดขาด ทั้งศีรษะ ทั้งลำตัว จนพื้นเจิ่งนองไปด้วยโลหิต  หลายๆคนเริ่มเปลี่ยนเป็นร้องโวยวายด้วยความกลัวแล้วตัดสินใจทิ้งอาวุธเพื่อวิ่งหนีเอาตัวรอด ทว่าพื้นที่ในตรอกแคบๆไม่เอื้ออำนวยให้ทำแบบนั้นสักเท่าไหร่ ส่วนพวกที่คิดจะใช้ปืนยิงสัตว์ประหลาดที่ว่าต่างโดนจัดการอย่างรวดเร็วในชั่วพริบตา โชคร้ายที่เส้นทางในนี้ซับซ้อนกว่าที่คิดทำให้ไม่มีใครสักคนที่หาทางออกไปถนนใหญ่ได้ทัน รวมถึงไม่มีใครกล้าวิ่งมาทางคิมหรือตัวเขาสักคน

 

ความตายที่พวกนั้นเจอ...ไม่มีโอกาสได้ส่งเสียงออกมาแม้แต่ประโยคเดียว

 

เมื่อทุกอย่างสงบลง ร่างหนึ่งก็ค่อยๆปรากฏขึ้นจากความร่างเปล่า ท่ามกลางกลิ่นอายของความตายที่วนเวียนอยู่รอบบริเวณ

 

เด็กสาวผมสีขาวสะอาดถูกบดบังด้วยเลือดสีแดงตามมือทั้งสอง กรงเล็บยาวงอกออกมาดูน่ากลัวพอๆกับเขี้ยวตรงมุมปาก หางยาวคล้ายของสิงโตออกมาจากชายกระโปรง ดวงตาสีชมพูอ่อนเหมือนแมวจับจ้องมายังเขาก่อนล้มลงไปกับพื้นราวกับตุ๊กตาถูกตัดเส้นด้ายออก สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ซึ่งกริชเดาว่าคงเพราะอาการขาหัก สังเกตจากขาข้างนึงของเธอดูผิดรูปไปจากปกติเล็กน้อย

 

เมื่อทุกอย่างกลับมาสภาพเดิม รอบด้านจึงเหลือเพียงแค่ความเงียบ น่าขำที่ไม่มีแม้ใครสักคนจะกล้าออกมาดูเหตุการณ์ หรือพูดให้ถูก การฆ่ากันอาจจะเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่ครั้งนี้มันดูจะโหดร้ายไปเสียหน่อย

 

ชายหนุ่มผมดำมอง ปีศาจ’ ในร่างเด็กสาวด้วยสายตาเคร่งเครียด

 

เขาไม่ได้เจอเผ่าพันธ์ปีศาจแบบเดียวกับตัวเองมานานแค่ไหนแล้วนะนับตั้งแต่การล่าแม่มดในโลกมืด จนเผลอคิดว่าสูญหายไปหมดแล้ว

 

ท่าทางข่าวลือพวกนั้นจะเป็นจริง

 

แวมไพร์หนุ่มมองมือตัวเองพลางเช็ดตรงชายเสื้ออย่างไม่ใส่ใจ

 

แต่ถ้าเขาไม่ช่วย เด็กสาวก็คงฆ่าคนแบบรวดเร็วไม่ได้ ตัวเขาที่เป็นแวมไพร์คงจะโดนกริชต่อว่าข้อหาหาเรื่องใส่ตัว แต่ในเมื่อคนพวกนี้กำลังจะสร้างเรื่องให้เจ้านาย เขาก็จำเป็นต้องจัดการ แม้ว่ามันจะเป็นการยืมมือคนอื่นก็เถอะ...

 

 กริช... คิมพูดขึ้นพลางเดินไปกอดร่างคนตรงหน้าไว้แน่น ซบหน้าลงกับบ่าอีกฝ่าย

 

แค่คุณคนเดียวก็พอครับ...

 

เสียงพึมพำแว่วเข้ามาในหูของคนฟังชัดเจน

 

เด็กหนุ่มผมดำทำท่าจะด่ากับอาการงอแง แต่ต้องเงียบเมื่อรู้สึกว่าชายหนุ่มกำลังตัวสั่นด้วยความกลัว แล้วเปลี่ยนเป็นมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความทำอะไรไม่ถูก ระหว่างเดินไปดูศพทีละคน  ไปเรียกเทลเลอร์มาเอาศพไปทำเป็นอาจารย์ใหญ่ หรือจะเดินหนีไปดี

 

แต่ก็นะ...

