ฮิเมะซัง

ขอขอบคุณทุกการสนับสนุน ทั้ง เข้ามาอ่าน ไลค์ แชร์ คอมเมนท์ ให้ดาว ให้เหรียญ ให้กุญแจ ทุกๆ อย่างที่มอบให้ มันมีคุณค่ามากมายจริงๆ ค่ะ

ชื่อตอน : Intro

คำค้น : That's mom,คนเป็นแม่,เคะท้องได้,นิยายY,ฮิเมะซัง

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.2k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ย. 2561 10:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Intro
แบบอักษร

Intro

เรื่องราวที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับตัวผมจริงๆ แต่ก่อนที่จะเข้าเรื่อง ผมขอแนะนำตัวเองก่อนแล้วกัน

สวัสดีครับ ผมชื่อข้าวสาร เป็นนักเรียนมัธยมปลายของโรงเรียนชายล้วนอินโนวูล่า ผมเป็นเด็กเรียนพอใช้ได้ ผลการเรียนก็อยู่ระดับกลางๆ หน้าตาก็ไม่ได้หล่ออะไรมากมาย กีฬาก็ไม่เด่น มีดีแค่เรื่องศิลปะที่ติดตัวมาแต่เกิด ใช่ครับผมวาดรูปเก่ง เคยประกวดระดับภูมิภาคแล้วชนะมาด้วย ผมเป็นลูกคนเดียว แต่ไม่ค่อยได้กลับบ้านเท่าไหร่ บ้านผมอยู่ไกล เลยต้องมาเช่าหอนอนใกล้ๆ โรงเรียน ซึ่งผมก็แชร์ห้องกับรูมเมทคนหนึ่ง มันชื่อว่าต้นกล้า และใช่ครับ ไอ้กล้านี่แหละที่เป็นตัวการให้ผมต้องเริ่มเขียนเรื่องราวของตัวเองเพื่อย้ำเตือนและสอนให้เด็กๆ รุ่นใหม่รู้ว่า

การมีเซ็กโดยไม่ป้องกันมันอันตรายแค่ไหน

​.

ผมกับต้นกล้ารู้จักกันตั้งแต่ขึ้นมัธยมปีที่สี่ เราเจอกันครั้งแรกในงานปฐมนิเทศ รุ่นพี่จัดกิจกรรมรับน้องให้เด็กห้องหนึ่งสุ่มคู่กับเด็กห้องท้ายๆ

ผมซึ่งเรียนสายศิลป์เลยถูกสุ่มให้มาคู่กับเขา

การจับคู่ของเรามันไม่ค่อยจะธรรมดาเสียเท่าไหร่ เพราะรุ่นพี่ดันออกกฎให้ทุกคู่ผูกผ้าขาวติดไว้ที่ข้อมือห้ามแยกจากกัน ใครทำผ้าหลุด จะต้องโดนจับมาทำโทษให้เต้นต่อหน้าเพื่อนๆ ทั้งระดับ

ผมกลัวมาก เพราะเป็นคนแสดงต่อหน้าคนหมู่มากไม่เก่ง ก็เลยทำตัวติดกับต้นกล้าทั้งวัน ขนาดจะไปเข้าห้องน้ำยังต้องลากมันไปด้วย

ผมต้องบอกกับทุกคนก่อนว่าผมชอบผู้ชาย

การที่ได้ตัวติดกับต้นกล้าทั้งวันมันเลยทำให้ผมรู้สึกชอบเขาขึ้นมา

ทว่าความชอบนั้นก็ไม่ได้พัฒนาไปไกลเกินกว่านั้น

ผมชอบเขา แต่ไม่คิดจะสานต่อ เพราะผมคิดว่ามันเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ พอเวลาผ่านไป เราสองคนไม่ได้เจอกัน เดี๋ยวความรู้สึกนี้ก็หายไป อีกอย่างผมเป็นลูกชายคนเดียวของบ้านด้วย จะยังไงก็ควรจะหาแฟนผู้หญิงไปไหว้แม่

แต่แล้วผมก็คิดผิด ยิ่งเวลาผ่านไป ความรู้สึกที่ผมมีต่อต้นกล้าก็ไม่เคยลดลง

ผมเห็นเขาขึ้นไปรับรางวัลบนเวทีเป็นประจำ ใบหน้ายิ้มแย้มดีใจของต้นกล้ามันตราตรึงใจผมเสมอมา

