Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่20 “กลายเป็นคนพิการ”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่20 “กลายเป็นคนพิการ”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.6k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ค. 2561 01:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่20 “กลายเป็นคนพิการ”
แบบอักษร

เมื่อทุกคนมาถึงที่โรงพยาบาลแล้วแต่ธนาธิปยังต้องรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียูอยู่เลยเพราะแรงจากการกระแทกทำให้อวัยวะภายในร่างกายได้รับความกระทบกระเทือนเป็นอย่างมาก ตอนนี้ความเป็นและความตายของเขาเท่าๆ กัน ดังนั้นตอนนี้คุณหมอต้องรักษาชีวิตของธนาธิปนาทีต่อนาทีเลยก็ว่าได้ คุณอารดาที่รอฟังผลอาการของบุตรชายร้องไห้แล้วร้องไห้อีกจนท่านเป็นลมหมดสติไปทำให้ต้องแอดมิทอีกคนหนึ่ง คุณธนาคมเองก็เป็นห่วงบุตรชายและภรรยาตอนนี้ท่านทำได้แค่เพียงภาวนาและรอฟังผลเท่านั้น มนสิชาเองก็สงสารคุณท่านทั้งสองของเธอมากเช่นกัน แต่ไม่รู้ว่าเธอจะสามารถช่วยอะไรท่านได้บ้าง ตอนนี้คงทำได้แค่ให้กำลังใจเท่านั้น

เมื่อเพื่อนรักของธนาธิปรู้ข่าวว่าธนาธิปประสบอุบัติเหตุก็รีบมาโรงพยาบาลทันที

“สวัสดีครับคุณพ่อ จอมทัพเป็นงัยบ้างครับ” ทั้งสามคนทำความเคารพบิดาของเพื่อนรักและถามไถ่อาการ

“อืม สวัสดีลูก ตอนนี้จอมทัพยังอยู่ในห้องไอซียูอยู่เลยลูก” คุณธนาคมตอบกลับไป

พวกเพื่อนๆ ของธนาธิปยังคงอยู่รอเพื่อเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวของเพื่อนด้วย และก็ยังไม่มีใครโทรบอกนิชาภาแฟนสาวของธนาธิปจึงทำให้เธอยังไม่รู้ข่าวและไม่ได้มาเยี่ยมเขาในวันนี้


ตอนนี้ทุกคนใจจดจ่อกับผลอาการของธนาธิป เมื่ออาการของธนาธิปตอบสนองต่อการรักษาดีมากขึ้นคุณหมอเจ้าของไข้ก็ออกมาแจ้งอาการให้ทางญาติผู้ป่วยทราบทันทีเช่นกัน แนวโน้มของการรักษาดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคุณอารดาทราบเรื่องท่านดีใจเป็นอย่างมาก ท่านเชื่อว่าคำภาวนาหรือคำอ้อนวอนขอของท่านเป็นจริง

ธนาธิปต้องอยู่ดูอาการในห้องไอซียูถึงสามวันสามคืนเต็มๆ ถึงจะพ้นขีดอันตราย ตอนนี้คุณหมอที่รักษาอนุญาตให้ธนาธิปมาพักฟื้นที่ห้องผู้ป่วยปกติได้แล้ว แต่รอบๆเตียงของธนาธิปยังมีสายระโยงระยางอยู่ สายเหล่านี้คือสิ่งที่ช่วยพยุงให้อาการของธนาธิปดีวันดีคืน ตามร่างกายมีร่องรอยเขียวช้ำให้เห็น ที่ศีรษะมีผ้าพันแผลพัน จมูกยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจในการหายใจอยู่ ภาพที่เห็นทำให้คุณอารดาสะเทือนใจไม่น้อย ท่านสงสารบุตรชายเป็นอย่างมากแต่ท่านก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย

