ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โซ่รักสีเทา {ทำมือ::เปิดจอง-15พ.ค}

ชื่อตอน : โซ่รักสีเทา {ทำมือ::เปิดจอง-15พ.ค}

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ค. 2561 16:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โซ่รักสีเทา {ทำมือ::เปิดจอง-15พ.ค}
แบบอักษร

{ภาคอตีด} 6 ปีก่อน รวดเดียวจบ

6 ปีที่ก่อน

ณ บ้านเจ้าสัวธัน

"เธอเห็นศูรย์รึเปล่า?" 

ปีนี้เป็นปีที่เธอเพิ่งเรียนจบพร้อมกับไอศูรย์ เเละเป็นปีที่เริ่มจะห่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ขนาดเป็นวันคล้ายวันเกิดพี่การ์ศึกในฐานะน้อง ไอศูรย์ก็ควรจะไปอยู่ในงาน ไม่ใช่ให้เธอตามหาตามมอง

"ตรงโน้นนน ค่ะ" 

"ขอบใจมาก" ปริมมาศเดินไปตามคนชี้ ได้เห็นคนตัวโตนั่งชิงช้าอยู่คนเดียว 

"อี ปริม" คนถูกปิดตาขยับปาก

"หยาบ ให้ผิดเเหละ" เธออมยิ้มด้วย

“คนสวยก็ได้”

"ไม่ ยังงอล"

"ปริม" ไอศูรย์เรียกชื่อ เเล้วเอื้อมจับมือเธอกำไว้  “นับหนึ่ง” เสียงเตือนถึง เจ้าตัวที่ยังเฉย “นับสอง” 

โอ๊ยย! ปริมร้องลั่น สบัดมือออกไว

"เจ็บแก!" 

"สม.. ไหน" ไอศูรย์คว้ามือบางพลิกดู รู้สึกเขาเองก็ไม่ได้ออมเเรงไว้เลย "สำออยนักน่ะ" เสียงเอ็นเบาๆ บ่นพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น แล้วปล่อยมือคืนเจ้าตัว

​ปริมมาศเก็บมือไว้ ใบหน้ามีสีเเดง

"ทำไมมานั่งคนเดียว มืดก็มืดยุ่งเยอะรึเปล่าก็ไม่รู้" ปริมมาศเปลี่ยนเรื่องเซมองไปทางอื่น สำรวจอะไรไปเรื่องๆ รอบตัว "รึจะนัดสาวมองฟ้า?" 

"ดูทำไมฟ้า ที่ไหนก็เหมือนกันทั้งโลก" 

คำตอบไอศูรย์เป็นน่าพอใจคนฟังอย่างยิ่ง เธอยิ้มเเป๋น แสดงว่าเขานั่งคนเดียวตั้งนานเเล้ว 

"พอดีเบื่อคนนิดหน่อย" ไอศูรย์บอก

"เหมือนกัน เบื่อมาก " ปริมมาศพูดไปด้วยมองตาไอศูรย์ไปด้วย ไม่นานตานั้นยี้ลงท่าทางสงสัยในตัวเธอ              "จริงนะ ไม่รู้จักใครเลย น่าเบื่อก็น่าเบื่อ"

ไอศูรย์มองเเล้วยิ้ม "..."

“เอะ พูดจริงงงง”

"ก็ยังไม่ว่าอะไรเลย" เขามองเเล้วยิ้มอีกครั้ง "ไม่ชอบคนเเล้วมาทำไม?"

"ไม่นั่งด้วยก็ได้" คนเขินทำท่าลุกเดินหนี เขินเกินว่าที่จะอยู่ให้ตาคมจับผิด

"ใจเย็นครับ" ไหล่บางถูกกดไว้ด้วยมือใหญ่ปริมมาศนั่งเเต่โดยดี 

"ก็ดูแกพูด" ปากอิ่มบ่นอุบอิบแกล้งงอน เบนสายตาหนี เชิดใส่คนตัวโต 

"ให้ง้อเหรอ" เขาถามคนหน้ามุ่ย ที่กำลังขยับก้นหนี 

               "คิดเองสิ อ้ายอี้! ปล่อยๆ" ปริมมาศร้องเสียงหลง มือหนายิ่งลงเเรงกดหัวเธอจมใต้รักเเร้ของเขา "อ๊ะ อ้ายไอศูรย์หยุด หยุด" มือบางทุบอกไอศูรย์สะเบกสะปะ

               "ปล่อยให้ตายเลยดีมั้ย" ไอศูรย์ยิ้มร้าย เริ่มจักกะจี้ใต้วงเเขนขึ้นมาแล้ว

               "ปล่อยเลย ฮ่าๆ อึดอัด ฮะ หายใจไม่ออก" ปริมมาศตะโกนพรางเงยหน้าจากวงเเขน เห็นใบหน้าชายหนุ่มอย่างชัดเจน เขาหล่อมากแต่เสียดายเเววตานี้ติดจะไร้เงาของเธอไปหน่อย

               "หมุนหัวจนจักกะจี้" เสียงของไอศูรย์บ่น ใบหน้าเรียบนิ่งยิ้มให้ปริมมาศ

               "งั้นก็ปล่อยเซ.." แน่นอนเธอหน้าเเดงมาก 

               "ครับ ใครจับใครกันเเน่เอ่ย?"

"อะ เหรอ" สุ่มเสียงปริมมาศเบาหวิว จากนั้นลากสายตามาที่มือตัวเอง 

เป็นเธอโอบจับคอเสื้อเขาไว้แน่น พรันปล่อยมืออย่างไว เเล้วหันซ้ายมองขวา หนีใบหน้าหล่อเหลา

"ไอศูรย์ แกมันใกล้เน่าเเล้วเนี้ย แหวะ" หญิงสาวเอ่ยพรางอากัปกริยาขวยเขิน

"หื้มเวอร์ ออกจะหอม"

"เวอร์ไร พูดจริง" เสียงลมหายใจผ่าวกระชั้นขึ้นทุกที

"หิวมั้ย เดี๋ยวไปหาอะไรให้กิน" 

"ไม่ต้องๆ ไม่หิว" ปริมมาศปฎิเสธ ขาเรียวนั่งไขว่ห้างพิงพนักชิงช้าในท่าสบาย แล้วเเอบหันซ้าย มองขวา มองไปทั่วๆ เพื่อจะได้มีจังหวะเห็นใบหน้าคนข้างกายบ่อยๆ 

เเล้วก็สบตากันพอดี.. 

"โทษทีเดี๋ยวนี้ไม่ติดต่อไปเลย เเล้วเป็นไงบ้าง สบายดี?" เป็นไอศูรย์พูดก่อน​

"ก็สบายดี" ใบหน้าสวยเซ๊กซี่พยักหน้าตอบ เธอคิดถึงไอศูรย์มาก เขาเล่นปิดการติดต่อ ไม่ได้เจอหน้ากันตั้งสามอาทิตย์เชียว เธอจึงถอดร่างมาหาเขาถึงที่ ทั้งที่เธอเองไม่ชอบการสังคมเท่าไหร่เลยด้วย 

"เออ ศูรย์ เป็นไงบ้างกับน้องคนนั้น ที่หายหน้าเพราะยัยคนนี้ รึเปล่า?" เป็นคำถามที่เตรียมมากจากบ้านเเล้ว ตอนนี้ไม่ใช่แค่ใจที่สั่นสะท้าน อาจเป็นทั้งร่างกายด้วยซ้ำ 

"ใคร?" ชายหนุ่มทำหน้าสงสัย

"ดูถาม มีเยอะนะพ่อคูณ" 

"พ่อไม่เก็จเเม่พูดต่างหาก" ไอศูรย์ต่อมุก

"อืมๆ อ่า.. " ปริมมาศดีใจ แต่ไม่เท่ากับความอบอุ่นที่ก่อขึ้นในใจ

"ว่าไง ปริม" ไอศูรย์ว่าพรันดีดนิ้วดัง โป๊ะ! 

"อ๊ะ!" เสียงครางของคนยิ้มกว้างอุบลงทันที เจื่อนอายทันทีที่รู้ตัว "เออ อ้อ คืองี้ น้องคนที่ติดต่อทางฉัน ที่ฉันให้เบอร์แกไปอ่ะ ผมสั้นๆ หน้าตาน่ามั่นไส้หน่อยๆ จำได้ยัง"

"มั่นไส้ คือสวย?" ไอศูรย์ยิ้มเจ้าเลห็ถาม

"ชิ!" คนหน้ามุ่ยหย่อนจมูกให้กับความจริงของเขา

"น้องก็โอเคดี" 

"อะไรคือโอเคแก"

"ไม่บอก" 

"บอกมา หัดมีความลับกับเพื่อนฝูง บอกมาเลยนะ บอกมา"

"ขี้เสือกไปเเล้ว" 

ไอศูรย์ตัดบทออกมาแบบนี้ ทางปริมมาศนี้ สะดุ้งหูอย่างช่วยไม่ได้ เขาหลุดใจร้ายบ่อยตอนเผลอเป็นตัวของตัวเอง เธอจึงพยายามเรียกขวัญตัวเองกลับมาให้เร็วๆ

"อ๋อ" ปริมมาศแทบทำตัวไม่ถูกว่าควรจะทำอย่างไร แล้วก็นิ่งเงียบกันไป พยายามทำความเข้าใจสิ่งที่ไอศรูย์พูด จนกระทั่งเขาพูดขึ้นอีกครั้ง

"ทีเธอยังมีได้"

"ฉัน อะไร?"

"จำไม่ได้เเล้ววะ ไว้นึกออกจะถาม" สุ่มเสียงตอบเเบบเลี่ยงๆ ส่วนคนฟังพอเรี่มเข้าใจอะไรบ้างเเล้ว

ไอศูรย์​คงหมายถึง ความลับ ในใจเธอที่มีต่อเขาเเน่ 

และอาจเป็นเรื่องที่รู้ๆ กันอยู่เเล้ว เเต่ถ้าไม่ใครพูดอะไรมันออกมา ก็คือความลับวันยังค่ำนั่นเเหละ

"ไม่ต้องถามเลยก็ได้นะศูรย์" คนพูดกลัว 

กลัวถ้าหาก วันหนึ่งรู้ 'เเบบจริง' เเล้วจะไม่เหมือนเดิมกัน

"ทำไม?"

"ไม่รู้" หญิงสาวเบี่ยงมองหน้าไปทางอื่น "มันจะลำบากใจกันเปล่าๆ" ปริมมาศเอ่ย พลางเอี้ยวตามามองคนนั่งข้างกายอีกครั้ง 

"ไม่พร้อมตลอดชีวิตเลยก็ได้ปริม" โทนเสียงไอศูรย์นักไปทาง ชิวๆ ไม่ต้องการ ไม่อะไรเลย.. 