 

 โหดเกินไปแล้ว... ปีศาจแบบพวกคิมนี่โหดแบบนี้ทุกตนเลยรึเปล่า เขาชักอยากเห็นมากกว่านี้แล้วสิ

 

เพราะตั้งแต่เจอกับคิม ตัวเขาก็เจอเรื่องเหนือธรรมชาติมากมาย แต่กลับไม่เคยเจอสิ่งชีวิตที่เรียกว่า ปีศาจ’ ได้อย่างเต็มปากเต็มคำสักที

 

 ผมไม่มีปัญหา เพราะผมห่วงคุณมากกว่า คิมพูดเสียงเย็นชาเมื่อคิดว่าเมื่อครู่คนพวกนี้คิดจะทำร้ายเจ้านายของตน

 

ไร้สาระ ชั้นบอกไงว่าชั้นดูแลตัวเองได้ กริชถอนหายใจพลางงัดตัวเองออกมาจากอ้อมแขนแข็งแรง ร้องถามเด็กสาวที่มัวแต่นั่งอยู่กับพื้นไม่ไปไหน แล้วนาย...เธอ เป็นอะไรรึเปล่า?

 

ไม่ต้องเดาให้มากความ อีกฝ่ายก็เป็นคนที่เขาตั้งหน้าตั้งตาแบกมาคนนั้น เพียงแต่...เป็นผู้หญิงหรอกเหรอ เขาว่าเขาไม่น่าตาฝาดหรือมองผิดได้ขนาดนั้นนะ

 

เด็กสาวในชุดนักเรียนเปื้อนเลือดหันมามองกริชด้วยแววตาเย็นชา ขอบใจที่ช่วย แต่อย่ามายุ่งกับชั้นอีก ถ้าพวกนายไม่อยากซวยไปด้วย

 

มันก็จริง เพราะหากดูแลตัวเองไม่ได้ก็คงไม่ไล่ฆ่าคนอย่างง่ายๆแบบนี้หรอก แต่ที่เขาถามเพราะอีกฝ่ายกำลังน้ำตาไหลพรากๆเป็นเผาเต่าต่างหาก ริมฝีปากสวยเบะเล็กน้อย แต่กลับไม่มีเสียงของความเจ็บปวดลอดออกมาสักแอะ

 

จะเรียกว่าเก็บอาการเก่งหรืออะไรดีล่ะ

 

อะไรของยัยนั่นวะ เขาบ่นออกมาเบาๆ อุตส่าห์แบกมาตั้งไกล

 

งั้นผมติดต่อตำรวจไหม...

 

กริชทำหน้าเหม็นเบื่อกับแวมไพร์รักกฏหมาย ไร้สาระน่าคิม เรากลับบ้านกันเถอะ ว่าพลางพูดให้เด็กสาวที่กำลังฝืนสังขารให้ลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบากได้ยินชัดเต็มสองรูหู

 

แล้วเธอก็โชคดีล่ะกัน ขอบใจที่ช่วยเคลียร์เส้นทางให้ แต่บอกไว้ก่อนนะว่ากล้องวงจรปิดที่นี่เยอะมาก จะไปไหนมาไหนในสภาพนั้นก็ดวงช่วยล้วนๆ เธออาจจะโดนเจ้าพวกนั้นยิงตายหรือลากไปข่มขืนแล้วเชือดทิ้งข้างถนนก็ได้ ลาก่อน กริชเอ่ยด้วยท่าทางจริงจังจนน่ากลัว

 

“…”

 

กริช... คิมทำท่าจะขัด แต่เด็กหนุ่มกลับยกมือเป็นเชิงห้าม

 

ว่าไงแม่คนเก่ง เธอมาจะกับชั้นเพื่อนอนพักดีๆสักวัน หรือจะหนีไปทั้งที่ขาหักแบบนั้น

 

เอาจนได้...

