คีตาอักษร

ขอขอบคุณที่ช่วยสนันสนุนนะคะ

บทที่ 10 ความไม่เข้าใจ.. 25%

ชื่อตอน : บทที่ 10 ความไม่เข้าใจ.. 25%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ค. 2561 14:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10 ความไม่เข้าใจ.. 25%
แบบอักษร

จิตรานุช นั่งรอ พ่อเลี้ยงกัณตภณ ออกมารับประทานอาหารเย็น แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่า ชายหนุ่มจะออกมาจากห้องทำงานเลยแม้แต่น้อย นี่ก็เลยเวลาอาหารเย็นมาจะเกือบสามสินนาทีเข้าไปแล้ว ซึ่งชายหนุ่มได้เข้าไปในห้องทำงาน ตั้งแต่ที่ชายหนุ่มได้จบการสนทนากับ อนงค์นาถ และจิตรานุช แล้วนั้นแหละ

“แม่เลี้ยงจะทานข้าวก่อนไหมคะ? สงสัยพ่อเลี้ยงจะมีงานติดพันน่ะค่ะ” จำเนียร แม่บ้านของไร่กังวานไกล เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “ไม่เป็นไรจ้ะป้า เดี๋ยวนุชรอพ่อเลี้ยงดีกว่า อีกสักพักคงจะออกมา” จิตรานุช หันไปมองแม่บ้านของไร่กังวานไกล ยิ้มนิดๆ ก่อนจะเอ่ยปฏิเสธความหวังดีนั้นออกไป 

แต่จนแล้วจนรอด พ่อเลี้ยงกัณตภณ ก็ไม่ยอมออกมาจากห้องทำงานของเขาเลย จิตรานุช จึงตัดสินใจลุกขึ้นเดินไปยังห้องทำงานของพ่อเลี้ยงกัณตภณ “ก๊อก ก๊อก ก๊อก” จิตรานุช เคาะประตูห้องเพื่อเป็นการขออนุญาตเจ้าของห้อง แล้วเปิดประตูเข้าไป “มีอะไร?” พ่อเลี้ยงกัณตภณ ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ส่งเสียงร้องถามคนที่เข้ามาในห้อง ด้วยน้ำเสียงเข้มดุ

“พี่ภณจะทานข้าวตอนไหนคะ? เพราะนี้ก็เลยเวลาทานข้าวมาจะเกือบชั่วโมงแล้ว” จิตรานุช เดินเข้ามาหยุดลงที่หน้าโต๊ะทำงานของคนตัวโต แล้วเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง “ฉันจะกินตอนไหนมันก็เรื่องของฉัน เธอหิวก็กินไปก่อนสิอย่ามาวุ่นวาย รำคาญ” พ่อเลี้ยงกัณตภณ มองมายังคนตัวเล็กด้วยใบหน้ามึนตึง โกรธเกรี้ยว

 “ค่ะ” จิตรานุช กัดริมฝีปากล่างของตัวเอง ก้มหน้าพยายามสะกดกลั้นน้ำตาที่พาลจะรินไหลออกมาอย่างสุดกำลัง ก่อนจะเอ่ยขานรับคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้า และหมุนตัวจะเดินกลับออกไป “เดี๋ยว! ต่อไปถ้าฉันไม่ได้อนุญาต ก็อย่าได้เข้ามีในห้องนี้อีก” พ่อเลี้ยงกัณตภณ ร้องสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด อย่างไม่คิดจะถนอมน้ำใจกันเลยสักนิดเดียว

“ค่ะ” จิตรานุช สูดลมหายในเข้าลึกๆ ก่อนจะขานรับคำสั่งนั้นด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ แล้วรีบเดินออกจากห้องนั้นไป ก่อนที่ผู้เป็นเจ้าของห้องจะทันได้เห็นน้ำตาที่กำลังไหลรินออกมา เพราะหญิงสาวเก็บกักน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว

เมื่อ จิตรานุช ออกมาจากห้องทำงานของ พ่อเลี้ยงกัณตภณ ก็รีบเดินขึ้นไปยังห้องนอนทันที และไม่คิดที่จะทานอาหารเย็นเลย เพราะตอนนี้หญิงสาวรู้สึกตื้ออิ่ม จุก เจ็บปวดรวดร้าว ในหัวใจ เหมือนกับว่ามีมือดีของใครไม่รู้ เอามีดมากรีดลงไปทั่วหัวใจจนเลือดไหลซิบๆ ออกมา

หญิงสาวล้มตัวลงนอนบนเตียง ร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา อย่างไม่คิดจะกลั้นไว้อีก ปล่อยให้น้ำตาให้ไหลชะล้างความเจ็บปวดที่อยู่ภายในใจออกมา เผื่อว่ามันจะหายจากอาการที่กำลังเป็นอยู่นั้นบ้าง ไม่มากก็น้อย 

จิตรานุช ได้ยินเสียงรถโฟล์วิลของ พ่อเลี้ยงกัณตภณ ขับเคลื่อนวิ่งออกจากบ้านไป ก็ยิ่งทำให้น้ำตาที่ไหลรินออกมาอยู่ก่อนแล้ว ไหลรินมากขึ้นกว่าเดิมอีก และเสียงสะอื้นก็ปล่อยออกมาราวกับว่ากำลังจะขาดใจก็ไม่ปาน

เมื่อ จิตรานุช ร้องไห้ออกมาจนหนำใจแล้ว จึงพยุงเรือนร่างอันบอบบางของตนลุกขึ้น เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวและเดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระล้างร่างกาย แล้วออกมาสวมใส่เสื้อผ้าชุดนอน ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียงนอนตามเดิม 

หญิงสาวพยายามข่มตานอนให้หลับ บังคับจิตใจไม่ให้คิดถึงสิ่งที่ก่อกวนจิตใจที่ทำให้เจ็บปวดนั้น แต่พยายามอย่างไรก็ทำไม่สำเร็จ จึงนอนฟังเสียงรถโฟล์วิลของ พ่อเลี้ยงกัณตภณ ว่าเมื่อไรจะกลับมา เพราะปาเข้าไปเที่ยงคืนแล้ว ก็ยังไม่ได้ยินเสียงรถโฟล์วิลวิ่งกลับเข้ามาสักที จึงทำให้น้ำตาเจ้ากรรมไหลริน ร่วงหล่นลงมาอีกอย่างหักห้ามเอาไว้ไม่อยู่

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น