ทำให้เธอไปไม่เป็นเลยที่นี่ ใจลึกๆ เธอคาดหวังกับคำพูดของเขาไว้สูง มันอาจจะไม่ต้องดีมาก เเต่ก็ไม่ต้องปฎิเสธขนานนี้ก็ได้ไหมคน

เหนือกว่าหินก็นี้.. ไอศูรย์

"ศูรย์ " ปริมมาศหอบเอาใจเหี่ยวมาต่อสู้กับคนใจเเข็ง "นี้เราคุยกันเรื่องเดียวกันอยู่รึเปล่า ตลอดชีวิตอะไร ทำไมต้องกลัวด้วย  แล้วมารู้ก่อนได้ไง เจ้าตัวเขายังไม่บอกเลย เลวแท้" ประโยคด่าถูกรายยาวด้วยปากอิ่ม 

ไม่รู้ละ ไอศูรย์ผิด ผิดที่พูดไม่รู้จะคิด มือบางตี เพียะ! ไปที่เเขนใหญ่ จนไอศูรย์มองหน้า

"อะ เลวก็ได้" เขายอมรับมันอย่างง่ายดาย ฝ่ามือใหญ่ลูบหัวคนขี้แย เข้าใจว่าคนที่มีความรู้สึกแนวนี้ 

               "รู้ตัวก็ดี เลวมาก" คนขี้เเยเงยหน้าว่าชายหนุ่มอย่างงอน เเต่เธอก็ยังยิ้มให้นะ

               "อย่าคิดมาก" สุ้มเสียงส่อเค้าเป็นห่วง "ฉันปากไม่ดีเอง อย่าถือสามันได้มั้ย?" ไอศูรย์ยอมโทษตัวเอง 

บอกไว้ก่อน เขาเองไม่ได้มีปัญหาจุดนี้ อะไรยอมได้ยอม กับปริมมาศง่ายๆ สบายๆ 

               "ว่าไง นี่ง้ออยู่"

               "หิวเเล้วเเก" หญิงสาวปริปากพูด   

               คนตัวโตลุกขึ้นเติมความสูง "เดี๋ยวมาครับ" 

เขาเข้าใจดี ว่ามันคือคำพูดของคนที่ ไม่รู้จะพูดอะไร ประเภทหายงอลเเต่ไม่ยอมรับออกมาตรงๆ     

ด้านปริมมาศมองคนตัวโตเดินไปจนหลับสายตา ไอศูรย์ไม่เคยมองข้ามความรู้สึกเธอสักครั้ง เขาหวังดีเสมอ มากเสียจนบ้างครั้งกลายเป็นขยี้กัน

"คนบ้า" หญิงสาวบริภากคนตัวโตตามหลัง  "บ้าเเต่ก็ชอบหรอก" เสียงหวานเเผวพัดลอยตามสายลม 

หญิงสาวก้มมองเเต่พื้นหญ้า ปลายสันสูงสีเทาขยี้ใบไม้แห้งเล่นไปเรื่อยๆ  บ่อยครั้งอยากปล่อยใจให้พัง แล้วเคยเข้าโหมดรักษาใจทีหลัง กล้าที่จะพูดว่า 

"ชอบๆ" 

"อ๊ะ ครับ?" เสียงทุ้มผู้ชาย..  

ปริมมาศเงยขึ้น ถึงได้เห็นผู้ชายร่างสง่า เขาอยู่ห่างเธอไม่อีกก้าวเอง 

ถ้าตามปกติ จะจำชื่อใครไม่ค่อยได้ แต่สำหรับคนนี้ จำเป็นต้องรู้ เพราะเขาเป็นถึงเจ้าของบริษัทที่ทำงาน รวยหล่อเเละรวยมาก และที่เเย่ไปว่านั้น เขาเป็นเพื่อนหมอก 

"ไม่มีอะไรค่ะ" ยิ้มเเห้งโบกมือปฎิเสธ พรันคิด..หรือมี ยังไงดี 

เร็วเท่าความคิด สายตาตามคนที่กำลังจะเดินไป 

"ดะ เดี๋ยวค่ะท่าน คุณ " เสียงรั้งดังขึ้นจนท่านประธานหยุดเดิน

ปริมมาศปฎิเสธไม่ได้ว่า เธอกลัวประธานเอาเรื่องนี้ไปพูดกับหมอก ไม่ใช่กลัวพี่ชายตัวเอง เเต่ไม่อยากมีปัญหา  ไม่ชอบให้ใครค่อยเเหวะ ไม่อยากให้ใครไปหาเรื่องเพื่อนตน

"ครับ?" ท่านประธานหันหน้ามา

"อ่า เมื่อกี้นี้ท่านประธานได้ยินฉันพูดอะไรไหมคะ คือ.."  ขาเรียวเดินสองสามก้าวเพื่อไปหาชายตรงหน้า มือบางประสานนิ้วเข้าหากันอย่างประหม่า จนรู้สึกเลือดไม่เดินเเล้วที่ปลายนิ้ว

สื่งที่เธอวิตกคือเรื่องเล็ก ไม่เเคร์ก็ได้ มันก็ใช่ จะเรียกใหญ่ ก็ใช่อีก.. 

"ครับ มีอะไรรึเปล่า"

"ได้ยินอะไรไหมคะ เมื่อกี้ ที่ดิฉันตะโกนบอกคุณว่า ว่าให้ระวังงูด้วย ได้ยินไหมคะ?" 

"..." คนตรงหน้ายังทำหน้างง

"ตรงนู้นมีงูนะคะ"  พูดพร้อมชี้ไปทางที่เขาเพิ่งเดินมา

               "อ่อ ผมไม่ได้เลยครับ" ท่านประธานตอบ ก่อนยิ้มให้  "ขอบคุณนะครับ ที่เตือนผม"

               "ไม่เป็นไรคะ ท่านระวังงูด้วยนะคะ" ร่างบางปล่อยมือตัวเองที่ประสานกันออก ไขว่ไปข้างหลัง สบายใจไปครึ่ง 

"ผมขอถามอะไรบ้างได้มั้ย เห็นสร้อยตกเเถวนี้รึเปล่าครับ พอดีแฟนผมทำหาย"

"สร้อย?" ปริมมาศใช้หัว " ไม่นะคะ ฉันไม่เห็นเลย"

"ครับ งั้นขอตัวก่อนนะครับ" ท่านประธานเดินออกไป ประจบกับไอศูรย์เดินมาพอดี 

เดินมาพร้อมขวดน้ำ อีกมือเป็นกล่องขนม ในนั้นมีขนมมากมาย 

​"ทำไมผสม เป็นกล่องโดนัทไม่ใช่เหรอ?" ปริมมาศก้มมองขนมในกล่อง

คือดีมาก ในนี้มันมีทั้ง โดนัล คุกกี้ บราวนี่ เเลัวยังทาร์ตไข่อีกกกกกก 

ละลานตาด้วยท็อปปิ้งมากมาย​

"ไม่ชอบกิน เลยไม่รู้ว่าอันไหนอร่อย"

"นึกว่าแกไปเอาในงานให้ซะอีก ทำไม?" หญิงสาวเหล่ไปหาคนตัวโต​ 

ตอนเเรกเธอคิดเเบบนั้น พอจับไป ขนมเย็นเหมือนอยู่ในตู้เย็นมาก่อน

"คิดว่าของในงานคงเคยมาเเล้ว เเต่ของโปรดเจ้าสัวเธอไม่เคยกิน อยากให้ลองดู" 

"แกจะล้างตู้เย็นให้พ่อ โดยเอาฉันเป็นข้ออ้างเนี่ยนะ"

"เออครับ"

"เเต่เยอะจัง จะอ้วนมั้ยหว่า" เสียงทำเสียงคิกคัก   

"น้ำก่อน จะได้อิ่มเร็ว" พูดทั้งยื่นขวดน้ำให้ 

มือบางรับมา ก่อนเกะพลาสติกที่ปากขวดออกได้ดันหมุนฝาไม่ได้  จึงส่งให้เขาคืน

เป็นอันว่าไอศูรย์เข้าใจ ก็รับมา ตอนนี้เขาถือทั้งกล่องทั้งเปิดขวดให้  

"เชื่อมั้ยเเก ไม่ได้กินอะไรมา กลัวใส่ชุดเเล้วเห็นพุง" ปริมหยิบโดนัทขึ้นกิน ในระหว่างรอขวดน้ำ

ไอศูรย์เปิดเสร็จยัดหลอดใส่ให้พร้อม จ่อมันไว้ที่ริมปากเพื่อนอีก 

ปริมมาศรู้งานอ้าปากงับดูดทันที  

 "ตอนนี้ไม่กลัวมีพุงเเล้ว?"

ปริมมาศกัดหลอดไว้ เอียงคอมองคนตัวโต "อือ ช่ายย" 

ผละออกจากหลอด กินบราวนี่ต่อ 

"อยากเเต่สวยดีนัก ใจเเตกที มันไม่คุ้ม" ไอศูรย์เอ็นเบาๆ 

ปริมมาศเป็นผู้หญิง

"เเตกไป ถ้าพุงออกมาประจาน ฉันใส่เสื้อสูทเเกนี่เเหละ" ปริมมาศว่าเเล้วกินต่อ จนไอศูรย์ส่ายหัว 

"เมื่อกี้ใคร?..มาจีบเหรอ" ถามระหว่างยืนถือของให้คนกิน

"เปล่า ไม่ใช่ซะหน่อย"

"นึกว่าจะขายออกแล้ว" 

"แกอยากให้คนมาจีบฉันเนี่ยเหรอ อยากจริงมะ?"

"ทำไมถาม?"

"เออ นั่นสิ ถามทำไม" ปริมมาศคิดถ้วน เเหงนหน้ามองคนใจหิน "เอาละ ก็ไม่มีอะไรหรอก ฉันเเค่มีพี่ชายร้ายขนาดนั้น เพื่อนก็ยังดุอีก ใครกล้าเสี่ยง ถามหน่อย จริงมั้ย?" นิ้วเรียวจิ้มเเรงเข้าไปที่หน้าอกเเกร่ง โชว์สายตาจิกมองคนตัวโต 

               ลึกๆ ปริมมาศ แอบน้อยใจไอศูรย์ที่ยุให้ตนคบอื่น มันเป็นการขยี้หัวใจให้แสบคันได้ดีนะ เเต่เดี๋ยวมีคนมาจีบเธอเข้าจริง จะเห็นว่าเขาก็ทำถ้าไม่ชอบเหมือนกัน

               "ปริมมาศ" ไอศูรย์ใช้ขวดน้ำเคาะเบาๆ ที่หัวเธอ "จิกหัวนมฉันเจ็บมาก" 

"อะ! เออ ดุ แกดุไงศูรย์" ร่างบางสดุ้งตกใจ รีบเก็บมือไว้เดินดุ้มๆ ไปที่ฉิงชา เขาก็เดินมานั่งด้วย นั่งลงพร้อมกัน

"แกดุมากเลย" คนเเก้มเเดงพูดเสริมให้อีกครั้ง   

ดุแบบนี้ปริมมาศแอบสงสัยขึ้นในใจนิดหน่อยว่า คนอย่างไอศูรย์ต้องการให้เธอรู้สึกสับสนท้าทายในตัวเขา ต่อไปเรื่อยๆ ..หรือเปล่า?

"เป็นหวงครับ ถึงดุ" เขาให้เหตุผล

ปริมมาศนิ่งในสิ่งที่ได้ยิน จริงอย่างที่คาดคนหัวใจหล่อต้องประมาณนี้อยู่เเล้ว จนกระทั้งเขาพูดอีกครั้ง  

"เจอไม่ดี ตัดใจไหว?" 

"ศูรย์ ถ้าฉันเจอจริง พวกเงี้ย.. เอาตีนเขี่ยทิ้ง เสียว" ปริมมาศเขวี่ยงเท้าทำท่าไปพร้อม 

"อยากให้เก่งเเบบนี้ ให้ตลอด" 

"จะยากตรงไหน ถ้ารู้ไม่เข้าท่า ตีห่างเอาเซ" ตนไม่เคยลำบากใจ ที่ต้องตัดคนเลวออกจากชีวิต ถ้าเจอก็เเค่มาลองวิชากัน คิดว่าไม่น่ายาก 

"เก่งดี ฉันไม่อยู่จะได้ไปต้องกังวล"

ปริมมาศนิ่งไปนิด ทันทีที่ไอศูรย์พูดจบ เธอไม่เข้าใจสิ่งที่เขาบอก 

จนกระทั่งได้ยินอีกครั้ง

              "ฉันต้องไปเรียนรู้งานกับปู่สักพัก" วางกล่องขนมขวดนำ้ไว้ข้างกาย ขยับกอดคอไว้เพื่อนสาวไว้

คนถูกกอดใจหายวาบอยู่ลึกๆ

"กะจะบอกเธอหลายครั้ง"     

                ปริมมาศรับรู้หลายเรื่องของไอศูรย์ แต่ส่วนที่ไม่รู้ กลับเป็นเรื่องสำคัญของเขาเกือบทั้งหมด คือเรื่องครอบครัว 

และที่เขาจะไป คงเป็นเรื่องที่ครอบครัว เเล้วคนนอกอย่างเธอก็ไม่ควรถามอะไรมาก ไม่จำเป็นต้องรู้เท่าไรสินะ   

"รู้..สักพักของเเกมันนาน ฉันเคยรอมาเเล้ว" 

หญิงสาวใจหาย ในการทำอะไรไม่ได้ เเค่บ่นก็ยังดี 

"แกจะไปนาน นานจนไม่รู้ว่าฉันต้องรอถึงไหนเเน่ๆ คราวนี้" เสียงเธอสั่น

"ที่ว่านาน เคยมีลืมเธอเหรอ หื้ม?" เขาก้มหน้าลงมาหา เธอยิ่งก้มหนี

"อืมไปเถอะ ฉันอยู่ได้ ..ก็ได้" หญิงสาวจำใจทำเข้มเเข็ง พยายามทำความเข้าใจให้ได้อย่างรวดเร็ว "ไปวันไหนล่ะ?" 

