wickedwish_

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

มายาที่ 18 : แต่ตอนสุดท้ายเป็นเธอที่ทิ้งไป

ชื่อตอน : มายาที่ 18 : แต่ตอนสุดท้ายเป็นเธอที่ทิ้งไป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.1k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ค. 2561 20:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
มายาที่ 18 : แต่ตอนสุดท้ายเป็นเธอที่ทิ้งไป
แบบอักษร

มายาที่ 18






เฟยนั่งมองแผ่นกระจกสีชาของบานประตูเลื่อนตรงหน้าก่อนจะจบลงด้วยการปรากฏภาพเพื่อนรักคนสนิทที่สีหน้าดูเนือยๆ วันนี้เขาแวะพานิลกานต์มาหาหมอ จริงๆถ้าจะพูดให้ถูกคือ อีกฝ่ายแวะมารับเขาที่คณะเพื่อให้พาไปหาหมอต่างหาก


“ท้องเสียนี่ต้องถึงขนาดมาโรงบาลเลยหรอ” เขาจะไม่อะไรเลยถ้านี่ไม่ใช่โรงพยาบาลรัฐ คนแบบเยอะชิบหาย กว่าจะถึงคิวไอ้นิลเขาก็ไถโทรศัพท์รอจนแบตเกือบหมด


“โรคภัยไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ถ้ากูตายประเทศชาติจะต้องสูญเสียบุคลากรอันมีคุณภาพไปหนึ่งคนเลยนะ”


“จ้าๆ” เอาที่มึงสบายใจเลยจ้า “โรงบาลเอกชนไวๆมีก็ไม่หา นึกประหยัดอะไรขึ้นมาล่ะ”


“ซักครั้งในชีวิตน่า กูอยากลองดูว่ามันจะนานซักแค่ไหนเชียว”


เอออ่ะ...อยากทำอะไรก็ทำ เคยปรึกษาคนที่จะมากับมึงบ้างมั้ย อย่ามาเลียนแบบนิสัยกูเชียว! “แล้วลำบากเพื่อนป่ะครับ” ว่าพร้อมลากคออีกฝ่ายออกมาจากตรงนั้น “เร็วๆรีบไปรับยา กูจะรีบกลับห้อง วันนี้วันเกิดเกรท” ไม่รู้เกรทจะหนีไปฉลองที่ไหนหรือเปล่า แต่เท่าที่คุยกันเจ้าตัวก็บอกว่าจะไม่ไปไหน


“เรื่องผู้ชายนี่สู้ตาย!!” นิลกานต์เปรยมองด้วยสายตาเอือมระอา


รอหมอตรวจสองชั่วโมง รอรับยาอีกสี่สิบห้านาที อื้ม...เขาจะไม่โทษการทำงานของโรงพยาบาลรัฐที่มันล่าช้าหรอก แต่จะโทษไอ้เพื่อนรักหน้ามึนเนี่ยยย รู้ว่านานแต่ก็ยังจะมา มึงรู้จักสถานพยาบาลที่เรียกว่าคลินิกมั้ยโว้ยยยย


“ปวดฉี่ ไปฉี่ก่อน”


ไม่มีคำๆไหนจะบรรยายความนิลกานต์ได้ดีเท่ากับคำว่าลำไยอีกแล้ว อื้ม...ถ้าตอนป่วยพี่แกจะกลายเป็นคนที่เรื่องมากสุดๆ จากที่คอยตามใจเขาตลอดก็ต้องสลับมาเป็นเขาที่ต้องตามใจอีกฝ่ายแทน รวมถึงการเข้าห้องน้ำ เขาก็ต้องคอยจ้ำจี้จ้ำไชไอ้เพื่อนตัวดีด้วยไม่งั้นก็ลำไยอยู่นั่นอ่ะ


“เสร็จยังโว้ยยยไอ้นิล”


“เสร็จแล้วโว้ยยยย เร่งจังไอ้นี่” คนตัวเท่ากันเปิดประตูออกมาพร้อมสีหน้าบึ้งตึง


“มึงฉี่ที่โถก็ได้ปะ จะต้องวุ่นวายเข้าไปในห้องน้ำทำไม”


“อย่าจุ้นได้ปะ” เปิดน้ำล้างมือก่อนจะเหลือบไปเห็นรอยอะไรบางอย่างที่ช่วงคอของพ่อนางฟ้าตัวขาว “ที่คอนี่หมายความว่ายังไง” นิลกานต์ชี้ไปที่รอยแดงจ้ำตรงช่วงไหปลาร้า


ไอ้เหี้ยยย ขนาดใส่เสื้อนักศึกษาปิดไว้ก็ยังจะเห็นอีก นี่ตาดีหรือสาระแนเก่งวะ “ยุงกัด”


“เฟย...กูไม่ได้โง่” กอดอกพร้อมกระดิกเท้าดิ๊กๆเหมือนครูฝ่ายปกครองที่กำลังสอบสวนเด็กมอสามเรื่องปัญหาทรงผม


“รู้แล้วจะถามทำไม” เฟยแสร้งทำท่าหันไปมองกระจกพลางล้างมือพลาง…แต่ก็ต้องร้องลั่น “โอ้ยยย!” เมื่อถูกบิดพุงที่ไม่ค่อยจะมีจนรู้สึกได้ว่ามันต้องเขียวแน่ๆ


“ไปอยู่กับเขาแค่เดือนเดียวก็ทำเรื่องบัดสีซะแล้ว งามหน้านัก!”