ผมเคยคิดจะสารภาพความรู้สึกกับเขาช่วงม.สี่เทอมสอง ทว่าดันไปรู้ก่อนว่าเขามีผู้หญิงที่ชอบอยู่แล้ว เลยต้องหักห้ามใจ แต่ผมก็ทำไม่ได้ ทุกครั้งที่ผมเดินสวนเขา ได้คุยกับเขา เวลาสั้นๆ ที่เราได้ใช้ร่วมกันมันกลับฉุดรั้งให้ผมต้องอดทนรอ รอวันที่เหมาะจะสารภาพความรู้สึกออกไป

และในที่สุดเวลานั้นมันก็มาถึง

ผมกับเขาได้มาใช้ชีวิตอยู่ในหอด้วยกัน วินาทีแรกที่ผมรู้ว่าเขาคือรูมเมท ผมดีใจมาก อยากจะขอบคุณสวรรค์ที่เปิดโอกาสให้ผมได้ใช้ชีวิตอยู่ใกล้เขามากถึงขนาดนี้

เราสองคนเริ่มสนิทกันมากขึ้น จากที่เป็นแค่คนรู้จักก็เริ่มกลายเป็นเพื่อนที่สนิทกัน เราคุยกันได้ทุกเรื่อง แต่เพราะไอ้ความสนิทมากจนเกินไปนี่แหละที่ทำให้ผมไม่สามารถพูดเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งได้

ใช่ ผมสารภาพความรู้สึกออกไปไม่ได้ เพราะถ้าผมบอกความในใจออกไป ความเป็นเพื่อนมันก็จะจบลง

ผมเริ่มตีตัวออกห่าง พยายามสร้างช่องว่าง จนต้นกล้าเริ่มจับผิดได้ เขาถามผมว่าเป็นอะไร ผมตอบอะไรไม่ได้ เราทะเลาะกันยกใหญ่ แล้วสุดท้ายผมก็ต้องย้ายกลับไปนอนบ้าน

เวลาล่วงเลยผ่านไปโดยที่เราสองคนไม่ได้ปรับความเข้าใจกัน จนกระทั่งคืนนั้น คืนที่ผมกับเขามาเลี้ยงฉลองปิดเทอมหนึ่งของม.ห้า เราดื่มกันไปเยอะมาก ผมกับต้นกล้าต้องแบกหามกันมาที่ห้อง

พอล้มตัวลงนอน เขาก็ถามผมว่าปิดบังอะไร

ด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ผมไม่สามารถยับยั้งตัวเองได้ ผมสารภาพความในใจออกไป ต้นกล้าอึ้งไปพักใหญ่ก่อนที่ลุกขึ้นนั่งจ้องหน้าผมอย่างโมโห

ผมรู้ว่าเลวขนาดไหน

เขาเป็นเพื่อนแท้ๆ แต่ผมกลับคิดไม่ซื่อ ดันไปมีความรู้สึกแล้วก็เก็บเงียบเอาไว้

เขาคงก่นด่าผมอยู่ในใจว่าทำแบบนี้ได้ยังไง

ประโยคที่เขาถามย้ำว่า “มึงเคยทำอะไรตอนกูหลับบ้าง” คือเครื่องยืนยันชั้นดีว่าเขาไม่ไว้ใจ

ผมรู้ว่าความสัมพันธ์ของเรามันจบลงแล้ว จึงบอกความจริงออกไป

“เราไม่เคยทำอะไร”

“โกหก!”

“เราแค่ชอบนาย ไม่เคยทำอะไร แค่แอบชอบ มันผิดตรงไหน!”

“มึงเป็นเพื่อนกูนะ!”

“เพื่อน! เพื่อนแล้วยังไง คนเราก็มีหัวใจปะวะ!!”

“...” ต้นกล้าเงียบเหมือนกำลังชั่งใจ “มึงรู้ไหมว่าตอนนี้กูโกรธมึงมากขนาดไหน แต่กูก็ทำอะไรมึงไม่ได้”

“...”

“เพราะมึงเป็นเพื่อนของกูได้ยินไหม!!”

คำพูดนั้นบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจ

น้ำตาของผมเริ่มรินไหล

“เราชอบนายไปแล้วจะให้ทำยังไง!”

ผมร้องไห้ฟูมฟาย ปากก็พร่ำบอกว่าขอโทษที่เป็นเพื่อนให้เขาต่อไปไม่ได้ ผมร้องไห้แบบนั้นอยู่นานมาก จนต้นกล้าทนเห็นสภาพของผมไม่ไหว เขาดึงตัวผมเข้าไปกอด มันเป็นอ้อมกอดที่แสดงถึงความห่วงใย และผมรู้ว่าอ้อมกอดนี้ไม่มีอะไรเกินกว่ามิตรภาพ

“เราขอโทษ ต้นกล้า เราขอโทษ”

“ทำไม...” ต้นกล้ากระชับวงแขนแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงกดต่ำ “ทำไมต้องเป็นมึง...”

