Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่16 “สี่ปีผ่านไป(ของมนสิชา)”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่16 “สี่ปีผ่านไป(ของมนสิชา)”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ค. 2561 01:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่16 “สี่ปีผ่านไป(ของมนสิชา)”
แบบอักษร

มนสิชาสนุกกับกับได้ทำหน้าที่ของดาวมหาวิทยาลัย ในตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เธอได้เข้าร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้น ด้วยภาระและหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายแล้วนั้นเธอจึงตั้งใจทำมันอย่างเต็มที่ซึ่งเธอก็ผ่านมันไปได้ด้วยดี

มีหนุ่มๆ หลายคนที่ยังคงเพียรมาขายขนมจีบให้กับมนสิชา แต่เธอก็ไม่ได้สนใจในเรื่องความรักมากนักเพราะเธอถูกมารดาสอนมาว่า “ความรักมันจะมาเองเมื่อถึงเวลาที่สมควร” ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมมนสิชาถึงไม่เคยมีแฟนเหมือนคนอื่นๆ เขา

คุณอารดาเองก็เฝ้ามองดูพฤติกรรมและการเจริญเติบโตในทุกๆ วันของเด็กสาวที่ท่านรับอุปการะ มนสิชาไม่เคยทำเรื่องเสื่อมเสียให้ท่านต้องหนักใจ แถมเธอยังเป็นเด็กดี เรียบร้อยในสายตาของคุณอารดาด้วยซ้ำไป ถ้าให้คะแนนมนสิชาก็คงได้เต็มสิบในทุกๆ เรื่องสำหรับคุณอารดา

เมื่อชีวิตวัยเรียนของมนสิชาก้าวเข้าสู่ปีที่สอง สาม และสี่ ทำให้มนสิชาต้องเรียนหนักมากขึ้น แต่มนสิชาก็ยังไม่ลืมหน้าที่ของตนเอง เธอยังรับผิดชอบช่วยเหลืองานบ้านต่างๆ ที่เธอพอจะทำได้และเธอยังคงไปช่วยงานมารดาในทุกเสาร์และอาทิตย์อย่างสม่ำเสมอ ตลอดสี่ปีธนาธิปยังคงเป็นเทพบุตรในร่างซาตานสำหรับมนสิชาเพราะเขาต้องไปรับไปส่งเธอเหมือนเดิมตามคำขอของคุณอารดา ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่ามนสิชาต้องไปและกลับบ้านเองมาตลอดสี่ปีโดยที่ไม่มีใครรู้เพราะมนสิชาเองก็ไม่คิดที่จะพูดเช่นกัน

ช่วงชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยมีหลายสิ่งหลายอย่างให้เธอได้เรียนรู้และจดจำ ซึ่งบางสิ่งบางอย่างสามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันของเธอได้ มนสิชาไม่เคยทำให้คุณอารดาและคุณธนาคมผิดหวังในเรื่องการเรียนของเธอ มนสิชาสอบได้เกรดเฉลี่ยสามกว่าทุกเทอม ซึ่งผลการเรียนเฉลี่ยสะสมของเธอนั้นได้เกรด 3.90 เท่ากับว่าเธอได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งด้วยนั่นเอง คุณอารดา คุณธนาคม และมารดาของเธอภูมิใจในตัวมนสิชาเป็นอย่างมาก

วันรับปริญญามาถึงสาวน้อยในวัยยี่สิบเอ็ดปีเต็มกำลังก้าวสู่การเป็นผู้ใหญ่ไปอีกหนึ่งขั้น มนสิชาอยู่ในชุดครุยสง่างาม ใบหน้าของหญิงสาวแต่งแบบอ่อนๆเป็นธรรมชาติ เธอถักผมเปียเก็บอย่างเรียบร้อย ทำให้เธอดูอ่อนหวานมากขึ้นไปอีกในสายตาคนที่เห็น วันนี้คุณอารดา คุณธนาคม และครอบครัวของเธอมาร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จในวันนี้ มนสิชาได้รับดอกไม้ช่อโตจากคุณอารดาและคุณธนาคม เธอได้รับช่อตุ๊กตาน่ารักๆ จากน้องๆ ของเธอด้วย วันนี้อาจจะเป็นอีกหนึ่งวันแห่งความสุขของมนสิชาก็ได้ ถึงแม้จะไม่มีบิดาของเธอมาร่วมแสดงความยินดีด้วยก็ตาม

“ป้าดีใจด้วยนะจ๊ะหนูมะปราง” คุณอารดาพูดแสดงความยินดี

“หนูเก่งมากเลย ลุงดีใจด้วยจริงๆ” คุณธนาคมพูดแสดงความยินดีเช่นกัน

“ขอบคุณนะคะคุณลุง คุณป้า ที่เมตตาปรางขนาดนี้” มนสิชาพูดขอบคุณผู้มีพระคุณทั้งสองก่อนที่เธอจะค่อยๆคุกเข่าแล้วก้มกราบลงไปที่เท้าของท่าน

“ลุกขึ้นลูก ลุกขึ้น” คุณอารดาช่วยประครองตัวมนสิชาให้ยืนขึ้น

“ป้าดีใจที่หนูมีวันนี้ลูก ป้าไม่เคยเสียใจเลยที่ได้ดูแลหนูเพราะหนูน่ารักและเป็นเด็กดี” คุณอารดารีบอธิบายให้มนสิชาฟัง

