repey

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 23 rovสื่อรัก

ชื่อตอน : บทที่ 23 rovสื่อรัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 401

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ค. 2561 19:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 23 rovสื่อรัก
แบบอักษร

สองเดือนผ่านไป

.

.

.

เปล่าหรอก ผมล้อเล่น ถ้าความทุกข์ผ่านไปง่ายเหมือนกับการพิมพ์แล้วขึ้นบรรทัดใหม่ก็ดีสิ

ความจริงมันก็แค่ผ่านไปอีกวันหนึ่งเท่านั้นเอง ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม พ่อยังคงไม่พูดอะไรกับผมตั้งแต่เช้า ส่วนแม่ก็กระฟัดกระเฟียดเหมือนไม่พอใจทั้งพ่อทั้งผม

และไม่รู้ว่าโชคดีหรือร้ายที่วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรก มันดีตรงที่ผมไม่ต้องกระอักกระอ่วนอยู่บ้าน แต่มันก็ไม่ดีตรงที่เมื่อคืนผมไม่ได้นอนเลยทั้งคืน พอโดนซักจนสะอาดแม่ก็ไล่ผมขึ้นบ้านนอน ผมขึ้นห้องไปสักพักก็รีบโทรหาพี่บอยเพราะอยากรู้ว่าคุยอะไรกันต่อหลังจากนั้น แต่เขาก็บอกแค่ว่าไม่มีอะไรแล้วก็ไล่ผมไปนอนเหมือนกัน

“เห้อออออ” ผมนั่งถอนหายใจขณะที่มองออกไปยังสนามบอลของโรงเรียน ที่นั่งของผมอยู่ติดกับหน้าต่าง และมันก็เป็นตัวส่งเสริมให้ผมวอกแวกจากการเรียน

วันนี้ผมถอนหายใจไปนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว นอนก็ไม่ได้นอน คิดกังวลไปหมดทุกอย่าง ไม่รู้ว่าต่อไปควรจะทำยังไงดี พี่บอยโดนไล่ออกแบบนี้จะเอาเงินที่ไหนใช้ แล้วพอไม่มีเงินเขาก็จะไม่ได้เรียนต่อ ทุกอย่างที่คิดไว้มันพังไม่เป็นท่าเลย

ไม่มีอะไรง่ายอย่างที่คิดจริงๆแฮะ

“เห้อออออ”

[Boy’s part]

“แล้วพี่จะทำไงต่อไป”

“กูไม่รู้เหมือนกัน นี่แค่ลุงโชติยังให้กูทำงานที่โรงสีต่อก็บุญแล้ว” ผมตอบตามจริง ส่วนสายตาก็เหม่อมองออกไปยังทุ่งนากว้าง ที่แถวนี้ส่วนใหญ่ก็มีแต่ทุ่งนา ยิ่งเข้าไปในซอกซอยเท่าไรก็ยิ่งเจอแต่นาเท่านั้น

ผมไม่รู้จะพูดระบายหรือว่าปรึกษาเรื่องระหว่างผมกับไอ้เบ๊บได้กับใครบ้าง เท่าที่นึกออกก็มีอยู่คนเดียว ไอ้เอก

แม้ใจผมอยากจะเดินไปหาเบ๊บที่หน้าบ้าน รอมันกลับจากโรงเรียนเพื่อจะมองหน้าสักหน่อยก็ยังดี แต่ความจริงก็ไม่ได้ง่ายอย่างนั้นเมื่อลุงโชติจับตามองอยู่ตลอดเวลา เมื่อคืนพอไอ้เบ๊บขึ้นห้องไปผมก็อยู่คุยต่อกับพ่อแม่มันอีกนิดหน่อย โชคดีที่ทั้งสองคนไม่ได้เกลียดผมแต่แรก สุดท้ายลุงโชติจึงยอมเอ่ยปากอนุญาตให้ผมไปทำงานต่อได้ ขัดใจป้าเขานิดหน่อย แต่ว่าก็ยังดีกว่าไม่เจอหน้ากันและยังไม่มีงานทำอีกด้วย

