AshuLa

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 9 เรื่องที่ไม่คาดคิด

ชื่อตอน : บทที่ 9 เรื่องที่ไม่คาดคิด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ค. 2561 17:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9 เรื่องที่ไม่คาดคิด
แบบอักษร

​“อยู่ในนี้ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด” ในช่วงดึกสงัด กีอาน่าตัวสั่นเมื่อได้ฟังว่าเขาสั่งเช่นนั้น เธอรับรู้ได้ถึงบรรยากาศไม่น่าไว้วางใจซึ่งกำลังก่อตัวพร้อมเสียงฝีเท้าของฝ่ายที่กำลังล้อมรอบบริเวณ


ขบวนรถม้าถูกล้อม พวกเรากำลังโดนโจมตี


เขาออกไป ภายในตัวรถเหลือเพียงเธอที่เผชิญความตึงเครียดเพียงลำพัง ได้ยินเสียงทุ้มอันคุ้นเคยของยูรอสหัวเราะแผ่วต่ำ น่าแปลกอยู่อย่างที่แม้ลมหนาวจะเล็ดลอดผ่านซี่บานหน้าต่าง แต่เธอกลับรู้สึกร้อนอบอ้าวและกดดันเป็นที่สุดกับน้ำเสียงนั้น


หากเธอเป็นฝ่ายบุกรุก…คงรีบหนีเอาตัวรอดไปนานแล้ว


กีอาน่าขดตัวเป็นก้อน ได้ยินเสียงเขาพูดอีกครั้ง


“อยากตาย ก็รีบดาหน้ากันเข้ามา”


สิ้นคำ เสียงการต่อสู้ด้านนอกก็ดังขึ้น ช่างไม่เหมือนฉากการลอบโจมตีในจินตนาการของเธอเลยแม้แต่น้อย ราวกับพวกศัตรูขวัญหายจนไม่กล้าออกชื่อเสียงเรียงนามหรือแม้แต่จะอ้าปากพ่นคำข่มขวัญ แม้เธอจะเป็นคนนอกและยังไม่เข้าใจถึงระดับพลังของโลกนี้อย่างถ่องแท้ยังรู้โดยสัญชาตญาณเลยว่าหากเจอยูรอสคงต้องรีบหนีให้ไกล ไม่ฝืนเอาตัวเองเข้ามาตายเปล่าแบบนี้แน่


เสียงมีดดาบสลับเสียงร้องโหยหวนน่าสยดสยอง กีอาน่าจำได้ว่าเพียงตวัดมือครั้งเดียวเขาก็ปลิดชีพปีศาจได้เป็นร้อย แต่หนนี้เจ้าตัวกลับก้าวออกไปต่อสู้ ลงดาบด้วยตนเองราวกับรอให้เรื่องรื่นเริงบันเทิงใจเช่นนี้เกิดขึ้นก็ไม่ปาน


หญิงสาวตัวสั่น แต่ในความรู้สึกไม่ถึงสิบนาทีทุกสิ่งก็เงียบสงัดดังเดิม นั่นยิ่งทำให้เธอเครียดหนักเข้าไปอีก ลมพัดโชยเข้ามาครั้งหนึ่งก็หอบเอากลิ่นเหม็นคาวเลือดเข้ามาด้วย จนแทบกลั้นความคลื่นไส้ไว้ไม่ไหว


“ท่านหญิงเจ้าคะ” เป็นเลติสนั่นเองที่โผล่พรวดเข้ามา ภาพภายนอกที่เธอเห็บแว่บหนึ่งตอนประตูเปิดเต็มไปด้วยซากศพระเกะระกะ เลติสนั่งลงที่พื้นรถ กอดขาของเธอไว้อย่างไม่สู้ดีนัก “ไม่เป็นไรนะเจ้าคะ”


กีอาน่าผงกศีรษะ มือเรียวถูกเมดสาวยื้อไปกอบกุมไว้อย่างปลอบประโลม ไม่รู้ว่าเธอหรือเลติสกันแน่ที่รู้สึกไม่ดีมากกว่ากัน “ข้างนอกเป็นยังไงกันบ้าง”


“ตายหมดเจ้าค่ะ” เลติสเงยหน้ามอง “ไม่มีใครเหลือรอดซักคน…ท่านยูรอสสังหารจนสิ้น”


ความเงียบพลันโรยตัวทันที หญิงสาวได้ยินเสียงชีพจรตัวเองเต้นเด่นชัดด้วยความผวา เขาไม่ไว้ชีวิตใคร ไม่หลงเหลือแม้แต่เชลยที่จะนำไปซักฟอกเอาความ ในใจคงล่วงรู้อยู่แล้วว่าศัตรูที่ลอบโจมตีเป็นใครแน่


“แล้วฝ่ายเราเล่า” กีอาน่ายังซักต่อด้วยความเป็นห่วง ขบวนเดินทางนี้จัดคนมาน้อยเพียงไรก็เห็นอยู่


“ไม่มีใครบาดเจ็บหรือตายเจ้าค่ะ…เหล่าข้ารับใช้ในรถคันหลังก็เช่นกัน”


แค่ได้ยินว่าพวกเมดที่นั่งมาในรถม้าคันหลังร่วมกับเลติสปลอดภัยด้วยเธอก็วางใจ


“แต่ท่านยูรอส…”


