Kamui Yato

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 33 [ ศึกชิงเจ้ายุทธภพโลกหน้า (1) ]

ชื่อตอน : บทที่ 33 [ ศึกชิงเจ้ายุทธภพโลกหน้า (1) ]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ค. 2561 13:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 33 [ ศึกชิงเจ้ายุทธภพโลกหน้า (1) ]
แบบอักษร

หลังจากเหตุการณ์ที่การ์ลิคได้ร่างแปลงใหม่มาก็ผ่านไปแล้ว 9 วัน ช่วงเวลานั้นกว่าจะสือสารกับไอร่าและคนอื่นๆรู้เรื่องก็ปาไปเกือบสองวัน มันราวกับเขาตกนรกทั้งเป็นไม่สิต้องเรียกว่ายิ่งกว่านรกเสียอีก มันราวกับเขาได้ตายทั้งเป็นเลยต่างหาก ทั้งอาการเจ็บปวดที่รุนแรงยิ่งกว่าถูกมีดนับร้อยแทงตามร่างกายก็ดี หรือราวกับทั่วทั้งร่างกำลังถูกกรดย่อยสลายก็ดี เฮ้อแค่คิดก็หนาวแล้ว เขาจะรอให้มีร่างกายที่เหนือยิ่งกว่านี้เสียก่อนค่อยกลับไปฝึกร่างนั้นใหม่

ส่วนอีก 7 วันที่เหลือหลังจากฟื้นสภาพร่างกายได้เต็มร้อยจากถั่วเซียน เจ้าตัวดีก็กลับมาฝึกวิชาเพื่อเตรียมรับมือกับศึกชิงเจ้ายุทธภพโลกหน้าที่กำลังจะจัดขึ้นอย่างใจจดใจจ่อ โดยการฝึกนี้ไอร่าไม่ได้เข้าร่วม เนื่องจากการ์ลิคต้องการให้แม่สาวสุดที่รักของเขาไปสร้างไอเท็มบางอย่างให้

แม่สาวคนนี้ดูจะชอบสิ่งที่เขาบอกให้เธอสร้างมากถึงขนาดลงทุนลงแรงกลับวาปกลับไปยังโลกเพื่อหาสถานที่วิจัยและวัตถุดิบในการสร้างไอเท็มมหัศจรรย์ชิ้นนี้ มันอาจจะใช้เวลาอีกนานกว่าที่ทั้งคู่จะเจอกัน ซึ่งการ์ลิคเข้าใจดี เมื่อไอร่าเข้าสู่โลกแห่งความคิดเรื่องอื่นๆ หรือแม้แต่เรื่องของเขาเธอก็จะลืมมันไปได้อย่างง่ายดาย

ส่วนตัวแสบทั้งสามหลังจากที่พ่ายแพ้ให้กับไอร่าก็ดูเหมือนจะห้าวยิ่งกว่าเดิม พวกเธอราวกับถูกแรงกระตุ้นเพื่อให้ก้าวข้ามขีดจำกัดไปอีกขั้นจึงมาขอให้การ์ลิคช่วยฝึกวิชาให้ ซึ่งการ์ลิคที่ยังไร้คู่ซ้อมมีหรือจะไม่ยินดี เขาให้เบล ไทด์ และโบรจังเข้ามารุมเขาได้ตามอัธยาศัย แต่ผลสุดท้ายผลการฝึกซ้อมของทุกวันทำให้เหล่าแม่บ้านใจกล้าต่างถูกอัดลงไปนอนร้องโอดครวญอย่างน่าสงสาร

แต่มีหรือการ์ลิคจะผ่อนปลน นับวันเขายิ่งหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ จนทั้งสามเกิดอาการบาดเจ็บรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แม้จะไม่ถึงแก่ชีวิต แต่เกือบเข้าไปเฝ้าพญายมเช่นกัน แม้จะถูกทำขนาดนี้ก็ตาม ดูเหมือนทั้งสามไม่คิดจะบ่นเลย พวกเธอกัดปากทนรับทุกอย่างที่การ์ลิคมอบให้อย่างเต็มใจ(โรคจิต) จนความแข็งแกร่งของพวกเธอเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

และแล้วก็เข้าสู่วันที่ 10 ซึ่งวันนี้นั้นเป็นวันเริ่มงานศึกชิงเจ้ายุทธภพ แต่ก่อนที่พวกเขาจะเข้าร่วม การ์ลิคได้พูดคุยข้อตกลงกับเบล  ไทด์ และโบรจัง โดยข้อห้ามที่การ์ลิควางไว้คือห้ามพวกเธอแปลงเป็นซุปเปอร์ไซย่าเด็ดขาด เว้นแต่ตอนเจอกับเขาหรือคนที่แข็งแกร่งกว่าตัวพวกเธอเอง แต่ก็คงไม่มีหรอก เท่าที่ดูและสัมผัสได้ ไม่มีใครแข็งแกร่งมากพอจะให้การ์ลิคแปลงเป็นซุปเปอร์ไซย่าเลยด้วยซ้ำ

