say windy

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บันทึกที่ 2 บุพเพอาละวาด มักเป็นจุดเริ่มต้นของนิยายทุกเรื่อง

ชื่อตอน : บันทึกที่ 2 บุพเพอาละวาด มักเป็นจุดเริ่มต้นของนิยายทุกเรื่อง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.พ. 2558 09:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บันทึกที่ 2 บุพเพอาละวาด มักเป็นจุดเริ่มต้นของนิยายทุกเรื่อง
แบบอักษร

บันทึกที่ 2

บุพเพอาละวาด มักเป็นจุดเริ่มต้นของนิยายทุกเรื่อง

 

รู้สึกตัวอีกที คิมก็พบว่าตัวเองตื่นขึ้นมาบนโซฟา ถึงจะมึนงงเล็กน้อยในตอนแรกแต่ก็จำได้ว่าเผลอกินเลือดจากเจ้านายตัวเองแล้วดันสลบไปทั้งแบบนั้น

 

ทั้งห้องมืดสนิทจากผ้าม่านผืนหนาจนแสงแดดลอดผ่านเข้ามาไม่ได้ ทั้งคฤหาสน์เงียบสงบไร้ลมหายใจของสิ่งมีชีวิตทั้งแต่ห้องบนสุดยันชั้นใต้ดิน บ่งบอกว่ามนุษย์อีกคนได้หายตัวไปอีกแล้ว

 

ชายหนุ่มถอนหายใจพลางหลับตาลงด้วยความเหนื่อยอ่อนจากเรื่องเมื่อคืน รสเลือดยังคงติดอยู่บนริมฝีปากจนเผลอกลืนน้ำลาย

 

ถึงจะน่าอับอาย แต่ความจริงก็คือเขาไม่ใช่พวกกระหายเลือด แค่กินเพื่อมีชีวิตรอดไปวันๆ ไม่ได้กินเพื่อความสนุกหรือสะใจแบบเผ่าพันธ์เดียวกัน แถมมันเป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งเดือนสำหรับอาหารมื้อแรก

 

หนึ่งในข้อตกลงสำหรับการอยู่ร่วมกัน

 

ชายหนุ่มตัดสินใจยันกายลุกขึ้นเพื่อสำรวจตัวเอง ซึ่งหากไม่นับพวกผ้าพันแผลบนตัวก็มีแค่กางเกงสแลคขายาวเท่านั้น ร่างกายของเขาดูสมส่วนมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าเดิมหากนับจากเมื่อวานที่เขารู้ตัวเองดีว่าผอมไปมาก นับเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ ตอนนี้เขาได้กลิ่นต่างๆชัดเจนรวมถึงดวงตาเริ่มมองเห็นแสงสีชัดขึ้น แถมสติกับสัญชาตญาณดูจะได้รับการบำรุงให้ดีขึ้นอีกต่างหาก

 

เลือดมนุษย์นี่มันดีกว่าจริงๆ...

 

ว่าแต่ อาหาร’ ของเขาหนีไปเที่ยวเล่นอีกแล้วเหรอ...

 

 

*****

 

 

เจ้าบ้านั่น...

 

กริชกดเสียงต่ำในลำคอ สายตาแข็งกร้าวราวกับจะไปฆ่าใครสักคน มือกระชับสายกระเป๋าตัวเอง ขณะเดินลัดเลาะไปตามตรอกอันแสนคุ้นเคยตามนิสัยไม่อยากเจอหน้าผู้คน แถมมันยังดีกว่าหากจะต้องออกไปเจอพวกกุ๊ยข้างถนนที่เดินกร่างแบบไม่กลัวกฏหมาย

 

เด็กหนุ่มผมดำเดินข้ามตัวคนจรจัดอย่างไม่ใส่ใจและไล่เตะพวกรีดไถเงินโดยไม่คิดจะเล่นด้วยสักหน่อยแบบทุกครั้งด้วยอารมณ์ขุ่นมัวยามเช้าผสมกับเรื่องไม่น่าอภิรมย์เมื่อคืน

 

อาการปวดแปลบตรงคอและส่วนอื่นๆทำให้เด็กหนุ่มแบบเบ้หน้านิดๆตอนขยับตัว เขาเชื่อว่ามันคงแดงไปไหนต่อไหน แล้วก็ต้องอยู่ในสภาพใส่ชุดปกปิดร่างกายไปอีกหลายวัน ทั้งที่อากาศในเมืองออกจะร้อนอบอ้าวจนแทบจะเดินแก้ผ้าได้