ตอนนี้ผมก็นั่งอยู่ใต้ถุนบ้านไอ้เอก มีโต๊ะหินอ่อนลายตารางหมากรุกตั้งไว้ ญาติพี่น้องคนอื่นของมันก็ขึ้นบ้านไปกินข้าวกันหมดเหลือเราอยู่สองคน ผมเลยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้มันฟัง ทีแรกคิดว่ามันคงจะช็อค แต่เปล่าเลย ไอ้เอกทำหน้าเครียดแถมยังพยายามช่วยผมคิดหาวิธีแก้ปัญหา

“พี่อย่าโกรธผมเลยนะ แต่ผมอดแปลกใจไม่ได้ที่พี่กับไอ้เบ๊บ...เอ่อ...นั่นแหละ แต่พี่ลองคิดดูดีๆอย่างที่พ่อแม่ไอ้เบ๊บบอกก็ถูก มันจะไปได้นานแค่ไหนวะพี่”

“กูก็ตอบไม่ได้ว่ะ กูแค่รักมันอะ”

“คือผมก็ไม่อยากพูดอะไรมากเพราะผมไม่ได้รู้เรื่องทั้งหมด แต่พี่ถามตัวเองดูหรือยังว่าพี่จริงจังแค่ไหน พี่กับไอ้เบ๊บอาจจะแค่อยู่ด้วยกันมากไป พี่ลองเอาตัวเองไปทำอย่างอื่น ไปอยู่ที่อื่นบ้าง ลองห่างกันดูสักหน่อย บางทีพี่อาจจะรู้ตัวว่าพี่ไม่ได้รักมันแบบนั้นก็ได้”

ผมไม่โกรธนะที่ไอ้เอกถามแบบนี้ ถ้าเกิดไม่ใช่มันที่รับฟังทุกอย่าง และอยู่จุดนี้มาตลอด ก็คงเลิกคบผมไปนานแล้ว แต่เพราะมันเป็นมัน แค่มันเข้าใจทั้งผมทั้งไอ้เบ๊บได้มากขนาดนี้ก็เกินคาดแล้ว

“ไอ้เอก...ผู้ชายเราไม่ได้อยากเอาผู้ชาย­­ได้ง่ายๆนะเว้ย แต่กูเห็นไอ้เบ๊บแก้ผ้าแล้วกูขึ้นอะ”

“พี่บ๊อยยยยยยย” ไอ้เอกร้องเสียงหลงพร้อมหันมามองผมอย่างตกใจ

“ไอ้เหี้ย มึงคิดว่ากูไม่กลุ้มรึไงวะที่ผ่านมา คำถามที่มึงถามกูอะ กูถามตัวเองเป็นร้อยๆครั้งก่อนจะเริ่มคบกับไอ้เบ๊บแล้ว ที่สำคัญกูห่างกับแม่งไม่ได้อะ ฉิบหายเหอะ ครั้งที่แล้วแค่เดือนกว่าๆกูแม่งเกือบตาย” ผมเล่าไปเครียดไป นึกถึงตอนที่ไม่เข้าใจกันครั้งนั้นแล้วใจหาย ขอแค่ครั้งนี้อย่าให้ผมต้องใช้เวลานานกว่านั้นเลย

“โทษทีพี่ ผมก็อยากช่วยนะแต่ไม่รู้จะช่วยได้ยังไงว่ะ ที่ผมคิดออกนะ ทางเดียวคือพี่ต้องใช้เวลาเท่านั้น พี่คงต้องห่างกับไอ้เบ๊บสักพักจนกว่าที่บ้านมันจะเริ่มกลับมาเชื่อใจ” ไอ้เอกพูดปลงๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมคิดไว้ไม่มีผิด พ่อแม่เบ๊บไม่ได้ตัดโอกาสผม ก็หมายความว่าผมควรจะใช้โอกาสนี้พิสูจน์ตัวเอง

“เห้อออออ”

ผมคงไม่เครียดขนาดนี้ถ้าระหว่างนี้ไม่ต้องห่างจากเบ๊บ ผมเชื่อว่าแค่ตัวเองคงไม่มีปัญหาอะไรมาก แต่ที่ห่วงก็ไอ้เบ๊บนั่นแหละ แต่ก่อนก็ติดผมอย่างกับอะไรดี แล้วยิ่งมาช่วงหลังๆแทบไม่เคยห่างกันเลย ปิดเทอมก็อยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน ไม่รู้ว่ามันจะคิดมากแล้วก็เครียดมากขนาดไหน