 ยู่คิ้วพร้อมทำแก้มพองลม “อะไรเล่า ก็เขาทำกูเอง” นี่ถ้าเกรทไม่เล่นด้วยตรงที่คอเขาจะมีรอยได้ไงถูกม้า เพราะงั้นเขาไม่ผิดโว้ย แต่ก็... “โอ้ยยยย!”


“ไม่เชื่อว้อยยย” นิลกานต์หายใจฟึดฟัดราวกับคุณแม่ที่รู้ว่าลูกสาวตัวดีทำเรื่องฉาวโฉ่ “กูอุตส่าบ่มเพาะมึงมาเป็นปี แล้วมึงดันมาเสียให้กับผู้ชายง่ายๆงี้หรอ แล้วตอนพี่สายน้ำมึงก็ยอมเขาแบบนี้อีกใช่มั้ย ฮึ!”


“โอ้ยยย! พอแล้ว ก็มึงเป็นคนช่วยกูเองไม่ใช่รึไง”


“กูช่วยให้มึงมีแฟน แต่ไม่คิดว่ามึงจะใจง่ายขนาดนี้ หืมมม”


“โอ้ยย! พี่นิลน้องขอโทษ” ว่าพร้อมวิ่งลิ่วออกมาจากห้องน้ำในขณะที่อีกฝ่ายก็วิ่งตามออกมาติดๆ ได้ข่าวว่ามึงป่วยอยู่ไม่ใช่หรือไงโว้ยยย “พอๆ อย่าหยิก! น้องเจ็บ...แง่”


เป็นตอนนั้นเอง...ขาที่กำลังก้าวหนีเพื่อนรักใจร้ายก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงใสของผู้หญิงสองคนที่กำลังคุยกันเจื้อยแจ้วอยู่ในซอกตึกข้างห้องน้ำ เขาไม่คุ้นเสียงนั้นหรอก หากแต่บุคคลที่สามในบทสนทนากลับเป็นชื่อที่ชวนให้คิดถึงใครบางคน


“แล้วมึงจะเอาไง ตอนนี้มึงก็เลิกกับพี่ต้อมแล้ว”

“เกรทไง กูจะกลับไปหาเกรท

“แล้วเขาจะยอมกลับมาหรอ มึงทำเขาเจ็บขนาดนั้น”

“กูรู้... แต่กูเชื่อว่าเกรทยังรักกูอยู่ กูมั่นใจ”

“แล้วมีแผนหรอ”

“วันนี้วันเกิดเกรท มึงต้องช่วยกู”

เขาไม่ได้ฟังจนจบหรอก แต่ก็มากพอที่จะทำให้สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวได้ ผู้หญิงคนนี้คือญาดาไม่ผิดแน่ เพราะได้ข่าวว่าเรียนพยาบาลปีสองและชุดที่เจ้าตัวใส่อยู่ก็เป็นชุดขึ้นวอร์ดของคณะพยาบาล...แถมเธอยังพูดถึงพ่อพระเอกหนังจีนของเขาอีก


“เอายังไง ดาวพยาบาลเลยนะมึง” นิลกานต์ที่ลากเพื่อนนางฟ้าออกมาจากตรงนั้นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่า แต่หน้าตามันตอนนี้คือพร้อมเผือกมากกก แถมไอ้อาการหมดแรงตอนแรกก็ดูเหมือนจะหายไปแทบเป็นปลิดทิ้ง แหม...สายเลือดนักสืบมึงนี่พุ่งพล่านเสียจริง


แต่ทำไมถึงรู้สึกหงุดหงิด ทั้งๆที่เกรทก็บอกไปแล้วว่าความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าตัวกับอีกฝ่ายนั้นจบลงไปตั้งนานนม แต่เมื่อญาดาพูดว่าจะกลับไปหาเกรท หัวใจก็เริ่มสูบฉีดกระสับกระส่ายไม่เป็นจังหวะ


สิ่งที่น่ากลัวสำหรับคนรักกันก็คือถ่านไฟเก่า เพราะมันเป็นหลักฐานที่แสดงถึงร่องรอยแห่งความรักของคนสองคนที่สามารถถูกปลุกเร้าให้ลุกโหมขึ้นมาได้ทุกเมื่อ แต่เขาจะไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั้นแน่! ไม่มีวัน...เขาจะไม่ยอมให้เกรทต้องตกไปเป็นของใครเด็ดขาด!!


“พากูไปซุปเปอร์ เวลากูมีไม่มากแล้ว”
















และนั่นก็ทำให้อาหารเย็นบนโต๊ะวันนี้เต็มไปด้วยเมนูโปรดของใครบางคน สลัดผักอกไก่บวกไข่ไก่ต้ม ปลาอินทรีโรยเกลือย่าง บล็อกโคลี่ผัดกุ้ง เห็ดออรินจิผัดพริกแห้ง แล้วก็ทอดมันปลากราย


ฟังดูเหมือนเป็นธีมอาหารคลีนยกเว้นก็แต่เมนูสุดท้ายเนี่ยแหละ ก็ม๊าบอกว่าเกรทชอบนี่นา เขาเลยสายตรงไปขอสูตรทันที แถมคุณม๊าก็ใจดีบอกสูตรแบบไม่หวงเลย