 

เขาไม่เคยบอกให้กัดคอเพราะมันจะเป็นรอยไปอีกหลายวันแท้ๆ เจ้านั่นก็ยังทำจนได้สิน่า หรือเขาผิดที่ไม่ได้ให้อาหารเจ้านั่นมานานเกินไป

 

เดือนนึงต่อครั้ง คือข้อตกลงของเรา

 

กริชเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆจนถึงเขตบ้านพักอาศัยเกรด3 ห้องหลายร้อยห้องแออัดยัดเยียดอยู่ในพื้นที่แคบๆอันเป็นที่นอนของประชาชนระดับต่ำซึ่งทางรัฐจัดการรวมพวกเขาเข้ามาอยู่เพื่อสะดวกต่อการจัดสรรประชาชน หรือก็คือเก็บกวาดผู้ยากไร้ไม่ให้อยู่ตามถนนมากไปนัก

 

จุดที่เขาอยู่มันเป็นส่วนด้านหลังทำให้เห็นแต่หน้าต่างติดลูกกรงต่อๆกันไม่ต่างกับคุก ราวตากผ้าถูกผูกต่อกันระหว่างสองฟากตึกเต็มไปด้วยเสื้อผ้าเก่ากลางใหม่ห้อยโตงเตงหลายต่อหลายชั้นจนแทบจะปิดทัศนียภาพของท้องฟ้าไปถนัดตา หรืออันที่จริงมันอาจจะไม่มีตั้งแต่แรกเพราะขนาดของตึกที่มีกว่าสิบชั้น ไม่ต้องพูดถึงกลิ่นอับชวนเวียนหัวจากเชื้อราและกลิ่นไม่พึงประสงค์อื่นๆ ขยะหลากหลายชนิดวางระเกะระกะไร้การทำความสะอาด

 

ยังดูแย่ไม่เปลี่ยน แต่เขาก็ไม่คิดจะโทษคนที่อาศัยอยู่ คนเราเลือกเกิดไม่ได้ และหากไม่มีที่นี่ ประชาชนหลายพันคนคงกลายเป็นพวกไร้บ้านหรือพวกจรจัด

 

เด็กหนุ่มเดินผ่านเข้าไปโดยพยายามไม่โดนอะไรสักอย่างในนั้น ในใจเปลี่ยนมาด่าบุคคลที่ทำให้เขาต้องถ่อมาถึงนี่

 

เมื่อเดินพ้นมาได้ก็เจอตึกสีขาวสะอาดเหม็นกลิ่นสีใหม่ ผิดกับอาคารเก่าๆติดกันราวฟ้ากับเหวอันเป็นจุดหมายปลายทาง เขาเดินเข้าไปเคาะประตูเหล็กด้านหลังสองสามที แต่พบว่ามันไม่ได้ล็อคจึงตัดสินใจเดินเข้าไปก่อนชะงักกึก

 

เสียงบางอย่างเล็ดลอดออกมาจากความมืดสลัว

 

อ...อืม...ดีจัง..

 

อา...มากกว่านี้สิ

 

เสียงครวญครางของคนสองคนที่ดังลอดออกมาเมื่อเข้าไปด้านในทำเขานึกเซ็งสนิท ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครกำลังมาเสพสมกันแถวนี้ในกลางวันแสกๆ

 

ไม่อายฟ้าอายดิน

 

เด็กหนุ่มทำหน้าเซ็งจิต มือหนาทุบประตูแรงๆจนเกิดเสียงดังสนั่นพร้อมตะโกนออกมาอย่างไม่เกรงใจ

 

เฮ้ยแต่เช้าเลยนะ

 

ว๊าย!” เสียงอุทานด้วยความตระหนกดังขึ้น ร่างของหญิงสาวคนนึงในชุดหลุดลุ่ยจนเห็นชุดชั้นในลายลูกไม้วิ่งผ่านตัวเขาขึ้นไปบนบันไดติดทางที่เขาเพิ่งเข้ามาเมื่อครู่

 

