AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 45 สร้างศาสตรา

ชื่อตอน : ตอนที่ 45 สร้างศาสตรา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 268

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 พ.ค. 2561 16:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 45 สร้างศาสตรา
แบบอักษร

ตอนที่ 45 สร้างศาสตรา

การอ่านตำราผ่านพ้นไปในที่สุด ยามเช้าของวันใหม่ไผ่นั่งทบทวนความรู้ที่จำเป็นอีกครั้ง หลังจากนั้นก็นำแร่โลหะระดับต่ำที่สุดที่ตนขุดเอามาจากมิติอากาศธาตุ พลันก็สั่งให้เจ้าทองกับเจ้าขาวกลายร่างเป็นค้อน และแท่นตี วงเวทนับสิบถูกวาดขึ้นบนอากาศอย่างช้าๆ แล้วค่อยๆ เลื่อนมันไปประทับทั่วทั้งห้อง เมื่อประทับวงเวทเสร็จสิ้น ไผ่ก็ยืนมองดูแต่ละวงว่าสมบูรณ์ดีหรือไม่

วงเวทสกัดแร่ เพื่อละลายแร่โลหะที่ใส่ไปให้เป็นผุยผง แล้วแยกส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องออก

วงเวทหลอมแบบเร่งด่วนโดยไม่ใช้หม้อหลอม

วงเวทแปรรูป ใช้เพื่อกลั่นโลหะเหลวจากวงเวทหลอมให้เป็นก้อน และวงเวทหลักอีกสองสามอย่าง กับวงเวทรองอีกนับสิบ

การสร้างอาวุธโดยวิธีการแบบนี้มันใช้พลังเวทที่มหาศาลมาก และต้องคอยควบคุมการทำงานของวงเวทอีกชั้น ส่วนอาวุธ หรืออุปกรณ์ที่สร้างออกมานั้นจะดีกว่าใช้วิธีการสร้างปกติหลายเท่า เพราะผู้จะทำแบบนี้ได้นั้น อย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็นระดับจ้าวศาสตรา และสูงกว่าหน่อยก็คือผู้อยู่จุดสูงสุดของช่างตีเหล็กที่สร้างอาวุธให้กับเทพเจ้า

ส่วนระดับที่ทัดเทียมกับชางเทพเจ้านั้นก็คือ ราชันศาสตราเผ่ามังกร พลังเวทที่จ่ายไปนั้นมีมากมายมหาศาลจนคนธรรมดาไม่อาจจินตนาการได้ แต่สำหรับไผ่นี่นับว่าเป็นเพียงกระบวนการเล็กๆ กระบวนการหนึ่ง อีกอย่างเขาสามารถประยุกต์ระบบเวทมนตร์ที่ซับซ้อนยิ่งกว่านี้ได้อีกเยอะ แต่ถ้าจะให้ศาสตราออกมาสำเร็จและดีจริงๆ ก็ต้องพึ่งก๊กนิรันดร์ของเขา ซึ่งตอนนี้ไม่รู้ว่าพวกนั้นจะอยู่ที่ไหน บางทีอาจจะทำภารกิจอยู่ที่โลกเก่าก็ได้

คนหนึ่งเป็นผู้ออกแบบระบบกลไกที่ซับซ้อนที่สุด และแทบจะสมบูรณ์แบบ อีกคนเป็นนักวางแผนและจัดระบบที่เหนือจินตนาการ และไผ่ที่เด่นในเรื่องของการสร้างซึ่งเน้นคุณภาพ

เพราะงั้นอาวุธที่ไผ่จัดการสร้างขึ้นมาเล่มทดลองนี้ หรือเล่มก่อนหน้านั้นเน้นแค่คุณภาพอย่างเดียว ไม่ได้มีระบบกลไกที่ซับซ้อน ส่วนเรื่องของความสามารถเสริมของอาวุธนั้นได้จากตำราในโลกนี้เกือบทั้งหมด

และเล่มทดลองรุ่นแรกสำหรับแร่ระดับต่ำในมิติอากาศธาตุกำลังจะประจักษ์ ให้เห็นในอีกไม่กี่อึดใจ ไผ่บอกให้นานะอยู่รอตรงโต๊ะทำงาน (มั้ง) ของเขา เธอก็ทำตามแต่โดยดี นานะน้อยกระโดดแล้วนอนคว่ำหน้าบนโต๊ะพร้อมกับหลับเข้าสู่ห้วงนิทราทันที

