Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่22 “รับผิดชอบ”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่22 “รับผิดชอบ”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.9k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ค. 2561 04:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่22 “รับผิดชอบ”
แบบอักษร

เช้าวันใหม่กำลังเริ่มขึ้นแต่คนทั้งคู่ก็ยังหลับใหลอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันในสภาพที่เสื้อผ้าไม่ได้เรียบร้อยนัก ซึ่งตอนนี้เวลาแปดโมงกว่าแล้วโดยปกติทุกวันมนสิชาจะพาธนาธิปมารับประทานอาหารเช้ากับคุณธนาคมและคุณอารดาก่อนไปทำงานในช่วงเวลาเจ็ดโมงครึ่งทุกวัน ด้วยความเป็นห่วงคุณอารดาจึงเดินไปดูบุตรชายและมนสิชาที่เรือนริมน้ำ บ้านทั้งบ้านเงียบเชียบราวกับไม่มีใครอยู่ แต่เครื่องปรับอากาศในห้องนอนยังคงทำงาน ท่านจึงเดินตรงไปที่ห้องนอนของบุตรชายทันทีเพราะท่านคิดว่าธนาธิปน่าจะป่วย เมื่อเปิดประตูเข้าไปภาพที่เห็นทำให้ท่านตกใจอยู่ไม่น้อย

“หนูมะปราง จอมทัพตื่นได้แล้วลูก รีบจัดการตัวเองให้เรียบร้อย เรามีเรื่องต้องคุยกัน” คุณอารดาส่งเสียงเรียกมนสิชาและบุตรชายที่หน้าประตูเพื่อปลุกให้ตื่นจากนิทรารมย์

“คุณแม่มีอะไรครับ” ธนาธิปยังคงตอบออกไปทั้งๆ ที่ยังคงหลับตาสนิท

มนสิชาเองก็เริ่มรู้สึกตัวเช่นกันเมื่อได้ยินเสียงเรียกของคุณอารดา และตอนนี้เธอรู้สึกได้ว่ามีคนกอดเธออยู่ เมื่อมนสิชาค่อยๆ ลืมตาขึ้นภาพที่เห็นคือ เธอนอนอยู่บนเตียงเดียวกับธนาธิปในสภาพที่เสื้อผ้าไม่เรียบร้อย แถมเขายังกอดเธอไว้แน่น มนสิชารีบดึงเสื้อผ้าให้เข้าที่ก่อนที่จะเขย่าตัวธนาธิปเพื่อปลุกเขา ธนาธิปงัวเงียตื่นขึ้นมา อะไรๆ ของเขาก็ดันโด่ออกมาให้เห็น มนสิชารีบหันหน้าหนีแทบไม่ทัน

มนสิชารู้แล้วว่าทำไมถึงได้ยินเสียงของคุณอารดามาปลุกเธอและเขา นี่อย่า!! บอกนะว่าเมื่อคืนเธอกับเขา.....กันแล้ว!! โอ๊ย....ยยยย ตายยยย !! มนสิชาคิดเองในใจ มนสิชารู้สึกผิดต่อคุณอารดาเป็นอย่างมาก เธอเสียใจที่ทำตัวไม่เหมาะสมแบบนี้

มนสิชารีบจัดการตัวเองให้เสร็จเรียบร้อยก่อนที่เธอจะต้องบากหน้ามาดูแลธนาธิปต่อ เพราะตอนนี้คุณอารดากำลังรอพวกเธออยู่ที่ด้านนอก

“มากันแล้วเหรอลูก หนูมะปรางมานั่งข้างๆ ป้ามาลูก” คุณอารดาบอก มนสิชาจึงต้องปฏิบัติตาม

“เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น จอมทัพเล่าให้พ่อฟังสิ” คุณธนาคมเอ่ยถามถึงความจริง

“เอ่อ มันไม่มีอะไรทั้งนั้นครับคุณพ่อ ผมเมาแล้วก็หลับไปครับ” ธนาธิปตอบด้วยความที่ตัวเองก็จำอะไรไม่ได้

“ถ้าลูกแค่หลับไปภาพเมื่อเช้าที่แม่เห็นคงแค่นอนกอดกันเล่นเฉยๆ ใช่มั๊ย แล้วดูรอยที่คอน้องนี่ คงเป็นหมาสินะที่เข้ามากัดถึงบนเตียงนอนเลย” คุณอารดาพยายามคั้นเอาความจริงจากบุตรชาย

