เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

37.3 รอดตายจากสายฟ้าผ่า

ชื่อตอน : 37.3 รอดตายจากสายฟ้าผ่า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 124

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ส.ค. 2561 20:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
37.3 รอดตายจากสายฟ้าผ่า
แบบอักษร

รุ่งอรุณฉายแสงตัดสะบั้นเส้นขอบฟ้าขอบสมุทร

          ณ บริเวณรกร้างปราศจากมนุษย์ บ้านเรือนสีโทนดำหมองทอดยาวเรียงรายสุดหางตา สถานที่ที่แม้แต่แสงอรุณก็มิอาจสาดส่องทั่วถึง ณ ที่แห่งนี้มีเพียงเงาดำสลัวและพื้นหญ้าสูงชันปานบ้านนางพญางูเห่า เพลาเช้าคงไม่มีใครคิดว่าจักมีสาวน้อยเมรัยวิ่งทะยานปานกระทิงแดงบนถนนกระมัง หมอผีน้อยตื่นแต่เช้าตรู่ นางลุกก่อนนารีกับเรไรเสียด้วยซ้ำ สาเหตุสำคัญที่นางต้องตื่นก่อนแม้ไก่ขันหรือ ก็เพราะวันนี้เป็นวันเสาร์น่ะสิ

          ถ้าเปลี่ยนเป็นวันจันทร์น่ะหรือ หึหึ  

          “ไง สเตฟานี” หน้าโรงละครควีนแอน์ที่หนึ่งมิมีเงาโสภาของสาวน้อยนักเปียโน เมรัยมุดลอดกรงเหล็ก หมอผีน้อยชะโงกศีรษะกลม กวาดสายตาประหนึ่งนักสำรวจ ลองแหวกพงไม้ ไม่เจอใครซ่อนบนหลังคา สรุปคือที่นี้มิมีใคร แม้แต่ภารโรง แม่บ้าน เจ้าเมือง ไม่มีคนเป่าทรัมเป็ตด้วย เมรัยอยากนำผักขมอบชีสอร่อยๆร้อนๆมานั่งกินที่นี้จัง แต่ไม่ใช่เวลากินเสียหน่อย เมรัยส่ายหน้าระรัว นางอุ้มจดหมายแห่งคำสารภาพไปที่ประตูโรงละคร เมื่อมิมีบุรุษไปรษณีย์รอรับจดหมาย เมรัยจึงตัดสินใจทิ้งจดหมายไว้กับกระดานตารางรายชื่อนักแสดง ภาวนา อธิษฐานหมายมั่นว่าสเตฟานีจักเห็นมันนะ

          แดดอ่อนเริ่มทอดยาวตกกระทบกระดานดำ ละอองแสงแตะสะกิดซองจดหมาย ครั้นเมรัยหันขวับวิ่งออกไปด้านนอกเขตโรงละคร เมรัยเหลียวมองถนนไม่เห็นรถม้าเจ้าหญิงแห่งสายฝน กระนั้นนางหยักยิ้มสดใสเสมือนมองเห็นเส้นชัย

          “ไว้เจอกันใหม่ เตฟานี

          หมอผีน้อยสะบัดชายเสื้อพลิ้ว พลางหันเดินกลับบ้านเด็กกำพร้า คราวช่วงขณะนั้น ซองจดหมายก็เปล่งประกายระยิบระยับ…

          --

          สายวันแห่งการลงทัณฑ์

          “อรุณสวัสดิ์ลีโอน่า”

          “………………………….”

          ประตูที่เปิดช้าๆพลันเลื่อนปิดช้าๆ

          “นี่เจ้า ทำเช่นนี้หมายความอย่างไร”

          “หม่อนฉันไม่ค่อยสบาย…”คำโกหกเสแสร้งที่ดีที่สุดในสามโลก ความจริงลีโอน่าเริ่มเวียนหัวปวดท้อง ตาพร่ามัว คราวสบใบหน้าเย็นยะเยือของเมเบล เมื่อครู่นักไวโอลินสาวมีเรี่ยวแรงเต็มสิบส่วน นางใจเต้นอยากจักเดินเล่นสูดอากาศ รับพลังธรรมชาติ กระนั้นพอเปิดประตูก็พบเจ้ากรรมทันที ถ้าไม่ให้นางแกล้งป่วยจะให้นางทำเช่นไร แกล้งตายเหมือนเมรัยหรือ บางลีโอน่าควรมุดดินหนี  