ไฟในห้องถูกเปิดพรึ่บ เผยให้เป็นสภาพของห้องครัวขนาดกะทัดรัด ส่วนคนเปิดสวิสต์เป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ภายนอกดูจะวัยประมาณเดียวกับเขา มือทั้งสองกำลังใช้ผ้าเช็ดแว่นตาตัวเองด้วยท่าทางหงุดหงิด สภาพยังมีเสื้อครบแต่ไม่ต่างอะไรกับสาวคนเมื่อครู่เท่าไหร่

 

กริช...นี่มันเสียมารยาทนะไอ้.... เมื่อใส่แว่นแล้วจึงมาด่าเขาทันที

 

แล้วหมาที่ไหนมันนัดชั้นมาตอนนี้ล่ะวะ แล้วนี่มันห้องครัว ไม่ใช่ห้องนอน เขาตอกกลับเข้าให้อย่างไม่สนใจใบหน้าหงุดหงิดนั่น เอาเป็นว่าขอโทษกับการเมคเลิฟยามเช้ากับเมียของนาย

 

นั่นไม่ใช่เมียฉัน

 

รู้ ถ้าเป็นเมียจริงๆคงมีเป็นร้อย จะบอกว่าเป็นสามีก็ไม่น่าใช่ แล้วรายนั้นทำไมถึงมาทำรักกับแกได้วะ เทลเลอร์

 

ยังเด็กยังเล็ก ไม่ต้องถาม เทลเลอร์ตอบเสียงเครียดขณะจัดเครื่องแบบให้เข้าที่ ดวงตาสีเขียว ผมน้ำตาลอ่อน ใบหน้าหล่อเหลาสมอายุ แบบไม่แปลกหากจะมีคนมาเกาะแกะ แต่กริชบอกได้เต็มปากว่าเขาไม่ชอบเจ้านี่ขั้นรุนแรง หากไม่มีผลประโยชน์ร่วมกันคงไม่เข้ามา

 

เข้ามาทีก็มีสาวไม่ซ้ำหน้า ไม่กลัวโรคหรืออะไรเลย เป็นหมอประสาอะไร

เอาของไปแล้วไสหัวไปได้แล้ว ถุงห่อด้วยหนังสือพิมพ์ ทับด้วยพลาสติกถูกโยนมาให้เด็กหนุ่มรับไป สีหน้าบุญไม่รับทำคนมองหลุดยิ้มยียวนออกมาจนได้

 

ออกหน้าร้านนะ กริชบอกยิ้มๆเพราะรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมา หลังจากตรวจของด้วยการจับสองสามทีแล้วพบว่ามันคือสิ่งที่ตนต้องการแน่นอน

 

เออ...แล้วนี่เข้ามาหลังร้านอีกแล้วนะ กลิ่นเหม็นมันติดตัวนะเว้ย ทำร้านฉันเสียหมดเทลเลอร์ด่าเข้าให้ ซึ่งกริชก็ไม่ยอมแพ้

 

แล้วใครมันตั้งร้านในเขตนี้วะ

 

คำสั่งของรัฐจะให้ทำไง ทางนั้นดันบอกให้หาอะไรมาประดับในเขตนี้หน่อย พอทางผู้ใหญ่มาตรวจจะได้อ้างได้” ชายหนุ่มตอบด้วยเหตุผล ทั้งที่จำได้ว่าพูดกับอีกฝ่ายมาแล้วหลายครั้ง

 

ที่นี่คือด้านหลังของคลินิคในแถบนี้ เหตุผลก็เพื่อรักษาสภาพของประชากรไม่ให้แย่กว่าที่เป็นอยู่ คนรับเคราะห์คงเป็นหมอและพยาบาลบางส่วนที่ได้มอบหมายให้มาประจำการในเขตนี้ เขตที่กันดารที่สุด ทั้งที่อยู่ใกล้ตัวเมืองแค่ไม่กี่กิโลฯ

 

คนเมื่อครู่คงเป็นนางพยาบาลสินะ... ให้ไปเรียกไหม

 

เอามาเพื่อ แกแหละไอ้กริช มาทดแทนที่ทำฉันหมดอารมณ์ซะดีๆ สายตากระลิ้มกระเลี่ยถูกส่งให้ แต่กริชนึกอยากถีบให้หน้าหล่อๆนั่นจมดินจนบุบไปทั้งหน้า

 

เขาไม่ใช่คนไร้เดียงสา และเรื่องทำนองนี้กับเพศเดียวกันถือเป็นเรื่องปกติ แต่เขายังไม่มีอารมณ์พิศวาสกับใคร โดยเฉพาะเจ้านี่

 

ไร้สาระ จะไปตามแม่สาวอกสะบึมมาให้ นายกลับไปทำงานเลยไป๊ไอ้หมอเถื่อน กริชด่าอีกสักทีแล้วเผ่นขึ้นไปชั้นสอง เสียงด่าไล่ตามหลังทำเขาหลุดหัวเราะออกมาจริงๆ

 

ว่าใครหมอเถื่อนวะ นี่ชั้นได้ใบรับรองมานานแล้วนะ!!!”