“โธ่!! คุณแม่ครับมันไม่มีอะไรจริงๆ ครับ เชื่อผมนะครับ” ธนาธิปพยายามบอกปัด เพราะเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเมื่อคืน

“ปกติลูกนอนกอดน้องแบบนั้นทุกคืนหรือเปล่า เสื้อผ้าที่หลุดรุ่ยเห็นไปถึงไหนต่อไหนของลูกและน้องอีกหละ แม่เห็นแบบนี้แล้วลูกจะให้แม่คิดเป็นอย่างอื่นได้อย่างไร” คุณอารดาบรรยายภาพให้เห็น

“คุณแม่อย่าคิดมากสิครับ ผมไม่ได้ทำอะไรเธอจริงๆ” ธนาธิปยังคงปฏิเสธ ทั้งๆ ที่เขาเริ่มจำได้ลางๆ ว่าเมื่อคืนเขากำลัง....กับนิชาภานี่หน่า แล้วทำไมตอนเช้าถึงได้กลายเป็นมนสิชาไปได้

“พ่อไม่รู้ว่าความจริงคืออะไร แต่ภาพที่แม่เห็นมันทำให้หนูมะปรางเสียหายนะลูก แล้วลูกจะรับผิดชอบกับเรื่องนี้ยังงัยดี” คุณธนาคมไม่อยากฟังคำอธิบายอะไรแล้ว เพราะท่านทั้งสองคนปรึกษากันมาแล้วว่าธนาธิปต้องรับผิดชอบมนสิชากับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้

“เอ่อ ผมจะให้เงินค่าเสียหายเธอก็ได้ครับ” ธนาธิปรู้ว่าบุพการีต้องการอะไร แต่เขาไม่ได้รักเธอนี่จะให้เขาทำแบบที่ท่านต้องการคงเป็นไปไม่ได้

“ไม่น่าเชื่อว่าพ่อจะได้ยินคำนี้จากปากลูกชายของพ่อนะ พ่อผิดหวังในตัวลูกมากจริงๆ” คุณธนาคมรู้สึกผิดหวังในตัวบุตรชาย

“หยุดได้แล้วจอมทัพ ทางเลือกของลูกมีทางเดียวคือ แต่งงานกับหนูมะปรางซะ” คุณอารดายื่นคำขาด

“เอ่อคุณป้าค่ะ หนูไม่ได้เสียหายอะไรค่ะ ไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้ค่ะคุณป้า” มนสิชารีบบอกคุณอารดาทันที

“นั่นสิครับคุณแม่ เธอบอกเองว่าผมไม่ได้ทำอะไรเธอ แล้วจะให้ผมรับผิดชอบทำไมครับ” ธนาธิปรีบพูดเสริม

“ไม่ต้องมาโต้แย้งอะไรกันทั้งนั้น ทำตามที่แม่บอก” คุณธนาคมพูด

“เดี๋ยวแม่จะไปดูฤกษ์เพื่อหมั้นเอาไว้ก่อน รอให้จอมทัพหายดีเมื่อไรค่อยหาฤกษ์แต่งงานนะลูก” คุณอารดาบอก

“งั้นคงได้แค่หมั้นนั่นแหละครับ เพราะขาผมคงไม่หาย แม่ไม่ถามเธอหน่อยเหรอครับว่าอยากจะใช้ชีวิตอยู่กับคนพิการแบบผมหรือเปล่า” ธนาธิปรีบพูดแสดงความคิดเห็นทันที

“ฮึ!! จะได้แค่หมั้นแล้วไม่ได้แต่ง แม่ก็อยากให้คนที่ดูแลลูกคือหนูมะปรางเข้าใจมั๊ย” คุณอารดาตอบกลับบุตรชาย

“ป้าขอให้หนูมาช่วยดูแลพี่เขาแทนป้าได้มั๊ยลูก ป้ารู้ว่าหนูยินดีและเต็มใจใช่มั๊ยจ๊ะ” คุณอารดาหันมาถามมนาสิชา

“เอ่อ....ค่ะ” คำตอบของมนสิชาจะตอบว่า “ไม่” ก็ไม่ได้ ด้วยความที่คุณอารดามีพระคุณกับครอบครัวเธอขนาดนี้ อะไรที่เป็นความสบายใจของท่าน มนสิชาก็ยินดีที่จะทำ