คุณหมอที่ทำการรักษาเรียกบิดาและมารดาของคนไข้เข้าพบเนื่องจากตรวจเจออาการผิดปกติที่ขาทั้งสองข้าง สิ่งที่ท่านทั้งสองได้ฟังจากปากคุณหมอเหมืิอนสายฟ้าผ่าเข้ากลางใจ แค่บุตรชายป่วยก็สุดจะทนแล้ว นี่ยังต้องมารับรู้อีกว่าบุตรชายอาจจะพิการไปตลอดชีวิต ยิ่งทำให้หัวใจของคนเป็นพ่อและแม่ช้ำมากขึ้นไปอีก คุณอารดาร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายสายตาของคุณหมอเลย ท่านถามถึงวิธีการรักษาที่อาจจะช่วยเยียวยาบุตรชายของท่านให้กลับมาเดินได้อีกครั้ง ซึ่งคุณหมอก็ไม่ได้รับประกันว่าธนาธิปจะกลับมาเดินได้ คุณหมอแต่คาดการณ์ว่าอาจจะเท่านั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับร่างกายและสภาพจิตใจของคนไข้ด้วย

คุณธนาคมและคุณอารดาแจ้งอาการของธนาธิปให้ทุกๆ ที่บ้านจารุพิชญารู้ด้วยเช่นกัน มนสิชาเองก็ตกใจไม่น้อย ถ้าธนาธิปรู้ว่าตัวเองอาจจะกลายเป็นคนพิการเขาจะรู้สึกเช่นไรบ้าง เรื่องนี้ทำให้มนสิชาอดห่วงไม่ได้จริงๆ


ช่วงบ่ายๆ ของวันนี้ธนาธิปรู้สึกตัวแล้ว เขาลืมตามาพบว่าตัวเองนอนอยู่ที่ไหนสักแห่ง มีสายระโยงระยางเต็มไปหมด เขาพยายามจะขยับตัวแต่ร่างกายก็ไม่ได้เอื้ออำนวยเลย

“นอนเฉยๆ ก่อนนะลูก อย่าพึ่งขยับตัวนะจ๊ะ” คุณอารดาพูดกับบุตรชาย

“แม่ครับที่นี่โรงพยาบาลใช่มั๊ยครับ ผมจำได้ว่าผมหักรถหลบคนจนตกลงไปข้างทาง แต่หลังจากนั้นผมจำอะไรไม่ได้เลยครับแม่” ธนาธิปพยายามจะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้มารดาฟัง

“อืม รถลูกเสียหลักไปชนต้นไม้จะ ลูกเลยต้องมารักษาตัวที่โรงพยาบาลนี้” คุณอารดาพยายามบอกบุตรชาย

“ไม่มีใครเป็นอะไรใช่มั๊ยครับ” ธนาธิปยังคงห่วงคนที่ข้ามถนนคนนั้นอยู่

“ไม่มีจะ” คุณอารดาบอก

“ลูกพักผ่อนก่อนนะจ๊ะ ลูกจะได้หายเร็วๆ นะ” คุณอารดาบอกให้ธนาธิปพักผ่อน

เมื่อธนาธิปนอนหลับ น้ำตาที่กลั้นไว้ของคุณอารดาไหลรินลงมาอย่างไม่ขาดสาย ท่านไม่รู้จะบอกกับบุตรชายอย่างไรดีเพื่อให้บุตรชายไม่รู้สึกสะเทือนใจจนอาการทรุดลงไปอีก มนสิชาได้แต่ทำการปลอบโยนและให้กำลังใจคุณอารดาเท่านั้น


วันนี้อาการของธนาธิปดีมากขึ้น คุณหมอเอาสายระโยงระยางต่างๆ ออกให้แล้ว นิชาภาที่พึ่งทราบเรื่องของธนาธิปเธอรีบมาเยี่ยมแฟนหนุ่มที่โรงพยาบาลทันที

“จอมทัพเป็นยังงัยบ้างค่ะ นิชาพึ่งจะรู้เรื่อง นิชาเลยรีบมาเยี่ยมจอมทัพทันทีเลยค่ะ” นิชาภาพูดออดอ้อนเอาใจ

“ผมดีขึ้นแล้วครับนิชา” ธนาธิปตอบแฟนสาว

“นิชาขอโทษนะคะที่มาเยี่ยมจอมทัพช้า พอดีว่านิชาบินไปดูแบบผ้าที่ดูไบมาค่ะ” นิชาภาพยายามอธิบายให้ธนาธิปเข้าใจ

“ครับ ไม่เป็นไร แค่นิชามาเยี่ยมผมก็มีกำลังใจแล้วครับ” ธนาธิปบอกกับแฟนสาวของเขา

ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน คุณหมอก็ได้เข้ามาดูอาการของธนาธิป เมื่อคุณหมอตรวจร่างกายของเขาเสร็จเรียบร้อย ธนาธิปได้พูดคุยกับคุณหมอถึงอาการป่วยของเขาเองโดยตรง