จริงๆก็ไม่ได้ทำเองทั้งหมดหรอกเพราะบางเมนูก็มีซื้อมาบ้าง ว่าก็ว่าเถอะ เกรทเนี่ยดูชอบกินอะไรจืดๆเหมือนกันนะ ดูตัวอย่างจากการชอบกินคลีน รู้อยู่หรอกว่ารักษาหุ่นแต่กินบ่อยขนาดนี้ไม่เบื่อหรือไง จะมีโมเม้นท์ที่เจ้าตัวได้เปลี่ยนมากินอาหารที่หลากหลายขึ้นก็ตอนที่เขาเข้ามานี่แหละมั้ง


“ทำอะไรเยอะแยะ” คนตัวโตจิ้มทอดมันเข้าปากด้วยส้อมเป็นอย่างแรก


“สุขสันต์วันเกิดไงครับ” เด็กหนุ่มยิ้มหยีพร้อมทิ้งตัวลงนั่งตรงข้าม ทำไมเขาถึงรู้สึกชอบชะมัดเวลาที่เกรทให้ความสนใจกับอาหารที่เขาทำ โดยเฉพาะเวลากิน เกรทจะดูซื่อบื้อมากๆเลย งื้อออ ชอบเกรทลุคนี้อ่ะ


“ไม่มีเซอไพรส์รึไง”


อ้าวต้องมีเซอร์ไพรส์ด้วยหรอวะ เห็นงี้เขาไม่ใช่สายเซอไพรส์นะเฟ้ย...แต่เอาไงดีพี่หวานใจแกอยากได้เซอไพรส์ว่ะ  ครุ่นคิดอยู่ซักพักก่อนจะพูดออกไปว่า “ผมท้อง” พร้อมทำตาบ๊องแบ๊ว


“ไอ้เหี้ยเฟย!!” คนฟังมุ่ยคิ้วในขณะที่อาหารยังเต็มอยู่ข้างแก้ม ท้องเทิ้งบ้านแม่ง! ชอบเล่นอะไรแบบนี้อยู่เรื่อย เห้อออ กวนตีนเก่งยังไงก็ยังกวนตีนเก่งอยู่อย่างนั้น


“นี่ไงท้อง ดูพุงดิ...คุณคิดอะไรอ่ะ” ลูบพุงแบนๆโชว์ เนี่ยเขาน้ำหนักขึ้นตั้งสองกิโลเชียวนะ “แต่คุณทำบ่อยขนาดนี้...ผมไม่ท้องสิแปลก...เนอะ”


“ไอ้เฟยย!!”


“หึยยย หน้าแดง กิ้วๆ” ชี้นิ้วล้อเลียนผู้ชายร่างสูงที่ใบหน้ากำลังขึ้นสี เขินเก่งง! คนที่ต้องเขินมันเขาไม่ใช่รึไงเล่า แถมเรื่องรอยที่คอก็ยังไม่ได้เคลียร์...แต่เอาเถอะ วันเกิดพี่แก ให้พี่แกซักวันนึง


“จะเลิกกวนตีนไหม” เอาส้อมชี้หน้า


“ยอมหมดเลยคนนี้อ่ะ” ว่าพร้อมแย่งทอดมันของโปรดบางคน


ไม่รู้ว่าช่วงเวลาแบบนี้จะยังมีอยู่ต่อไปอีกหรือเปล่า แต่เขามีความสุขมากเลยนะ กินข้าวกับเกรท ไปเรียนกับเกรท นอนกับเกรท ใช้ชีวิตกับเกรท...เกรทผู้ที่ชดเชยให้เขาได้หมดทุกสิ่งอย่าง ดีจังเลยที่มีเกรท...


“นี่คุณ”


“อื้ม”


“ออกไปไหนไหมอ่ะ”


“ไม่นี่...” เจ้าของห้องเอียงหัวเล็กน้อยด้วยความสงสัย “ทำไม?”


“ก็นึกว่าวันเกิดอยากไปฉลองที่ไหน” ปกติวันเกิดมันต้องมีการสังสรรค์ไม่ใช่รึไง แล้วไอ้การที่เกรทยอมอยู่กับเขาสองคนแบบนี้ ก็ยิ่งแต่จะทำให้เขาคิดเข้าข้างตัวเองได้ว่าอีกฝ่ายอยากจะอยู่ด้วยน่ะสิ เนี่ย เขินเลย...


“ไอ้บลูบอกให้เลี้ยงพร้อมกันอาทิตย์หน้า”


โถ่ ไอ้เราก็สำคัญตัวผิดไปอีก...แต่เอาเถอะ ยังไงเกรทก็อยู่กับเขาแล้วนี่เนอะ “สัญญานะครับว่าจะไม่ออกไปไหน” ยู่คิ้วทำหน้าขึงขัง ห้ามไปไหนนะคุณ วันนี้ผมจะกั๊กตัวคุณไว้ทั้งคืนเลย!