"ดูก่อน" 

"กลับตอนไหน?"

ไอศูรย์เเค่มองหน้า คำตอบอยู่ในเเววตา ซึ่งมันก็ได้ใจความดี ปริมมาศเห็น

"เดี๋ยวแกก็กลับมาน่ะ?" น้ำเสียงข้อร้องเเกมบังคับ 

"อย่างที่เธอเข้าใจถูกเเล้ว มันนานมากปริม" ตาคมคำขลับจ้องปริมมาศอย่างค้นคว้า สักครู่ ตานั้นก็ยิ้มเเห้ง ราวกับว่า รับรู้ความรู้สึกของเธอดี 

"ปริม ฉัน.."

"เอาไอ้นั้นมากินดิศูรย์" ปริมมาศรีบตัดจังหวะไอศูรย์ หายใจเข้าลึกๆ เลี่ยงสถานการณ์ตรงหน้า โค้งกายไปด้านคนตัวโตหยิบจานขนม จับยัดอาหารเข้าปากเคี้ยวตุ้ยตุ้ย 

ฟังเขาตลอดมารู้เลย ใจไอศูรย์เเข็งเเค่ไหน จะอย่างไรก็ตามเธอก็ 'กบ' พอที่จะครอบตัวไว้ในกะลาใบโตโต แล้วตะโกนบอกใจว่า เดี๋ยวเขาก็รักกกกก!!

เเล้วถ้าไอศูรย์หายไปนาน กว่าเขาจะกลับ ส่วนเธอทางนี้ มีครอบครัวลูกสาม สี่คนไปเเล้ว หรือเขาดันมีก่อน รักกันมากอีก แล้วที่นี่.. 

โว้ยยยย ไม่คิดอยากจะเเล้ว

..ถึงเวลานั้นจริงๆ กบอย่างเธอ จะร้องมาเป็นเสียงอะไรดี..

"ใครนิ? ขี้เเย่หวะ" ไอศูรย์เเซวปริมมาศ พร้อมมองเธอเคี้ยวผลไม้ตุ๋ยๆ 

"ก็ไม่ได้เป็นกับทุกคนซะหน่อย"

"อ่า.." เขาอ้าปากค้าง เร็วไวปากนั่นหุบ พยักหน้าช้าๆ  

คนถ้าไม่ได้หูหนวก ไม่ได้ตาบอด ก็ควรตะลึงบ้างถูกเเล้ว ปริมมาศคิดพรันถอดหายเอือกใหญ่เมื่อนึกถึงว่า เขาจะหายไปอีกเเล้ว 

"อร่อยดี" คนเคี้ยวขนมไปอยากร้องไห้ไป เพราะมันไม่ใช่เวลาที่จะรู้สึกอย่างอื่นได้ 

แต่ก็พอจะโกหกเป็นอยู่บ้างในชีวิต "อร่อยจริงๆ แก" ปากเม้มเข้าหากัน 

ใช่ว่าจะอยากงี่เง่า เเต่เธอไม่ชอบให้เขาทำเหมือนว่า ตรงนั้นไม่จำเป็นต้องมีผู้หญิงปริมมาศก็ได้ 

​เขาทำตัวสบายใจเกินไปเเล้วไง

จะไหวไหม ถ้าใจเธออยากจะพูดอีกแบบหนึ่ง ไม่ใช่..  

"แกทำเหรอ อร่อยดี" นิ้วสวยหยิบท็อปปิ้งรูปดาวขึ้นถาม ในเสี้ยวนาทีเผลอบี้มันจนเละไป 

เห็นไอศูรย์ไม่ตอบ จึงหยิบขึ้นมาใหม่ ครั้งนี้ไม่ถาม ยัดใส่ปากเขาเลยจ้าา

​ยัดหนึ่ง ฐานที่ไม่พูดตอบเธอ เอาเเต่มองมา

"อะ ปริม"

ยัดสอง ฐานให้เธอทำตัวบ้าบอคนเดียว

ยัด.. 

​"พอ พอปริม ซื้อมาๆ"ไอศูรย์รับพูดก่อนที่ท็อปปิ้งจะเติมปาก

"ไม่ยอมพูดเเต่เเรกเนอะ รู้มั้ยฉันเหมือนคนบ้าเเค่ไหนงะ"

"กำลังทำความเข้าใจ ไม่คิดว่าเธอจะถามถึงท็อปปิ้งบนโดนัลได้"

"..." 

."..." 

"ไปด้วยกันมะ / ท่านประธานเจอยังคะ" สองเสียงประสาทกัน จนต้องหันหน้ามองกัน

"ห๊ะ? อะไรนะศูรย์" 

"เปล่า ไม่มี" 

"อาห๊ะ" ปริมมาศครางรับคำตอบของไอศูรย์ คิดว่าตัวเองหูฝาดไป 

แล้วหันไปมองท่านประธานที่ยืนรอฟังเธอถามอยู่ 

"คือดิฉันถามว่าท่านประธาน เจอของยังคะ" 

"ยังเลยครับ" 

"ดิฉันจะช่วยค่ะ" ปริมมาศอาสาเตรียมลุกเเต่ไอศูรย์ลุกยืน เธอจึงนั่งลงตามเดิม

              "ปริมเดี๋ยวโทรหา คุยกันมะ?""อย่าเลยแก ไว้ฉันอารมณ์ดีจะโทรหาเอง" เสียงเจือศร้าหนักไปทางเเข็งนิดหน่อย แต่มียิ้มนิดๆ ส่งให้

นิสัยโง่ๆ ที่เธออยากสารภาพคือ ชอบวางโตกับศูรย์ ตอนที่ข้างในลึกๆ กำลังอ่อนแอ และตอนอ่อนเเอ ก็ชอบที่จะเห็นเขาในมุมนี้ด้วย

"เธอคนเก่ง" ปากหยักยิ้มเบา ไม่มีดุคืน

"เข้าใจมั้ย ไม่ต้องโทรมา" คนหน้าบูดย้ำ 

"ได้ๆ" 

"มืดแล้วระวังงูด้วย" เขามองคนชื่อท่านประธานอะไรนั่น ยังเดินถือโทรศัพท์ส่องไฟตามพื้นหญ้า"คน ก็ด้วย ระวัง" 

"โครตเกลียดแกเลย" คนหน้ามุยกระเเทกเสียงใส่ "ไม่ต้องมายิ้มนะ" 

โอเค..บ้างทีไอศูรย์ไม่ถือสาอารมณ์กันนัก นั่นไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่ คนเราน่าจะมีอารมณ์ร่วมไปในทิศทางเดียวกันบ้างจะดีมาก 

แต่เดี๋ยวนะ หยุดคิดอะไรแป๊บ 

เมื่อกี่นี่.. มัน.. 

​มัน..

ไอศูรย์ใช้จังหวะไหนก็ไม่รู้ ตอนเผลอหรือเปล่าไม่เเน่ใจ คว้ามือเธอมาทาบก้นขอมันเอง 

เสร็จแล้วทีเนี้ยยย

"แล้ว ดะ เดี๋ยว ศูรย์" เสียงเรียกเพื่อนอย่างตกตะลึง ปากหวอมองฝามือซ้ายตัวเอง เเล้วลากสายตาไปยังไอศูรย์ เขายืนห่างสองสามก้าวเเล้ว กำลังจะเดินหนีเเล้ว

โดยที่ทิ้งผลงานไว้ ฝ่ามือเธอ!..

"รางวัลคนหน้าบูด" คนตัวโตเอี่ยวหน้ามาตอบอย่างหน้าตาเฉย คิ้วเจ้าเลห์กระตุก              

....               

 ...               

 ..

"อี้ ไอ้บ้าศูรย์!" มือบางรีบเช็ดมือถูกไถไปมากับชุดเดรสสีเข้มของตัวเอง

เดี๋ยวรักเเร้เดี๋ยวตด เขาง้ออะไรแบบนี้ ปริมมาศส่ายหน้าเเล้วยิ้มเขิน

จากนั้น ตั้งจังหวะได้ก็หยิบมือถือขึ้นเปิดเเอพไฟฉาย

               "ทำตกเเถวนี้เหรอคะ?" เธอเดินมาหาเขา

"ครับ คิดว่า "

"ดิฉันช่วยหาค่ะ"

"เกรงใจคุณ ผมว่าเคลียร์กับแฟนก่อนดีกว่าไหมครับ" ท่านประธานพูดเพราะ

"ไม่ต้องเกรงใจเลยค่ะ เพราะเราสองคนไม่ได้ทะเลาะกัน" ปริมมาศทำให้ชัดเจนไปเลย เรื่องอะไรจะเเก้ตัวว่าเเค่เพื่อนกัน

ทว่าปริมมาศพูดเช่นนี้ไป เธอลืมหลงลืมไปว่า คิมหันต์ก็คือเพื่อนหมอก

"แล้วคุณรู้เหรอครับว่าสร้อยแบบไหน" เสียงท่านประธานดังไล่มาจากด้านหลัง ปริมมาศจึงหันไปมองคนต้นเสียง

"คงไม่อยากมั่งค่ะ จะมีใครทำของหายได้หลายคน " ด้วยความปากเร็วจึงนิ่ง

"ขอโทษค่ะ คือดิฉันหมายความว่า สร้อยคงมีเเค่ของคุณ"

สารภาพเลยว่าเธอไม่อยากช่วยเขา ในใจอยากไปนั่งเฉยๆ ก่อน

"ถ้าไม่มีอะไร ดิฉันขอไปหาทางโน้นนะคะ ตรงนั้นด้วยใช่ไหมค่ะที่คาดว่าทำตก?"

"ครับ ขอบคุณอีกครั้ง" คิมหันต์พยักหน้า

เขาประเมินผู้หญิงคนนี้ในใจ เอาตามอง สมองไม่ใช้ ดูตรงหน้า ท่าจะรั้นเอาเรื่องเหมือนกัน ด้วยบุคคลิกหยิ่งๆ ราวกับกำลังบอกทุกคน 'อย่าคิดมาเเหย่มกับฉันเชียว'

"ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันเต็มใจช่วย" หญิงสาวโค้งคำนับ รับเดินหนีจาก

ไปหาจุดห่างไกลผู้คน จะได้นั่งอยู่เงียบๆ คนเดียวได้

"เหอะ ให้ตาย" ปริมถอนหายใจกับความสัมพันธ์ที่มีชื่อเป็นเพื่อน  พรันเเหงนหน้ามองบ้านตึก ชั้นสามระเบียงสีดำ ชั้นทั้งชั้นเป็นของเขา

อีกฝั่งของบ้าน

"สร้อยมันไม่ได้หายไปใช่มั้ยวะ" หมอกหันหลังมาถามร่างเล็ก ที่ทำเหมือนจะร้องไห้อีกแล้ว "เพื่ออะไร?"

