Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่18 “เริ่มทำงาน”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่18 “เริ่มทำงาน”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ค. 2561 05:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่18 “เริ่มทำงาน”
แบบอักษร

ตอนนี้มนสิชาได้งานที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง มนสิชามีความสุขกับงานที่ทำเพราะเป็นงานที่เธอถนัด ในทุกๆ วันเธอจะตื่นแต่เช้าเพื่อออกกำลังกายด้วยการวิ่ง และช่วยป้าสายหยุดทำอาหารเช้าก่อนที่จะขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน มนสิชาเลือกการโดยสารรถประจำทางในการไปทำงานทุกวันเพราะรถประจำทางจอดป้ายที่หน้าบริษัทของเธอพอดี จึงทำให้การเดินทางนั้นง่ายสำหรับมนสิชามาก และมนสิชาก็เลือกที่จะปฏิเสธที่จะให้น้ามั่นหรือลุงเกริกมารับมาส่งด้วยเพราะเธอรู้สึกเกรงใจ

ผ่านมาหนี่งเดือนมนสิชาได้เพื่อนใหม่ ได้ประสบการณ์ทำงานเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญเธอได้เงินเดือนเดือนแรกจากการทำงานแล้ว มนสิชาแบ่งเงินออกเป็นสองส่วนเท่าๆ กัน ส่วนหนึ่งเธอจะเอาไปให้มารดา กับอีกส่วนหนึ่งเธอจะมอบให้คุณอารดาและคุณธนาคม แต่วันนี้ไม่ได้เป็นวันศุกร์เธอจึงยังไม่มีโอกาสไปหามารดา ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะมอบเงินจำนวนนี้ให้ผู้มีพระคุณของเธอทั้งสองก่อน มนสิชาเตรียมพวงมาลัยสวยงามพร้อมกับซองที่ใส่เงินเดือนครึ่งหนึ่งของเธออยู่ในนั้นไว้ เมื่อกลับมาถึงบ้านจารุพิชญามนสิชาตรงเข้าไปหาผู้มีพระคุณทั้งสองของเธอที่ห้องนั่งเล่นทันที โดยในมือของเธอถือพานไปด้วย

“อ้าว หนูมะปรางกลับมาแล้วเหรอลูก” คุณอารดาเอ่ยถาม

“ค่ะคุณป้า” มนสิชาตอบ

“เอ๊ะ !! แล้วนั่นถืออะไรมาด้วยลูก” คุณอารดาถามถึงข้อสงสัย

“เอ่อ คุณลุง คุณป้า ค่ะ ปรางไม่มีอะไรที่สามารถทดแทนพระคุณของคุณลุง คุณป้าได้ วันนี้เงินเดือนเดือนแรกของปรางออกแล้วค่ะ ปรางขออนุญาตนำเงินครึ่งหนึ่งมามอบให้คุณลุง คุณป้านะคะ ปรางเป็นคนที่โชคดีจริงๆ ที่ได้มาเจอกับคุณลุง คุณป้า ปรางไม่รู้จะขอบคุณอย่างไรต่อความมีเมตตาของคุณลุงและคุณป้านะคะ แต่ปรางสัญญาว่าอะไรที่ปรางสามารถทำเพื่อทดแทนพระคุณของคุณลุง คุณป้าได้ ปรางยินดีที่จะทำคะ” มนสิชาคลานเข่าเข้ามาหาผู้มีพระคุณทั้งสองช้าๆ เธอก้มลงไปกราบที่เท้าของท่านทั้งสองอย่างไม่รังเกียจ

“โธ่!! แม่คุณของป้า แค่หนูเป็นเด็กดีแบบนี้ป้าก็มีความสุขแล้วลูก” คุณอารดาลูบศีรษะมนสิชาเบาๆ