"การ์ลิคไทด์ ไม่ลงแข่งนะ เราไม่ได้อยากฝึกวิชากับท่านเจ้าพิภพสูงสุด"ไทด์กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังจนการ์ลิคที่ได้ฟังยังขมวดคิ้ว นี่เป็นโอกาศที่อาจจะช่วยให้เธอแข็งแกร่งขึ้นแต่เธอกับไม่คว้ามันเสียอย่างนั้น แม้เธอจะแข็งแกร่งขึ้นจนเหนือมนุษย์ไปแล้วโดยเฉพาะลมปราณที่ก้าวข้ามความเป็นมนุษย์ มีพลังพอๆกับซุปเปอร์ไซย่าซุนโกคูในภาคเซลล์เกมส์ไปแล้ว แต่เธอก็ยังอ่อนแออยู่ดี เขาอยากให้ไทด์แข็งแกร่งมากกว่านี้

"หนูก็ไม่ลงนะพี่การ์ลิค เอาไว้หนูค่อยฝึกวิชากับพี่ทีหลังก็ได้"โบรจังก็ดูเหมือนจะไม่สนใจเช่นกัน จริงๆแล้วตัวเธอไม่จำเป็นต้องฝึกวิชาเลยด้วยซ้ำ เพราะร่างกำเนิดซุปเปอร์ไซย่าในตำนานของเธอยิ่งโตขึ้นพลังต่อสู้รวมถึงร่างกายก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆไม่มีหยุด และเพียงฝึกวิชาธรรมดากับการ์ลิคความแข็งแกร่งของเธอก็จะค่อยๆเพิ่มไปเองตามกาลเวลา และต่อให้เธอไม่ฝึกวิชาสัก5-10ปี พลังของเธอก็คงไม่ต่ำกว่า ซุปเปอร์ไซย่า 2 ของเบลล่าในตอนนี้

"แล้วเธอละเบล จะลงไหม"การ์ลิคได้แต่ส่ายหน้าเอือมก่อนจะหันไปถามเบลล่าแทนเพราะยัยนี่ต้องลงแข่งแน่นอน

"หึ ถ้าพ่อหมีลงแข่งเราก็จะลงด้วยเช่นกัน" เป็นธรรมดาของว่าที่สามีภรรยาคู่นี้ โดยเฉพาะเบลล่าที่ต้องการเหนือกว่าพ่อหมีที่สุดที่รักของเธอในวันใดวันหนึ่ง แม้จะไม่ค่อยมีหวังแต่เธอก็ไม่คิดจะยอมแพ้ให้การ์ลิคมีพลังเหนือกว่าไปตลอดอย่างแน่นอน

การ์ลิคพยักหน้าอย่างพึงพอใจ และเมื่อการพูดคุยจบ ท่านเจ้าพิภพที่หายหน้าหายไปเกือบสิบวันก็โผล่มาให้เห็น  ท่านเจ้าพิภพเดินมาด้วยรอยยิ้มพร้อมกับบาบลูสและเกรกอรี่สัตว์เลี้ยงของท่าน เขากล่าวว่าตนมารับพวกเขาไปลงแข่ง แต่ผิดคาดที่มีสองคนปฏิเสธที่จะลงแข่ง จึงทำให้มีเพียงแค่การ์ลิคและเบลล่าเท่านั้นที่จะลงสนาม ส่วนไทด์และโบรจังก็ไปนั่งดูข้างสนามแทน

"""เฮ้~~"""


ทันทีที่การ์ลิคและเบลล่าถูกพาเข้ามาในเขตการประลองก็มีเสียงตะโกนร้องเสียงดังลั่นไปทั่วทั้งลานประลอง รูปร่างของแต่ตนที่อยู่บนสแตนเชียร์ การ์ลิคและเบลกวาดตามองโดยรอบด้วยสีหน้าเรียบนิ่งทั้งที่ในใจกำลังตื่น เลือดภายในกายสูบฉีดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน โดยเฉพาะการ์ลิคเขาคิดว่ารอบนี้แหละที่เขาหวังจะสร้างบทตำนานของตัวเขาเอง คราวนี้ต่อให้ใครมาขัดขวางพ่อจะอัดมันให้ยับเลย

"สวัสดีครับ กระผมโฆษกประจำการประลองครั้งนี้ และก่อนที่พวกเราจะเริ่มงานประลองศึกชิงเจ้ายุทธภพโลกหน้ากัน ผมอยากจะบอกรางวัลของผู้ชนะเลิศเสียก่อน ซึ่งของรางวัลของผู้ชนะในศึกครั้งนี้ก็คือ แท่น แทน แท๊น ได้เป็นศิษย์หลักของท่านเจ้าพิภพสูงสุดครับผมมม~!! เป็นยังไงครับรางวัลของผู้ชนะในครั้งนี้น่าสนใจหรือเปล่าครับ ขอเสียงหน่อยยย~!!"