“ไอ้บอย ไปแดกข้าวกันดีกว่าไป เที่ยงแล้ว” เสียงพี่ที่ทำงานดังขึ้นพร้อมกับมือที่เอื้อมมาแตะบ่าผม

“อ้าว เที่ยงแล้วหรอพี่” ผมมัวแต่ทำงานจนลืมมองเวลา เงยหน้ามาอีกทีก็พบว่าได้เวลาพักแล้ว จึงเดินตามพวกพี่เขาไปกินข้าวหลังโรงสี

คนที่ออกมาก่อนก็คือจะนั่งตั้งวงกันแล้ว ที่นี่เขากินอยู่กันแบบพี่น้องครับ ดังนั้นเมียใครลูกใครห่ออะไรมาให้ก็เอามาแบ่งกันกิน ส่วนผมก็ซื้อข้าวกล่องหน้าปากซอยมากินทุกวัน ตอนเที่ยงมีเวลาพักแค่ชั่วโมงเดียว ดังนั้นทุกคนก็จะพยายามประหยัดเวลาให้ได้มากที่สุด

“ไอ้เก๋ามึงเข้าเกมดิวะ เดี๋ยวก็เล่นไม่ทันอะสัส”

“แป๊บสิวะ เน็ตกูช้า”

“เล่นไรกันอะพี่” ผมเงยหน้าจากกล่องข้าวกะเพราไก่ของตัวเองเพราะได้ยินเสียงโหวกเหวกของพวกพี่ๆที่นั่งจับมือถือแน่น ตามองแต่หน้าจอ ไม่มีใครเริ่มตักข้าวเข้าปากสักคนตั้งแต่มานั่ง

“rov ไงล่ะวะ มึงเล่นป่ะ”

“เล่นพี่ แต่ไม่ค่อยเก่งเท่าไร” ผมพูดถึงแรงค์ของตัวเอง ที่ตั้งแต่เริ่มสมัครการีน่ามา แรงค์สูงสุดของผมคือไดม่อนสองเอง ยอมรับว่าเห่อแค่แรกๆจริงครับ ตอนหงอคงมาใหม่ๆผมก็เสียเงินซื้อเหมือนกัน แต่พอมูราดมาบ้างก็เริ่มไม่ได้เล่นเท่าไร จำได้ว่าเพราะไอ้เบ๊บนั่นแหละที่ชวน เริ่มจากมันติดทั้งวันทั้งคืน เล่นจนไม่เป็นอันกินอันนอน แล้วก็หงุดหงิดหัวร้อนหาว่าเพื่อนกากงู้นงี้ พอเล่นกับผมแล้วชนะรัวๆมันก็ชมว่าผมเก่ง แต่ความจริงที่ผมไม่เคยบอกมันก็คือมันต่างหากที่กากจนพาคนอื่นแพ้

สาเหตุที่ไม่บอกก็คงไม่ต้องเดา ผมไม่อยากให้แม่งเสียใจ เห็นมันเล่นแล้วดีใจตอนชนะก็อดยิ้มไม่ได้

“มึงเข้าเกมเลยไอ้บอย ลงแรงค์กันสามคนนี่แหละมาๆๆๆ” เสียงพี่เก๋าชวนผม และก็คงจะปฏิเสธไม่ได้เมื่อพี่มันวางโทรศัพท์ที่เน็ตโคตรช้าของตัวเองแล้วหยิบโทรศัพท์ผมขึ้นมาเข้าเกมให้เองเสร็จสรรพ

“ไอ้เย็ดเข้ ไอ้บอย รีแรงค์แล้วมึงก็ยังอยู่โกล์ดหรอวะ” เสียงอุทานดังขึ้นทันทีเมื่อไอดีของผมถูกเปิด

“แล้วพี่อยู่แรงค์ไรกันอะ”

“ซิลเวอร์สองไอสัส กูไต่มาตั้งแต่ต้นเลยนะเว้ยยยยย”

อันนี้คือไต่แล้วหรอวะ ซิลเวอร์สองเนี่ยนะ? “ผมลงมาจากไดม่อน”

“มีคนแบกแล้วโว้ยยยยยยย” พี่สองคนหันไปแปมือกันก่อนจะยื่นโทรศัพท์มาคืนผม “เอาเลยมึง ตบไก่ให้กูดูหน่อย”

พูดจบเราก็ทำการแอดเพื่อนกันเรียบร้อย จากนั้นผมก็ถูกชวนเข้าเกมอย่างรวดเร็ว ข้าวกะเพรานี่ก็ต้องวางลงอย่างเลี่ยงไม่ได้

.