“เอาหละลุกขึ้นมานั่งบนเก้าอี้เถอะลูก” คุณธนาคมบอก

มนสิชาคุกเข่ายกพานให้กับคุณธนาคมและคุณอารดา เธอรอจนกว่าคุณท่านทั้งสองจะหยิบของออกจากพานไป

“ขอบใจนะลูก ดูสิยังนึกถึงป้ากับลุงด้วย ป้ารับแค่เงินเดือนเดือนแรกเท่านั้นนะลูก เดือนต่อๆ ไปหนูเก็บเอาไว้ใช้ส่วนตัวนะจ๊ะ แต่ถ้าขาดเหลือยังงัยบอกป้านะลูก” คุณอารดาเอ่ยขอบใจด้วยความตื้นตันใจ

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ” มนสิชารับคำ

“เออ ลุงกับป้าก็มีของขวัญให้หนูเหมือนกัน หนูมะปรางต้องรับไว้ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด” คุณธนาคมพูดก่อนจะยื่นกล่องของขวัญสีชมพูน่ารักให้กับมนสิชา

“เปิดดูสิจ๊ะ” คุณอารดาพูด

“เอ่อ ค่ะ” มนสิชาเปิดกล่องของขวัญดูภายในกล่องมีกุญแจรถยนต์หนึ่งดอกอยู่ในนั้น มนสิชาเองตกใจและเตรียมที่จะส่งคืน

“เอ่ออออ” มนสิชาพูดไม่ออก

“ห้ามปฏิเสธงัยจ๊ะ รับไว้นะ หนูจะได้เดินทางสะดวกขึ้น” คุณอารดารีบบอก

“แต่ว่า.......” มนสิชาพยายามจะหาข้อปฏิเสธ

“ถ้าบอกว่าขับรถไม่เป็น ไม่มีใบขับขี่ ก็ไปเรียนแล้วก็ไปสอบนะลูก” คุณธนาคมพูดดัก

“ค่ะ ขอบคุณคุณลุง คุณป้า อีกครั้งนะคะ” มนสิชากล่าวขอบคุณ

“ไปพักผ่อนก่อนลูกกลับมาเหนื่อยๆ แล้วเจอกันตอนเย็นที่โต๊ะอาหารนะจ๊ะ” คุณอารดาไล่ให้มนสิชาไปพักผ่อน

“ค่ะ” มนสิชาตอบรับแล้วเดินขึ้นห้องนอนตัวเองไป

ธนาธิปกลับมาถึงบ้านเห็นรถยุโรปสีขาวคันใหม่ป้ายแดงจอดอยู่ในโรงรถ เขาเองก็สงสัยเมื่อเจอนายมั่นจึงเรียกมาถาม

“รถใครหนะน้ามั่น คุณแม่ซื้อรถใหม่เหรอ” ธนาธิปถามนายมั่นในสิ่งที่สงสัย

“คุณท่านซื้อรถใหม่ครับ แต่ไม่ใช่ของคุณท่านครับ” นายมั่นตอบ

“เอ้า!! พูดให้งง!! ตกลงมันยังงัย” ธนาธิปเริ่มฉุนกับคำตอบ

“คุณท่านซื้อให้หนูมะปรางครับ” นายมั่นรายงานตามที่ทราบ

“อืม ไปได้ละ” ธนาธิปตอบกลับไป

“ครับคุณจอมทัพ” นายมั่นตอบรับคำแล้วรีบไปทันที

“คุณแม่นี่ก็แปลกจะไปรักไปหลงอะไรยัยเด็กนั่นนักหนาก็ไม่รู้ เมื่อไรนะคุณแม่จะเห็นธาตุแท้ของเธอสักที” ธนาธิปบ่นพึมพำกับตัวเอง


วันนี้ตอนเย็นหลังเลิกงานมนสิชามีนัดกับศาสตรายุ เพราะตั้งแต่เรียนจบเธอและเขาก็ไม่ได้เจอกันเลย ศาสตรายุนัดมนสิชาให้ไปเจอที่ห้างสรรพสินค้าเลย และตอนนี้มนสิชาก็มาถึงแล้ว