"ชาหมั้นกับพี่คิมเเล้วนะคะคุณหมอก"เสียงหวานพูดสั่นเครือ เธอก้มมองพื้น

"รู้.." สุ้มเสียงหมอกตัดบทอย่างเย็นชา

ตาคมมองไปรอบๆ ตรงนี้เป็นมุมมืดปราศจากผู้คน เขาต้องขอชมทิชา เธอช่างไล่ต้อนเก่งจริงๆ

"คุณช่วยชาบ้าง ไม่ได้หรือไงคะ" หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมอง

คนเป็นลูกเลี้ยงอย่างเธอ ไม่มีทางเลือกได้มากมายเท่าไหร่นัก เธอต้องรับหมั้นกับคิมหันต์เพื่อพยุงธุรกิจครอบครัวที่กำลังล้มละลาย

คิมหันต์เจาะจงให้เป็นเธอเป็นเจ้าสาวของเขาเท่านั้น โดยที่จริงๆ แล้วน้ำหวานน้องสาวควรจะทำหน้าทีนี้เด้วยซ้ำ ไม่ใช่เป็นเธอ เเค่เด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยง

วันนี้ต้องมารู้ พี่ชายที่เเสนตลอด เห็นกันตั้งเเต่เด็กๆ กลับมัดมือชกกันขนาด

"ตอนนี้ชาเเทบหายใจไม่ออกเเล้วคุณหมอก"

"มันกู้วิกฤตให้เเล้วไง"

"ให้ชายืมเงินก่อนเถอะนะ" น้ำเสียงขอร้องอ้อนวอน มีเงินเธอก็ถอนหมั้นกับคิมหันต์ได้ โดยการคืนพี่เขาไป

"เเต่นั้นเพื่อนฉัน"

“คุณช่วยชา ชาเป็นเมียคุณนะคะ"

"ไปใหญ่เเล้ว" เป็นอะไรที่เหนื่อยใจไม่เบาสำหรับเขา ถ้าต้องอธิบายรายละเอียดลึกลงไปให้ทิชาฟังว่า เขามันต่างจากสัตว์ ตรงที่เซ็กส์มีไว้เพื่อความสุข นอกเหนือเพื่อสืบพันธุ์การสร้างครอบครัวอะไรทั้งหลายเเหลกที่คนอื่นมีกัน

เป็นกฎใจเขา กฏง่ายๆ ทำไมเธอไม่รู้บ้าง!

"นะคะ ช่วยชาที"

"ฟังนะ ต่อแต่นี้ไป ระหว่างเราต้องทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นต่างหาก"

"เเต่ชาไม่ได้รักพี่คิม" ทิชากลั้นใจพูดพรางส่ายหน้าเบาๆ "ชารักเขาเเบบพี่ชาย เเต่ชาไม่ไม่กล้าปฏิเสธพี่เขา เพราะครอบครัวชา รับเงินมาเเล้ว"

หญิงสาวหวาดกลัวและอบอุ่นแบบพี่ชายผสมบนเผไปหมดเมื่ออยู่ใกล้คิมหันต์ เธอไม่กล้าเเม้จะบอกเขาเรื่องการถอดหมั้น และทางครอบครัวคงไม่ยอมง่ายๆ ถ้าต้องเสียบ่อเงินบ่อทองไป

"ไม่รัก เเต่รับหมั้น เออวะ!!"

"..."

"เอ๊ะ? รึเธอคบซ่อน?" หมอกชักสีหน้ายักษ์ คิ้วเข้มขมวดเป็นปมตั้งคำถาม

ทิชาจะเปลี่ยนคู่นอนก็ได้ เเต่ระหว่างคบกันห้ามเกิดการทับรอยกัน ไม่ชอบ

"ไม่ใช่ ไม่" หัวสวยส่ายปฎิเสธ "คุณหมอกไม่เข้าใจชา ไม่เคยจะรับรู้อะไรเลย" เรียวปากบางกระซิบสั่น

ส่วนเขาทำเพียงเท้าสะเอว หันหน้าหนีคนอ่อนเเอ

"ชา.." หันมาอีกครั้ง ก้าวขายาวไปพชิดร่างเล็ก พร้อมจับจับที่ไหล่เธอ

"ฉันให้เงินเธอเท่าไรก็ได้ ไอ้คิมล่ะ?.. จะอธิบายมันยังไง? มันก็อุสาห์แอบชอบเธอตั้งนาน สุดท้ายมันควรรู้เหรอว่าเพื่อนตัวเองทรยศ?"

"แอบชอบ? หมายความว่าไงคะ ชาไม่เข้าใจ"

"อืม.. มันชอบเธอ"

"อ๋อ เพราะอย่างนี้รึเปล่าคะ ที่ไม่ให้ชาบอกใครว่าเราคบกัน เพราะคุณจะให้เพื่อนต่อใช่มั้ย เป็นอย่างนี้รึเปล่าคะ"

“คิมเวลากับเธอ มันตัวน่ารักเลย ทำไมดูไม่ออก” หมอกดันร่างที่กำลังกอดเขาออกห่าง "มันดีกับใครเป็น? ถ้าไม่ใช่เธอ ทำไมไม่เอะใจ.. เเล้วตั้งคำถามกับตัวเองดูบ้าง"

ทิชาเงียบ

"จะว่าไป.. เธอเองรึเปล่า กะจะควบสอง แล้วเเกล้งตีซื่อบอก.. ไม่รู้ว่ามันชอบ"

"ไม่รู้ ไม่ ชา.. พี่คิมไม่เคยบอก" เธอเเทบจะเรียงประโยคพูดไม่ได้

"บอก.. เเล้วมันจะเรียก แอบ?!" เขาย้อน

ทิชายืนตัวแข็งทื่อ ตอนที่ได้ยินเสียงคำรามจากชายหนุ่ม

"ทำไมคุณน่ากลัวอย่างนี้" ริมฝีปากร้องถาม "ทะ ทำไมกัน ถ้ารู้ว่าเพื่อนตัวเองชอบชาอยู่เเล้ว แล้วคุณยอมคบกับชาทำไม ถ้ารักเพื่อนมากกว่าชา"

"โดนอ่อยตลอด คิดว่าคนมันจะอดใจไหวเหรอชา.."

"อ่อ อืมค่ะ" หญิงสาวยิ้มบ้างหยันกับความโง่ของตัวเอง  "คุณก็เลยหลอกฟันชา"

"ขอโทษ"

"ไม่.." เธอส่ายหน้า "ไม่ใช่เเค่ขอโทษค่ะ"

"เเล้วจะเอายังไง"

ทิชามองหน้าคนถาม เขากำลังมองเธออย่างคุกคาม

"คะ คุณ" เสียงตกใจ ก้าวถอยหลัง

ณ ตอนนี้เธอหักศอกอารมณ์ตัวเองแทบไม่ทัน รู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมา

"ถาม.. เอายังไง"

"อย่า.."  ทิชาจับมือร้ายที่จะดึงเกาะอกเธอ  อีกมือเขาก็รั้งเอวไว้เเน่น จนร่างทั้งร่างเบียดชิด

"คุณหมอกอย่า"

"เป็นไงสั่นเชียว  ยาก 'เอ็น' ?"

"ไม่ชา อย่าไม่" ศรีษะทุยส่ายสั่นไปมาอย่างทรมาน เมื่อจู่ๆ ฝ่ามือหนารวบขย้ำทรวงออก

"หือออ! หะ คุณหมอก" ใบหน้าหวานเหยเกหงายหน้ามองบน พยายามปัดปายมือใหญ่ออก

"ก็บอกมา ที่ถามไป พูด.." เสียงเข้มถามอีกครั้ง

"ฮื อ๊ะ ชาเจ็บ" คนชอกช้ำกัดริมฝีเเน่น ไม่ว่าร่างกายหรือหัวใจก็เจ็บแปลบปลาบสุดลึกเท่ากัน

"เด็กดีต้องไม่ดื้อ เข้าใจ?" น้ำเสียงนุ่มนวลของหมอกดังพร้อมใบหน้ายิ้มเหี้ยม

เป็นคำพูดไม่ตรงกับการกระทำ ไม่ตรงกับใจ  เพียงเเต่เขาอยากจะเล่นยังไง ให้ได้เรื่องได้ร้าวกันไป 

เอาให้คนตรงหน้าเข็ดจากเขาทั้งชาติ..                           

"ต้องทำตัวน่ารัก เพราะฉันไม่ชอบคนดื้อ พูดยากจะไม่ชอบมาก"

หมอกประเมินในใจ ทิชาคงเข้าใจได้ หากเธอเเต่ติงต๊องขนาดไหน ก็ยังต้องเข้าใจได้ว่า การกระทำไม่เข้าร่องเข้ารอยกับคำพูด มันคือเขาขู่ ไม่ใช่ชม เอาจริง ไม่ใช่หยอก

"พอได้เเล้ว  หยุด ปล่อยชานะ ปล่อย" คนเจ็บร้องโวย ราวก้อนจุกอย่างหนึ่งไหลขึ้นมาในอก ตอกย้ำความเจ็บปวดอีกครั้ง เล็บสวยจิกเข้าไปหลังมือใหญ่พยายามดันออกก็ไม่เป็นผลเสียที

"พูดให้ฟังก่อนซิ จะไม่เสนอหน้ามาดื้อให้ฉันเห็นอีก"

"หยุด ชา เจ็บ!" น้ำตายังคงไหลตกอย่างเยียบเย็น ที่สำคัญ ตอนนี้มันหยดเเหมะหลังมือเขาเเล้วด้วย 

"อือ!" ครางออกด้วยความเจ็บ เพียะ! มือบางตัดสินใจตบเอาที่ใบหน้าเสเเสร้งนั่นดังฉาก เพียะ! อีกครั้งพร้อมผลักให้ตัวเขาออกห่าง ด้วยเเรงจากไหนก็ไม่รู้ รู้เเค่ว่าอยู่ตรงนี้ต่อไม่ไหวเเล้ว                          

หมอกจะเดินมา ทิชารีบร้องกันฟันสู้                          

"ไม่ ต้อง เเล้ว.." เจ้าของเสียงสั่นทั้งตัว เเทบล้มหงาย เมื่อสันรองเท้าข้างหนึ่งติดค้างที่ร่องพื้นไม้ พยายามยกเท้าขึ้น

พั่บ!!

"อ่ะ!"

 หากเเต่ทั้งตัวเธอล้มไปข้างหน้า บังเอิญได้เเทบเท้าเขาพอดี  

หมอกเข้าหาทิชาหวังยกตัวเธอขึ้นมา ดันเจอคนล้มส่ายหัวปฏิเสธ 

เป็นอันเข้าใจ เขาจึงหยุด                         

"ชาอยากอยู่คนเดียว" คนพูดไม่เเม้จะขยับตัว นั่งกำชายกระโปร่งเเน่นความจริงแล้วเธอคิดอะไรไม่ออกทั้งนั้น หรือพูดก็ได้ว่าตนกำลังอับอายในสภาพตัวเองอยู่                          

"ลุกขึ้นไปนั่งให้ดี"                   

"จริงๆ เเล้ว.. คุณไม่ได้เปลี่ยนใช่มั้ย?" ทิชาก้มหน้าหลบตาสายตาหมอก ความซื่อกลายเป็นเสียงสั่น "จริงๆ เเล้ว.." ดวงตาเริ่มเปลี่ยนกลืนน้ำลายอึกท

ร้องออกเพราะมองไม่เห็นเเววตาเขาเลย ในนั้นมีเเต่อะไรมากมายเต็มไปหมด                          

"เป็นชาที่มองไม่ออกเองอ่อ.. คะ?" เธอเสียงเครือ เชื่อไหมภาพหมอกเมื่อวันนั้นกับหมอกวันนี้ ภาพที่เขาเคยดี มันกำลังตีกับภาพปัจจุบันตีอยู่ 

ตีในหัวเธอเรื่อยๆ  จนสมองไม่เข้าใจสิ่งไหนคือเขากันเเน่                           

"คงใช่.. แต่ฉันพร้อมจะดีกับเธอได้ ถ้าเราได้อยู่ในสถานะอื่นไปเเล้ว"

ทิชาเงียบหันหน้าหนี "..."  มองไปที่เท้าตังเองที่เปลือยข้าง ใบหูฟังเขาให้เหตุผลต่อ

"ฉันคงไม่กล้าบ้าดี ไปทำร้ายคนที่ได้ชื่อว่า 'เป็นคนอื่น' ไปเเล้ว"

"ทำได้เหรอคะ?.." คนฟังถามออกไปอย่างใจลอย

"มองให้เป็นเมียเพื่อนคนหนึ่ง ฉันทำได้"

"ไม่ ชาอะ.. จะทำได้เหรอ" เธอหมุนตัวคลานไปเกะรองเท้าออกจากร่อง 

ก่อนเตรียมจะลุกเดินออกจากศาลา จึงทิ้งด้วยประโยคไว้ "จะไม่ว่าสถานะอะไร ชาก็ไม่อยากเป็นให้คุณเเล้ว" 

ทิชาไม่อยากเเม้อยากจะทำความรู้จักกันใหม่ เเม้คำว่า 'คนอื่น' ก็ไม่อยากเป็น                            

"คิดทำได้ ก็ดี"

