Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่15 “วันเฟรซชี่ไนท์”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่15 “วันเฟรซชี่ไนท์”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ค. 2561 11:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่15 “วันเฟรซชี่ไนท์”
แบบอักษร

ชีวิตของมนสิชาในรั้วมหาวิทยาลัยไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากนักจนกระทั่งเธอได้รับคัดเลือกให้เป็นดาวของคณะทำให้มนสิชาเป็นที่รู้จักมากขึ้น ชีวิตในมหาวิทยาลัยสี่ปีที่เธอต้องการอยู่แบบสงบๆ อาจจะเป็นไปไม่ได้แล้ว มนสิชาไม่ใช่คนสวยสะดุดตาแต่เธอเป็นคนสวยที่น่ามอง เมื่อยิ่งได้มองก็ยิ่งรู้สึกหลงใหลมากขึ้นไปอีก จึงไม่แปลกเลยที่จะมีหนุ่มๆ จากหลายๆ คณะมาตามขายขนมจีบให้เธอกันมากมาย แต่นั่นก็ไม่ได้มีแรงจูงใจให้มนสิชานอกลู่นอกทางเลย เธอยังคงเป็นมนสิชาคนเดิมที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวและเรื่องเรียนเป็นหลักเท่านั้น

ใกล้ถึงงานวันเฟรซชี่ไนท์ของน้องปีหนึ่งเข้ามาทุกทีแล้ว ทำให้มนสิชาที่ได้รับเลือกเป็นดาวคณะต้องเข้าร่วมการประกวดดาวเดือนของมหาวิทยาลัยด้วยจึงทำให้ช่วงนี้เธอต้องอยู่ทำกิจกรรมดึกกว่าที่เคย ซึ่งมนสิชาเองก็ไม่ลืมที่จะบอกคุณอารดาด้วย แต่ผลที่ตามมาคือธนาธิปต้องมาคอยรับเธอจากมหาวิทยาลัยกลับบ้านด้วยนั่นเอง จริงๆ ถ้ามันไม่ดึกมากธนาธิปคงนัดให้มนสิชาไปเจอที่หน้าปากซอยเช่นเดิมแล้ว แต่นี่มนสิชาเลิกเกือบสี่ถึงห้าทุ่มทุกวันธนาธิปจึงต้องมารอรับมนสิชาอย่างที่เห็น มนสิชาเองก็รู้สึกเกรงใจเขาอยู่ไม่น้อยและรู้ว่าเขาคงลำบากใจที่จะต้องทำแบบนี้

ตอนนี้ได้เวลาพักเบรคให้ทุกๆ คนได้รับประทานอาหารก่อนแล้วจึงจะซ้อมต่อไปยาวๆ จนเลิก มนสิชาเองก็ได้พักทานข้าวเช่นเดียวกัน

“เอ่อ!! คุณจอมทัพค่ะ ข้าวค่ะ” มนสิชาไม่ลืมที่จะสั่งอาหารมาเผื่อธนาธิปด้วย

“อืม” ธนาธิปรับคำมนสิชา

มนสิชาวางกล่องข้าวและน้ำไว้บนโต๊ะให้กับธนาธิป ส่วนตัวเธอเองกำลังจะเดินไปรับประทานอาหารกับเพื่อนๆ พี่ๆ อีกที่หนึ่ง

“จะไปไหน” ธนาธิปถามเมื่อเห็นมนสิชากำลังจะเดินไป

“เดี๋ยวปรางจะไปนั่งทานกับเพื่อนๆ ตรงนู้นค่ะ” มนสิชาอธิบาย

“นั่งตรงนี้แหละ เธอจะให้ฉันนั่งกินคนเดียวหรืองัยห๊ะ!!” ธนาธิปออกคำสั่งให้มนสิชานั่งกินข้าวเป็นเพื่อนเขา

“ค่ะ” มนสิชารับคำแล้วนั่งลงตรงข้ามกับธนาธิป เธอช่วยเปิดกล่องอาหาร เตรียมช้อน และน้ำไว้ให้เขาด้วย ทั้งสองนั่งรับประทานอาหารไปเงียบๆ โดยไม่มีใครพูดอะไร