“เป็นอะไร ทำตัวแปลกๆ”


ทำตัวเป็นของคุณหนึ่งวันไง


“นี่แหน่ะ! กวนตีน” มือหนาเอื้อมมาเคาะหน้าผากคนยียวนด้วยปลายด้ามช้อน


“งื้ออ เจ็บนะ” ลูบหน้าผากเก้อๆ แล้วยิ้มแบบนั้นคืออะไร ชอบแกล้งเขาล่ะซี่ ชอบก็บอกว่าชอบสิวะ แกล้งอยู่ได้ “สัญญาแล้ว...ห้ามไปไหนด้วย” ยกนิ้วก้อยจ่อหน้า


“รู้แล้ว”


เกรทไม่ยกเกี่ยว แต่กลับเขกหัวเขาด้วยกำปั้นซ้ำอีกรอบแทน อ่ะ...เขาจะถือว่านี่เป็นการแสดงความรักอย่างนึงของเกรทก็แล้วกันนะ พ่อปากแข็งที่ไม่แข็งแค่ปาก หยึยยยย คิดอะไรอ่ะเฟย น่าเกลียดด


เป็นตอนนั้นเองที่เสียงออดหน้าห้องดังขึ้น ปกติเวลานี้ไม่ค่อยจะมีใครได้รับอนุญาตให้มาห้องเกรทหรอกเว้นเสียแต่ไอ้น้องกิว แต่ก็นะ...คนด้านหลังประตูนั้นไม่ใช่เจ้าเด็กแสบแน่ๆเพราะเป็นคนที่เขานัดไว้


“ตกลงใครกันแน่ที่ชอบไอ้เค้กแบล็คฟอเรสเนี่ย”


“กูชอบอะไรเกรทก็ชอบเว้ย” รับถุงพลาสติกใสที่ด้านในเป็นกล่องเค้กช็อคโกแลตรสโปรดจากนิลกานต์ สงสัยต้องถวายเครื่องบรรณาการแก่เจ้าตัวยกใหญ่เสียแล้ว เพราะขนาดป่วยอยู่ก็ยังอุตส่าขับรถไปเอาของขวัญสูตรพิเศษนี้ให้เขาถึงบ้านไอ้กล้าหาญนู่น


“ให้เพื่อนเข้าไปฉลองด้วยซี่”


“ไม่ได้ครับ เวลาครอบครัว” แยกยิ้มจนเห็นฟันขาว


“ให้มันน้อยๆหน่อย เรื่องมึงทำงามหน้ายังไม่เคลียร์เลยนะ!” เพื่อนรักชี้หน้าพร้อมขมวดคิ้วกร้าว


แง่ กลัวแล้วจ้า “น้องรักพี่นิลนะ รักพี่นิลที่สุดเลย” ว่าเสร็จก็ปิดประตูปังใส่หน้าอีกฝ่ายทันที ไม่งั้นเดี๋ยวยาว


แต่มือที่ถือถุงเค้กอยู่ก็ต้องชะงักเมื่อหันไปเห็นคนตัวสูงกำลังใส่เสื้อคลุมสีดำตัวโปรดพร้อมหยิบกุญแจรถ ที่ข้างหูอีกฝ่ายกำลังแนบโทรศัพท์พร้อมน้ำเสียงร้อนรน


“อย่าบังคับเกรทแบบนี้ได้มั้ย”

“ไม่นะ! ดาอย่าทำแบบนั้น

“ก็ได้! รอเกรทก่อน เดี๋ยวเกรทรีบไป

“รอก่อนนะดา อย่าทำแบบนั้นนะ!”

มันเป็นภาพที่เกรทเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา สีหน้าของคนนิ่งขรึมถูกฉาบวาดไปด้วยความกระอักกระอ่วนเหมือนเมื่อตอนแข่งฟุตบอลรอบชิงไม่มีผิด เพราะคนที่อยู่ปลายสายนั่นหน่ะหรอที่ทำให้เกรทเป็นได้ถึงขนาดนี้...แปลกเนอะ...เขากลับอยากให้เกรทกระวนกระวายใจแบบนี้กับเขาบ้างจัง


“กูต้องไปหาดา! ดาจะฆ่าตัวตาย”


อื้ม...เล่นงี้เลยหรอวะ เขาจะไม่อะไรเลยถ้าไม่ดันไปรู้มาก่อนว่าผู้หญิงคนนั้นจ้องจะเอาเกรทกลับไป มองยังไงญาดาก็ดูเป็นคนไม่น่าคิดสั้นแบบนั้นได้ แต่คนของเขาก็ดันติดกับเสียอยู่หมัด “ไม่ให้ไป”


“เฟย...มีเหตุผลหน่อย” เกรทตบบ่าคนตัวเล็กเบาๆก่อนจะก้าวผ่านนางฟ้าตัวหอมไปยังหน้าประตู


“ไหนสัญญากันไว้แล้วไงครับ” ข้อแขนเรียวเข้ากุมกอดอีกคนจากด้านหลัง “สัญญาว่าคืนนี้จะอยู่ด้วยกัน…” เกรทจะลืมคำสัญญาของเราจริงๆน่ะหรอ เกรทจะกล้าทิ้งเขาลงจริงๆน่ะหรอ


“เฟย...” คนถูกกอดว่าด้วยน้ำเสียงลำบากใจ “ผู้หญิงคนนึงกำลังจะฆ่าตัวตายเลยนะ”


“เพื่อนเขาก็มี ทำไมต้องเป็นคุณอ่ะ...” แนบจมูกไปที่แผ่นหลังกว้าง “แถมวันนี้ก็ยังเป็นวันเกิดคุณ คุณจะวิ่งเข้าไปหาอะไรที่มันบั่นทอนจิตใจทำไม”


“เฟย...กูไม่ได้เป็นคนใจร้ายขนาดนั้น” เกรทหันมามองด้วยคู่ตาที่เปลี่ยนไป คู่ตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง ผิดหวังที่เขาดูเป็นคนเลือดเย็นถึงขนาดจะปล่อยให้คนคนนึงตายไปได้อย่างหน้าตาเฉย