“เขาเป็นอะไร” เพราะเลติสมีหน้าเหมือนบอกไม่ถูก กีอาน่าเลยนึกกังวลขึ้นมา สีหน้า แววตาพลันร้อนรนไปหมด


“ท่านยูรอสเหมือนยังไม่พอเจ้าค่ะ ออกไปไล่ล่าพวกมันตามลำพัง แต่ท่านชาโดว์รีบตามไปแล้ว สั่งให้องครักษ์ที่เหลือคุ้มครองขบวนที่นี่”


แค่คิดว่าต้องอยู่กันตามลำพังก็ใจหายแล้ว ต่อให้มีองครักษ์คอยให้การคุ้มครองอยู่กีอาน่าก็ไม่ไว้วางใจ ภาพความป่าเถื่อนทารุนที่ลานสังเวยฝังรากลึกในความทรงจำนัก เธอไม่รู้จะต่อกรกับพวกปีศาจอย่างไรหากไม่มีเขา


เป็นหนแรกที่ได้ตระหนักว่าการมีอยู่ของเขานั้นต่อให้อันตรายต่อเธอมาก ในขณะเดียวกันก็สร้างความปลอดภัยให้อย่างมากเช่นกัน


ได้แต่ยอมรับว่าความกลัวกำลังคืบคลานเกาะกินจิตใจอย่างไม่อาจห้ามได้ มือบางเริ่มสั่นสะท้าน แข็งใจเอ่ยถาม “เวลาต่อสู้เขาเป็นแบบนี้บ่อยมั้ย…อีกนานแค่ไหนกว่าจะกลับ”


“ไม่เจ้าค่ะ…ไม่เคยเป็นเช่นนี้ ท่านลอร์ดหาใช่ผู้ที่จะปล่อยให้พลังและสัญชาตญาณดิบครอบงำได้” เพราะสายตาของเลติสก็ดูงงงวยและไม่เข้าใจเช่นกันทำให้ในใจของกีอาน่าสับสนไม่น้อย


แล้วทำไมเขาถึงได้มีอาการแบบนี้ในวันนี้ได้


กีอาน่าลุกพรวด ประตูรสม้าเปิดออกท่ามกลางเสียงร้องเรียกของเลติสด้วยอารมณ์ตกใจ “ท่านหญิง!! จะไปไหนเจ้าคะ”


แม้กลางดึกทว่าพระจันทร์สามดวเบื้องบนทำให้บริเวณโดยรอบดูสว่าง เหล่าองครักษณ์บ้างจัดการกับซากศพนักฆ่า ลากไปกองกันไว้อีกฝั่ง บ้างกำลังตั้งเวรยามอารักขา ในตอนนี้ทุกคนหันมามองเธอเป็นตาเดียว


“เขาเป็นแบบนี้ จะให้ทนเฉยได้ยังไง” กีอาน่าเอ่ย


เขาที่ว่า หมายถึงยูรอสโดยไม่ต้องสงสัย ท่ามกลางความประหลาดใจของเลติส เมดสาวรีบตั้งสติ


“ต…แต่ท่านหญิงรู้หรือเจ้าคะว่าจะไปที่ใด”


แน่นอนว่าหญิงสาวไม่รู้เลย หากแต่บางอย่างในตัวของเธอบอกว่าคนที่จะหาเขาพบได้คือเธอเท่านั้น “รู้สิ…” เหมือนตกอยู่ในภวังค์ขณะที่กล่าวเช่นนั้น “ที่นี่ไม่มีเขา ยังไงก็ไม่น่าไว้ใจ เกิดพวกที่อบโจมตีมาเพิ่มอีก”


เหล่าองครักษ์ที่ได้ฟังดังนั้นก็นึกเห็นด้วย แม้จะไม่หวาดกลัว แต่หากมาเป็นจำนวนมาก น้ำน้อยย่อมต้องแพ้ไฟ


ร่างสูงของชายที่น่าจะเป็นองครักษ์ซึ่งมียศสูงสุดในยามนี้เหลือบมองท่านหญิงผู้สูงศกดิ์ พลางคุกเข่าลง “ข้าห็นด้วย ท่านหญิงได้โปรดมีบัญชา”


ร่างแล้วร่างเล่าคุกเข่าลงตาม ไม้เว้นแม้แต่เลติสที่ทรุดลงกับพื้นที่ที่ยังคงสั่นสะท้าน


เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเมื่อเห็นทุกคนนบนอบให้ความเคารพ หญิงสาวสูงลมหายใจลึก 


ในตัวเธอแจ่มชัด เรียกร้องว่าต้องไปที่ไหนจึงจะได้พบกับเขา


“เอาแบบนี้แล้วกัน เราไปด้วยกันทั้งหมด ข้าจะนั่งข้างสารถีคอยบอกว่าให้ไปเส้นทางไหน” แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงมั่นใจเพียงนี้ แต่ความรู้สึกลึกๆ ของเธอก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ


หญิงสาวก้าวขึ้นรถม้าดังเดิม จนกระทั่งได้ยินนายทหารเอ่ยรายงานว่าเก็บกวาดซากศพเรียบร้อยพร้อมเดินทางต่อ ดังนั้นขบวนรถม้าจึงเดินหน้าไปทั้งที่ผู้ชี้นำหนทางหาใช่ผู้ที่มีพื้นเพในดินแดนนี้


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น