 

ชั้นสองเป็นห้องพักสำหรับเจ้าหน้าที่ มีใบหน้าและป้ายชื่อแปะไว้ชัดเจน ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาหานาน

 

เธอ...ไอ้หมอเถื่อนมันเรียกหาแหนะ เขาเคาะประตูปังๆ โดยไม่เกรงใจห้องอื่น

 

ผ่านไปสักพักประตูจึงถูกเปิดออก พร้อมกับร่างอรชนจะโผล่ศีรษะออกมาช้าๆ

 

...ขอโทษค่ะ” หญิงสาวทำหน้าเอียงอายนิดหน่อยเมื่อเห็นหน้ากริชชัดๆ คงเพราะตอนแรกตกใจจึงไม่ทันสังเกต

 

นี่เพื่อนของหมอเทลเลอร์หล่อขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย!

 

เอ่อ...คุณเป็นเพื่อนของคุณหมอเทลเลอร์เหรอคะ ขอโทษค่ะที่ทำให้ลำบากมาตามตัวถึงห้องแบบนี้ อลิซเสียใจจริงๆนะ ถือโอกาสเรียกตัวเองด้วยชื่อแล้วเปิดประตูออกกว้าง เผยให้เป็นร่างกายที่สวมเพียงผ้าขนหนูสั้นเห็นต้นขาขาว ใบหน้าสะสวยยังคงมีหยดน้ำเกาะ ดวงตาคู่โตดูเซ็กซี่ยั่วยวนเกินห้ามใจสำหรับชายหนุ่มหลายคน

 

โดยหารู้ไม่ว่าประโยค ‘เพื่อนของหมอเทลเลอร์ ทำคนตรงหน้าหมดอารมณ์ไปโข

 

“…ไม่ใช่ แล้วแต่งตัวให้เรียบร้อยด้วย กริชตอบเสียงนิ่ง ดวงตามองอีกฝ่ายขึ้นลงช้าๆ ก่อนพูด

 

แล้วบอกไว้ก่อนนะ ไม่รู้หรอกว่ากฏเป็นยังไง แต่ฉันไม่แย่งของ ‘เพื่อน’ หรอก ถึงจะเป็นเซ็กซ์วันต่อวันที่เธอกำลังทำอยู่ก็เถอะ

 

“!!!” หญิงสาวเบิกตากว้าง อ้าปากจะกรี๊ดออกมาดังๆ แต่ก็หยุดไว้ เปลี่ยนเป็นเดินกระทืบเท้าผ่านตัวเขาลงไปด้านล่าง

 

คาดว่าอีกฝ่ายคงเกลียดขี้หน้าเขาไปอีกนาน

 

เห็นว่าตามนานจัด แกไปพูดอะไรกับรายนั้นวะ เห็นสะบัดหน้างอนขนาด เทลเลอร์ในชุดเครื่องแบบหมอจนดูเป็นคนดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนหน้าถามขึ้นเมื่อเห็นเขาเดินลงมา

 

บอกว่าของแกมันไม่เต็มอิ่มหรอก ว่างๆมานอนกับชั้นดีกว่า แถมได้กินอาหารเช้าสุดหรูด้วย หึๆ

ไอ้บ้า แกทำชั้นเสียหมด!!!”