ช่วงหนึ่งเดือนที่ต้องซ้อมการแสดงเพื่อเข้าประกวดดาวเดือนของมหาวิทยาลัย ขณะที่ธนาธิปเองก็ต้องมารอรับมนสิชาไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ดีขึ้นเลย เขาและเธอยังคงเป็นแค่คนที่อยู่ร่วมบ้านเดียวกันเท่านั้น เผลอๆ เรื่องนี้อาจทำให้ธนาธิปไม่ชอบมนสิชามากขึ้นด้วยซ้ำเพราะเธอเอาเวลาที่เขาควรจะได้ดูแลแฟนสาวของเขามาทั้งหมดในช่วงหนึ่งเดือนนี้


คืนวันเฟรซชี่ไนท์มาถึงแล้ว ธนาธิปได้รับมอบหมายให้มาดูแลมนสิชาแทนคุณอารดาและคุณธนาคม ที่ท่านทั้งสองไม่มาเองเพราะท่านว่ามันเลิกดึกเกินไปสำหรับคนมีอายุแบบท่านหน้าที่นี้จึงตกเป็นของธนาธิปไปโดยปริยาย

“เอาละค่ะน้องๆ เดี๋ยวเราจะรันคิวตามที่ซ้อมเลยนะคะ วันนี้ทำให้เต็มที่กันนะคะทุกคน” พี่ที่เป็นฝ่ายสตาฟพูดกับน้องๆ ที่เป็นดาวและเดือนของคณะต่างๆ

“ค่ะ/ครับ” ทุกคนตอบรับคำของพี่สตาฟ

มนสิชาเองรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยกับการเข้าร่วมประกวดครั้งนี้ เธอไม่ได้หวังว่าตัวเองจะต้องชนะเลิศในการประกวดดาวมหาวิทยาลัยแต่เธอแค่อยากเอาชนะตัวเองเท่านั้น มนสิชาตั้งใจที่จะทำให้เต็มตามศักยภาพที่เธอมี

ความสามารถพิเศษที่มนสิชาเลือกมาใช้ในการโชว์ก็คือการแสดงรำมโนราห์บูชายัญ ด้วยความที่เธอถนัดในเรื่องนาฏศิลป์ด้วยแล้วนั้นการรำมโนราห์บูชายัญจึงไม่ได้เป็นเรื่องที่ยากจนเกินไปสำหรับมนสิชา มนสิชาสามารถรำได้อ่อนช้อย สวยงาม เมื่อการแสดงของมนสิชาจบลงเธอได้รับเสียงปรบมือเพื่อเป็นกำลังใจจากคนดูรวมถึงคณะกรรมการด้วย

ตอนนี้คณะกรรมการทำการคัดเลือกดาวและเดือนจากคณะต่างๆ ให้ผ่านเข้ารอบสิบคนสุดท้ายแล้ว ซึ่งหนึ่งในสิบก็มีมนสิชาติดอยู่ในนั้นด้วย ธนาธิปที่มาร่วมงานนี้เขาไม่ได้สนใจมนสิชาเท่าที่ควร เขาแค่มาตามคำสั่งของมารดาเท่านั้น

“ตอนนี้ก็เหลือดาวและเดือนเพียงสิบคนเท่านั้นแล้วนะคะ ดูท่าแล้วดาวและเดือนของเราคงตื่นเต้นกันไม่น้อยเลยทีเดียว ตอนนี้ให้น้องๆ ได้เข้าไปเตรียมตัวเพื่อตอบคำถามสักพักนะคะ” พิธีกรหญิงประกาศให้ผู้เข้ารอบเข้ามาพักหลังเวที

“ใช่แล้วครับ ปีนี้น้องๆที่ผ่านเข้ารอบแต่ละคนของเรามีความรู้ความสามารถที่น่าสนใจมากๆ เลยนะครับ แต่ไม่รู้ว่าจะตรงใจของใครหลายๆ คนหรือเปล่านะครับ” พิธีกรชายพูดต่อ

“งั้นก่อนที่เราจะได้พบดาวและเดือนทั้งสิบคน เรามีการแสดงมาให้ชมกันก่อนนะคะ การแสดงต่อไปนี้ชื่อชุดว่า “รวมใจเป็นหนึ่ง” ขอเชิญรับชมได้เลยค่ะ” พิธีกรหญิงพูด หลังจากการแสดงที่ตระการตาชุดนี้จบลง เสียงปรบมือยังคงดังกึกก้องอยู่