แต่เป็นเขาที่กลับรู้สึกปวดหนึบตรงขั้วหัวใจ เพราะรู้อยู่เต็มอกว่านั่นมันเป็นแผนการที่ถูกวางเอาไว้ทั้งหมด ญาดาไม่มีทางฆ่าตัวตายหรอก เพราะจากการได้ฟังวิธีการพูดรวมไปถึงวิธีการคิดผ่านบทสนทนา แม้จะไม่ได้เรียนได้จิตวิทยา แต่ก็พอเดาได้ว่าผู้หญิงคนนี้รักตัวเองจะตายไป


และเกรทก็น่าจะรู้ดีที่สุดว่าเธอผู้นั้นเป็นคนยังไง เธอผู้นั้นจะใจกล้าถึงขนาดฆ่าตัวตายได้รึเปล่า อื้ม...เกรทต้องรู้ดีที่สุดสิ เขาอยากจะบอกความจริงออกไปเหลือเกิน


แต่ถ้าทำแบบนั้นก็คงไม่ต่างจากผู้ชายเหี้ยๆคนนึงที่แฉผู้หญิงได้อย่างหน้าตาเฉย แถมไม่รู้ว่าฝั่งที่เกรทจะเชื่อ...คือฝั่งไหน แม่งง...อยู่ดีๆก็กลายเป็นสุภาพบุรุษขึ้นมาซะงั้นเลยนะไอ้เฟย


“เลือกใคร”


เจ้าของฝ่ามือที่จับคันโยกประตูห้องหันมามองแค่เพียงเสี้ยวหน้าหลังจากที่อีกฝ่ายผละร่างออกจากลูกแกะตัวน้อยอย่างไม่ใยดี “เลือกอะไร” เกรทว่าเสียงเรียบ


“คุณจะเลือกใคร...” เอื้อนเอ่ยด้วยแววตาและน้ำเสียงแห่งความหวัง “ระหว่างผม...กับผู้หญิงคนนั้น


“….เดี๋ยวค่อยคุยกัน” ชายหนุ่มส่ายหัวอย่างระอาพร้อมกับเปิดประตูออกไป “กูว่าตอนนี้มึงงี่เง่า”


สิ้นเสียงคำพูดก็จบลงด้วยเสียงบานประตูกระทบกลอน เขาชอบเสียงเกรทนะ...แต่เสียงของเกรทในวันนี้เป็นเสียงที่เขาเกลียดที่สุด และคำปฏิเสธนี้ก็เป็นคำปฏิเสธที่เจ็บปวดที่สุดตั้งแต่โดนปฏิเสธมา


“ขอบคุณที่ทำให้อะไรชัดเจนขึ้น...” มันเป็นประโยคที่เด็กหนุ่มพูดผ่านห้วงอากาศว่างเปล่าหลังจากแผ่นหลังของใครบางคนหายลับไป การคบกันกับเกรทในวันที่29ถือเป็นวันที่โคตรปวดใจที่สุด


เขาไม่ได้ยอมแพ้หรอก...ก็แค่เจ็บ อื้ม...ไม่รู้สิ หรือว่าควรจะยอมแพ้ดีวะ ควรจะสู้ต่อไปไหมนะทั้งๆที่ก็รู้อยู่เต็มอกว่าเกรทเลือกเธอคนนั้น


ถ้าสู้...วันนึงเขาจะสามารถทำให้เกรทหันมาเลือกเขาแค่เพียงคนเดียวได้หรือเปล่า ถ้าสู้...เขาจะสามารถทำให้เกรทไม่ต้องกลับไปหาผู้หญิงคนนั้นได้อีกหรือเปล่า เริ่มไม่แน่ใจในตัวเองแล้วสิ...


 แม่ง...คนคนนึงจะสามารถทำให้คนคนนึงรู้สึกเจ็บได้ขนาดนี้เลยหรอ

















สายตาแบบนั้นคืออะไร สายตาที่ไอ้ลูกแกะมองเขามาด้วยความตัดพ้อแบบนั่น คิดว่าเขาอยากมาหาญาดามากหรือไงถ้ามันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายจริงๆอ่ะ ปกติเขาตามใจไอ้ตัวขาวทุกอย่าง....แต่เรื่องนี้มันร้ายแรงจริงๆว่ะ...มันจะเข้าใจมั้ยนะ... แม่ง! แล้วทำไมเขาต้องมาเครียดอะไรแบบนี้ด้วย


พรีอุสสีเทาเทียบท่าจอด ณ ลานใต้คอนโดแห่งหนึ่งที่เคยมาเป็นประจำ ก่อนขายาวจะสาวเท้าผ่านประตูกระจกที่เปิดอยู่แล้วขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นสิบห้า ฟันเฟืองที่อกด้านซ้ายเริ่มหมุนเคลื่อนติดขัดแปลกๆ


ในขณะที่กำลังจะจิ้มนิ้วลงบนปุ่มออดของห้องที่เขาเคยมาขลุกอยู่บ่อยๆตอนช่วงปีหนึ่ง...


RRRRRRRRRRRRRRRRR!

เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นพร้อมกับเบอร์ๆเดียวที่โทรเข้าเป็นอันดับต้นๆในรอบเดือน....เป็นไอ้ลูกแกะ...อื้ม...จะเป็นใครล่ะ ชีวิตของเขาช่วงนี้ก็มีแต่อีกฝ่าย


เกรทกดรับด้วยความรู้สึกวูบโหวง แปลก...ทำไมถึงรู้สึกไม่ดีขนาดนี้  “มีอะไร”


[.....]