“ฮึก...”

ผมไม่รู้จะทำยังไง ผมรู้ว่าต้นกล้าเสียใจ ผมก็เสียใจ เราต่างฝ่ายต่างก็รู้ว่าความเป็นเพื่อนมันถูกทำลายทิ้งไป ผมไม่สามารถกอบกู้อะไรได้ มีแต่หยาดน้ำตาและคำขอโทษที่ออกมาจากใจเท่านั้น

“มึงก็รู้ว่ากูรักมึงขนาดไหน”

“ฮึก...”

“มึงก็รู้ว่ากูไว้ใจมึงมาก” ต้นกล้าขยำชายเสื้อของผมเหมือนพยายามกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้ “แล้วทำไม...” มันเริ่มตัวสั่นพูดอะไรไม่ออก “ทำไมต้อง...”

“ขอโทษไอ้กล้า เราขอโทษจริงๆ ฮืออออ”

เราสองคนร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวดที่ต้องสูญเสียความเป็นเพื่อนไป

ต้นกล้าเองก็รู้ว่าผมไม่อาจแสร้งทำเป็นเพื่อนกับเขาต่อได้

เราถึงกอดกันแล้วร้องไห้

เวลาได้ล่วงเลยผ่านไป ผมกับต้นกล้านั่งหันหลังให้กัน บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความอึดอัด มีเพียงเสียงสูดน้ำมูกของผมที่ยังดังคลออยู่

“พรุ่งนี้เราจะเก็บของที่เหลือออกไป”

ผมบอกมันหลังจากเริ่มทำใจได้

“ไม่...”

ต้นกล้าหันมาพูดเสียงแข็ง

“นายก็รู้ว่าเราต้องไป”

“กูรู้ แต่กูไม่ยอมให้มึงไป”

ผมขมวดคิ้วไม่เข้าใจ

“กูทนเห็นเพื่อนหนีหน้าเพราะแอบชอบกูไม่ได้”

“นายยังคิดว่าเราเป็นเพื่อนกันต่อได้หรือไง”

“ใช่...”

“มันเป็นไปไม่ได้ นายก็รู้”

ต้นกล้าก้มหน้าเงียบราวกับว่าพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล

เขารู้ทั้งรู้ว่าผมต้องหนีหน้าหายไป

ที่เขากอดผมแล้วร้องไห้ ก็เพราะเหตุผลนี้ไม่ใช่หรือไง

รู้ทั้งรู้ แล้วจะมาบอกให้ผมเป็นเพื่อนกับเขาต่อไปทำไม

“มึงจะไปจริงๆ ใช่ไหม” ต้นกล้าถามออกมาหลังจากเงียบไปนาน

ผมสูดน้ำมูก ปาดน้ำตาที่กำลังจะไหลแล้วพยักหน้าตอบเขาไป

“งั้นกูขอทำอะไรเพื่อมึงก่อนไปได้ไหม”

ผมพยักหน้ารับโดยไม่ได้ถามว่าเขาจะทำอะไร เพราะยังไงมันก็ไม่พ้นการกอดจากลาอยู่ดี

ทว่าผมคิดผิด

ต้นกล้าไม่ได้เพียงแค่ขยับเข้ามากอดผม

เขาประทับจูบลงบนริมฝีปากของผมโดยไม่ทันให้ตั้งตัว

ผมนิ่งอึ้งหัวใจเต้นระส่ำด้วยความตกใจ พยายามผลักออกเพราะรู้ว่าต้นกล้ากำลังฝืนใจ แต่ผมก็ดิ้นหนีอยู่ได้ไม่นาน ความหอมหวานที่อีกฝ่ายยื่นมาให้ มันละมุนและอ่อนโยนเกินกว่าผมจะต้านทานได้

ผมปล่อยให้ตัวเองทำตามความรู้สึกของหัวใจ

กว่าจะรู้ว่ามันเลยเถิดไปไกล ก็เป็นเช้าวันใหม่

มันเป็นเช้าที่อากาศสดใส แสงอาทิตย์ที่ตกกระทบลงบนตัวผมมันช่างอบอุ่นเหมือนกับอ้อมกอดหลวมๆ ของคนที่นอนเปรยกายอยู่ข้างๆ เหลือเกิน

+++++++++++++++++++++++

เมนต์คุยกันได้นะคะ ^^

มี E-BOOK ขายแล้วนะ

 ​(คลิกรูปไม่ไป ติดต่อเพจ ฮิเมะซัง)


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น