แท่นตีและค้อนพร้อมเพรียงสำหรับการทำงาน แร่โลหะถูกโยนเข้าไปในวงเวทวงหนึ่งพลันมันก็สลายกลายเป็นผุยผง แล้วแยกหลายๆ ส่วนออกจากกัน ส่วนหนึ่งกลั่นเป็นก้อนเล็กๆ ในอีกวงเวท จากนั้นก็หล่นลงพื้น สีของก้อนโลหะอันเล็กน้อยคือส่วนเกินที่คุณภาพไม่เหมาะสม อีกส่วนหนึ่งเข้าไปในอีกวงเวทแล้วถูกหลอมละลาย เมื่อเสร็จสิ้นก็ย้ายเข้าไปอีกวงเวทหนึ่ง พลันก็ถูกดูดให้จับตัวกันเป็นก้อนวงกลมดั่งลูกแก้วขนาด 1 กำมือ

จากนั้นก็ลอยเข้าไปยังวงเวทอื่นๆ เช่นเวทเสริมความแข็งแกร่ง เสริมคุณภาพด้านต่างๆ และวงเวทที่ช่วยให้มันกลายเป็นโลหะที่มีคุณภาพที่สูงขึ้นอีกหลายวง เสร็จสิ้นจากกระบวนการวงจรเวทต่อเนื่องแล้วลูกโลหะที่ตอนนี้เปล่งประกายเงาวับ พร้อมกับแผ่กระจายพลังออกมาก็ทำให้ไผ่พึงพอใจ มือซ้ายคว้าไปที่ก้อนโลหะทันใดก็นำมันไปวางแท่น บาเรียสีดำล้อมรอบตัวของไผ่จนมิด พร้อมไฟสีดำอันร้อนแรงปะทุขึ้นเต็มบาเรียนั้นทันที ไผ่ที่อยู่ในเปลวไฟสีดำจัดการตีอาวุธขึ้นมาอย่างไม่สะทกสะท้าน

ส่วนเจ้าทองกับเจ้าขาว ไฟแค่นี้สำหรับมันก็พอแค่อบอุ่นร่างกายในหน้าหนาวเพียงเท่านั้น เสื้อผ้าที่ซื้อมาเมื่อวานถูกทำลายจนสิ้นซากไม่เหลือแม้แต่ผงธุลี ร่างกายอันล่อนจ้อนซึ่งอยู่ในเปลวไฟสีดำ และมีบาเรียครอบอีกชั้นหนึ่ง เป็นเหมือนห้องปิดตายที่ไม่มีแม้แต่สะเก็ดธุลีไฟหลุดออกมาภายนอกเลย

ชั่วโมงแล้ว ชั่วโมงเล่ากับการขึ้นรูปอาวุธยังคงดำเนินไป ก้อนโลหะก้อนแล้วก้อนเล่าถูกใช้งานเรื่อยๆ จนถึงก้อนที่ 10 ก็หยุดทำเพราะไม่อยากจะให้อาวุธระดับทดลองนี้สูญเสียคุณภาพ หากมันไม่สำเร็จก็เสียดายของ

ผลึกเวทของกระทิงไฟชั้นสิบ 12 ชิ้นถูกนำออกมาแล้วป่นเป็นผุยผงกระจัดกระจายแล้วเข้าไปหลอมรวมกับตัวอาวุธ ผลึกอีก 10 ก้อนถูกนำออกมาอีก ครานี้ไผ่ไม่ได้ป่นมันเป็นผง แต่ยัดทั้งเม็ดผลึกเข้าไปบริเวณกั่นดาบทันที เผยให้เห็นเม็ดผลึกดั่งอัญมณีสุกสกาวอันน่าหลงใหลชวนมอง

สลักเวทประเภทเกราะ มีดสายลม และพายุคลั่ง ระดับ 1 ดาว กับ 5 ดาวถูกสลักลงไปในตัวดาบ หนึ่งชั่วโมงผ่านไปก็เสร็จสิ้นกระบวนการ ดาบ 10 เล่มพร้อมสำหรับการใช้งาน