“พี่เมฆอยู่ไหนแล้วค่ะ” มนสิชาโทรศัพท์ไปถามว่าเขาถึงไหนแล้ว

“รอพี่แป๊บนะมะปราง พอดีพี่กำลังจอดรถอยู่” ศาสตรายุตอบ

“ค่ะ งั้นปรางไปรอพี่ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นเลยนะคะ” มนสิชาบอก

“อืมได้ เดี๋ยวพี่ตามขึ้นไปนะ” ศาสตรายุรับทราบ

เมื่อศาสตรายุจอดรถเรียบร้อยจึงมาหามนสิชาที่ร้านอาหารญี่ปุ่น โต๊ะที่มนสิชานั่งหาง่ายเพราะติดกับกระจกเมื่อมองเข้าไปก็เห็นเลย

“รอนานมั๊ย โทษทีนะ พอดีพี่มีประชุมด่วน พอประชุมเสร็จก็รีบมาเลย” ศาสตรายุบอกกับมนสิชา

“ไม่นานค่ะ ไม่ต้องซีเรียสสิคะ สั่งอาหารดีกว่าปรางหิวไส้จะขาดแล้วนะคะ” มนสิชาพูดให้ศาสตรายุสบายใจขึ้น

“อืม ทานอะไรดี ปลาดิบมั๊ย” ศาสตรายุขอความเห็น

“พี่เมฆสั่งที่อยากทานเลยค่ะ ไม่ต้องห่วงปรางเดี๋ยวปรางสั่งเองค่ะ” มนสิชาบอก

ทั้งสองคนสั่งอาหารที่อยากทาน เมื่ออาหารมาเสิร์ฟทั้งสองคนก็แบ่งอาหารกันทานเหมือนสมัยที่ยังเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน ขณะทานอาหารก็พูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบกันไปด้วย แต่ก็ไม่รู้อะไรดลใจทำให้วันนี้ธนาธิปพานิชาภามาทานอาหารที่ร้านนี้เช่นเดียวกัน แล้วโต๊ะที่นั่งดันอยู่ตรงข้ามกันอีก เฮ้อ!! กรรมของมนสิชาสินะ กลับบ้านวันนี้มีหวังเธอโดนธนาธิปว่าอีกแน่ๆ

เมื่อทานอาหารเสร็จเรียบร้อยศาสตรายุอาสาที่จะมาส่งมนสิชาที่บ้านเพราะตอนนี้ก็เริ่มจะดึกแล้ว แต่มนสิชาก็ไม่เคยลืมที่จะขออนุญาตคุณอารดาทุกครั้งเมื่อต้องออกไปไหน มนสิชายอมให้ศาสตรายุมาส่งเธอที่บ้าน

“ขอบคุณนะคะพี่เมฆที่มาส่ง ขับรถกลับบ้านดีๆ นะคะ แล้วไว้เจอกันค่ะ” มนสิชากล่าวขอบคุณและยืนส่งจนศาสตรายุขับรถออกไป

“ครับ แล้วค่อยโทรคุยกันนะ” ศาสตรายุตอบ

“ฮึ!! มีความสุขเหลือเกิน เดี๋ยวนี้มีผู้ชายมาส่งถึงหน้าบ้าน อีกหน่อยก็คงส่งกันถึงห้องนอนสินะ” ธนาธิปพูดจาดูถูกมนสิชาอีกแล้ว

“ค่ะ” มนสิชาตอบธนาธิปแค่นั้นแล้วเดินจากไปทันที

ธนาธิปรู้สึกโกรธมนสิชาที่เธอกล้าตอบเขาออกมาแบบนั้น ผู้หญิงอะไรไม่รักนวลสงวนตัวซะบ้างเลย นี่นะหรือคนดีของคุณแม่ธนาธิปคิดเองในใจ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น