 

เขาหัวเราะเสียงดังเมื่อแกล้งอีกฝ่ายสำเร็จ งั้นฉันช่วยงานแกสักวันล่ะกัน ไถ่โทษดีมะ

 

เป็นข้อเสนอที่อีกฝ่ายไม่ปฏิเสธ แถมยังออกแรงลากให้เดินไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อด้วยกันอีกต่างหาก

 

นั่นรอยอะไร... เทลเลอร์ทักขึ้นเมื่อมาเจอเขากำลังใส่เสื้อหลังจากอาบน้ำล้างตัวเสร็จเพื่อฆ่าเชื้อก่อนเข้าไปเจอคนไข้ด้านใน เพราะก่อนหน้าเขาเพิ่งไปผจญกับเชื้อโรคมาเต็มๆ

 

...หมากัด

 

หมาตัวใหญ่น่าดูนะ นี่กริชน้อยๆของชั้นจะออกเรือนแล้วเหรอ” เสียงเย้าแหย่ทำให้กริชหน้าขึ้นสีด้วยความโกรธมากกว่าเขินอาย

 

...ถ้าไม่เตรียมน้ำยาฆ่าเชื้อให้ชั้นใน 1 นาที ชั้นจะจับนายผ่าตัดเอาน้องชายนายออกตอนหลับแน่

 

เฮ้ย ชั้นพูดเล่น!!” เทลเลอร์รีบเผ่นไปเอาของที่เขาต้องการในทันที

 

*****

 

 

ห้องด้านหลังแคบๆที่พวกเขาอยู่ตอนแรก ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเมื่อเดินพ้นออกมาจะเป็นคลีนิคขนาดกลาง ครอบครองพื้นที่กว่าสองช่วงตึก ในฐานะโรงพยาบาลของรัฐซึ่งเอาไว้รักษาประชาชนในแถบนี้

 

เขาไม่คิดจะออกไปแถวเคาน์เตอร์ด้านหน้า จึงได้ขึ้นมาชั้นสองอันเป็นห้องพักสำหรับคนป่วยแทน แต่ก็รองรับได้แค่ยี่สิบเตียงเท่านั้น แถมเป็นแบบห้องรวม คนส่วนใหญ่จะมีหลากหลายสาเหตุ ทั้งป่วย ขาดอาหาร โดนทำร้าย และอื่นๆอีกมาก ยังไม่นับกับคนนอนบนเสื่อที่พื้นเพราะเตียงไม่พอ แถมมีคนตายแล้วโดนเข็นออกไปก่อนเตียงจะมีคนป่วยอีกคนมาแทนที่อย่างรวดเร็วพอกัน เพื่อให้คนอื่นได้เข้ามาพักรักษาตัวกันอาการติดเชื้อจากด้านนอก เพราะในห้องนี้จะได้รับการฆ่าเชื้อทุกชั่วโมง จนคนนอกแบบเขาต้องผ่านการฆ่าเชื้อก่อนเบื้องต้นก่อนถึงจะเข้ามาได้

 

ถึงจะดูแย่แต่ถือว่าดีที่สุดสำหรับเขตพื้นที่อาศัยแถบนี้ สวัสดิ์การไม่มากเท่าตัวเมืองแต่ได้กำไรหลายอย่าง อย่างน้อยนางพยาบาลที่นี่ก็สวย ...เทลเลอร์บอกไว้

 

หน้าที่ของเขาคือเดินไปสอบถามอาการคนไข้ทีละคนโดยมีเทลเลอร์คอยจดอะไรยุกยิกข้างๆ ทั้งที่ความจริงอีกฝ่ายต้องเป็นคนถามมากกว่า

 

หากครั้งนี้เขาสะดุดตากับห้องในสุดที่มีผ้าม่านปิดเอาไว้ มองเผินๆเหมือนหน้าต่างแต่ไม่ใช่แน่นอน เพราะตนมาที่นี่หลายครั้ง แต่จำไม่ได้ว่าเคยมีมันอยู่

 

นั่นห้องอะไร?

 

อ่อ...ใช่เลย ว่าจะให้นายดูพอดี นายเป็นลูกชายหมอนี่นะ เทลเลอร์แซวเบาๆจนกริชแสยะเขี้ยวกลับ แต่ก็ยอมเดินตามอีกฝ่ายไปยังหน้าห้องที่ว่า

 

เมื่อผ้าม่านถูกเปิด เขาก็ถึงกับลืมคำพูดทั้งหมด

 

นี่มัน…”

 

ในห้องมีสีขาวแต่เต็มไปด้วยเลือดสดๆที่ดูจากผ่านเวลามาไม่นาน เศษซากบางอย่างกระจัดกระจายตามพื้นดูสยดสยอง บนเตียงเดี่ยวมีชายคนนึงถูกมัดด้วยโซ่แทบจะทั้งตัวราวกับป้องกันไม่ให้คนบนเตียงลุกขึ้นมาทำอะไรที่คงจะเกี่ยวข้องกับเลือดและชิ้นเนื้อพวกนั้น