          “ทำเหมือนข้าเป็นตัวปัญหาของเจ้ามากนะ”

          “ไม่ใช่เพคะ ข้าเพียงแต่”

          กลัวท่านเฉยๆ

          เจ้าหญิงเมเบลมีความกลัดกลุ้มแน่นอก นอกเหนือความกังวลคือความโกรธใกล้จักปะทุ นางรีบตื่น ออกที่พักเพื่อมาลงโทษ ไม่ๆมาคุยกับลีโอน่าให้รู้เรื่อง เพราะเรื่องเมื่อคืนวานทำให้นางเสียใจผิดหวังมากมาย เมเบลอุสาเฝ้ารอลีโอน่าเหมือนสาวน้อยเฝ้ารอของขวัญ อยากให้สหายเห็นนางในยามที่นางเจิดจรัสเปล่งรัศมีสูงส่ง สง่า สวยงาม เวลาที่นางยืนเล่นดนตรีบนเวที นางอยากให้มีเพื่อนมาดู แต่ทว่าดูลีโอน่าทำกับนางเช่นนี้ ตอบรับคำเชิญแล้วดันผิดสัญญากลางคั่นอย่างดื้อๆ ไม่ให้โมโหหรือ ฝันไปเถอะ

          ลีโอน่าทำลายความฝันทั้งชีวิตของเมเบล หัวใจเจ้าหญิงผู้แสนเย็นชาปานหุบเขาน้ำแข็งแตกสลาย

          “ข้าขอโทษ…”ลีโอน่าเกือบมุดใต้โต๊ะ นางแผ่วเสียงเบาๆเหมือนกลัวเจ้าหญิงเรียกสายฟ้าผ่า

          “ขอโทษก็มองตาข้า ไม่ต้องไหลลงเก้าอี้ เสียงดังๆหน่อย”

          ร้านน้ำชาสโนไวน์ ยามเช้ามีลูกค้ามิมากนัก กระนั้นก็มีลูกค้านั่งสองสามโต๊ะ เมเบลลากแขนลีโอน่ามาปรับความเข้าใจกันที่นี้ เพราะร้านน้ำชามีชื่อเสียงเรื่องชารสเลิศ และขนมอร่อยถูกปากสาวๆ เมเบลหวังทานขนมเพื่อบรรเทาความร้อนรุ่ม เจ้าหญิงนั่งเก้าอี้ ท่วงท่ากุลสตรีสมตำแหน่งธิดาราชา หลังตรงวางมือ วางเท้าสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ แตกต่างกับอีกคนที่

          กลัวจนไหลลงใต้โต๊ะ พยายามหดหัวเก็บหาง สีหน้าดำมืดฉายแววเกรงกลัวประหวั่นพรั่นพรึง  

          “หม่อนฉันขอโทษที่ผิดสัญญา..เจ้าหญิงโปรดไว้ชีวิตหม่อนฉันนะเพคะ”

          นี่นางจักกวนประสาทข้าใช่หรือไม่ เห็นข้าสั่งประหารประชาชนง่ายถึงเพียงนี้

          เมเบลยิ้มเย็น ประโยคแรกเกือบดับไฟแค้นนางสำเร็จ ถ้าไม่มีประโยคหลังตบท้าย

          “ช่างเถอะ ครั้งนี้ปล่อยเจ้าไปก่อน แต่ครั้งหน้าห้ามผิดสัญญา”เมเบลจิบชากลิ่นกุหลาบทะเลทราย ไอชาหอมละมุนช่วยลดละลายความโกรธนางสามส่วน นางหลุบตาลอบมองลีโอน่า เมเบลนึกเห็นอีกฝ่ายปั้นสีหน้าหนักใจว้าวุ่น แต่ไม่ใช่ ลีโอน่าได้ยินเมเบลกล่าวเช่นนั้นก็โล่งใจโล่งอก ใบหน้ายิ้มแย้มผ่อนคลายปานนักเรียนไม่ทำการบ้าน ครูก็ไม่เรียกตรวจ แถมเลือนวันส่งให้ด้วย

