akikoneko17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 ผู้คุมชะตา (1)

ชื่อตอน : บทที่ 3 ผู้คุมชะตา (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 167.1k

ความคิดเห็น : 84

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.พ. 2558 21:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 ผู้คุมชะตา (1)
แบบอักษร

บทที่ 3 ผู้คุมชะตา

 

 

        “คะ คุณพูดแบบนี้ได้ยังไงกัน”

 

        คนเป็นเจ้าคนนายคนเขาพูดกันแบบนี้อย่างนั้นเหรอ? เขามองหน้าผม ดูเขาไม่สะทกสะท้าน แล้วลุกจากเก้าอี้เดินเข้ามาหาผม แล้วจับเก้าอี้ที่ผมนั่งอยู่ให้หมุนไปหาเขา

 

 

        “ผมก็แค่พูดในสิ่งที่ผมเห็น”

 

        สายตาของเขาปรับต่ำลงมา จนผมต้องมาตาม เขากำลังจ้องมองที่คอของผม ผมไม่เข้าใจ...

 

        “ผู้ชายคนไหนนะ ที่คุณยอมให้เขาทำรอยแบบนี้”

 

        “!!!

 

        ผมรีบกระชับคอเสื้อทันที ผมไม่คิดว่าเขาจะเห็น หรือเพราะว่าเขาเห็น เขาเลยพูดจาแบบนั้นกับผม

 

        “คุณคิดว่าระหว่างผู้ชายคนนั้นของคุณ...กับผม...คุณอยากจะเลือกใครมากกว่ากันครับ”

 

 

        เขาบ้าไปแล้ว....ทำไมเขาถึงพูดกับผมแบบนี้ ผมไม่เข้าใจ ทำไมเขาถึงได้กล้าพูดออกมา อีกอย่าง ผมคงไม่เลือกใครทั้งนั้น เพราะ...ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนทำรอยนี้ไว้

 

 

        “ผมไม่คิดว่าท่านรองประธานจะพูดกับลูกน้องตัวแบบนี้เลยนะครับ”

 

 

        ผมพยายามใจเย็น ยังไงงานที่นี่ก็สำคัญกับผมมาก ผมไม่อยากจะหางานใหม่ ผมไม่อยากเสียโอกาสนี้ไป

 

 

        “อืม...นั่นสินะ แต่ถ้าคุณพูดแบบนี้ หมายความว่าคุณเลือกผู้ชายคนนั้นใช่หรือเปล่า?

 

 

        “ผมขอไม่ตอบนะครับ”

 

 

        เขาหัวเราะในลำคอแล้วถอยห่างจากผม เดินไปกดโทรศัพท์บนโต๊ะเรียกเลขาของเขา

 

 

        “รบกวนช่วยพาคุณกวางไปที่ห้องท่านประธานด้วยนะครับ ขอบคุณครับ”

 

 

        หลังจากที่เขาคุยกับเลขาเขาเสร็จ ผมก็กลับไปนั่งที่ของเขา และมองหน้าผม

 

 

 

        “ตำแหน่งที่ผมจะให้คุณ คือไปเป็นเลขาส่วนตัวของท่านประธาน”

 

 

        เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม เขาช่างเปลี่ยนเรื่องได้ง่ายดายจริงๆ

 

 

        “แต่ว่า...”

 

 

        ผมเพิ่งเข้ามาทำงาน แล้วทำไมอยู่ๆ ถึงให้ผมไปเป็นเลขาของท่านประธานแบบนั้น ง่ายใหญ่ขนาดนี้ มันควรจะให้ผมทำอย่างนั้นเหรอ?

 

 

        “หรือว่าคุณอยากจะทำงานเป็นเลขาส่วนตัวของผมก็ได้นะครับ”

 

 

        รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขา มันทำให้ผมตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ผมคงจะต้องเลือกไปทำงานกับท่านประธาน สำหรับผม ท่านประธานคงจะไม่ทำตัวรุ่มร่ามแบบนี้

 

 

        “ไม่ครับ ผมขอไปทำงานกับท่านประธาน”

 

 

        “นั่นสินะ ผมคงไม่ดึงดูดคุณมากพอ น่าเสียใจจริงๆ”

 

 

        พูดเหมือนจะเศร้า แต่หน้าตาเขากลับยิ้มแย้ม จนผมรู้สึกหมั่นไส้

 

 

 

        “คุณออกไปข้างนอกได้แล้วครับ เลขาผมจะพาคุณไปที่ห้องท่านประธานเอง ยังไงก็ขอโทษด้วยนะครับ สำหรับการล้อเล่นของผม ที่อาจจะดูรุนแรงไปหน่อย คุณกวางคงไม่คิดมากนะครับ”