“คุณหมอครับอาการของผมเป็นยังงัยบ้างครับ” ธนาธิปถามแพทย์เจ้าของไข้

“อาการป่วยโดยรวมของคนไข้ดีมากขึ้นแล้วนะครับ อวัยวะภายในเริ่มที่จะกลับมาทำงานได้ตามปกติแล้ว ตอนนี้คนไข้สามารถหายใจเองได้ดีขึ้น ร่างกายยังมีรอยเขียวฟกช้ำเล็กน้อย ศีรษะที่แตกแผลก็สมานดีครับอีกหนึ่งอาทิตย์หมอจะตัดไหมให้นะครับ” แพทย์เจ้าของไข้ตอบ

“แต่หมอครับทำไมขาของผมถึงไม่รู้สึกเลยครับ เหมือนขาของผมขยับไม่ได้เลย ทั้งที่ผมก็ออกแรงพยายามที่จะขยับนะครับ” ธนาธิปถามในสิ่งที่สงสัยทันที

“เอ่อ จากแรงกระแทกของรถยนต์ทำให้อวัยวะภายในบอบช้ำ มันส่งผลให้หมอนรองกระดูกของคนไข้เลื่อนมากดทับเส้นประสาทในส่วนควบคุมของการเคลื่อนไหวร่างกายครับ ซึ่งเส้นประสาทที่ได้รับความกระทบกระเทือนนี้ส่งผลต่อการควบคุมการใช้เท้าโดยตรงครับ คนไข้จึงยังขยับเท้าไม่ได้” แพทย์เจ้าของไข้พยายามอธิบายให้คนไข้เข้าใจ

“แล้วผมจะกลับมาเดินได้ปกติมั๊ยครับหมอ” ธนาธิปถามในสิ่งที่อยากรู้ต่อไปอีก

“อันนี้หมอยังตอบไม่ได้ครับ โอกาสที่จะหายเป็นปกติน่าจะห้าสิบห้าสิบครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับร่างกายของคนไข้เองด้วย ตอนนี้คนไข้อย่าพึ่งเครียดหรือกังวลใจไปนะครับ หมอจะพยายามหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุดนะครับ” แพทย์เจ้าของไข้ตอบคำถามทั้งหมดแล้วจึงเอ่ยขอตัว

“เอ่อ จอมทัพค่ะ เดี๋ยวคุณก็หายค่ะ นิชาเป็นกำลังใจให้นะคะ” นิชาภาพยายามปลอบโยน

“แต่หมอบอกว่ามีโอกาสแค่ห้าสิบเปอร์เซนต์เท่านั้นนะครับนิชา ถ้าผมไม่หายผมก็ต้องกลายเป็นพิการไปตลอดชีวิตนะครับ” ธนาธิปพูดคุยกับนิชาภา

“อย่าคิดมากสิคะ เดี๋ยวนี้หมอเก่งๆ ตั้งเยอะ นิชาว่าหมอน่าจะรักษาคุณจนหายค่ะ” นิชาภาพยายามพูดให้กำลังใจ

ตอนนี้เป็นนิชาภาเองที่เริ่มคิดมาก แค่คิดว่าต้องมีสามีพิการนิชาภาก็อายจะแย่ แล้วอนาคตจะให้เธอมาดูแลคนพิการทั้งชีวิตเธอไม่เอาด้วยแน่ๆ


ธนาธิปยังคงต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหนึ่งเดือนเต็มๆ ทำให้คุณธนาคมต้องเข้าไปดูแลบริษัทแทนบุตรชายไปก่อน คุณอารดาเองก็มาดูแลบุตรชายด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิด เมื่อทุกคนทราบว่าธนาธิปป่วยเพื่อนๆ และพนักงานในบริษัทต่างก็แวะเวียนมาเยี่ยมกันไม่ขาดสาย ส่วนนิชาภาก็มาเยี่ยมธนาธิปบ้างเป็นครั้งคราวโดยเธอให้เหตุผลว่าร้านเสื้อผ้าของเธอกำลังเตรียมออกเสื้อผ้าคอลเล็กชั่นใหม่จึงทำให้ไม่ค่อยมีเวลาเพราะเธอต้องเข้าไปควบคุมดูงานเองทั้งหมดซึ่งธนาธิปเองก็เข้าใจ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น