          นางช่างทำข้าอึดอัดยิ่งนัก  

          เจ้าหญิงเมเบลไม่ค่อยมีเพื่อน ด้วยพื้นเพนิสัยเข้าหาคนยาก หยิ่งยโส จองหอง เงียบขรึมเช่นนาง ทำให้ตลอดสิบปีนางไม่ค่อยคุยกับใคร นอกจากมารดาและบิดา พี่ชายน้องสาว นางมีเพื่อนที่สำนักศึกษา กระนั้นก็ไม่มีใครมองนางอย่างเท่าเทียบสักคน แต่ละคนล้วนวางนางในฐานะเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ ไม่กล้าล้อเล่นด้วย ไม่กล้าเผชิญหน้านาง เมเบลแอบเหงาหงอย นางรู้ตนเองมีสีหน้าเย็นชาเพียงใด กระนั้นช่วยมิได้มิใช่หรือ ก็หน้านางเป็นเช่นนี้ตั้งแต่เกิด นางอยากหัวเราะก็ไม่เรื่องตลกใดทำให้นางขบขัน   

          สำหรับลีโอน่า เมเบลนึกว่าพวกนางเป็นเพื่อนกันได้เสียอีก กระนั้นลีโอน่าก็เอาแต่แทนตนเองว่า หม่อนฉัน นี้มันไม่ต่างกับพวกสาวใช้พ่อบ้านหรือ

          น่าหงุดหงิดจนใจสั่นเทิ้ม เมเบลกระดิกเท้า สีหน้าเริ่มแผ่ไอเย็น ปราณเกรี้ยวกราด

          ลีโอน่านั่งเฉยๆทานขนมปังขิงแทนมื้อเช้า นางให้คำชมขนมปังขิงของร้านน้ำชาเต็มสิบ มันอร่อยมาก ง่ำๆ

          “เจ้าหญิงเมเบลมิทานหรือ”

          นักไวโอลินสาวเลิกคิ้ว สงสัย พนักงานสาวยกจานพายมาให้แล้ว ตอนนี้มันวางรอให้คนเขมือบเบื้องหน้าเมเบล กระนั้นนางไม่มีแววใช้ส้อมตัก

          เจ้าหญิงเมเบลไม่ละสายตา จ้องเขม่นที่ขนมขิงนักไวโอลินสาว

          “ท่านอยากกินขนมปังขิงหรือ”

          นางก็คิดได้นะ… เมเบลหน้าดำเป็นก้นหม้อ อยากเป็นลม บางทีการเงียบก็ไม่ใช่คำตอบจริงๆ

          ลีโอน่าเอียงคอน่ารัก เมเบลเบือนหน้าหนีมิรู้จักสนทนากับอีกฝ่ายเช่นไร

          “หม่อนฉันแบ่งให้ท่านครึ่งหนึ่งดีหรือไม่”

          ลีโอน่าตัดขนมปังขิงแบ่งส่วน กระนั้นเมเบลหรี่ตาต่ำขู่ ลีโอน่างุนงงหนัก

          “ไม่เอา”

          “หรือ…ท่านอยากแลกขนมปังขิงกับพายท่าน”

          นักไวโอลินสาวอยากลองชิมรสพายเช่นกัน วิธีนี้มีประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย

          “….”

          “มิได้รึ”

          “ข้า…เคยบอกให้เจ้าเรียกชื่อข้าไม่ใช่หรือ ชื่อจริงๆ”

          “?”

          เพราะลีโอน่าไม่เหมือนคนที่เมเบลรู้จัก ยามที่ทั้งคู่พบกันที่สวนดอกไลแลค เมเบลเคยบอกให้ลีโอน่าไม่ต้องเรียกชื่อโดยมีตำแหน่งฐานะนำหน้า เจ้าหญิงอยากให้นักไวโอลินสาวมองนางเหมือนสหาย แค่เพื่อนธรรมดาๆไม่มีฐานะเกี่ยวข้อง เวลาเรียกก็ขานชื่อ มิแทนตนเองว่าหม่อนฉัน เมเบลคิดเช่นนี้ นางเริ่มน่าแดงขวยเขิน กระนั้นเลือกบอกลีโอน่าตรงๆ

          “แต่หม่อนฉันเป็นนักดนตรีพเนจรนะเพคะ คิดว่ามันไม่เหมาะ”