“นี่...โทรมาทำไมไม่พูด” เริ่มขึ้นเสียงเล็กน้อย


[คำถามสุดท้าย]


“คำถามสุดท้าย?” กลอกเสียงซ้ำด้วยความงุนงง


[คำถามสุดท้าย...แล้วผมจะไม่ถามคุณอีก]


“จะเล่นอะไร กูต้องรีบไปแล้ว”


[คุณรักผมมั้ย?] เป็นน้ำเสียงจริงจังเหมือนกับตอนที่เจ้าตัวสารภาพความรู้สึกว่ารักเขาจริงๆ และนั่นก็ทำให้เขารู้ว่าไอ้ลูกแกะกำลังหมายความว่าแบบนั้นจริงๆ ไม่มีการยียวนกวนประสาทใดๆทั้งสิ้น


อยู่ดีๆแผ่นอกด้านซ้ายก็ถูกยกกุมโดยมืออีกข้างอย่างไม่รู้ตัว เขารู้สึกราวกับว่าการทำงานของฟันเฟืองเหล็กเริ่มจะพังทลายลงด้วยคำถามเดียว “…..” ทำยังไงดี จะตอบยังไงดี


[ตอบสิ]


“เฟย...กู...” อึดอัด...เขาอึดอัดเหลือเกิน แค่ตอบว่ารักหรือไม่รักมันยากตรงไหนเกรท ทำไมไม่ตอบอีกฝ่ายไปล่ะวะ ตอบสิเกรท กรอดดด! มือหนากำหมัดก้าวเพื่อระบายความปวดหน่วง


[คุณรักผมหรือเปล่า?]


“……” ทำไม...ทำไมถึงตอบไม่ได้...เขายอมเรียนภาษาอังกฤษที่เกลียดนักเกลียดหนาทั้งวันเสียยังดีกว่าต้องมาตอบคำถามที่ยากที่สุดในชีวิตขนาดนี้...แล้วทำไม...ทำไมถึงไม่พูดออกไปวะ ทำไมปากถึงไม่ยอมขยับ ทำไมร่างกายถึงรู้สึกด้านชาไปหมด...


[อื้ม...ได้คำตอบแล้ว...]


เกรทได้ยินเพียงแค่เสียงตื้ดสามครั้งก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความว่างเปล่า


เฟยวางไปแล้ว... และเขาก็ไม่ได้โง่ถึงขนาดที่จะไม่รู้ว่าทางนู้นกำลังเสียใจมากๆเพราะเขาดันเล่นผิดสัญญาแทบจะทันทีที่ตกปากรับคำ...เป็นใครใครก็โกรธแหละ แม่งง...อึดอัดจังโว้ยยยย


เปลือกตาสีอ่อนเลื่อนปิดลงเพื่อสลัดความฟุ้งซ่าน ฮู่ววว ลมหายใจร้อนถูกพรูออกมาเฮือกใหญ่เพื่อเรียกสติ สิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือรีบเข้าไปห้ามญาดาไม่ให้ทำเรื่องคิดสั้น ใช่! รีบทำแล้วก็รีบกลับไปเคลียร์กับไอ้ลูกแกะ….สู้สิวะเกรท! มึงต้องทำได้!


ปัง!   ปัง!   ปัง!

เสียงป็อปเปอร์สายรุ้งดังขึ้นรอบข้างเมื่อบานประตูห้องถูกเปิดออก คนที่ยืนเบื้องหน้าเป็นญาดาที่กำลังถือเค้กพร้อมเทียนวันเกิดเดินตรงเข้ามา ขณะเดียวกันเศษกระดาษหลากสีที่ร่วงโรยจากประทัดดึงมือก็ทำเอาบรรยากาศดูครื้นเครง...เขาหมายถึงแค่บรรยากาศ....แต่ไม่ใช่อารมณ์ของเขา


เกรทขมวดคิ้วเพ่งมองผู้หญิงที่ใส่ชุดเดรสสีขาวสั้น “ดาเล่นอะไร?”


“สุขสันต์วันเกิดค่ะเกรท” หญิงสาวยิ้มหวาน “เป็นไงคะเซอไพรส์ไหม”


“ตลกมากหรอ?” ชายหนุ่มเริ่มขึ้นเสียง “หลอกเกรทว่าฆ่าตัวตายเพื่อที่จะให้เกรทมางานบ้าบอนี่ใช่ไหม!” เขาอุตส่าห์ทำร้ายจิตใจของใครบางคนเพื่อที่จะมาหาญาดา แล้วดูสิ่งที่เจ้าหล่อนทำกับเขา มันใช่เรื่องเล่นที่ไหน!


“เกรทคะ...ดาล้อเล่นเอง” คนพูดวางเค้กลงแล้ววิ่งเข้ามาลูบแขนแกร่งให้ใจเย็น “ดูสิ วันนี้เพื่อนทุกคนก็มาฉลองให้เกรทนะ”


เกรทมองดูเพื่อนที่ว่าที่กำลังทำหน้าตาเหลอหราเพราะถูกเขาระเบิดอารมณ์แบบไม่ไหวหน้าใคร จริงๆก็มีเพื่อนสมัยมัธยมอยู่คนสองคน ที่เหลือก็เป็นเพื่อนพยาบาลของญาดาที่เขาพอจะรู้จักบ้าง แต่แล้วยังไง!


“ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม เราจะกลับ!” ว่าพลันหันหลังเดินออกประตูทันที


ตอนนี้สมาธิทั้งหมดของเขาจดจ่ออยู่ที่ห้องของตัวเองแล้ว เขาแม่งคิดผิดไปจริงๆ...หึ คนอย่างดาหน่ะหรอจะฆ่าตัวตาย ดาเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งขนาดนั้น ไม่มีทาง ไม่มีทางแน่ๆ...เขามันโง่เองที่หลงเชื่อเจ้าหล่อน


“เกรทคะฟังดาอธิบายก่อน” เธอวิ่งเข้ามาโอบกอดคนตัวโตแน่น “ดาก็แค่...อยากให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิม”


“ดาปล่อย”


“ดาไม่ปล่อย”


เราบอกให้ปล่อยไง!!” เกรทขึ้นเสียงดังลั่นจนคนในห้องต้องชโงกหน้าออกมาดู เขาไม่เคยสติแตกได้ขนาดนี้ แล้วก็ไม่เคยตะคอกดาเลยซักครั้งตั้งแต่คบกันมา แต่วันนี้...เขากลับทำออกไปได้อย่างง่ายดาย


“ฮึก...” เป็นเสียงสะอื้นที่ดังออกมาจากคนด้านหลัง “เกรทใจร้ายกับดาที่สุด เกรทไม่เคยทำให้ดาต้องร้องไห้เลยนะ” มือเรียวสวยยกปาดน้ำตาของตัวเอง


ชายหนุ่มหันไปหาอีกฝ่ายก่อนจะแตะมือลงที่บ่าของหญิงสาวเบาๆ “ขอโทษนะดา” ปรายตามองคนที่เงยหน้าขึ้นมาพอดี “กับดาเราโคตรเจ็บเลย...เราไม่อยากเจ็บอีกแล้วว่ะ”


“เกรท...”


“เราเจ็บจริงๆ...ดาอย่าทำให้เราเจ็บไปมากกว่านี้เลยนะ”


คงเป็นประโยคที่เจ้าตัวไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากเขาแน่ๆในชีวิตนี้ เพราะคนฟังยืนนิ่งอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อรูหู แต่ก็ต้องเชื่อ...เพราะเขาพูดออกไปแบบนั้นจริงๆ และมันก็เจ็บจริงๆ...เจ็บเมื่อนึกถึงวันที่ดาทิ้งเขาไปหาผู้ชายอีกคนทั้งๆที่เขาไม่ได้ผิดอะไรเลย


ดาเป็นคนคนเดียวที่สอนให้เขารู้จักกับความรัก และก็เป็นคนคนเดียวที่สอนให้เขาหมดศรัทธาในความรัก หากแต่พอปล่อยให้เวลาได้ทำงานของมัน เขากลับไม่รู้สึกติดค้างอะไรกับดา...


อาจเป็นเพราะพอได้ลองใช้สมองไตร่ตรองอย่างมีสติดู ก็ค้นพบว่าจริงๆแล้วดาไม่ได้ผิดหรอกที่หมดรักเขา ไม่มีเหตุผลที่จะมาสนับสนุนสมมติฐานว่าทำไมดาถึงหมดรัก เพราะแท้จริงแล้ว...ความรู้สึกนั้นมันสมบูรณ์แบบและชัดเจนในตัวของมันเอง ชัดเจนว่า...เธอไม่ได้รักเขาอีกต่อไป

อื้ม...แล้วเขาจะยื้อรั้งคนที่ไม่มีความรู้สึกกับตัวไปเพื่ออะไรกัน...โคตรไร้ประโยชน์เลย และนั่นก็เป็นบทเรียนที่สอนให้รู้ว่าเขาจะไม่ยอมกลับไปเจ็บซ้ำแบบเดิมอีก เขาจะไม่ยอมกลับไปให้ดาทำร้ายอีก!


“เกรท...ดาขอโทษ เกรทคะ...เกรททท!”


เขาก้าวเดินอย่างเร่งรีบจนแทบจะวิ่งเพื่อออกให้ห่างจากอีกฝ่ายโดยเร็วที่สุด เขาไม่ได้รู้สึกกลัวหรือเจ็บปวดที่พูดจาทำร้ายญาดาออกไปแบบนั้นหรอก...เป็นความเสียใจมากกว่า...เสียใจที่ยอมทิ้งใครบางคนเพื่อที่จะมาโดนถูกหลอก


ถึงจะแค่แว้ปเดียวแต่เขาก็รับรู้ได้ว่าสายแบบนั้น สายตาที่ไอ้ลูกแกะมองมาเป็นสายตาที่แสดงถึงความรู้สึกผิดหวังในการกระทำของเขาจริงๆ เขาน่าจะอยู่...เขาน่าจะไม่ออกมา...เขาน่าจะปล่อยให้เพื่อนๆของดาไม่ก็แฟนผู้ชายคนนั้นเป็นคนจัดการกับปัญหาถ้าเธอคิดจะฆ่าตัวตาย ใช่! มันไม่ควรเป็นเขาจริงๆนั่นแหละ...