“ขอบคุณนะคะ หนูจะไม่ลืมพระคุณเลยค่ะ” มนสิชากล่าวขอบคุณอีกครั้ง

“แม่จ๋าปรางเรียนจบแล้วนะคะ อีกหน่อยแม่ก็ไม่ต้องทำงานหนักแล้วนะคะ ปรางจะเลี้ยงแม่เลี้ยงน้องเอง ขอบคุณแม่นะคะที่เลี้ยงปรางมาอย่างดี” มนสิชากอดมารดาไว้แน่น จากนั้นเธอจึงค่อยๆ ก้มลงแล้วกราบไปที่เท้าของมารดาเช่นกัน

“แม่ขอให้ลูกของแม่เจริญๆ นะลูก อยู่ที่ไหนก็มีแต่คนรักและเอ็นดู แม่ดีใจที่มะปรางประสบความสำเร็จ แต่อย่าลืมคนที่มีบุญคุณกับเรานะลูก” นางอารีรัตน์ก้มลงไปลูบศีรษะของบุตรสาว พร้อมกับกล่าวอวยพรและอบรมสั่งสอนบุตรสาวด้วย

“ค่ะแม่” มนสิชารับคำมารดา

“ยายจ๋า ปรางเรียนจบแล้วนะคะ ยายดีใจมั๊ยจ๊ะ” มนสิชาพูดกับยายบังอรที่นั่งอยู่บนรถเข็น ยายบังอรท่านไม่ได้ตอบอะไรเพราะความที่เริ่มชรามากแล้ว ยายบังอรแค่เพียงส่งยิ้มกลับไปให้หลานสาวเท่านั้น

“พี่มะปรางจ๋าดีใจด้วยนะคะ หนูจะตั้งใจเรียนแบบพี่มะปรางจ๊ะ” มนธิราพูด

“ดีใจด้วยนะครับพี่มะปราง” มนต์มนัสพูด

“พี่มะปราง ทับทิมดีใจด้วยนะคะ ทับทิมยกให้พี่มะปรางเป็นไอดอลของทับทิมเลยนะเนี่ย” มนสิริพูด

คุณอารดาจ้างช่างภาพมาเพื่อถ่ายรูปให้กับมนสิชาโดยเฉพาะ ช่างภาพตามถ่ายรูปของมนสิชาในทุกๆ อิริยาบถ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เธอทำผม แต่งหน้า หรือแม้แต่ก้มกราบมารดา ช่างภาพสามารถเก็บภาพไว้ได้ทั้งหมด ตอนนี้ทุกๆ คนร่วมกันถ่ายรูปเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก

วันนี้มนสิชาขออนุญาตคุณอารดาไปนอนค้างที่บ้านมารดา แม่ของเธอทำอาหารเล็กๆ น้อยๆ เลี้ยงให้กับมนสิชาเพื่อฉลองให้กับความสำเร็จในวันรับปริญญา งานเลี้ยงฉลองของเธออาจไม่ได้ใหญ่โตหรูหรา แต่แค่นี้สำหรับเธอมันก็อบอุ่นมากพอแล้วจริงๆ ขอแค่มีคนในครอบครัวอยู่ด้วยกันแบบนี้มนสิชาก็ไม่ขออะไรอีกแล้ว


ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์หลังงานรับปริญญา มนสิชาเริ่มที่จะออกไปสมัครงานอย่างเป็นจริงเป็นจังมากขึ้น เพราะก่อนหน้านั้นมนสิชาทำงานเป็นล่ามให้กับองค์กรเอกชนแห่งหนึ่งอยู่ ซึ่งงานนี้เธอทำมาตั้งแต่สมัยเรียนปีสองแล้ว

“หนูมะปราง หนูเรียนจบแล้วจะไปทำอะไรจ๊ะ” คุณอารดาเอ่ยถาม

“ปรางว่าจะลองหางานทำดูก่อนค่ะคุณป้า” มนสิชาตอบคุณอารดา

“เอาอย่างนี้สิ บริษัทพี่จอมทัพออกใหญ่โตหนูลองดูมั๊ยลูกว่าจะเข้าไปทำอะไรได้บ้าง หรือไปเป็นผู้ช่วยพี่เขาเอามั๊ยลูก เพราะตอนนี้มีงานที่ต้องติดต่อกับต่างประเทศด้วย” คุณอารดาเสนอความคิด

“เอ่อ ปรางเกรงใจคุณจอมทัพคะคุณป้า ถ้ายังงัยให้ปรางได้ลองหางานทำดูก่อนนะคะ แต่ว่าถ้าที่บริษัทมีอะไรให้ปรางช่วยปรางยินดีนะคะคุณป้า” มนสิชารีบตอบปฏิเสธแต่เธอก็พยายามพูดอย่างถนอมน้ำใจคุณอารดาด้วย

“อืม เอาแบบที่หนูบอกก็ได้ลูก หนูลองหางานทำดูก่อน แล้วถ้ามันไม่โอเคเราค่อยมาคุยกันอีกทีนะจ๊ะ” คุณอารดายอมทำตามความต้องการของมนสิชา

“ขอบคุณค่ะคุณป้า” มนสิชากล่าวขอบคุณ

มนสิชานั่งรถเมลล์เพื่อออกไปสมัครงานตามบริษัทต่างๆ ด้วยตัวเอง เธอปฏิเสธที่จะให้น้ามั่นขับรถมารับและส่งตามคำสั่งของคุณอารดา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น