“เอาหละ เดี๋ยวแม่จะไปสู่ขอหนูมะปรางกับแม่ของน้องให้ลูก ตอนนี้ลูกทั้งสองไปจัดการเตรียมตัวเองให้เรียบร้อย เดี๋ยวสิบโมงเราจะไปหาแม่หนูมะปรางด้วยกัน” คุณอารดาบอก


ตอนนี้ทั้งสองคนต่างคนต่างกำลังใช้ความคิด เธอและเขาพยายามทบทวนเรื่องที่มันเกิดขึ้นเมื่อคืน ธนาธิปได้คำตอบแล้วว่าเมื่อคืนเขาเกือบที่จะล่วงเกินเธอไปจริงๆ ส่วนมนสิชาก็รู้แล้วว่าเธอเกือบที่จะเสียตัวให้ธนาธิป ยิ่งคิดก็ยิ่งทำให้คนทั้งคู่ไม่กล้าสู้หน้ากัน แต่ชีวิตก็ต้องดำเนินกันต่อไป ดังนั้นมนสิชาจึงพาธนาธิปเข้าไปอาบน้ำ เธอทำทุกอย่างเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เวลาสิบโมงมนสิชาเข็นรถเข็นของธนาธิปมารอคุณธนาคมและคุณอารดาที่รถ ทั้งสี่คนนั่งรถไปหานางอารีรัตน์ที่บ้านเพื่อสู่ขอมนสิชาให้กับธนาธิป

“เชิญจะ เชิญเข้าบ้านมาก่อน” นางอารีรัตน์เชิญแขกให้เข้าบ้าน

“มะปรางไปเอาน้ำมาให้คุณๆ ลูก” นางอารีรัตน์ให้มนสิชาไปเตรียมน้ำมาต้อนรับแขก

“ไม่ต้องมากพิธีก็ได้ค่ะคุณรัตน์ วันนี้พวกเรามีเรื่องสำคัญจะมาแจ้งให้คุณรัตน์ทราบค่ะ” คุณอารดาช่วยเกริ่นนำ

“ใช่ครับ วันนี้ผมเป็นตัวแทนของครอบครัวจารุพิชญา จะมาสู่ขอหนูมะปรางให้กับจอมทัพลูกชายของผมครับ ไม่รู้ว่าทางคุณรัตน์จะยินดีหรือเปล่าครับ” คุณธนาคมไม่พูดอ้อมค้อม ท่านเอ่ยตรงประเด็นเลย

“เอ่อ เรื่องนี้ฉันคงต้องแล้วแต่ลูกจะ” นางอารีรัตน์ตอบ

“ผมดีใจนะครับที่เรากำลังจะมาเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว หวังว่าคุณรัตน์คงไม่รังเกียจลูกชายผมนะครับ” คุณธนาคมเอ่ยต่อ

“ถ้ามะปรางตกลงแล้ว ลูกฉันรักใคร ฉันก็ยินดีทั้งนั้นจะ ฉันกลัวแค่ว่าพวกคุณจะดูแคลนมะปรางเอา เพราะพวกเราเป็นคนจน” นางอารีรัตน์กล่าวต่อ

“คุณรัตน์สบายใจได้ค่ะ ทางครอบครัวของเรายินดีต้อนรับหนูมะปรางมาเป็นลูกสะใภ้ค่ะ เพราะดิฉันเองก็รักและเอ็นดูหนูมะปรางมากๆ เช่นกันค่ะ” คุณอารดารีบบอก

“งั้นเดี๋ยวทางผมจะเป็นจัดเตรียมงานทุกอย่างให้นะครับ ได้ฤกษ์มงคลเมื่อไรทางเราจะแจ้งให้ทราบอีกทีนะครับ” คุณธนาคมบอก

“พวกเราคงไม่อยู่รบกวนคุณรัตน์แล้วนะคะ เดี๋ยวดิฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ” คุณอารดาเอ่ยลา

นางอารีรัตน์เองก็แปลกใจที่จู่ๆ บุตรสาวของตนเองไปลงเอยกับบุตรชายของผู้มีพระคุณได้อย่างไร แต่เมื่อลูกของนางตัดสินใจไปแล้วก็คงมีเหตุผลที่ดีนั่นแหละ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น