“ตอนนี้น้องๆ ของเราเตรียมตัวเสร็จกันแล้วนะครับลำดับต่อไปนะครับเป็นการตอบคำถามของผู้เข้าประกวดดาวและเดือนของมหาวิทยาลัยนะครับ” พิธีกรชายพูด

“ขอให้ดาวและเดือนที่ผ่านเข้ารอบนะคะ ออกมาเดินโชว์ตัวให้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของเราดูอีกสักหนึ่งรอบนะคะ” พิธีกรหญิงประกาศให้ผู้เข้าร่วมประกวดเดินโชว์ตัว

“น้องๆ ของเรามาในชุดราตรีสวยงามนะครับ แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ของความเป็นไทยได้อย่างงดงาม ผ้าที่มีลวดลายไทยๆ พอเราออกแบบชุดให้ร่วมสมัยก็ยังดูเข้ากับยุคสมัยนี้ได้อย่างดีนะครับ” พิธีกรชายพูดแนะนำชุด

“ใช่ค่ะ เราในฐานะคนรุ่นใหม่พวกเราก็อยากที่จะสืบสานสิ่งที่เป็นศิลปะ ประเพณี และวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไปนะคะ” พิธีกรหญิงพูดขณะที่น้องๆ ยังคงทยอยเดินโชว์ตัวไป

“ใช่ครับ คนรุ่นใหม่แบบพวกเราแต่หัวใจก็ยังคงความเป็นไทยไว้นะครับ ตอนนี้น้องๆ ดาวและเดือนของเราน่าจะพร้อมสำหรับการตอบคำถามแล้วนะครับ” พิธีกรชายพูด

“ดิฉันในฐานะพิธีกรขออนุญาตถามคำถามจากคณะกรรมการนะคะ คำถามของเราจะมีแค่คำถามเดียวเท่านั้น คำถามก็คือ ถ้าคุณได้รับเลือกให้เป็นดาวและเดือนของมหาวิทยาลัย คุณอยากทำอะไรเพื่อช่วยพัฒนาสังคมค่ะ” พิธีกรหญิงถามคำถาม

ทุกๆ คนต่างตอบคำถามตามความคิดของตนเองรวมถึงมนสิชาด้วย ตอนนี้คณะกรรมการกำลังให้คะแนนและรวมคะแนนเพื่อประกาศผลการประกวดดาวและเดือนของมหาวิทยาลัย ซึึ่งผลการตัดสินออกมาว่ามนสิชาได้รับคัดเลือกให้เป็นดาวของมหาวิทยาลัยร่วมกับเดือนของอีกคณะ การประกวดช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับคณะของมนสิชาเป็นอย่างมาก ต่อจากนี้หน้าที่ของมนสิชาในฐานะของนักศึกษาต้องเพิ่มจากเดิมอีกหลายอย่างแล้ว

ตอนนี้การประกวดเสร็จสิ้นแล้วธนาธิปทำหน้าที่ขับรถพามนสิชากลับบ้าน ธนาธิปไม่ได้เอ่ยแสดงความยินดีหรือชื่นชมมนสิชาเลย ซึ่งมนสิชาเองก็ไม่ได้คาดหวังให้เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว เมื่อธนาธิปขับรถมาถึงที่บ้านก็เป็นเวลาดึกมากแล้วจึงต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อน มนสิชาเองก็ไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณธนาธิปด้วย

“ขอบคุณนะคะคุณจอมทัพ” มนสิชากล่าวคำขอบคุณ

“............”

แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใดใดเลย ธนาธิปแค่มองหน้ามนสิชาแล้วเดินผ่านไปทันที

“เฮ้อออออ!! คนอะไร เดาใจไม่เคยถูกเลยจริงๆ” มนสิชาได้แต่รำพึงรำพันกับตัวเองเท่านั้น

ถ้าเขาเป็นแบบนี้แล้วในวันต่อๆ ไปเธอควรทำตัวเช่นไรดี การอยู่ให้ห่างเขาไว้น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเธอแล้ว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น