คำพูดนั่น.. ทิชาไม่แปลกใจเเล้ว จึงรีบก้าวขาลงจากศาลา เเละทันทีเท้าเเตะพื้นหญ้าลง

"ทิ.." เขาเรียก เป็นเสียงออกจะติดกังวล                           

หากเเต่เธอไม่อยากสนใจ ไม่คิดหันหน้าไปมองเลยด้วย

"อ่ะ!!"  รวดเร็วมือคนด้านหลังเข้ามาตะคุบปิดปาก ลากตัวเข้าพุ่มไม้ 

เเน่นอนนั้นกระเสือกกระสน ตกใจดิ้นจนสุดกำลัง

"ชาดีดี" เเขนใหญ่งัดคอคนไม่เข้าใจสถานการณ์ อีกมือปิดปากไว้มิด 

หมอกไม่รู้ตัวเลยว่า สร้างความหวาดกลัวให้อีกฝ่ายได้มากมาย

"ขะ!  อือ" ทิชาร้องภายใต้อุ้งมือร้าย เพราะเขาไม่ได้เเค่ปิดเเล้ว เเต่บีบ

"เงียบๆ คิมมา" 

เป็นคำนี้คนเจ็บนิ่งเงียบลงได้ ตาเบิกกว้างเมื่อคู่หมั่นยืนอยู่ในจุดไม่ใกล้นัก

"ไอ้ หมอก!"เสียงคาดไม่ถึงดังจากด้านหลัง 

หมอกจำเสียงเพื่อนได้ เขาชา หันไปมองอย่างช้าๆ "มึงศึก"

การณ์ศึกยืนมองอย่างตกใจ

"ฮืออออ!" ทิชาดิ้นจนสุดกำลัง

"คุณศึกช่วยชาด้วย" ทิชาตะโกนขอความช่วยเหลืออย่างหน้าตื้น หลังหักนิ้วเขาจนต้องปล่อย ทว่าเเขนก็ยังรัดต้นคออยู่ดี "ช่วย ช่วยชาด้วย"

"คืองี้ศึก.." ริมฝีปากหมอกขยับ กลับโดนการณ์ศึกส่ายหัวผิดหวัง

"อะไรกัน" เป็นเสียงคิมหันต์ ทุกคนรู้ดี ทุกคนหวั่น โดยเฉพาะหมอก สันหลังเขาวาบมันเย็นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อได้ยินเสียงเท้าหนักใกล้เข้ามา                   

หน้าเป็น 'ศึก'                           

หลังเป็น 'คิม'                          

ณ ตอนนี้ คนตกอยู่ที่นั่งลำบาก คงหนีไม่พ้นตรงกลาง 'เขาเธอ' ต่างก็สั่นใจ ไปตามกัน และน่าจะเป็นเวลาเดียว ที่ไม่สามารถหามนุษย์ไหน จะรู้สึกโอเคได้สักคน                          

แววตาคิมหันต์เต็มไปด้วยความกร้าว กำลังย่างขาเดินหาเพื่อนที่มันกำลังกอดรัดคู่หมั้นตนอยู่

"ไม่ใช่อย่างที่มึงเห็น" หมอกมองหน้าเพื่อนเตรียมขยายความ เพียงเห็นมันโกรธเท่านั้น เขากลับคิดคำพูดยาวๆ ไม่ออก สรรหาไม่ได้

"เห็น?" คิมหันต์ถาม เเละสำทับอีกครั้ง “เห็นอะไร?..” เสียงรอดไรฟันกับสายตาคาดคั้น เอื้อมมือคว้าเเขนทิชาจากหมอก ตอนนี้เธออยู่ในชุดลุดลุยไม่เรียบร้อบ ลิปสติกเลอะเต็มวงปาก มองก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น 

คิมหันต์สั่นทิ่มทั้งกาย

"อธิบายได้ เรื่องนี้ เอ๊อะ!" เสียงไม่ทันสิ้น บาทาคิมหันต์ถีบเข้าไปยอดอกให้จบก่อน

"ถาม กูเห็น 'เชี่ย!' ไร?!!.." เท้าหนักไม่ลดลา ตามซ้ำเหยียบอกคนล้มต่อ ยิ่งเห็นเพื่อนคิดยันตัวขึ้น เเรงใหญ่สวนขยี้ให้จมพื้นหญ้าเติ่ม

"ไม่ได้ทำ ฟังนะสัส  อ๊ะ!"                          

"พูดมันออกมา"

"ใจ! ใจเย็นคิม" การณ์ศึกเข้ามาเจรจาช่วย พยายามพลักตัวคิมหันต์ออก

"เเล้วกูร้อนตรงไหน?!!" คิมหันต์หันหน้าไปตะคอกใส่ถามการณ์ศึก 

ส่วนคนล้มใช้จังหวะเผลอลุกขึ้นยืน                           

หมอกลุกยืนได้ รีบพูด  "ชา บอกไอ้คิมไป มันไม่ใช่"

ชาเธอหน้าซีด

"พูดไป" หมอกตะเบงเสียงใส่คนซื่อบื่อเอาเเต่กอดคู่หมั้นไว้  

ทำให้เขาฉุดคิดได้เลยว่า ผู้หญิงตรงหน้ากำลังจะเอาตัวรวดเเล้ว สายตาการกระทำ เเละทุกอย่างมันฟ้องอย่างนั้นจริงๆ

"พี่คิมชากลัว เราออกไปเถอะนะ นะคะ"

"ฟังคิม แฟนมึง.." หมอกไม่พูดต่อ ทุกขณะจ้องไปที่ผู้หญิง เขาต้องการดูใจคน เธอกล้าเปิดเรื่องก่อน เพื่อนเอาตัวได้เเค่ไหน

จนสุดท้ายก็จริง..

"ไม่ขะเขาจะขืนใจชา"

คำว่า 'เปิดก่อน รอด' เอากรณีนี้เป็นตัวอย่างได้เลย! หมอกคิดหยันอีกฝ่าย ก่อนปรายตาไปหาเพื่อน

"มันเริ่มก่อน ไอ้คิม " แต่แทนเพี่อนจะเชื่อ

"มึงก็พูดเหมือนกูกินหญ้ามา"  คิมหันต์หัวเสียทวีคูณ สีเลือดขึ้นหน้า

"เปล่า ไม่ใช่" หมอกปฏิเสธ

"พี่คิมคะ เรากลับกันเถอะนะ"

"ตอนท้ายอะ มึงเห็นเเค่"

"พี่คิมชะ.."

"โว้ยย!!! หุบปาก! " หมอกตะวาดชี้หน้าหาทิชา ทำให้เธอตกใจ เเต่หวั่นได้ครู่เดียว

"พี่คิมคะ ปะ.."

"ยัย!" หมอกเปลี่ยนเป้าหมายที่จะอธิบายเพื่อน มาเป็นพุ่งหาตัวกรณี

"หมอก หยุดๆ" โชคดีที่การณ์ศึกเข้ามาสกันตัวไว้ก่อน เเล้วฉุดตัวหมอกออกมา "หยุดซะ!!"

"ปล่อยกู!!!" หมอกไม่ฟัง เดือดโว้ยวายสบันแขนออกจากเพื่อน 

หวังจะจัดการทิชาสักตั้ง ฐานจากหน้ามือเป็นหลังเท้า "เธอมันคนประเภทไหนกันเเน่!" ตะโกนออกไป          

"กลับไปถามตัวมึงก่อน" คิมหันต์ขึงขังใส่หมอก ขณะบังคู่หมั้นไว้                

"คิมมึง ฟัง"                  

"ถรุยย!" ฟิวส์ขาดจึงแถมด้วยน้ำลาย

ด้านคนรับมันเต็มๆ หน้าเสียนึกโมโห 

ตอนนี้เหตุการณ์ไปไกลจากความเป็นจริงมาก ด้วยทิชาทรงเเบบนั้น ยี่ห้อเเบบนี้ มันเอื้อต่อการถูกมองว่าตัวเธอถูกต้องถูกรังเเกอยู่เเล้ว

"เลือกฟังกูบ้าง ยากเหรอ.." คนหน้าเสียยิงคำถามใส่เพื่อน                          

"พี่คิม คนมากันเยอะเเล้ว"

"ใจเย็นคิม" การณ์ศึกตบบ่าเพื่อน เเล้วกวาดตามองหาคนในบ้าน ให้มาดูเเลทิชา "คิมไปเถอะ เดี๋ยวหมอกกูจัดการเอง สงสารทิชาเธอก็ได้" การณ์เห็นท่าไม่ดีจึงเตือน

"คู่หมั้นมึง งูพิษ" หมอกไม่หยุด

"ก็ช่าง! เมียกู ล้างเอง" คิมหันต์สวน

หมอกคิดว่าตัวเองเริ่มเห็นเข่าขึ้นลางๆ กับคำไม่กี่คำของคิมหันต์ 'ช่าง เมียกู' มันเป็นคำตอบที่ชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอว่า ยังไงคิมหนต์มันก็รักเธอ รับได้หมดถ้าเป็นเธอ ล้างประวัติให้กันพร้อม  เข้าใจอย่างนี้ถูกไหม!

"เป็นเมียมันเเล้ว?" หมอกลากเสียงถามทิชา                  

ด้านทิชาหน้าซีดเผื่อก ขวัญเธอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอยู่เเล้วยิ่งไม่มากันใหญ่ ทันใดรีบก้มลงหนีหน้าหมอกที่กำลังเข้าใจตัวเองผิดอยู่

"ก็ว่า.. ทำไมไม่ฟังกัน เพราะมึงเลือกคนไว้เเล้วนี่" เสียงหมอกตัดพ้อถึงคิมหันต์ เเล้วมาต่อที่ทิชาอีก "ส่วนเธอชา ทำทุกอย่างให้ตัวเองคลีนทำไมเเต่เเรก.. ถ้าสุดได้ถึงนี้"

หมอกรู้สึกเสียรู้ มันคงจะดีกว่านี้ ถ้าเขาไม่เคยมีความคิดว่าทิชาหัวซื่อ นึกพลัน ความรู้สึกหยันตัวเองก็เกิด  

"เธอขาดเเต่หนอนวิ่งผ่านมั่ง.. จริงก็ไม่เกินศพ!"

"อีกคำเดียว อีกคำ จะไม่ทนกับเพื่อนมึงไอ้ศึก"

"มึงใจเย็น เชี้ยย! มันเเค่น้อยใจ"

"น้อยใจพ่อง! กูจริง"

"หุบปากหมอก" การณ์ศึกสุดจะทน

"เอามันออกไป ให้กูทีศึก" เสียงคิมหันต์วาน หน้าสั่นใจก็สั่น

การณ์ศึกเห็นคิมหันต์นิ่งเเล้ว จึงว่างใจเดินไปลากคอหมอกเดินออกจากสถาณ์การณ์

“งานกู เห็นหัวกูหน่อยเห้ย หมอก” การณ์ศึกติเพื่อนด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดแกมขอร้อง

"ของมีตีนเดินเองได้หรอก"

การณ์ศึกจึงปล่อยตัวเพื่อน เเล้วเดินนำไปก่อน แค่ไม่อีกก้าวเสียงจากด้านหลังก็ดังขึ้น เพล้ง!! 