"""""" น่าสนใจมากกกกกกกก """"""

เสียงตะโกนจากสแตนเชียร์ทุกทิศทางกล่าวพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ใครเล่าจะไม่สนใจเป็นศิษย์ส่วนตัวของท่านเจ้าพิภพสูงสุด แค่พวกเขาได้มาฝึกที่ดวงดาวแห่งนี้ก็ถือว่าตนได้โชคครั้งใหญ่ แต่นี่อะไรถ้าชนะได้เป็นศิษย์ของท่านเจ้าพิภพสูงสุดเชียวใครไม่สนใจก็บ้าแล้ว

"ฮ่า ๆ ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็มาเริ่มศึกชิงเจ้ายุทธภพโลกหน้ากันเลยครับ ขอเชิญตัวแทนของท่านเจ้าพิภพแต่ละทิศขึ้นมาบนเวทีเพื่อจับฉลากด้วยครับ"

การ์ลิคกระโดดขึ้นไปบนเวทีคนแรก โดยไม่สนคนอื่นๆที่กำลังมองเขาด้วยความไม่พอใจ แต่จะทำไมละ ใครเร็วกว่าก็มีสิทธิ์ก่อนสิจริงไหม เขารีบยิบฉลากขึ้นมา  ซึ่งผลสรุปแล้วเขาได้เบอร์ 1 เมื่อจับเสร็จเขาก็เดินลงเวทีโดยเมินสายตาของผู้เข้าแข่งขันรอบสนามและมายืนหลับตาทำสมาธิเพื่อเตรียมพร้อม

หลังจากนั้นการจับฉลากของผู้เข้าแข่งขันทั้ง 36 คนก็จบลง ดูเหมือนเบลล่าจะได้หมายเลข 35 เธออยู่กลุ่มสุดท้ายเลย แถมคู่ต่อสู้ของเธอก็ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่นัก ว่าแต่ว่าทำไมเขาไม่พบไปคูฮังฟ้ะ อุส่าอยากลองหวดมันสักสองสามแผล แต่กลับไม่เจอผิดหวังชะมัด ตัวห้าวที่น่าจะเก่งๆก็ไม่เจอเลย เขาเจอแต่คนไม่คุ้นหน้าทั้งนั้น

"โอ้ผลจับฉลากออกมาแล้วนะครับผม ถ้าเช่นนั้นเรามาเริ่มคู่แรกกันเลยเถอะครับ ขอเชิญการ์ลิคตัวแทนจากทางทิศเหนือ และ ยาบ้าจากตัวแทนทิศใต้ขึ้นมาบนสนามประลองด้วยครับ" สิ้นคำกล่าวของโฆษกชายเผ่ายักษ์ร่างใหญ่ที่ชื่อยาบ้าก็กระโดดขึ้นเวทีไปด้วยความมั่นใจ มันจ้องมองไปทางการ์ลิคที่มีร่างเล็กอย่างเหยียดหยาม ผิดกับการ์ลิคที่กำลังกั้นหัวเราะอย่างฝืนทน เขาไม่คิดเลยว่าโลกดราก้อนบอลจะมีคนชื่อแปลกๆแบบนี้อีก ไอ้คนคิดชื่อนี่แม่งก็บ้าจริงๆ คนห่าไรชื่อยาบ้าสิ้นคิดชะมัด

"เจ้าหนูแกหัวเราะอะไรของแก" เมื่อเห็นการ์ลิคเดินกั้นหัวเราะมาเจ้ายาบ้าก็ถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ จากสัญชาตญาณบอกมันว่าเจ้าหนูนี่ต้องหัวเราะเขาอย่างแน่นอน แต่ไม่รู้ว่ามันหัวเราะเรื่องอะไร

"ฮ่ะ ๆ เปล่า ๆไม่มีอะไรหรอก ฮ่า ๆ ๆๆ "แต่จะให้กั้นยังไงก็ทำไม่อยู่ยิ่งได้เห็นหน้าของเจ้ายาบ้าเต็มๆเขาก็หลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง ก็ไม่แปลกหรอกดูหน้าของเจ้านี่สิตอบเรียวตาโปนเชียว เหมือนคนติดยา สมแล้วที่มันชื่อว่ายาบ้า