.

.

สิบนาทีผ่านไป

Butterfly : โทษนะค่ะ เราพึ่งหัดฟาม

ข้อความแชทในเกมเด้งขึ้นมาขณะที่เสียงในเกมดังขึ้น an ally has been defeated. ผมรีบกดเข้าไปดูคะแนนล่าสุดของคนที่เล่นฮีโร่butterfly อืม...0 8 2 (เลขตัวหน้าคือจำนวนที่เราคิลได้ ตัวกลางคือจำนวนครั้งที่เราตาย และสุดท้ายคือจำนวนครั้งที่ช่วยเหลือเพื่อน)

ผมกำลังจะพิมพ์ตอบไปว่าเพราะมึงไก่ต่างหาก อย่าเอาความเป็นผู้หญิงมาอ้างเลย แต่...

Liliana : ไม่เปนไรคับ ให้อภัยคนสวย

Thane : ฝึกบ่อยๆ เดวผมสอน

แล้วทุกคนคิดว่า Liliana กับ Thane จะเป็นใครไปได้นอกจากไอ้สองคนที่นั่งคิกๆคักๆอยู่ข้างๆผม

“พี่คิดว่าเป็นผู้หญิงจริงหรอ มันหลอกทั้งนั้นแหละพวกนี้ เข้าไปแจกเองล้วนๆ”

“ไอ้บอย ก่อนเข้าเกมกูเห็นรูปโปรไฟล์ มีอยู่คนนมอย่างใหญ่ กูว่าคนนี้ชัวร์”

“รูปก็หลอกได้นะ” ผมแย้งขณะที่มือก็ยังกดยิงป้อมของฝ่ายตรงข้าม แน่นอน ผมเป็นแครี่

“สัสนี่อย่าขัด เดี๋ยวตานี้กูแบกเอง”

“เออใช่ ไอ้บอยแม่งไม่เข้าใจหรอวะ ก็ผู้หญิงเขาเปิดช่องมา เราก็ต้องสนองสิ เหี้ยๆๆๆ กูตายๆๆๆ สัสเก๋ามึงทำไมไม่แทงค์ให้กูวะ”

“กูต้องแทงค์ให้บัตก่อนสิวะ มึงก็ดูแลตัวเองไป”

“ไอ้เหี้ยนี่”

Liliana : บัตโสดป่ะคัฟ

Butterfly : โสดคะ เหงามาดดดด

“เช้ดโด้ เหงาด้วยเว้ยยยยยยย แจ่มๆๆๆ”


Thane : เวทเกิดแล้วก็เดินออกจากบ่อดิ ช่วยเพื่อนบ้าง

“อ้าว สัสเก๋า ก็กูคุยกับเขาอยู่นี่”

“มึงมาช่วยกันก่อนสิวะ กากก็กาก ให้ไอ้บอยเล่นอยู่คนเดียวเนี่ย”

“กูตามหารักแท้อยู่ อย่ากวน”


Liliana : เด่วแอดไปนะ รับด้วย

Butterfly : ได้ๆ

Liliana : อายุเท่ารัยคับ ผม23

Butterfly : 18ค่ ต้องเรียกพี่แล้วสิ5555555

Ryoma : พวกมึงจะจีบกันอีกนานป้ะ สวะ

Liliana : เสือกไรวะเรียวมะ

Ryoma : ไก่แล้วยังถ่วงทีมอีด

Liliana : มึงเก่งมากมั้ง คิลไม่ได้ทำปากดี

Ryoma : แล้วมึงอะ เวทไม่แรง ตีไม่เข้า

Liliana : เก่งนักเล่นคนเดียวๆปดิ

Violet : ใจเย็นพี่ เอาป้อมก่อน

Ryoma : กุไม่เล่นแล้วสาดดดด เสียดาวฟรี

Ryoma ออก

“ฉิบหายแล้วไงพี่ อย่างนี้ก็แพ้ดิ ห้าสี่จะไปสู้ได้ไง” ผมบอก เดาชะตาของตานี้ออกตั้งแต่เริ่มเกม แต่ไม่คิดว่ามันจะจบเร็วแบบนี้