เศษกระถ่างกระจายไปทางฝั่งคิมหันต์ยืนอยู่ พร้อมสายตาพิฆาตของหมอกที่ลากมองทิชาไปด้วย ปากขยับไม่มีเสียงขู่ได้ว่า 'กูจะนะ'

วินาทีนั้นการณ์ศึกหมายเดินเข้าไปลากตัวต้นเหตุ หากหมอกตวาดตามาก่อน

"โทษ ลั่นเอง" เจ้าของตีนหนักแก้ตัว ส่วนเจ้าของบ้านพยักเอออ่อ ปวดขมับ เเต่ก็เข้าใจสถานะคนอารมณ์ร้อน



"ชา" เสียงเเรกของปากคิมหันต์ หลังเกิดเรื่องได้ไม่นาน พากันมานั่งกระโปร่งรถของเขา 

"พี่ขอโทษ" เขาดึงร่างบางมากอด

ทิชาเป็นคนที่คิมหันต์แอบหมายปองอยู่ห่างๆ มานานแล้ว สองครอบครัวสนิทกันในรุ่นแม่ ส่วนรุ่นลูกเป็นเขาที่คุ้นเคยกับคนน้องคือน้ำหวานมากกว่า ส่วนผู้พี่ เป็นทิชรู้สึกแอบชอบมานาน ไม่ได้สนิทกันมากมาย เพราะไม่กล้ารุกนัก

ถึงอย่างไหร่ ช่วงหลังๆ เขาพยายามเข้าหาหญิงสาวเต็มที โดยใช้จังหวะครอบครัวเธอกำลังเข้าสู้ขั้นอ่อนเเอ เข้ามาช่วยเหลือเธอให้ได้ออกมาจากบ้านเร็วๆ บ้านที่เป็นเหมือนรังทาส 

ในใจเขาอยากขอโทษที่เลือกใช้วิธีนี้ เเละขอโทษที่เขามีเพื่อนเช่นหมอก

"พี่คิมไม่ได้ผิดเลยนะ" เสียงทิชาดังขึ้นดับความรู้สึกผิดที่กำลังเเล่นในหัวคิมหันต์

"ต่อไปพี่จะดูเเลเราให้ดีกว่านี้"

"ค่ะ ล่ะ..แล้วกับคุณหมอก พี่คิมเชื่อเขามั้ย" ทิชาจ้องตาคมแฝงเเววเครียดในระยะกระชัดชิด คิมหันต์หยั่งถึงเกินเข้าใจ ปากคอเเห้งขมไปหมด เมื่อต้องรอคำตอบจากปากหยัก

"พี่รู้จักเราดี" ชายหนุ่มตอบคนใต้อ้อมกอด

"ถ้าละคะ ถ้าคุณหมอกพูดความจริง พี่คิมจะทำยังไงกับชา" ทิชากล่าวถึงหมอกอีกครั้ง ใจนุ่มนึกหวั่นคนตรงหน้าจะคิดเเค้นหมอกขนาดไหน ถึงอย่างไหร่ก็กลัวตัวเองประสบกับปัญหาเหมือนกัน

เธอมองไม่เห็นใจคิมหันต์ ดูไม่ออกเลย หัวเขากำลังนึกคิดอะไรเท่าไหร่เเล้ว

"เราไม่เป็นอย่างนั้นหรอก ใช่มั้ยละ.."

"ค่ะ ชาไม่" ใจหญิงสาวมีนึกเกลียดตัวเองเอ่อล้น ใจอัดแน่นจนเหมือนจะซึมออกจากดวงตา เริ่มร้อนระอุทุกที 

ทั้งสองเงียบอยู่ในอ้อมกอดของกัน

"ปริมให้พี่ไปส่งมั้ยครับ" การณ์ศึกถามขณะกำลังเดินอยู่กับปริมมาศ

"ขอบคุณนะคะ..แต่เดี๋ยวคุณหมอกก็กลับมารับปริม"

"พี่ว่าไม่ต้องรอหรอก คนนิสัยเสียต้องโดดดัดบ้างนะ"

"โตเเล้ว ดัดไปมีเเต่หักค่ะ" ปริมมาศระบายยิ้ม

"ให้พี่รอเป็นเพื่อนแล้วกันมะ?"

"ขอบคุณค่ะ"

"อะเเฮ่ม" การณ์ศึกอะเเอมเล็กน้อย เพื่อสกิดหนุ่มสาวที่กอดกันอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

"พี่คิมคะ" ทิชาตีหลังคนตัวสูงเบา จนคิมหันต์ผลักตัวออก

"เดี๋ยวค่อยคุยกันคิม" การณ์ศึกกล่าวเปิด ตอนนี้คงไม่สะดวก อยากให้ทุกคนกลับบ้านไปพักผ่อนก่อน

"ไปครับชา" คิมหันต์เรียก

"งั้นชากลับก่อนนะคะ พี่การณ์ศึก คุณ?.." ทิชาไหว้

คนถูกถามถึง 'เอะใจ' มองหน้าทิชา เช่นนั้นเลยมีวลีผุดขึ้นในหัวทันทีว่า 'เเดะ.. ทำเป็น' 

ชั่ววูบจริงๆ ที่เธอคิดให้ได้กับทิชา

"ปริมค่ะ ฉันชื่อปริม" มุมปากปริมมาศกระตุก ทำไมจะไม่รู้จักคนใต้เเขนท่านประธาน สาวเจ้าแกล้งไม่รู้จัก อาจควงคนใหม่อยู่ จึงไม่กล้ารู้จักน้องของเเฟนเก่าเเน่..                          

"ชื่อปริมนี้ แฟนคุณหมอกรึเปล่าคะ"

"ไม่เเน่ใจเหมือนกันค่ะ" ปริมมาศเเกล้งเฉไฉ ยื่นหน้านิดๆ ยิ้มยียวน 

ทิชาหน้าถอดสี แววตาเศร้าขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

"คืองี้ครับคุณชา ปริมเธอเป็นน้องสาวไอ้หมอกนะครับ ที่พูดไปเป็นการอำเล่น ใช่มั้ยเรา.." การณ์ศึกเบนเอาตอบปริมมาศ

"ค่ะ อำเล่น" ปริมมาศมั่วสนุกกับบทที่ทิชาโยนให้เล่น 

โดยไม่รู้การกระทำนี้คนไม่ชอบใจสุดคือคิมหันต์

"ท่านประธานเจอสร้อยยังคะ?"

"ยังเลยครับ"

"สร้อย.. อ่อเจอ เจอเเล้วค่ะพี่คิม พอดีชาเห็นมันตกอยู่ข้างสระน้ำนะคะ" คนพูดควานหาในกระเป๋าออกมา พอดีกับที่รถคันหรูจอดกระชันชิดมา                          

 "ขอตัวนะคะ พี่มารับเเล้ว" ก้มศีรษะปริมเล็กน้อย แล้วเปิดประตูรถเข้าด้านในถึงได้เห็นสายตาหมอก เขามองออกไปข้างนอก ด้วยแววตาดุร้าย                           

แน่นอน.. ว่าคงเป็นทิชา

"เป็นอะไรกัน"

"ของเก่ากัน" หมอกตอบเเบบไม่ลังเลที่จะคิด

เขาชัดเจนในอารมณ์ตัวเองมากคนหนึ่ง ฉนั้นได้เกลียดใครแล้ว ก็เต็มที่ของเขา 

อาจไม่ถึงตาย  เกือบ..น่าเห็นจะใกล้เคียงสุดๆ เเล้ว ปริมมาศนึกเเล้วสยอง

เธอชำเลืองมองคนพาล เขาเหยียบในความเร็วที่เหลือร้าย

"กลัวไง?" คนขับใช้หางตาเเลมา

ถามแบบกำปั้นทุบดิน คนได้ยินก็กำปั้นทุบดินตอบ

"มั้งค่ะ"

การมีปากเสียงไม่พ้องเป็นรอยเดียวกันนี้ ถือเป็นปกติมาก พูดก็พูด ความดีร้ายของไอศูรย์เเตกต่างจากพี่ชายเธอ ตรงที่ไอ้คนใจหินเเคร์คนเป็นเเต่กับคนนี้

สักเสี้ยว..อย่าถามหาเลย

เเน่ละ.. ในสองความร้ายต้องเลือกร้ายน้อยสุด

ถามทำไม.. ถึงเกิดคิดเปรียบเทียบกับเพื่อนตัวเอง หึ หึ.. ปริมมาศกระหยิ่มในใจ

"อารมณ์ไหน ยิ้ม"

"คิดเทอะ ออ.." ความดุบนใบหน้าชายหนุ่ม ทำเอาปริมมาศตรองทัน กลืนความจริงไว้ในใจ 

หมอกจะรู้ว่าเธอรักใครก็ได้ เเต่ต้องไม่ใช่ไอศูรย์ ศูรย์เขาต้องได้อยู่เงียบๆ อันนี้ห้ามใครยุ่ง..

"ปริมกำลังคิดว่าคุณหมอกรีบไปนรกเร็วอะไรขนาดน้าน"

"อ่อ เลยอยากไปอยู่ด้วยกัน?"

"เคยได้เหรอ บาปปริมไม่พอหนา"

"แย่จัง เป็นฉันต้องดั้นเมฆหาเธอเงี้ย..?" หมอกดูผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง เมื่อได้เล่นกับน้องสาว ถึงอย่างนั้นดวงตาเข้มยังคงมีเเววเคร่งเครียดอยู่บ้าง

"ว่าเเต่อยู่ชั้นไรนะเรา จะดั๊น หาา.." นิ้วเเกร่งเคาะพวงมาลัยรถ ทำท่าคิด "เจ็ดเปล่าวะ?"

"โปรดพ้นผิวดินก่อนเถิดค่ะ"

เชื่อไหมว่า ในเมืองสุนัขที่กล้าหาญจะไม่ตายง่าย กล่าวคือ คนเนี้ย เก่งไม่เเพ้มันละ.. 

ดูอย่างเธอ หาญสู่ สู่ไม่ได้เเกล้งตายเลย                     

"อะไรคือ หาเรื่องเองเเล้วหนีวะ?"

"จบปริมจะงีบค่ะ" เเกล้งตายเอารอด โน้มตัวไปเบาะหลัง หยิบผ้าคลุมไหล่ของใครไม่รู้ ลายลูกไม้น่ารักดี หอมด้วย

"เเน่ะ.." หมอกหัวเราะ "น้องรัก" นิ้วสกิดไหล่เธอ

"ปริมง่วง อย่างยุ่งค่ะ" คนคลุมโปงส่งเสียงออกไป

"จะไม่ทลึ่งเเล้วเอ้า คุยลมฟ้ากันก็ได้"

"ปริมง่วงของจริง"

"หราา" หมอกก่อกวน

"บอกแม่ด้วยจะไม่เข้าบ้านสองสามวัน"

"ถ้าท่านถาม ทำไม?.." เธอแหงมผ้าออกเล็กน้อย  รอคำตอบ

"ตอบ ไม่รู้ค่ะ"  หมอกพ่นวลีมา ปริมมาศขมวดคิ้ว จากนั้นเตรียมห่มผ้าต่อ ต้องเอะเมื่อเขาดึงผ้าออก 

"เดี๋ยวถ้ารู้ จะโทรบอกเธอนะ"                           

คนหาเรื่องโทรคุย อ้างเหตุสารพัด เขามักอ้างเสมอจุดนี้เธอรู้ดี 

เเละในจังหวะหญิงสาวจะหัวมุดเข้าไปใหม่ พอดีกับเท้าหนักเหยียบเบรกรถจอดหน้าบ้าน

"ไม่ต้องนอนเเล้วปริม"                          

"ค่ะ" มือบางจับผ้าพับ วางที่เดิม พรันจะเปิดประตู 

เกิดถูกล็อค "อือ?" ครางหันถามคนขับ                 

"รอรับโทรศัพท์ด้วย"

"ค่ะ ปล่อยมือปริมได้เเล้วมั้ง เดี๋ยวท่านมาเจอเข้า จากสองสามวันของคุณหมอก อาจเป็นสามสี่เดือนเลย ปริมขอเตือน"

"ดุวะ" นิ้วเเกร่งกดปลดล็อค

ดวงตาปริมมาศยากที่จะเปลี่ยนแปลง มันจริงทุกวินาที เธอขยันต้านความรู้สึกเขาเป็นประจำ ในขณะที่เขาเฝ้าคิดถึงสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ตลอดมา

"ขับรถดีๆ ค่ะ" คนพูดไม่ได้มองหน้า จากนั้นเปิดประตูรถออกมา ยืนส่งเขา

หมอกลดกระจกลง "รอรับสายด้วย"

สายอะไร ไอศูรย์จะโทรหาถ้าเกิดสายไม่วางขึ้นมา.. ปริมมาศคิดได้ทันทีควานหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋า 

ถึงได้รู้ว่าตัวเองเเบตใกล้หมดเเล้ว เหตุลืมปิดไฟฉาย เปิดตอนหาสร้อยเเหงๆ ฉับไวขาเรียววิ่งขึ้นบ้านเพื่อชาร์จเเบต 

พอได้จับกลอนประตูห้องเเค่นั้นแหละ.. 