          “เจ้าคือสหายข้า”

          หากลีโอน่ายังปฏิเสธอีก เมเบลก็ใช้อำนาจนางนี่แหละบังคับให้อีกฝ่ายเรียก ดูสินางยักขัดขืนหรือไม่

          เจ้าหญิงทำตาขวางดุร้าย สีหน้าอึมครึมคลับคล้ายท้องฟ้ามีเค้าพายุฝน เห็นเมเบลเงียบๆแต่ลึกๆเอาแต่ใจไม่น้อย เหมือนเด็กๆ เจ้าหญิง กระนั้นใจจริงมิโหดร้ายอย่างคำที่ใช้ นางมิคิดทำร้าผู้อื่น และไม่ชอบใช้อำนาจข่มเหง เวลาเห็นเมเบลเริ่มคุมใช้อำนาจคือเวลาที่นางสติเริ่มแตก ไม่อาจควบคุม

          ลีโอน่าเห็นเมเบลดื้อรั้นก็ให้ใจอ่อนยวบ นางมิเคยคิดจักมีโอกาสได้เป็นสหายกับเจ้าหญิงแห่งแคว้นแมรี่ นางช่างมีวาสนาจัง       

          “เมเบลไม่ทานพายรึ”

          “…”

          บทจะเรียกก็เรียกง่ายดิบดี มิตื่นเต้น ตะกุตะกะ ความเกรงใจก็ไม่เหลือ ลีโอน่ายืดแผ่นหลังนั่งท่วงท่าสง่างามเช่นกัน ความจริงปกตินางก็นั่งเหมือนเมเบล แต่ด้วยวันนี้นางต้องปรับความเข้าใจกับเมเบล ลีโอน่าจึงแอบเผื่อใจกลัวและเผลอแสดงกิริยาขี้ขลาดตาขาวนิดหน่อย แสร้งละเล่นทำตัวอ่อนแอเหมือนคนป่วย หวังให้เมเบลตายใจ สงสาร ปล่อยนางไป ไม่ลงโทษ

          แผนแกล้งป่วยสำเร็จ เมเบลใจอ่อนเหมือนที่ลีโอน่าเดา

“เจ้ามันชั่วร้ายมาก”เมเบลอ่านความคิดลีโอน่าทะลุถึงแก่นแท้ นักไวโอลินสาวอมยิ้มลึกล้ำ แอบค้านไม่รับข้อกล่าวหา ใครใช้ให้เมเบลทำหน้าดุปานยักษ์ ลีโอน่าเห็นก็กลัวเหมือนกันนะ เวลานางสู้ใครไม่ได้ ก็ชอบทำตัวกระจอกเหมือนพวกขี้โรค หลอกให้ศัตรูตายใจและปล่อยนางไป แต่ถ้าไม้อ่อนแกล้งป่วยไม่สำเร็จ นางก็ใช้ไม้แข็ง มองหน้าอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเข้มขรึม พออีกฝ่ายตกใจ นางก็ถือโอกาสม้วนหางวิ่งหนี   

          “แล้วเมเบลอยากแลกขนมปังขิงกับพายข้าหรือไม่ ข้าอยากกินพาย”

            “ตามใจเจ้าเถอะ”

          ฮึๆลีโอน่าแกว่งขา ยิ้มซุกซน เมเบลมองสหายสาวแล้วให้จนปัญญา นางยอมรับว่ารับมือลีโอน่าไม่ง่ายเลย เหมือนลีโอน่ารู้นิสัยเมเบล เวลาเรียกชื่อก็เหมือนเรียกหยอกๆใช้เสียงเฉยเมยไร้อารมณ์เหมือนตุ๊กตา นั้นเหมือนการแกล้งเมเบลอ้อมๆจะไม่ใช้เจ้าหญิงหัวเสียก็ยาก คราวพอทั้งสองเข้าใจกันแล้ว ลีโอน่าก็ปล่อยกายทำตัวสนุกสนาม หน้าไม่อาย เริ่มปีนหัวเมเบล แย่งของกินเมเบลด้วย สั่งขนมเพิ่มอีกต่างหาก ช่างเป็นสหายที่น่าหมั้นเขี้ยวซะไม่มี

         เมเบลแอบขำ สหายคนนี้ทำให้นางหัวเราะจนได้นะ…

          --

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น