ตัวดาบที่เปล่งประกายวาววับแม้อยู่ในความมืด ยิ่งต้องแสงก็ยิ่งมีเอกลักษณ์อันโดดเด่น ดาบที่หนา 1 เซนติเมตร กว้าง 2 นิ้ว ยาว 2 ฟุตเปล่งรัศมีอันทรงพลังเหมือนสามารถทำลายอริให้ดับดิ้น

อีกอย่างหนึ่งที่เป็นความสามารถพิเศษของดาบพวกนี้นั่นก็คือ สลักเวททุกวงมันค่อยๆ ชาร์จเองโดยไม่ต้องใส่พลังเวทเข้าไปเพราะความสามารถเฉพาะของดาบ

นั่นก็แสดงว่า สามารถใช้งานสลักเวทได้เลยหากมันชาร์จเต็ม ทั้งนี้รวมถึงสลักเวทระดับ 5 ดาวด้วย แบบนี้เรียกว่าเข้าขั้นโกงใช่ไหม ไผ่จัดการวางดาบทั้ง 10 เล่มบนโต๊ะที่ตอนนี้มีนานะนอนอยู่ แต่กระนั้นเธอก็เขยิบให้อย่างรู้งาน

“เฮ้อ ในที่สุดก็เสร็จจนได้ ทีนี้ก็เหลือแค่ตรวจสอบระดับของมัน แต่ว่าหินตรวจสอบฉันใช้หมดเสียแล้วสิ คงต้องออกไปซื้อใหม่สินะ” ไผ่พูดกับตัวเอง แล้วบิดขี้เกียจ

“ถ้าจะออกไปซื้อก็ใส่เสื้อผ้าให้มันดูดีหน่อยเถอะค่ะนายท่าน ไม่ใช่ล่อนจ้อนแบบนี้ นี่ค่ะ แพตตี้เตรียมไว้ให้แล้ว” แพตตี้เธอโผล่มาพร้อมกับเสื้อผ้าเหมือนกับรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ เพราะสภาพล่อนจ้อนของไผ่เธอเห็นจนชิน

เพราะตอนนั้นเมื่อเธอเอาอาหารมาให้ตอนเช้าตรู่แล้วเห็นไผ่อยู่ในบาเรียที่มีไฟสีดำลุกโชนอยู่ข้างใน แพตตี้ก็ออกไปซื้อเสื้อผ้าข้างนอกทันที และซื้อเผื่อไว้นับ 10 ชุดอีกด้วย หลังจากเห็นนายท่านทำงานเสร็จแล้วเธอก็เอาเสื้อผ้า พร้อมกับอาหารมาให้ ด้วยสีหน้าหน่ายใจกับนิสัยของเจ้านายเธอ ช่างเป็นเจ้านายที่ไม่รู้จักคำว่ายางอายเลยจริงๆ

“เอ้า แพตตี้เหรอ หืม หอมอะไรเนี่ย อาหารเหรอ ว้าวขอบใจนะ” ไผ่เห็นแพตตี้ที่เธอถาดอาหารมาก็รีบวิ่งเข้าไปรับมากิน พร้อมกับนานะที่จมูกไวเป็นทุนอยู่แล้วกระโดดมาร่วมวงด้วยกับความอิ่มเอมในมื้อเช้านี้

“นายท่านคะ ทานเสร็จแล้วกรุณาใส่เสื้อผ้าด้วยนะคะ” แพตตี้พูดด้วยสีหน้าอันเฉยชาแล้วโยนชุดให้ไผ่อย่างแรง จากนั้นเธอก็เดินออกไป

“อ้อ นายท่าน วันนี้คุณโรสมาขอพบค่ะ ใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้วก็เชิญที่ห้องรับแขกที่อยู่ถัดจากห้องโถงกิลด์ด้วยนะคะ” แพตตี้หันมากำชับ

“อื้อ ไอ้เอย” ” เสียงอู้อี้ที่มีข้าวอยู่เต็มปากตอบกลับ

“เฮ้อ! นี่ฉันควรดีใจไหมเนี่ยที่มีเจ้านายแบบนี้” แพตตี้พูดทิ้งท้ายอีกหนึ่งประโยค ซึ่งน่าจะเป็นคำบ่นเพ้อของเธอ

สิ่งต่อไปที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะกับยัยโรสขี้เอาแต่ใจนั่น มันจะเป็นไปในทางที่ดีหรือไม่ คงต้องรอติดตามเสียแล้ว

..........................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น