คำพูดหนึ่งก็แทรกเตือนใจก่อน

'ไว้ฉันอารมณ์ดีจะโทรหาเองละ'

มือสวยตบที่หน้าผากเบาๆ ไม่ช้าอีกมือสไลด์ปิดเครื่องหย่อนมันลงปากกระเป๋า                                    

ใช่ เธอกล้าใจร้ายกับหมอกพอ เขาควรเป็นพี่ชายตลอดไป



{ภาคอดีต} สองเดือนต่อมา

"เเต่เช้าเลยงะ?" เจ้าของห้องทักทาย เมื่อคิมหันต์เปิดเข้าห้องมา ที่นี้คือคอดโด ฉนั้นเเล้วเพื่อนเก่ามันจะรู้รหัสเข้าดี

"ชากู" คิมหันต์กวาดตาถาม

"ขำๆ เดี๋ยวปล่อย โด่วว" เจ้าของห้องปั่นหัวคนมาใหม่

ปั่นให้สมกับสิ่งที่ตัวเองต้องเจอ 

วันนั้นคิมหันต์เเถลงเเต่งทิชา พร้อมกับพักงานเธอทุกอย่างของฝ่ายหญิงเตรียมมีทายาท เธอโดนสื่อซักเรื่องคืนนั้น คำตอบมีเเค่น้ำตาตามเคย 

'นำ้ตาหญิงพังเมื่อได้'

Pre- Orde

ดราม่ามากเน้อ ความเย็นของพี่เเกเร้นด้วยความอำมหิตทั้งนั้น *มีถามหาหมอกชา ใจพี่เเกคนนี้ร้อนรุ่มหน่อยๆ  เสริฟที่หลังนะ ให้ศูรย์คนพันธุ์ดุออกมาก่อนเเป๊บ..   ส่วนเรื่องปม ไรท์เป็นคนเขียน คนโยงเอง สนุกเอง ใครถามอาจพูดได้ไงว่าไม่เยอะ เเต่เชื่อว่าต้องมีคนเข้าใจอยู่เเหละ ^^ อะ.. ว่าเเล้วก็ขายของต่อเลย **e-book** มีหลังส่งหนังสือ {ทำมือ}เสร็จนะคะ}

ปราศจากคำพูดใดๆ ที่จะทำให้ใจเขาเบาตัวลงเลย ไม่พ้นอดีตเพื่อนก็ด้วย มันเเค่ตวาดสายตามองสื่อ แล้วพูด 'ครับ นี้เป็นการเเถลงเเต่ง'                               

นั่น.. ก็ไม่เท่ากับว่าคิมหันต์ยอมรับกับสื่อไปเเล้วครึ่งหรอกเหรอ ยอมรับว่าเพื่อนตัวเองคิดขืนใจคู่หมั้น

ซึ่งหมอกคิดว่า จริงเเล้ว คิมหันต์สามารถหาคำตอบดีได้กว่านี้อีก ไม่ใช่มาเฉไฉตัดสั้น เเล้วให้ทุกคนตามเข้าใจเอง จะผิดถูกคิมมันคงคิดเเค่ว่า ผลเสียไม่ได้ตกอยู่คนพูด  เเต่ในใจคนพูด มันหวังลึกอยู่เเล้วว่าให้ ตก! 

นี่.. 

ฝั่งนี่ทั้งหมด!!                               

"กูทำอะไรให้มึงหนักหนาหมอก" เสียงคิมหันต์เบา ใบหน้าเสียใจผสมโกรธ                       

"เพื่อนคิมตั้งใจเงียบปล่อยให้คนอื่นเข้าใจผิด เรียกไม่หนักหนา?.." กั้นอดีตเพื่อนโต้กลับ จึงสำทับอีกคั้ง " มึงคิม กูรู้จักดี"

คิมหันต์พ่นลมจมูก "ไอ้เวร!! ต้องได้ตาย ถึงจะหยุดเป็นใช่มั้ย" 

"ที่รักออกมา มันจะฆ่ากู" หมอกเล่นใหญ่ ตะโกนเรียกทิชา

เท้าขาวโผล่ออกมาจากมุมซ่อน เดินทอดน่องมาข้างหน้าอย่างเชื่องช้า

"ที่รัก มานี่" หมอกเปร่งคำพูดเเสนหวาน พรางใช้พลังบังคับแขนทิชาเข้าเเนบชิดอกตัวเอง 

"เลือกมันหรือกู..ครับ?" หมอกเอา 'มันส์' เป็นที่ตั้งเปล่งวาจาหยาบโคลนถาม                                    "ชาบอกพี่ มันทำอะไร" คิมหันต์เดินเข้าทิชา

"ไม่พูดออกมา ผัวเก่าแสนบี่อ มันเดาไม่ออกเธอ" หมอกไม่ละความพยายามในการยั่วยุอารมณ์ เเละมันคงจะดีมาก หากทิชายอมชักตีนขึ้น แล้วเอามือพายช่วยกันทำงาน เปิดปากอำลาอดีตผัวเก่าให้ผัวใหม่ชื่นใจสักหน่อย จะดีมาก

"หมอก-คิม ช่วยเลือก?" มือเเกร่งบีบไหล่ทิชา ดวงตาโหดหลุบมองร่างเล็กอย่างขมขู่ 'ถ้าไม่ช่วยกันทำงานให้บรรลุ คลิปเธอถูกประจานนะเออ' สื่อราวๆ นั้น                                         "พี่คิม ชาขอโทษ" เธอจะมีทางหนีที่ไล่ยังไง เมื่อดวงตาหมอกกำลังเอาจริงเสียขนาดนั้น                                          "ชา บอกพี่มันทำอะไรเรา"

"อ่ะ" ร่างบางร้องเสียงหลง ด้วยเเรงดึงของคิมหันต์

"ไม่ต้องไปกลัวมัน กลับกับพี่" เสียงห่วงใยดังขึ้นตลอดมา

เเน่เเท้ คนฟังก็เป็นห่วงความรู้สึกคิมหันต์ สงสารในความรักของเขาที่มีให้ตลอด ไม่เเพ้สงสารตัวเองในตอนนี้

"ชาขอโทษ"

"ขอโทษที่นอกใจพี่คิม ต้องพูดเเบบนี้จ๊ะ" หมอกเเนะนำ                           คิมหันต์ ทิชาปรายตามาหาคนพูด                                           "อะไร กูพูดผิด?" หมอกถามยิ้ม

หมอกนึกถึงเรื่องวันนั้น ทิชาเหมือนคนกำลังจะจ่มน้ำ มีฟางเส้นก็จะคว้าหวังรอด กลัวคู่หมั่นจะหั่นคอเอา เลยไม่สะดวกโทษตัวเอง ถึงกล้าหันมาโยนความทรามให้เขารับคนเดียว                          โดยที่เธอลืมคิดไปว่า คนจริงที่กล้าหั่นได้ ไม่มีทางเป็นคิมหันต์..

"ปล่อยเถอะพี่คิม ปล่อยชาไป"

"ปล่อยๆ เลย เมียกูเจ็บ เห็นเธอบ่นมั้ยห่ะ?"  หมอกจับสองคนเเยก

ทิชาไม่อาจสู้หน้าคิมหันต์ได้ จึงรีบวิ่งเข้าไปในข้าใน ขังตัวเองไว้ข้างในห้องห้องหนึ่ง คิมหันต์ตามไปติดๆ ปัง! ปัง!!

"ชา ชา! เปิดประตูให้พี่ ทิชา!" มือก้อนเเกร่งทุบบานประตูอย่างบ้างคลั่ง

"เฮ้ คิมเกรงใจผัวเขาหน่อยยย ตะโกนเชียว" รอยยิ้มผสมผสานความเลวทรามหลังพูดจบ

"มึง กับ กู ขาดกันไอ้หมอก!"

"เออเห้ย ก็เข้าใจว่ามันขาดนานเเล้ว"

"..."

"..."

ตาคู่คมต่างจ้องพยาบาทซึ่งกันเเละกัน ไม่มีใครคาดคิดเลย วันหนึ่งจะต้องออกมาละเลงกันเอง

"กลับบ้านไป๊คิม"

"ชาครับได้ยินพี่ชา" คิมหันต์ไม่สนคำพูดอดีตเพื่อน ปััง! ปั้ง! กำปั้นเเกร่งตุบบ้านประตูอย่างบ้าคลั่ง "มันเกิดอะไรขึ้น เปิดประตูให้พี่ที มันทำอะไรชาาา!"

"เกเรเเล้วมึง พูดไม่รู้ฟัง" หมอกส่ายหน้ามีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เดินไปจุดหนึ่งของห้อง หย่อนตัวนั่งลงจับรีโมทกดเปิดทีวี เเล้วลำเลืองมองไปที่คิมหันต์ ปฎิเสธอย่างใจเย็น "เรื่องไม่ดี กูเคยที่ไหน "

"พี่คิมชาขอโทษ ฮืออ อึก" เสียงพีมพำจากในห้อง

"คนข้างในครับ รำคาญ หยุดร้องเนอะ"                   "..." เป็นผล เสียงทิชาหาย อาจมีสะอึกเล็ดลอดได้ยินมาบ้าง จนหมอกตัดสินใจขู่อีกประโยค

"ให้ได้ยินอีก จะปังหัวชู้เธอ จริงๆ ด้วย"

"หุบ ปากซะ!!" คิมหันต์ตะโกนดังลั่น ใจอยากเดินเข้าซัดหน้าให้หมอบจ่มพื้น

"ดุมั้ย กลัววว"

"กุ ไม่ ขำ" ไฟลุกท่วมจิตใจคิมหันต์ เขาไม่นิ่งใจให้ 'ตัวไร' มันมากัดกินง่ามตีนได้อีกเเล้ว  

เมื่อทำให้ถึงจุดคันสุด ต้องได้มีปี้ ด้วยสันกันบ้าง!

"เตรียมรับวันของมึงไว้ มันจะได้ จาก กู" คิมหันต์เนันประโยคหลัง กรรมตามสนอง หมอกแบบไหน เดี๋ยวรู้ซึ้ง

"ครับ.. รอมึงมาคลานเลียมือ เลียตีน ขอญาติดี ..จาก กู เหมือนกัน" 



10.30 น.

หลังจากคิมหันต์ออกไปได้สองชั่วโมงได้ หมอกนั่งรอเเขกคนใหม่ที่กำลังจะเข้ามา 

ก็อก ก็อก คิดถึงเสียงเคะประตูของคนที่รอคอยก็ดังขึ้น 

ทว่าตัวต้อง ไปนี่ก่อน..

เเกะ.. เสียงมือหนากดล็อคแม่กุญ ล็อคห้องที่ทิชาขังตัวเองไว้สองชั่วโมงที่เเล้ว มันคือห้องเก็บของดีๆ นี่เอง 

"จะรับเเขก อยู่นี้ไปก่อน"

หมอกรีบเดินไปเปิดประตูรับคนใหม่เข้ามา จึงได้เห็นหญิงสาวทำหน้าบูดบึ้ง

"ช้า" ชายหนุ่มบ่นพำพึม

"ปริมเร็วได้เท่านี้อะค่ะ" ขาสวยก้าวผ่านหน้าหมอก เเล้วว่างกระเป๋าเอกสารไว้บนโต็ะ                   

เขาวานเธอเอามาให้จากบ้าน 'มันเป็นเอกสารสำคัญมาก ต้องเธอเท่านั้น' 

หมอกพูดมาเเบบนี้ คนเป็นเเค่น้องก็ทำตามไปสิ 

"คุณหมอกไม่เปิดดูก่อน สำคัญมากไม่ใช่เหรอ"                 

"อ่อๆ" มือหนาจับเปิดกระเป๋าสำรวจทันที เขาก็ลืมไปว่า ต้องเบาใจเเละสนใจมันเลยเมื่อเจอ 

จะต้องดีใจ ให้ได้มากกว่าเจอปริมมาศ เขาลืมตรงนี้ไป..                      