Liliana : อย่าไปสนใจ สี่ก้ชนะได้

Butterfly : คะ

Liliana : ยุหลังๆ ผมนำเอง

.

.

.

สิบนาทีผ่านไป

เกมจบไปนานแล้วล่ะครับ แต่ที่ไม่จบก็เห็นทีจะเป็นพี่สองคนที่พอออกจากเกมมาก็รีบแอดไปชวนผู้หญิงตาเมื่อกี้คุย แค่ไม่กี่นาทีนี่ได้ทั้งเฟส ไลน์ เบอร์มาครบเลย ที่สำคัญเหมือนจะอยู่จังหวัดเดียวกันอีกต่างหาก สุดๆไปเลย

ผมเลิกสนใจเกมและมือถือแล้ว จะสนใจไปทำไมอีกในเมื่อปกติมือถือผมก็มีโทรเข้าโทรออกไว้คุยกับคนเดียว แล้วไอ้คนเดียวตอนนี้แม่งก็คุยไม่ได้ด้วย นอกจากจะห้ามเจอกันแล้ว แม่เบ๊บก็สั่งห้ามติดต่อกันแบบไม่มีกำหนด วิธีก็โคตรโหด คือเขาถอดซิมโทรศัพท์มันออกไปเลย ดังนั้นเน็ตก็จะเล่นไม่ได้ถ้าไม่มีไวไฟ โทรศัพท์เบ๊บตอนนี้กลายเป็นแค่ที่ทับกระดาษไปแล้ว

แล้วถามว่าผมไปรู้มาได้ยังไงทั้งๆที่ห้ามติดต่อ คำตอบก็คือไอ้เอกไปสืบมาให้ โชคดีที่เอกมันเรียนช่างแบบผม เราไม่ได้เรียนทั้งวัน จะมีเรียนเช้าบ้างบ่ายบ้าง ผมเลยให้มันไปหาไอ้เบ๊บได้บ่อยๆ

ที่สำคัญกว่านั้นคือที่บ้านมันยังรู้อีกว่าสมัยนี้มีแอพอะไรมากมาย นอกจากเขาจะใช้เป็นแล้ว เขายังลบเป็นอีกด้วย เรียกง่ายๆว่าตอนนี้ทุกโซเชียลที่ไอ้เบ๊บไม่ลบ มันกลับบ้านไปก็โดนแม่มันเช็คตลอด เป็นแบบนี้มาเป็นอาทิตย์แล้ว

“ไอ้บอย มึงน่ะยังไม่รู้อะไร กูนี่ได้เฟสบุ๊กสาวๆมาจากในrovทั้งนั้นแหละ” เสียงพี่เขายังคงดังออกมาอย่างต่อเนื่องขณะที่ผมกินข้าวไปคิดอะไรไป ไม่รู้จะภูมิใจอะไรนักหนากับไอ้แค่จีบสาวในเกม

“อือ” ผมตอบรับง่ายๆ แล้วก็กินข้าวต่อไป ไม่ได้สนใจอะไร

“สาดดดดด มึงมันเย็นชา ใช่สิ๊ อย่างมึงหัวหน้าแก๊ง มึงมันเลือกได้ กูจำได้นะตอนที่มึงใช้ไอ้น้องเบ๊บไปซื้อถุงยางอะ” นั่น เรื่องเก่าโดนรื้อฟื้น

“เออใช่ กูจำนาทีที่เบ๊บเดินไปถามเฮียว่าต้องซื้อถุงยางแบบไหนได้ อึ้งทั้งบ้านครับผม”