 

แวมไพร์หนุ่มถอนหายใจอีกครั้งกับนิสัยปากร้ายแต่ใจดีตลอดของอีกฝ่าย

 

ดูเหมือนเด็กสาวจะเริ่มระแวงขึ้นมาบ้างจึงได้ตอบอ้อมแอ้ม ไปกับนายก็ได้...ว๊าย!” เธอร้องอุทานด้วยความตกใจเมื่อกริชเดินเข้ามาแล้วดึงแขนของเธอให้ลุกขึ้นอย่างไม่เกรงใจ

 

 นี่นาย!!” เธอร้องพลางเงื้อมือขึ้น แต่เด็กหนุ่มก็หันมาดักคอด้วยแววตาน่ากลัว

 

ถ้าเธอดิ้นแล้วเอาเล็บยาวๆนั่นมาข่วนหน้าฉันแม้แต่มิลเดียว ฉันจะจับเธอยัดลงถังขยะเปียกแถวนี้

 

คำขู่มันไม่น่ากลัวเมื่อออกมาจากปากของมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง แต่ความน่ากลัวมันอยู่ที่แวมไพร์ผู้ยืนเป็นแบล็กกราวน์ข้างหลังนั่นต่างหาก  มันทำให้ ปีศาจ’ อย่างเธอตัวสั่นด้วยความกลัวเป็นครั้งแรก ยิ่งกว่าตอนหนีเจ้าคนพวกนั้นเสียอีก

 

...กริช คุณก็ด้วย แต่โดยไม่ทันตั้งตัว ร่างของเด็กหนุ่มกลับถูกรวบเข้าหาชายหนุ่มเสียแทน มือที่จับเด็กสาวหลุดออกทันที

 

เฮ้ยคิม ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้เลยนะ!!” กลายเป็นกริชที่ต้องโวยวายออกมา พลางใช้กำลังแขนงัดตัวเองออกมา ทั้งเตะทั้งสะบัด แต่มันก็ไม่ได้ผลกับแวทไพร์ที่ได้กินอาหารจนอิ่มท้องมาได้ไม่ถึงวัน

 

รู้งี้ไม่ให้กินซะก็ดี!!

 

เมื่อไม่ได้ผลจึงเปลี่ยนเป็นถามอีกฝ่ายเสียงหงุดหงิดแทน เป็นอะไรของแกเนี่ย?

 

ชายหนุ่มเงียบ สายตาเรืองๆถูกส่งมาแทนคำตอบ ผมเกลียดนาย

 

ห๊ะ?

 

เด็กสาวพูดออกมาเมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้า นี่พวกนาย...เป็นคู่เกย์เหรอ

 

ไม่ใช่!/ไม่ครับ สองเสียงหันมาพูดขึ้นมาพร้อมกัน

 

เด็กสาวผมขาวมองทั้งคู่ด้วยสายตาไม่เชื่อเท่าไหร่นัก แต่ถึงจะแปลกประหลาดยังไง เรื่องเมื่อครู่ก็อธิบายได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้เลวร้าย...ในระดับนึง

 

แวมไพร์..เผ่าพันธ์สูงส่งและสง่างาม การที่จะอยู่ร่วมกับมนุษย์ในฐานะเจ้านายและลูกน้อง หากไม่มียศศักดิ์เท่ากันก็แสดงว่าคงมีพลังมหาศาลหรือทัดเทียมเท่านั้น คิดไม่ถึงว่าจะมาอยู่กับคนธรรมดา...หรือจะเรียกว่าไม่ธรรมดาดี เพราะเจอคนถูกฆ่ากลับไม่ทำหน้าตาหวาดกลัวหรือระแวง กลับยื่นมือให้ความช่วยเหลือต่อ

 

พวกนี้คงไว้ใจได้ใช่ไหม...เด็กสาวครุ่นคิดในใจ ก่อนตัดสินใจพูดขึ้น

 

ฉันเดินไหว ...ไม่เกี่ยงหรอกหากพวกนายจะให้ฉันวิ่งข้ามตึกตาม ว่าพลางพึมพำภาษาไม่คุ้นหูออกมา ร่างบอบบางเรืองแสงสีขาวนวลจางๆ แปรเปลี่ยนร่างนั้นให้สูงขึ้น มีกล้ามเนื้อมากขึ้น ใบหน้าสวยเริ่มมีเค้าโครงแข็งกร้าว กลายเป็นเด็กหนุ่มรูปงามอย่างรวดเร็วโดยสีผมและสีตายังคงเดิม มันคือร่างที่กริชเห็นตอนแรกนั่นเอง