 

นี่เขาไม่ยักรู้ว่าเทลเลอร์รับคนบ้ามารักษาแล้ว

 

อาการผีดูดเลือด เพิ่งเข้ามาในเขตนี้ไม่นาน เทลเลอร์ดูจะเดาทางเขาถูกถึงได้อธิบายง่ายๆ คนที่เป็นก็อย่างที่เห็น กินแต่เนื้อสดและเลือด แต่ดูเหมือนจะชอบเนื้อหนังมนุษย์ที่สุด เหมือนพวกแวมไพร์เลยใช่ไหมล่ะ

 

แวมไพร์...คำนี้กระตุ้นอะไรบางอย่าง ทำให้เขารู้สึกสนใจมากกว่าเดิม

 

ดวงตาสีเทาคู่สวยจับจ้องไปยังอีกด้านของกระจกใส เจ้านี่ไม่กลัวแดดใช่ไหม

 

ใช่ โดนแดดหรือเอาซุปกระเทียมยัดปากก็ไม่ยักตาย เอากางเขนมาคล้องคอก็ยังเฉย คิดว่าน่าจะเป็นอาการทางจิตอย่างหนึ่งมากกว่า แต่คนๆนี้ดันฆ่าคนตายเพื่อกินเลือดไปหลายคนแล้ว คิดว่าหากไม่ส่งไปบำบัดก็คงโดนกักบริเวณตลอดชีวิต

 

จริงๆติดต่อโดยการถูกกัด แล้วจะออกอาการหลังจากนั้น 3-6 วัน คนป่วยมีสติสัมปชัญญะดี แต่จะควบคุมตัวเองไม่ได้เวลาหิว

 

ทำไมถึงเก็บไว้ กริชถามขึ้นห้วนๆ ในเมื่อการเอาตัวคนป่วยมาไว้ที่นี่แทนที่จะส่งไปหาจิตแพทย์หรือผู้เกี่ยวข้องด้านนี้โดยตรง กลับพามาที่คลีนิคเล็กๆซะอย่างนั้น

 

ครอบครัวคิดว่าน่าจะเหลือทางรักษาเลยส่งมาเพราะได้ยินชื่อเสียงของฉันไง เห็นแบบนี้แต่พ่อแม่เจ้านี่เป็นหนึ่งในนักการเมืองที่ควบคุมที่นี่อยู่เชียวนะ แต่กลับไม่ยอมบอกที่มาว่าติดมาจากไหนหรือเกิดอะไรขึ้น บอกแค่ว่ารีบให้หาหนทางให้กลับมาเป็นแบบเดิมที เทลเลอร์พูดโดยไม่ใส่ใจ ซึ่งกริชคิดว่าหมอนี่คงได้เงินเป็นค่าปิดปากและค่ารักษามหาศาล ถึงได้ไม่สนเลยว่ามันผิดปกติ ทำแค่หน้าที่ตัวเองอย่างเดียวก็พอ

 

แล้วนายให้เจ้านี่กินศพ?

 

...ไม่รู้ ทางนั้นจะเป็นคนจัดการเรื่องอาหาร ให้พวกชั้นหายามารักษาก็พอ แต่รู้ได้ไงว่าศพ พวกเขาเอาแค่เนื้อหมูเนื้อไก่ให้เท่านั้นแหละ เทลเลอร์ส่ายหัวกับความคิดพิเรนทร์ของเพื่อนตัวเอง ป่ะ ทำงานต่อ ส่วนถ้านายสนใจมาร่วมวิจัยก็บอกล่ะกัน ที่นี่ยินดีต้อนรับเสมอ

เออ...แน่นอน สายตาของกริชจับจ้องไปยังร่างที่จ้องมองกลับมาเช่นกัน

 

ทันใดนั้นเองร่างนั้นก็เริ่มดิ้นทุรนทะรายจนเตียงสั่นระริก ศีรษะผงกขึ้นมาจากเตียง ดวงตาสีขาวโพลนเหมือนคนตายมองเขาตอบราวกับจะพุ่งเข้ามาเดี๋ยวนั้น ปากกว้างๆแยกเขี้ยวยาวๆออกมาผิดมนุษย์ เรี่ยวแรงมหาศาลจนโซ่บนตัวเริ่มหลุดทีละน้อยจนเกือบขาด