“พอได้แล้วม้างงงงง” ผมถึงกับต้องวางช้อนเพื่อมาเบรกสองคนนี้ คือในวงกินข้าวมันก็มีทั้งลุง ป้า น้า อาที่ทำงานมานาน แล้วไอ้เรื่องที่โดนรื้อฟื้นนี่ก็น่าอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไว้ไหน คนที่นี่เขาก็จำได้กันหมด

เล่าคร่าวๆคือไอ้เบ๊บมันรู้จักถุงยางเพราะคาบสุขศึกษา เลยพยายามรณรงค์ให้ทุกคนที่มันรู้จักหัดป้องกัน แน่นอนว่าไม่พ้นผมคนแรก ไอ้ผมก็ไม่เคยขัดใจมันเลยบอกไปว่าถ้าอยากให้ใช้ก็ไปซื้อมาให้สิ นั่นแหละครับ มันก็ออกไปซื้อจริง แต่แล้วโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น เป็นลุงโชติโทรมาด่าหาว่าใช้ใครไม่ใช้ ใช้ไอ้เบ๊บไปซื้อของแบบนี้

พอสาวความไปมาก็พบว่าไอ้เบ๊บมันไม่รู้ว่าต้องซื้อไซส์ไหนแบบไหน ไปเดินวนในเซเว่นอยู่หลายรอบ ไม่รู้จะถามใครเลยกลับบ้านไปถามพ่อกับแม่ นั่นแหละครับ...จบเห่

“แล้วตอนนี้ยังไงวะ ไม่ได้ข่าวคราวมึงเลย”

“ก็ไม่ยังไงพี่ เรื่อยๆ”

“เรื่องสาวๆมึงจะมาเรื่อยๆได้ไง มันต้องมีให้จี๊ดจ๊าดๆสิวะ ผู้ชายอย่างเรา”

“คือมันก็ไม่ใช่ว่าไม่มี แต่ช่วงนี้มันไม่ราบรื่น มีปัญหานิดหน่อย” ผมพยายามพูดอ้อมๆ ไม่อยากให้ใครมาสนใจเรื่องของผมมากนัก เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่จะเล่าให้ใครฟังง่ายๆ

“ว่ามา ช่วยได้กูจะช่วยเอง แต่เดี๋ยวกูตอบเฟสแป๊บ”

เหมือนรักที่เป็นไปไม่ได้ คงไม่มีใครคิดด้วยซ้ำว่าจะมีเรื่องแบบนี้ ตอนแรกก็เป็นไปไม่ได้เพราะความเป็นพี่น้อง ความสับสน แต่พอผ่านมาได้แล้วตอนนี้ก็กลับกลายเป็นเรื่องของความเหมาะสม ผมไม่รู้ว่าตอนไหนมันแย่กว่ากัน

หรือมันจะเป็นอย่างที่ลุงโชติบอก ความรักอย่างเดียวมันอาจจะไม่พอ บางทีผมกับเบ๊บอาจจะต่างกันมากเกินไป มันดีกว่าไหมถ้าผมจะเลิกเห็นแก่ตัวเสียที แต่...

“มา กูตอบเสร็จละ เล่าๆ”

“ผมรักมันว่ะ”

แล้วถามว่าถ้าผมยอมแพ้ไปตอนนี้ แปลว่าผมต้องเสียมันไป ผมจะทำได้ไหม

“อะไรของมึง”

“ไม่มีอะไรพี่ ผมแค่เข้าใจอะไรบางอย่างมากขึ้นนิดหน่อย”

แน่นอนว่าผมทำไม่ได้ ผมเห็นแก่ตัวยังไงก็ยังคงเป็นอย่างนั้น ถ้าจะโทษใครสักคนเรื่องนี้ก็ต้องทาไอ้เบ๊บที่ทำตัวให้ผมรักขนาดนี้ สิ่งเดียวที่ยึดผมไว้คือมัน ถ้ามันไม่ไล่หรือยังต้องการผมอยู่แม้ในฐานะอะไร ผมก็ไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละ ขาดไม่ได้แล้ว

“แล้วจะเล่าไม่เล่า”

“ไม่เล่า”

“ไม่เล่างั้นก็เข้าเกม มาๆ” เหมือนพี่เขาแค่ถามไปอย่างนั้น ไม่ได้อยากจะรู้หรืออยากจะช่วยเหลืออะไร แต่นั่นก็ดีแล้ว