 

การเปลี่ยนแปลงต่อหน้าต่อตาทำให้กริชมองด้วยสายตาเปร่งประกายเหมือนเด็กเจอของเล่นกับปีกค้างคาวขนาดใหญ่กลางหลังอีกฝ่าย

 

นี่นาย...ฉันเพิ่งเคยเห็นคนแคระผู้ชายใส่กระโปรงจริงจังเป็นครั้งแรกนี่แหละ!”

 

คนฟังแทบลมจับ..นี่ตกใจผิดประเด็นไปหรือเปล่า!!

 

ไม่ใช่!!” คนโดนหาว่าเป็นคนแคระใส่กระโปรงตะโกนลั่น ฉันไม่ใช่คนแคระ เป็นซัคคิวบัสต่างหาก แล้วชั้นเป็นผู้หญิงย่ะ แต่ร่างผู้ชายแบบนี้มันแข็งแรงกว่า!!”

 

มันจะน่าเชื่อถือกว่านี้ หากคนพูดไม่ใช่ผู้ชายหน้าสวย ยังดีที่ไม่ใช่หนุ่มล่ำ ไม่อย่างนั้นสองหนุ่มคงพากันฝันร้ายไปหลายวัน

 

ซัคคิวบัส...

 

กริชนึกไปถึงหนังสือเผ่าพันธุ์ต่างๆที่เคยอ่าน ซัคคิวบัสคือปีศาจความฝันที่ล่อลวงมนุษย์แล้วกินพลังงานชีวิตของคนๆนั้นเป็นอาหาร ปีศาจในตำนานที่ไม่มีใครยืนยันว่ามีตัวตนอยู่จริง (สำหรับหนังสือเมื่อหลายร้อยปีก่อน) แต่สำหรับเขาที่มีแวมไพร์อยู่ข้างตัวคงไม่ต้องพูดอะไรมาก ในปัจจุบันตัวตนของปีศาจก็ไม่ค่อยมีมาให้เห็นง่ายๆ ด้วยเพราะส่วนใหญ่เลือกที่จะอยู่กับมนุษย์เงียบๆ และคอยบงการอยู่เบื้องหลังเสียมากกว่า

 

ว่าแต่...เขาคิดว่าซัคคิวบัสจะเลือกเพศชัดเจนซะอีก นี่มันเรียกว่าอะไรนะ

 

ซัคคิวบัสมีพวกกระเทยด้วย... สมัยนิยมดีนะ

 

ไม่ใช่โว้ย!!!”

 

บทสนทนาบั่นทอนประสาทจนบุคคลที่สามชักเบื่อหน่ายแกมรำคาญ

 

พอเถอะครับ...คิมรำพึงในใจ ก่อนตัดสินใจจบบทสนทนานี้โดยการกระชับแขนที่อุ้มเจ้านายของตนแล้วออกตัวกระโดดไต่กำแพงขึ้นไปยังดาดฟ้าและวิ่งข้ามไปอีกฟากตึกอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจเสียงโวยวายข้างหูหรือมองว่าอีกคนจะตามมาหรือไม่ เพราะอย่างไรเสียตัวเขาก็ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะไม่เข้าไปพัวพันกับเรื่องยุ่งยาก

 

สัญชาตญาณของเขาบอกไว้ว่า มันจะไม่จบแค่นี้นี่สิ...

 

 

 




 ............ติดตามตอนต่อไป.............

_______________________

แต่งไปคิดไป..สรุปเรื่องนี้จะเอาวาย ดาร์ก หรือเอาฮาดีนะ

ดังนั้นขอให้ทุกท่านที่ตามอ่านช่วยตามจนถึงบทสรุปของนิยายเบี้ยวๆเรื่องนี้ด้วยนะงับ //เพราะคนแต่งก็ยังไม่รู้เลยว่ามันแนวไหนแน่ (เผ่น)

คิดว่าคงภาคเดียวจบ ไม่เกิน 30 ตอน //คิดว่า

ขอบคุณที่ตามอ่านครับ

 
ความคิดเห็น