แต่เหมือนว่าโชคชะตาจะชอบเล่นตลกในวันที่ผู้คนเร่งรีบ ปกติจากคอนโดเขามาถึงคอนโดญาดาใช้เวลาไม่เกินสิบหรือยี่สิบนาทีก็ถึงแล้ว แต่นี่เขาต้องขับเกือบชั่วโมงเพื่อที่จะผละตัวออกมาจากแถวรถติดเนื่องด้วยอุบัติเหตุ เออดี! ชนกันได้ถูกเวลาจริงๆ


มาถึงห้องของตัวเองก็ปาไปเกือบสามทุ่ม คนตัวโตได้แต่ก้มลงท้าวหัวเข่าอย่างหมดแรงเพราะเล่นวิ่งขึ้นบันไดมาเกือบสิบชั้น ก็รีบนี่นา...แถมลิฟต์ก็มีคนใช้อยู่นั่นแหละ ป่านนี้ไอ้ลูกแกะต้องงอนเป็นตายแล้วแน่ๆ


“ไอ้เฟย...” เอ่ยถามเรียกคนในห้องทันที่เปิดประตู แต่คิ้วเข้มก็ถึงกับต้องขมวดเข้าหากันเพราะสิ่งที่เขาเห็นคือห้องทั้งห้องถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด หลับแล้วหรอวะ? นี่เพิ่งสามทุ่มเองนะ


เกรทเดินไปที่เตียงเพื่อมองหาใครบางคนแต่ก็ต้องพบกับความว่างเปล่า มีเพียงแสงจันทร์ที่ไหลลอดผ่านช่องทางหน้าต่างกระทบฉายให้เห็นแค่เงาสิ่งของในห้องลางๆ


เขาเปิดไฟพร้อมมองดูรอบๆห้อง ทุกอย่างเหมือนถูกจัดให้เข้าที่อย่างเป็นระเบียบ อาหารเย็นที่กินทิ้งไว้ก็ถูกวางแช่อยู่ในตู้เย็น จานชามทุกอย่างก็ได้รับการล้างจนสะอาดสะอ้าน


ใช่…ทุกอย่างมันเรียบร้อยไปเสียหมด ยกเว้นก็แต่ของของใครบางคนที่หายไป โน้ตบุค? เกรทเดินหาแลปท็อปรุ่นบางของไอ้ลูกแกะที่เจ้าตัวชอบวางทิ้งไว้บนโต๊ะหน้าโซฟา แต่ก็ไม่พบ...ไปทำงานข้างนอกงั้นหรอ?


มันควรจะเป็นอย่างนั้นถ้าเขาไม่เปิดตู้เสื้อผ้าออกมาแล้วพบว่าทุกทุกอย่างที่เป็นของไอ้ลูกแกะได้หายไปหมดเหมือนกัน วินาทีนั้นเขากำหมัดแน่นพร้อมพรูลมหายใจออกมาอย่างติดขัด นี่น่ะหรืออาการควันออกหู


เกรทเริ่มออกเดินหาข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของรูมเมทตัวร้ายทีละอย่าง แต่ก็ไม่พบซักอย่าง...นี่ถึงขนาดต้องหนีกันไปเลยหรอ! โกรธกันขนาดนี้เลยหรอ! มันจะมากเกินไปหรือเปล่า


ไอโฟนเอ็กซ์สีขาวถูกยกขึ้นแนบหูเพื่อโทรออกหาใครบางคน แต่จนแล้วจนรอดปลายสายก็ไม่รับ ไม่ใช่ปิดเครื่องนะ มันไม่ยอมรับสายเขาเลยต่างหาก เขาโทรครั้งแล้วครั้งเล่า จากสิบสายเป็นยี่สิบสาย จนเกือบสามสิบสาย แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่รับ ห๊ะ! สามสิบสายเลยหรอวะ นี่เขาเป็นบ้าอะไรขนาดนั้น!


เกรทกำหมัดแน่นกว่าเดิมพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าจนสุดปอด ก่อนจะกดโทรออกหาไอ้ลูกแกะเป็นสายที่สามสิบเอ็ด หากแต่สายนี้เป็นการฝากข้อความไว้แทน เขาระเบิดอารมณ์ความรู้สึกที่มีลงไปในบทสนทาที่ตนเองพูดอยู่เพียงคนเดียว


มึงจะเอาอย่างนี้ใช่ไหมกูถือว่าง้อแล้วนะถ้าโทรหาขนาดนี้แล้วยังไม่รับก็ตามใจมึงแล้วกัน!!” ประโยคสุดท้ายเขาตะโกนลั่นพร้อมกับปาเครื่องสมาร์ทโฟนลงโซฟาอย่างหัวเสีย ไม่สนหรอก...จะตกพื้นแตกยังไงก็ช่างแม่งสิ....มีตังซื้อใหม่โว้ยยยย!!


ร่างสูงเดินไปทิ้งตัวลงที่โซฟาพร้อมข้อมือที่ยกขึ้นก่ายหน้าผาก เออ! ไปได้ก็ดี ต่อไปนี้เขาจะได้ไม่ต้องไปรับไปส่งใครให้เสียเวลาเสียน้ำมันด้วยเหมือนกัน และต่อไปนี้เขาก็จะได้ทำอะไรตามใจตัวเองโดยที่ไม่ต้องคอยรอใครอีกแล้วเหมือนกัน ใช่! อยู่คนเดียวสบายจะตาย…


สบายจริงๆ สบายจริงๆเลยแม่งงงง!!










TBC

=================================================================================


แง่....อย่าไปโกรธตาเกรทเขาเลยยัยหนูววว ตาเกรทเขาซื่อ T^T


ปล. ถ้าชอบก็ช่วยคอมเม้นติชมหรือติดแท็ก #มายาดวงดาว เพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยเน้อ

ทุกคอมเม้นทุกกำลังใจของทุกคน make my day มากๆน้าาา❤❤❤

ปล2. ถ้าเห็นคำผิดบอกเค้าได้น้า ลงดึกๆแล้วเบลออ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น