สุดท้ายก็ต้องเล่นต่ออีกเกม แต่คราวนี้ปัญหาก็คือเพราะพี่เขาแม่งชวนผู้หญิงตาที่แล้วมาเล่นด้วย สงสัยคุยกันถูกคอ ทีนี้มันก็เลยกลายเป็นสี่คน แล้วลงแรงค์ก็ต้องครบห้าคนถึงจะเริ่มเกมได้ ดังนั้นเลยจบตรงที่เราทุกคนพยายามกดชวนเพื่อนคนไหนก็ได้ที่ออนไลน์อยู่เข้ามาเล่นด้วยกันให้เร็วที่สุด

เพื่อนในเกมของผมก็มีอยู่ไม่กี่สิบคน บอกแล้วว่าไม่ได้เล่นนาน บางคนก็คงลบผมทิ้งไปแล้วด้วยซ้ำมั้ง

“ไม่มีใครเข้าเลยว่ะ ไอ้บอยมึงมีป่ะ”

“ไม่มะ...เดี๋ยวนะ...”

ก่อนที่ผมจะได้ตอบปฏิเสธไป สายตาก็เหลือบไปเห็นชื่อคุ้นตาขึ้นแสดงว่าออนไลน์อยู่...‘JustABabe’ ตอนแรกก็ไม่ได้ใช้ชื่อนี้หรอก มันใช้ชื่อที่ภูมิใจนักหนาตอนครั้งแรกว่า ‘เบ๊บLnwx10’ แต่พอมันชวนผมเล่นแล้วผมตั้งชื่อว่า JustABoy มันเห็นว่าเท่ดีก็เลยเปลี่ยนตาม

“มีก็ชวนมาเลย จะได้รีบเล่น เดี๋ยวหมดเวลาพักนะมึง”

“ได้ๆพี่” ผมไม่ได้กระตือรือร้นอย่างนี้มาสักพักแล้ว ไม่คิดเหมือนกันว่าทุกอย่างจะใกล้ตัวขนาดนี้ ก็ไอ้เบ๊บมันชอบเล่นเกมนี้ ถึงแม้มันจะชอบบ่นกับผมว่าเน็ตที่โรงเรียนกาก แต่มันก็ใช้อยู่ตลอด

ผมรีบกดชวนอย่างไม่ลังเล ใจเต้นแรงมาก ไม่รู้เหมือนกันว่าผมตื่นเต้นอะไร แค่ไม่ได้คุยกันมาอาทิตย์กว่าๆเอง ทำไมอาการหนักขนาดนี้วะ และในที่สุดเบ๊บมันก็ตอบรับคำเชิญ เข้ามาร่วมทีมอย่างรวดเร็ว

“ใครวะ” พี่มันหันมาถามผมอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นชื่อของคนที่เข้ามาใหม่คุ้นๆ

“เบ๊บไงพี่”

“อ้าว แล้วเบ๊บมันเล่นไรวะ ไม่ใช่มาแย่งกูเล่นเมจนะ กูเล่นได้อย่างเดียวนะสัส”

“เดี๋ยวผมให้เบ๊บมันเล่นแครี่ ผมไฟเตอร์ได้”

“แจ่มเลย ตานี้ชนะแน่”


ขณะเลือกฮีโร่

Fennik(เบ๊บ) : ผมจะฟาร์ม บัตเปลี่ยน

Liliana : ไอน้องเบ๊บบบบ ให้บัตฟามเถอะ

Fennik : พี่บอยยยยยย

“ให้เบ๊บฟาร์มพี่ มันเล่นแครี่ตัวอื่นไม่ได้แล้ว แล้วเฟนนิคไม่ฟาร์มเละแน่ๆ เชื่อผมเหอะ”

“แต่บัตเป็นผู้หญิง”

“เบ๊บเป็นลูกเฮีย”

“โอเคเดี๋ยวกูบอกบัตเปลี่ยนเอง” พูดจบก็รีบสลับแอพเข้าไปพิมพ์อะไรยุกยิกในเฟส เดาไม่ผิดน่าจะเป็นการเจรจาต่อรองกับผู้หญิงที่พี่แกจีบ