 

กริชมองภาพนั้นด้วยแววตาสนใจกว่าเก่า ดวงตาสีเทาจับจ้องมนุษย์เบื้องหน้าด้วยความสนใจนัก

 

เทลเลอร์ที่ได้ยินเสียงรีบวิ่งย้อนกลับมา เมื่อเห็นเหตุการณ์จึงรีบเรียกบุรุษพยาบาลคนอื่นๆเข้าไปจับตัวคนไข้ให้อยู่นิ่งๆก่อนฉีดยาให้สงบลง ซึ่งต้องใช้ผู้ชายกว่า 3-4คนในการจับกุมผู้ชายร่างผอมบางแค่คนเดียว

 

ความวุ่นวายเกิดขึ้นภายในไม่กี่นาที ก่อนจบลงที่คนไข้คนนั้นหลับไป จากนั้นทุกคนจึงได้เวลากลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ และเมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วเขาจึงขอตัวกลับ

 

เทลเลอร์ทิ้งท้ายให้เขากลับไปคิดอีกครั้งว่าจะร่วมงานครั้งนี้ด้วยกันไหม

 

ถ้าไม่ใช่แวมไพร์หรือสิ่งมีชีวิตแปลกๆของจริง...ก็ไม่น่าสนใจ

 

เขามีคำตอบอยู่แล้ว

 

เด็กหนุ่มตัดสินใจกลับทางเดิมด้วยเหตุผลเดิมๆ หลังจากเสียเวลาหลายอย่างจนกำหนดการคลาดเคลื่อน ตอนนี้เข้าสู่ช่วงเย็นแล้วทำให้เขาต้องระวังตัวมากกว่าตอนกลางวัน และคิดว่าป่านนี้แวมไพร์ประจำบ้านคงนั่งหน้าหงิกใหญ่แล้ว

 

อาการผีดูดเลือด...เรื่องนี้คิมจะรู้แล้วหรือเปล่านะ เพราะรายนั้นชอบนั่งดูทีวีทั้งวันซะด้วย

 

เขาไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตอย่างอื่นนอกจากคิมที่เป็นแวมไพร์ของแท้ ถึงเคยได้ยินว่าพวกมีเงินทองจะซื้อตัวสิ่งมีชีวิตพวกนี้ไว้เพื่อนประดับบารมีไม่ก็เป็นบอดี้การ์ดส่วนตัว และเขาคิดว่าคิมอาจจะเป็นหนึ่งในนั้น แต่เขาก็ไม่เคยถาม แถมแน่นอนว่าเทลเลอร์ไม่น่าจะรู้

 

หรืออาการนี้จะเกี่ยวข้องกับแวมไพร์โดยตรง

 

อ่า...นอกจากแวมไพร์แล้ว มีอะไรที่น่าสนใจกว่านี้อีกไหม เขาใช้ชีวิตอยู่กับตัวดูดเลือดจนมองว่าหมอนี่เป็นโรคขาดแสงแดดแล้ว

 

เงาบางอย่างพาดลงบนตัวเขา ทำให้เด็กหนุ่มเผลอเงยหน้าขึ้นมองด้วยคิดว่าใครมันมาตากผ้าค้ำหัวตนกัน

 

ตุ้บ!

 

เด็กหนุ่มถึงกับผงะถอยจนหลังกระแทกกับกำแพง เมื่อจู่ๆมีบางอย่างร่วงลงพื้นตามแรงโน้มถ่วง แถมยังไม่ใช่สิ่งของหรือวัตถุอะไร หากแต่เป็น...มนุษย์?

 

ร่างสีขาวในชุดนักเรียนหญิงซึ่งกริชจำได้แม่นว่ามันเป็นโรงเรียนเดียวกับเขา เรือนผมสีขาวยาวจรดกลางหลังแผ่กระจายไปตามพื้น มีเลือดออกตามใบหน้าคมและตามเนื้อตัวมีแต่บาดแผล หากสิ่งที่ทำให้เขาตกใจได้มากกว่าคือใบหูที่ยาวออกมาผิดมนุษย์ กับเรื่องที่อีกฝ่าย..เป็นผู้ชาย!!!

 

นี่มันน่าสนใจเกินไปรึเปล่า?

 

 

 






………… ติดตามตอนต่อไป..........

ความคิดเห็น