 

 

 

 

        “ครับ ยังไงก็ขอบคุณครับ”

 

 

        ผมยืนขึ้น ยกมือไหว้เขา ผมนี่เสียมารยาทจริงๆ ที่ตอนแรกลืมไหว้เขา เพราะมัวแต่ตกใจ

 

 

        ผมเดินออกจากห้อง เห็นคุณเลขาคนเดิม ยืนรอผมอยู่ เธอนำผมเข้าไปในลิฟต์ และพาผมไปในชั้นที่สูงขึ้น จนผมมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องหนึ่ง ที่มีป้ายติดไว้ให้รู้ว่าเป็น ห้องประธานบริษัท

 

 

        “คุณเข้าไปรอข้างในนะคะ ดิฉันขอตัวก่อน”

 

 

        “เอ่อ ขอบคุณมากครับ”

 

 

        ผมก้มหัวเล็กน้อย ไม่นานเธอก็เข้าลิฟต์ไป เหลือเพียงแต่ผม ที่ยืนมึนงง อยู่คนเดียว    

 

              

        “รู้สึกเหมือนโดนทิ้งเลยแฮะ”

 

 

        ผมสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เคาะประตูห้อง แต่ทุกอย่างก็ยังคงเงียบ ผมเลยตัดสินใจจะเปิดประตู

 

 

        “ขออนุญาตนะครับ”

 

 

        ผมค่อยๆเปิดประตูเข้าไป และทุกอย่างมันก็เหมือนสถานการณ์ตอนที่อยู่ในห้องของท่านรองประธานจริงๆ แต่มันรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยยังไงชอบกล

 

 

        ห้องห้องนี้ดูเหมือนจะกว้างพอๆกับห้องของท่านรอง การตกแต่งในห้อง จะเน้นโทนสีเทา ทุกอย่างในห้องถูกจัดไว้อย่างลงตัว

 

 

 

        ผมมองไปรอบๆ ไม่มีแม้แต่เงาของท่านประธาน หรือว่าเขาไม่อยู่ห้อง หรือว่าเข้าไปพักในห้องพักอยู่ เฮ้อ...นี่มันอะไรกันเนี่ย

 

 

        ที่จริงเขาไม่จำเป็นต้องเรียกผมมาพบก็ยังได้ แค่สั่งงานให้ผมไปทำงานตำแหน่งอื่น งานเลขาของท่านประธานนี่มันไม่ดูยิ่งใหญ่ไปหน่อยหรือไง สำหรับคนอายุแค่ผม แต่ว่า...ถ้าจะให้ผมต้องไปหางานใหม่ล่ะก็...คงไม่แล้วล่ะ ผมอยากได้งาน อยากได้เงินเร็วๆ

 

 

        “นั่งรอแล้วกัน”

 

 

        ได้แต่บอกกับตัวเอง และนั่งลงกับโซฟา อีกไม่นานท่านประธานก็คงจะมาเหมือนกับท่านรอง

 

 

        แต่สุดท้ายมันเหมือนจะไม่ได้เป็นอย่างนั้น เพราะเวลาผ่านไปชั่วโมงกว่าผมก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของท่านประธาน ผมตัดสินใจลุกขึ้นเดินไปที่ห้อง ที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นห้องพักผ่อนเวลาที่เครียดจากการทำงาน

 

 

 

        ก๊อกๆๆ

 

 

        ผมเคาะประตูห้อง แต่ทุกอย่างก็ยังอยู่ในความเงียบ ผมจึงเคาะอีก แต่ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไมผมถึงรู้สึกอยากจะลองเปิดประตูห้องนั้น มันดูเป็นการถือวิสาสะ แต่ว่าผมก็อยากรู้

 

 

        แกร็ก

 

 

 

        เสียงของลูกบิด ทำให้ผมรู้สึกใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก ราวกับในห้องนั้น มันจะซ่อนความลับเอาไว้

 

 

 

 

        “นั่นคิดจะทำอะไร!

        “!!!

 

 

 

 

 

 

 

       ________________________________________

 

 

เนื้อหาในตอนนี้ ยังไม่จบแค่นี้นะคะ ยังมีต่อครึ่งหลัง ถ้าเราจะมาต่อครึ่งหลัง เราจะตั้งตอนใหม่ แล้ววงเล็บท้ายไว้ (2)

 

เนื่องจากเราสะดวกแต่งให้แค่นี้ ไว้เจอกันใหม่ค่ะ 

 

อ่านแล้วเม้นกันด้วยนะ เราจะได้มีกำลังใจมาต่อ :)

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}