Fennik : สรุปยังไง ผมไม่เปลี่ยนนะพี่

Butterfly : เราเปลี่ยนเองคะ

Fennik : โอเค ไป

เข้าเกมมาได้ผมก็โล่งใจ เมื่อเห็นว่าเบ๊บมันเล่นได้ดีขึ้น ไม่ได้เล่นมั่วไปเรื่อยแบบช่วงก่อนแล้ว อย่างน้อยการเสียสละของbutterflyในครั้งนี้ก็ไม่สูญเปล่า


Fennik : พี่บอย กินข้าวหรอ

Maloch : เออกูพักอยู่ มึงกินยัง ไม่ใช่มัวแต่เล่นนะ

Fennik : กินแล้วๆ

Maloch : กินกับไร

Fennik : กินเตี๋ยวววววว พี่อะ

Maloch : กะเพรา

พอผมพิมพ์จบหลังจากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรต่อ เพราะว่าสถานการณ์ตอนนี้ในเกมก็เริ่มตึงเครียดมากขึ้น ต่างคนก็ต่างเล่นไป อีกอย่างก็เพราะผมมีอะไรจะพูดกับมันมากจนไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี ตอนแรกก็คิดว่าไม่ได้คิดถึงอะไรมากมาย แต่พอได้คุย รับรู้ว่ามันยังอยู่สบายดีกลับยิ่งร้อนใจมากขึ้น

จนถึงจังหวะที่บวกกันเสร็จแล้วฝั่งผมแพ้ ตายเกือบยกทีม ผมถึงมีเวลามาพิมพ์ต่อ แต่แล้วข้อความของผมก็เด้งขึ้นมาพร้อมกับของไอ้เบ๊บพอดี


Maloch : มึงเป็นไงบ้างวะ

Fennik : พี่สบายดีไหม?

ผมอดยิ้มไม่ได้กับคำถามนั้น ถ้ามันถามใกล้ๆก็คงจับมากอดให้ตัวแตกไปเลย แต่ตอนนี้ทำได้แค่...

Maloch : ใจจะขาดแล้วว่ะ

Fennik : คิดถึง

อือ คิดถึงเหมือนกันแหละ คิดถึงจะตายห่าแล้วเนี่ย


Liliana : เชี้ยไรเนี้ยยยย

Thane : คุยกันอย่างนี้ปกติหรอวพ

Butterfly : …



--Talk--

เอ่อ...ยังไม่ตายนะคะ ยังอยู่ดี555555 แต่อีกไม่นานอาจตาย(เสียงรีดเดอร์) สัญญาไว้แล้วเนาะว่าไม่ทิ้งก็คือไม่ทิ้ง ไม่เทแน่นอนค่ะ เพียงแต่จะมาช้าหน่อย5555555 ขอโทษค่าาาาาา มาๆ หลังจากนี้จะกลับมาให้ถี่ขึ้นแล้วค่ะ จะไม่หายไปทั้งเดือนแบบนี้อีกแล้วจ้าพี่ ส่วนตอนนี้ก็มาแบบสั้นๆเบาๆ คิกๆ นี่ตอนของพี่บอยจริงป่าวอะ ทำไมมีแต่เรื่องของเบ๊บน้าาาาาา 

ส่วนเป้กันนั้นรอข้าน้อยสักหน่อยนะจ๊ะ เร่งฝีพายอยู่ในตอนนี้ ขอเคลียร์ไปทีละคู่เนาะ

ขอบคุณทุกคนมากๆนะคะที่ยังติดตามกันอยู่ แม้อินี่จะเหลวไหลยังไงก็ยังตามอ่านอยู่ ไม่ว่าคนอ่านจะเยอะหรือน้อยเราไม่เคยเสียใจเลยนะคะ เราดีใจมากๆ ขอบคุณมากๆที่ยังเข้ามาอ่าน นั่งอ่านเมนต์กี่ครั้งก็ยิ้มจนปากจะฉีกถึงหู ถึงยอดวิวหรือคอมเมนต์จะน้อย แต่มันมีคุณค่ามากกกกกกกกกสำหรับเรา กราบบบบบบ

เจอกันใหม่ตอนหน้านะจ๊ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}