"หนอยยย~ แกขำอะไรนักหนา!!"เจ้ายาบ้าดูเหมือนจะคลั่งตั้งท่าจะพุ่งเข้าโจมตีการ์ลิคทีเผลอ แต่ทว่ายังไม่ทันได้พุ่งไปก็ถูกหยุดไว้โดยโฆษกผิวเขียวหน้าตาคล้ายเอเลี่ยน

"คุณยาบ้าครับ กรุณาใจเย็นๆก่อนนะครับ ถ้าไม่อย่างนั้นคุณจะถูกตัดสิทธิ์การแข่งขันได้นะครับ"

"เอ๊ะ ฮ่า ๆดูเหมือนข้ายาบ้าคนนี้จะหัวเสียไปหน่อย แฮะๆ"เจ้ายาบ้าที่ได้สติกล่าวพร้อมใช้มือใหญ่เก่าศีรษะไปพลางแก้เขิน

"เอาละครับถ้าอย่างนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราขอเริ่มศึกชิงเจ้ายุทธภพรอบแรก ณ บัดนี้"สิ้นคำกล่าวของโฆษก การ์ลิคที่เคยทำเป็นเล่นก็ตั้งท่าเตรียมต่อสู้ทันที

โหม่งงงงงงงงงงงง~!

สิ้นเสียงฆ้องที่ถูกตีโดยท่านเจ้าพิภพสูงสุด ร่างของการ์ลิคก็หายไปในชั่วพริบตาและมาโผล่ด้านหน้าของเจ้ายาบ้า ตอนแรกเขาก็คิดจะเล่นกับมันอีกนิดหน่อย แต่ก็ดูเหมือนจะเสียเวลาเปล่าจึงซัดหมัดธรรมดาเพียวๆเข้าที่ท้องของมันโดยที่มันไม่ทันได้ตั้งตัว

ปั้งงงงงงงงงงงง~!!

ฟิ้วววววว ตุบบ!

ร่างของเจ้ายาบ้าที่ถูกต่อยโดยไม่ทันได้รู้สึกตัวลงไปนอนอยู่นอกเวที ทำให้ตอนนี้ทั่วทั้งสนามเงียบกริบ แม้แต่เข็มหล่นยังได้ยิน นี่มันเกินไปแล้ว เจ้ายาบ้ามันแข็งแกร่งมากเลยนะเห็นมันแบบนี้ก็เถอะ ขนาดท่านเจ้าพิภพทิศใต้ผู้เป็นอาจารย์ของมันยังตื่นตะลึง เพราะตนไม่คิดว่าลูกศิษย์ของเขาจะแพ้ให้กับศิษย์ของเจ้าพิภพเหนือได้รวดเร็วเช่นนี้ ท่านเจ้าพิภพทุกทิศตอนนี้อดไม่ได้ที่จะมองไปทางเจ้าท่านพิภพเหนือ อาจารย์ของการ์ลิคอย่างคาดคั้น

"ฮ่า ๆ อย่ามองกันอย่างนั้นสิข้าก็เขินเป็นนะ"ท่านเจ้าพิภพทิศเหนือตอนนี้หัวเราะและยิ้มหน้าบานเป็นจานกระด้ง

กึดดดด~!

"""บอกพวกเรามานะเจ้าพิภพเหนือแกไปเอาตัวเจ้าหนูนั่นมาจากไหน ทำไมมันแข็งแกร่งขนาดนี้ ?"""

"ฮ่า ๆก็โลกทางจักรวาลทิศเหนือของข้าสิ"ท่านเจ้าพิภพเหนือเดินเข้าไปโม้และอวดเจ้าพิภพทิศอื่นอย่างสนุกปาก ส่วนการ์ลิคหลังจากที่ประกาศชื่อผู้ชนะ ตัวเขาก็เดินลงเวทีด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับมีเสียงตะโกนเชียร์เขาอย่างล้มหลาม

"สุดยอดไปเลยการ์ลิค!"

""""เฮ้ ๆ การ์ลิค ~""""

'หึ~นี่แหละก้าวแรกของตำนานที่ยิ่งใหญ่ของเรา' การ์ลิคคิดในใจอดจะยิ้มไม่ได้ ยิ่งเพ้อฝันถึงตำนานที่ยิ่งใหญ่ของตนในภายภาคหน้า ปากของเขาก็ยกยิ้มไม่หุบเลยแม้แต่วินาทีเดียว

ความคิดเห็น