"ขอบใจ ไม่ได้เธอเเย่เเน่"

"ไม่เป็นไรค่ะ"

เกะ.. เสียงแปลกปลอมดังขึ้นมาอีกห้องหนึ่ง 

ปริมมาศวับหาต้นเสียง 

"เสียงหนู แล้วถ้ามันยังซนอีกนะ ฉันจะจัดการที่หลังให้ ป่ะไปนั่งก่อน" หมอกตั้งใจพูดเสียงดัง ก่อนเข้ามาดันปริมมาศไปนั่ง

"ปล่อยปริมค่ะ" ปริมมาศหนีก้าวหนึ่ง

"กินข้าวด้วยกัน" หมอกเอ่ยชวน พรางดึงกระเป๋าปริมออกจากไหล่ โยนมันไว้ที่โซฟา

"ไม่ดีกว่าพอดีปริมไม่หิว" ใบหน้าสวยเรียบตึง

"กินกันหิว" มือหนาพยายามกดไหล่ปริมมาศลงนั่งเก้าอี้

"ไม่ค่ะ" เธอขืนยันตัวขึ้น

"สักมื้อ นั่ง" หมอกเริ่มบังคับ

"คือปริมมีงานต้องทำค่ะ ขอโทษด้วย" ปริมมาศขาเเข็ง

"มันวันหยุด"

"ปริมมีงานต้องเคลียร์ไงค่ะ"

"ไม่รู้ วันนี้ไม่กินด้วย มีงอน" หมอกทำหน้าทำตาเหมือนเด็ก เอาเเต่ใจ  "ตามชวนถึงที่ พรุ่งนี้"                      

"ก็ปริมไม่ได้หิว" เตรียมลุกขึ้นหนี                    

 "พี่จะไม่ชวนธรรมดา"                       

นั้นคือประโยคเดียวที่ทำให้คนได้ยิน หยุดเเละนั่งต่อได้

"ค่ะ!" หน้าบูดกระเเทกเสียง หายใจเข้าลึกๆ  

เเต่มันมีแน่ ชีวิตสัตว์มาร จะเจอคู่ปรับที่เป็นมารด้วยกัน 

แล้วจะมาปราบกันเอง มันต้องมีเเน่!.. คนถูกบังคับนึกโมโห                     

ส่วนหมอกกระตุกมุมปากย่ามใจ ปริมมาศจะเป็นรองเขาก็ตรงนี้                     

"หนู ไปล้างมือก่อน" คำไพเราะที่ดั่งออกมาจากปากเขา ก่อกวนประสาทคนหน้าบึงได้เป็นอย่างดี         

"อ่าว เฮ้ย!" หมอกร้องเสียงหลง เมื่อปริมมาศตั้งใจสบัดมือจนน้ำมันกระเด็นทั่วหน้าเขา

"อุ้ยตาย ขอโทษ" ปากอิ่มยิ้มขอโทษ อย่าคิดว่าเธอจะอ่อนยอมให้เขาหมด ความเป็นน้ำอยู่ใกล้ไฟมันย่อมมีเดือดกันบ้าง 

"ตามสบาย เพราะฉันโกรธเธอไม่เป็น" 

ถึงหมอกจะใจดีได้ปลอมมากเท่าไหร่ ทางปริมมาศก็ไม่ถือสาหาความตรงนั้น 

"โอ้ยยย" ปริมร้องลั่น ตอนหมอกสกัดขัดขาเก้าอี้เธอ                   

หญิงสาวถมึงทึง "คุณ..!!"

"อย่ามองพี่เขิน กินๆ" คนเป็นพี่ทำเป็นไม่รู้รู้สา

"อร่อยมั้ย?"

"ก็งั้นๆ ทำเองเหรอคะ" ปริมมาศเเปลกใจเพราะกับข้าวอร่อยมาก

"อ่าใช่ ..หันผักเองเลย"               

".."

เอาเถิด เอาเถิดหนา.. สูดลมเข้าปอดลึกๆ หมอกรู้วิธีที่จะยั่วโมโหคน 

ฉนั้น.. จะปกติมาก

"อะลองจานนี้ดู เป็นไง ฝีมือ?"

"หันผักยังไงคะ ให้เหม็นเขียว"

"สงสัยมีดทู่"

"มีด?" หน้าสวยเลิกคิ้วถามคนเเถ

"ก็เออ.. มีด เพราะตอนหั่นก็ใส่ใจเต็มที่สุดๆ ถ้าไม่คือ ต้องเป็นมีด"

"อ่อ อย่างนี้นี่เอง ไม่ใช่หลอกสาวที่ไหนทำให้นะ?"

"บ๊ะ! ไร้สาระ นี้ เห็นนี่เล็กๆ มั้ย?" หมอกเฉไฉโชว์นิ้วชี้ เเผลเล็กมาก เล็กจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ปริมมาศต้องเผ่งต้องเล็ง 

"จิ้วเเต่เเสบยันทรวงปริม" เจ้าของบาดเเผลสีหน้าเจ็บปวด สำออย

"เรียกร้องความสนใจเก่ง" เธอว่าให้

"ก็เก่งแต่กับเธอ"

"ไม่ชอบคนเก่งเลยยย" ปริมมาศเสียงสูง

"จะโง่ให้ก็ได้ โง่ ทั้งชาติให้ได้อยู่"

ปริมมาศผงกหัวพรันรวบจานช้อนแล้วลุกขึ้นยืน นำไปล้าง หมอกช่วยถือเเก้วเดินตามมาติดๆ

"ปริมจะบอกว่า กับข้าวรสชาติอร่อยมาก"                      

ในฐานะที่เธอเองมีเพื่อนชอบเข้าครัว จะรู้จัก มักคุ้นหัวใจเพื่อนดี เพื่อนจะชอบมากเเละปลื้มใจสุด เมื่อมีคนมีความสุขกับอาหารที่ตัวเองทำ 

นึกตรงนี้เเล้วคิดถึงเขา ไอศูรย์ป่านนี้คงมีแหม่มนั่งชิมทุกจานเเทนเธอไปเเล้ว                      

ใช่แล้ว..เธอพวกถนัดกินมากกว่า กับล้างจานช่วย                        

"ฝากบอกคนปรุงด้วยนะคะ อร่อยมาก" อย่างไม่ต้องสงสัย เธอนักกินตัวยง ทานไปก็รู้ หมอกเปล่าทำเอง           

ที่นี่ ก็มาดูหน้าหมอกกัน หน้าตาเขาเริ่มฉายเเววความเหลาะเเหละขึ้นเเล้ว

"ส่วนผักไม่มีเหม็นนะ เเต่ใหญ่ก็ใหญ่เบอเร่อ เล็กเล็กติ๊ดเดียวผสมกัน คนปรุงเขาไม่ได้บอกเหรอคะ?"             

"คงไม่กล้าบอกม้าง" เสียงสูง ตามด้วย  "ที่หลังเธอก็มาใหม่ดิ"

"เกี่ยวอะไรกับปริมคะ"              

"จะฝึกใหม่ ไฉไลกว่าเดิม"                     

ปริมมาศพ่นลมจมูก แอบขำหมอก อะไรจะจริงจังขนาดน้าน

"จะเล่นไปถึงไหนคะนิ?" ปริมมาศแผดเสียงเตือนเมื่อหมอกเริ่มจะกระเเซะเข้าใกล้                

"ช่วยล้าง" คำกล่าวอ้างของหมอก

สำหรับหมอก การได้อยู่ใกล้ปริมมาศ ใจจะเต้นโครมๆ เหมือนจะหลุดทลักออกมา เขาจะบอกว่า ตัวเองก็ไม่ได้ชอบเท่าไหร่นักกับอาการนี้ เพราะมันเป็นอะไรที่ผิดปกติเกินไป หาความพอดีไม่มี รุนเเรงเหมือนจะตาย                      

"ขอบคุณค่ะ แต่เสร็จพอดีเลย"  มือบางเช็ดจานเเล้วคล่ำลงตะเเกรง

"เดี๋ยวเดินไปส่ง" คนพูดนำหน้าออกจากห้องไปก่อน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้อง หมอกสื่อสารกับปริมมาศอย่างจริงใจ มันคือจีบ เพียงเขาจงใจเเสดงเกินไปหน่อยเเค่นั้น

คาดหวังอยู่ลึกๆ คำพูดตัวเองจะเป็นศร แทงคน.. 

เเทงให้ทิชารู้สึกบ้าง

"ปริม ฉันคนดีรึเปล่า?" คนถามมองตัวเองในกระจกลิฟท์ มือลูบสัมผัสถึงตอเคราที่เริ่มผุดขึ้น 

ตรงนี้ เเล้วคิดเก็บไว้ให้ทิชาดีกว่า ให้สากผิวเธอเล่น สนุกดี..

ส่วนปริมมาศก็มองหมอกในกระจกเช่นกัน 

เธอเห็นถึงความอารมณ์ดีของอีกฝ่าย ดีแบบแปลก เหมือนคนทำเรื่องอะไรสำเร็จ เเล้วต้องการเสียงชื่นชม ภายหลัง

"สงสัยไม่มีดี เธอถึงเงียบ" ชายหนุ่มพูดพึมพำอ่อนอย่างไม่ใส่ใจมาก ลิฟท์เปิดจึงเดินนำหน้าอีกครั้ง

"หมายความว่ายังไงคะ?" ปริมมาศก้าวเท้าไวให้ทันเขา 

เพราะรับรู้ได้ถึงกลิ่น ทะเม่งๆ 

กลิ่นความเจ้าเลห์ไง!

"ทางเดี๋ยวกัน"

"ตอนเเรกบอกปริม ส่ง?"

"ส่งถึงบ้าน" เขาหยุดเดินได้ เมื่อถึงหน้ารถเเล้ว

"ง่ายๆ อย่างนี้ก็ได้เหรอคะ?" ปริมมาศถาม กับเขาที่เเสร้งทำหน้าทำตาเอ๋อเหรอ

"ขับไปน้อง อย่าบ่น" สิ้นเสียงของหมอก เจ้าของรถก็หันมาทำตาขว้าง 

ไม่นาน จับตุ๊กตาหน้ารถเหวี่ยงใส่คนเป็นพี่ชาย

ไอ้พี่!!!!!

"ห่าเอ๊ย โนป่ะเนี่ย" คนโดนทำร้ายบ่น โน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อส่องกระจก

"หัวเเตก จะลงโทษคน" พรางเสยผมหาแผล 

ก็ต้องเสียดายไม่มีอยากมีจะได้ทำโทษคน 

"เหอะ.." ปริมมาศเเค่นเสียงใช้ตามองถนนต่อ

"เก็บให้ปริมด้วย คุณหมอกจะเหยียบมันเเล้ว"

"คอซาดิมส์ ใช่เล่น " เสียงเข้มงุบงิบหลังไม่ได้รับการขอโทษ ก้มเก็บตุ๊กตาหมีใต้เท้าขึ้นมาเเต่โดยดี ตามคำสั่งหลังโดนสายตาพิฆาตเล่นงาน 

เตรียมจัดวาง ซึ่งมีตัวดุ๊กดิ๊กด้วยตัวหนึ่ง ได้นั่งอยู่ก่อนเเล้ว

"ยังไง ซ้ายขวามันดี?" ใบหน้าหล่อเอียงคอถาม

"ต่อไปไม่ใช่เเค่ตุ๊กตาแน่" ปริมมาศขู่ฟ่อ

"ครับ ขี้จังเลย"

หมอกแปลกใจ ขำตัวเองไปพร้อมกันคือ เห็นเธอตีเบรอใส่บ่อยๆ เเล้วกลับมีความสุขได้บ่อยๆ เช่นกัน             

เขาเริ่มสงสัยตัวเอง อาจสนุกกับการปืนกำแพงสูงๆ ที่น้องสาวคนสวยก่อไว้ 

จะเเค่นั้น หรือเปล่า..



......................................



** **

Pre- Orde

ถ้าถามไรท์ว่านางเอกมีหลายใจไหม ตอบ.. ไม่ค่ะ ไม่มีจริงๆ

ขายของต่อเลยเนอะ   **e-book**   มีหลังส่งหนังสือ {ทำมือ}เสร็จนะคะ}



สอบถาม | เเจ้งโอน ได้ที่อินบล็อคเลยนะคะ 

ขอบคุณค่ะ 

คลิ๊กเลยยย


ความคิดเห็น